เข้าสู่ระบบถึงแม้เขาจะยกย่องอิงฮัวให้เป็นฮูหยินของเขาออกหน้าออกตามิได้ แต่เขาก็จะรักให้หนักหนารักให้มากกว่าสตรีทุกคนของเขาอยากได้อะไรยกเว้นดาวและเดือนเขาจะหาให้นางให้ได้
ส่วนหยางลี่ผิงเขาจะให้นางเป็นฮูหยินออกหน้าของเขาเพื่อป้องกันการครหาของผู้อื่น เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาก็ตกลงใจจะที่จะหาฤกษ์หมั้นหมายหยางลี่ผิงเพื่อจะตบแต่งกับนางในอนาคต
แต่เขาก็มิได้เร่งรีบอันใดเพราะเขามีเมียอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ได้บอกให้คนนอกรู้เท่านั้น จะมีแต่พ่อบ้านและบ่าวในจวนของเขาที่รู้ว่าอิงฮัวเป็นเมียของเขา เป็นเมียรักคนเดียวที่เขารักมากเท่านั้น
แต่นั่นมันเป็นความเข้าใจของแม่ทัพเฉินเพียงคนเดียว อิงฮัวมิได้เข้าใจง่ายๆเช่นบุรุษแบบเขา นางมิคิดอยากมีสามีร่วมกับผู้ใดหรอก หากสามีของนางมีนางเพียงคนเดียวมิได้นางก็จะไม่เอาบุรุษผู้นั้นมาเป็นสามีเด็ดขาด
เมื่อคิดเช่นนั้นนางก็ทำตัวห่างเหินกับแม่ทัพเฉิน ไม่เคยไปหาเขาที่เรือนใหญ่เลย และพยายามออกไปนอกจวนให้มากไปก่อนที่เขาจะตื่นนอนด้วยซ้ำและกลับหลังจากที่เขาเข้านอนแล้ว ถึงกลับก่อนนางก็จ้างบ่าวดูต้นทางให้นางที่จะกลับเข้าจวนเพื่อไม่ให้แม่ทัพเฉินเห็นนาง
บ่ายในวันหนึ่งหยางลี่ผิงได้มาหาแม่ทัพเฉินที่จวนแต่พ่อบ้านบอกว่าเขาออกไปราชการตั้งแต่เช้าแล้ว ขณะที่นางกำลังจะหันกลับไปสายตามองไปเห็นหลินอิงฮัวนั่งอยู่ที่ศาลาริมบึงบัว จึงถามพ่อบ้านว่าหญิงสาวที่งดงามผู้นั้นเป็นใครกัน พ่อบ้านบอกว่าหลินอิงฮัวเป็นเด็กในอุปการะของท่านแม่ทัพตั้งแต่เด็กๆแล้วแม่ทัพเลี้ยงนางเช่นหลานสาวผู้หนึ่ง
หยางลี่ผิงจึงเดินข้าไปหาเพื่อแนะนำตัวกับหลินอิงฮัว เมื่อนางเดินเข้าไปในศาลาริมบึงบัวนั้น อิงฮัวก็หันมาสบตากับนางเข้าพอดี หยางลี่ผิงจึงแนะนำตัวว่าเป็นคู่หมายของแม่ทัพเฉินที่บิดาและมารดาของแม่ทัพเฉินและบิดาของนางตกลงว่าจะหมั้นหมายไว้ให้กันแต่พอดีบิดามารดาของท่านแม่ทัพเสียชีวิตไปก่อน นางจึงเพิ่งมาหาท่านแม่ทัพ และท่านแม่ทัพก็จะหมั้นหมายกับนางในอีกไม่นานนี้ อิงฮัวตะลึงงันนางเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ ขนาดว่าท่านอาจะหมั้นหมายกับหญิงคนนี้อยู่แล้วก็ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับนาง ก็ใช่สินะนางไม่ได้เป็นอะไรกับเขานี่นา
เมื่ออิงฮังคิดได้เช่นนี้นางยิ้มตอบหยางลี่ผิงน้อยๆ แล้วบอกว่านางเป็นเด็กในอุปการะของท่านแม่ทัพ ตอนนี้กำลังจะหาบุรุษเพื่อตบแต่งออกไป หยางลี่ผิงมีใครท่ีเหมาะสมพอจะแนะนำนางให้นางได้หรือไม่ หยางลี่ผิงยิ้มกว้างอย่างยินดี ตอนแรกนางระแวงและสงสัยในความสัมพันธ์ของท่านแม่ทัพกับเด็กในอุปการะ แต่เมื่อเด็กสาวบอกว่าต้องการตบแต่งออกจากจวนไปนางก็ยินดียิ่งนักอาจจะเป็นเพราะนางคิดมากเกินไป หญิงสาวที่งดงามผู้นี้คงจะเป็นแค่เด็กสาวในอุปการะจริงๆนั้นแหละ
“ ถ้าอย่างนั้นข้าจะแนะนำบุตรชายคหบดีที่ร่ำรวยให้เจ้าก็แล้วกันนะ แต่จะให้ดีเจ้าเคยได้ร่ำเรียนศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีจนเชี่ยวชาญแล้วหรือไม่ เพราะมันสำคัญกับหญิงเช่่นเรามากนะ ถ้าหากอยากได้สามีที่มีตำแหน่งใหญ่โตหรือมีฐานะที่ดีเราต้องมีคุณสมบัติของสตรีที่ดีของยุคนี้ด้วย เจ้าเข้าใจหรือไม่ ” อิงฮัวพยักหน้ารับ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ข้าจะหาครูที่เก่งและมีชื่อเสียยงเรื่องนี้มาสอนเจ้าเอง เจ้าจะออกไปเรียนกับครูที่บ้านของเขาสะดวกหรือไม่ ”
อิงฮัวก็พยักหน้ารับอีก นางอยากจะหาเรื่องออกไปจากจวนบ่อยๆอยู่แล้วจึงยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“ ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปติดต่อครูผู้นั้นให้เจ้าเองค่าเล่าเรียนข้าจะออกให้ด้วยเจ้าไม่ต้องกังวลอะไรเตรียมตัวไปเรียนอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าหากทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะให้คนมาส่งข่าวอีกครั้งนะ ” อิงฮัวยิ้มอย่างยินดี
“ ขอบคุณท่านมากที่กรุณาช่วยเหลือข้า ข้าเป็นเด็กกำพร้ามิมีญาติผู้ใหญ่ สิ้นไร้ไม้ตอกหากท่านจะกรุณาช่วยหางานให้ข้าทำจะได้หรือไม่ หากว่ามีที่พักด้วยก็จะดีมากเลย ”
อิงฮัวถือเป็นโอกาสที่นางจะได้ออกไปจวนแม่ทัพแห่งนี้ “
หยางลี่ผิงยินดีอย่างยิ่ง นางต้องการกำจัดสตรีที่งดงามเช่นนี้ออกไปจากชีวิตของท่านแม่ทัพเฉินอยู่แล้ว นางไม่ต้องการให้หญิงใดอยู่ใกล้ท่านแม่ ยิ่งสวยงามปานจะล่มเมืองขนาดนี้เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
” งานอย่างนั้นหรือ ข้าพอจะมีร้านค้าที่เปิดใหม่ต้องการคนไปดูแลจัดการให้ ข้ามีบ่าวทำงานให้แล้ว เพียงแต่ต้องการคนไปควบคุมดูแลบ่าวที่ร้านแห่งนั้น และชั้นสามนั้นมีห้องว่างอยู่จะให้เจ้าไปอยู่ได้ฟรีโดยไม่คิดเงินเลย และให้เงินเดือนในการทำงานแก่เจ้าด้วย เจ้าอยากจะทำงานนี้หรือไม่ “
อิงฮัวยินดีอย่างยิ่ง นางพยักหน้าตอบรับทันที
” ข้าอยากทำ ท่านจะให้ข้าไปทำงานนี้ได้เมื่อไหร่ และขอย้ายไปนอนที่นั่นเลยได้หรือไม่" หยางลี่ผิงพยักหน้ารับ
“ งานนี้พร้อมให้เจ้าไปทำได้เลยทันที หากเจ้าสะดวกจะย้ายข้าวของในวันนี้ก็พร้อมข้าจะให้รถม้าที่ข้ามาด้วยนี้ไปส่งเจ้าถึงร้านเลย ” อิงฮัวพยักหน้ารับอย่างยินดี
“ ถ้าอย่างนั้นท่านรอสักครู่ข้าจะไปเก็บข้าวของและไปกันท่านเลย ”
จากนั้นอิงฮัวก็เดินไปที่เรือนหลังเล็กของนางแล้วเก็บรวบรวมข้าวของและบอกซื่อหลันให้เก็บข้าวของไปด้วยกันเลย ซื่อหลันอยากจะห้ามปราบแต่ด้วยเห็นความตั้งใจจริงที่จะอยากไปจากที่นี่ของอิงฮัวก็ห้ามไม่ลงนางจึงช่วยลงมือเก็บข้าวของอย่างรีบด่วน จากนั้นสองนายบ่าวก็เดินรวบรวมข้าวของทั้งหมดออกไปขึ้นรถม้าที่จอดรอที่หน้าจวนแม่ทัพทันที
เมื่อไปถึงร้านของหยางลี่ผิง ทั้งสองและบ่าวของหยางลี่ผิงช่วยกันขนข้าวของทั้งหมดขึ้นไปเก็บไว้บนห้องที่ชั้นสาม เมื่อขนข้าวของเรียบร้อยจนหมด หยางลี่ผิงมอบเงินให้อิงฮัวห้าตำลึงให้นางเบิกล่่วงหน้าจากค่าแรง เพื่อนางจะได้เอาไว้ใช้ซื้อหาข้าวของที่จำเป็นต้องใช้วันนี้
ส่วนของใช้ในครัวให้ใช้ในครัวด้านหลังของร้านได้เลยทุกอย่างใช้ได้ตามสบายเพราะคนที่นอนที่ร้านนี้มีเพียงอิงฮัวกับซื่อหลันเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนบ่าวหญิงสองคนและชายหนึ่งคนให้ไปนอนที่จวนของนาง ถึงตอนเช้าก็เดินมาทำงานตอนเย็นก็กลับไปกินอาหารและนอนที่จวนของนางได้เลย มันสะดวกดีกับทุกฝ่าย
อิงฮัวชอบใจอย่างยิ่งนางมีห้องที่กว้างแม้จะไม่สะดวกสบายเท่าที่จวนของแม่ทัพเฉินแต่นางก็ไม่อยากอยู่ที่นั่นแล้ว นางอยากออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยพยายามหลีกเลี่ยงการพบหน้าท่านแม่ทัพเฉินอีกไม่นานเขาจะตบแต่งกับหยางลี่ผิงแล้วคงจะลืมนางไปในไม่ช้า ซึ่งก็ดีกับทุกฝ่ายแล้วที่นางตัดสินใจเช่นนี้ อิงฮัวจึงเอ่ยบอกหยางลี่ผิงว่า
“ ขอแม่นางลี่ผิงอย่าได้บอกเรื่องนี้กับใครเลย แม้แต่ท่านแม่ทัพเฉินได้ไหมเจ้าคะ หากมีผู้ถามก็บอกว่าข้าขอติดรถม้าของท่านไปลงที่ตลาดแล้วจะหารถไปนอกเมืองเอง ไม่ได้บอกท่านไว้ว่าจะไปที่ไหน ไม่ว่าใครถามก็อย่าบอกนะเจ้าคะ ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับใครอีก ข้าเป็นเด็กกำพร้าพึ่งพาผู้อื่นมาหลายปีแล้ว แต่ข้าไม่ได้เป็นญาติกับท่านแม่ทัพจึงไม่อยากรบกวนอะไรอีก อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตนเอง ” หยางลี่ผิงก็งง ๆ อยู่แต่ก็รับปากนางไป
หลังจากแต่งงานกันแล้ว อิงฮัวก็ช่วยดูแลจัดการจวนเป็นอย่างดี นางรับเอาบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนจากพ่อบ้านเหยามาจัดการตามหน้าที่ของฮูหยินจนเรียบร้อย ด้วยนางมีนิสัยที่ละเอียดรอบคอบจึงทำงานนี้ได้ดีไม่มีปัญหาอะไร การจัดการบ่าวไพร่นั้นพ่อบ้านเหยาก็ทำได้ดีแล้วนางแค่ดูอยู่ห่างๆ และสั่งการแค่บางเรื่องเพราะทุกอย่างในจวนงานเป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว และนางคุ้นเคยกับจวนนี้ดังบ้านของตนเองมาเนิ่นนานเพราะอยู่มาตั้งแต่สิบขวบ จึงสนิทสนมและรู้จักบ่าวไพร่ทุกคน จึงไม่ได้ปรับตัวอะไรเลย ผ่านการแต่งงานมาหลายวัน สามีก็เริ่มไปทำราชการข้างนอกบ้างตามปกติ ไปราชการต่างเมืองเป็นบางครั้งคราว แต่เป็นการไปกลับเช้าเย็นหรือบางครั้งก็ค่ำมืดแต่ไม่ได้นอนค้างที่ไหนเลยสักคืนเขาจะกลับมานอนกอดอิงฮัวทุกวันบางวันก็นอนกอดกันเฉยๆแล้วหลับไป อิงฮัวนอนซุกอกแกร่งนั้นนอนหลับฝันดีสบายทุกคืน สามีก็นอนหลับสบายนอนกอดนางไว้อย่างมีความสุขแต่มีคนผู้หนึ่งที่ในอกกลัดหนองมีความทุกข์และมีไฟริษยาสุมในอกเป็นอย่างมากกับชีวิตที่ลงตัวของทั้งสอง คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหยางลี่ผิง นางแม้จะเพิ่งรู้จักแม่ทัพเฉินเพียงไม่นานแต่นางหลงรักเขาอย่างจริงจัง นางเห็น
หลังจากที่อาบน้ำชำระกายให้กันและกันแล้ว ร่างหนาอุ้มคนตัวเล็กออกมาเช็ดตัวให้แล้วสวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาให้นาง เมื่อเขาจัดการตนเองแล้ว ก็จูงมือพากันออกไปกินข้าวที่ห้องโถงกลางเรือน พ่อบ้านเหยาทักทายอิงฮัวอย่างดีใจ“ นายหญิงกลับมาแล้ว ข้าดีใจจริงๆขอรับ ต่อไปอย่าไปจากที่นี่อีกนะขอรับ สงสารนายท่านตามหานายหญิงแทบทุกวันไม่ได้พักผ่อนเลย นายท่านดื่มสุราจนเมามายแทบทุกวันที่ตามหานายหญิงไม่พบ อย่าไปจากนายท่านอีกเลยนะขอรับ ”พ่อบ้านเหยาบอกกับนาง อิงฮัวเพิ่งรู้ว่าแม่ทัพเฉินดื่มเหล้าเมามายเพราะตามหานางไม่เจอ นางหันไปมองใบหน้าคมคายนั้น หน้าเขาแดงระเรื่อขึ้นมาทันที กระแอมเบาๆ พ่อบ้านเหยาจึงรีบขอตัวออกไปทำงานที่ค้างอยู่ทันที สาวใช้ลำเลียงอาหารมาวางจนเต็มโต๊ะ และตักข้าวใส่ถ้วยวางตรงหน้าของทั้งคู่ และรินน้ำชาวางให้ทั้งคู่ที่ด้านซ้ายมือ แล้วไปยืนรอที่ด้านหลังเผื่อจะมีใครเรียกใช้ แม่ทัพเฉินคีบหมูทอดวางในถ้วยให้นาง“ อิงฮัวกินข้าวเถอะสายป่านนี้เจ้าน่าจะหิวมากแล้ว หมูทอดนี่อร่อยนะ เจ้าชอบกินไม่ใช่หรือ ”อิงฮัวเงยหน้ายิ้มให้เขา นางหายโกรธเขาตั้งแต่พ่อบ้านเหยาบอกว่าเขาตามหานางทุกวันและไม่เจอก็ดื่มเหล้าเมามา
แม่ทัพเฉินก้มลงหอมแก้มนวลปลั่งนั้นอย่างคิดถึงเหลือแสน เขาดีใจที่ได้นางกลับคืนมา เขาคิดว่านางคงยังมิมีบุรุษใดมากล้ำกลายคืนนี้เขาเห็นนางนอนในห้องเล็กๆนั้นโดยมีซื่อหลันนอนในห้องเดียวกัน และเขาให้คนไปสืบมาว่าเจ้าของร้านเป็นผู้ใดกันจนรู้ว่าคือหยางลี่ผิงเขาจึงรู้ว่านางจิ้งจอกร้ายนี่หลอกลวงเขาอย่างหน้าตายว่าไม่รู้ว่าอิงฮัวไปที่ใด นางซ่อนอิงฮัวเอาไว้จากเขาอย่างมิดชิดหากเขาไม่ให้คนตามเฝ้าเหลียวจงฝานจนได้รู้ความจริงก็จะหานางไม่เจออีกนาน เพราะนางไม่ยอมออกจากร้านแห่งนี้เลย ใบหน้าคมซุกไซร์ซอกคอหอมกรุ่นแล้วไล้เลียใบหูเล็กๆนั้นอย่างมันเขี้ยว แล้วยกตัวนางขึ้นถอดชุดนอนของนางออกจนพ้นตัวหมดไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายนางแม้เพียงชิ้นเดียวเขาสำรวจร่างกายอวบอิ่มนั้นว่ามีใครมากล้ำกลายร่างอวบที่เป็นของเขานี้หรือไม่ นิ้วแกร่งสอดเข้าไปในรอยแยกของร่องอวบว่ามันยังคงคับแน่นอยู่หรือไม่ เขาพบว่านิ้วแกร่งของเขาสอดเข้าไปได้ยากยิ่งเหมือนมันไม่ได้มีอะไรเข้าไปกล้ำกรายมานานแล้ว คงจะมีเพียงเขาผู้เดียวที่ยังเป็นเจ้าของมันอยู่เหมือนเดิม ร่างหนายิ้มอย่างพอใจ เขาอ้าปากดูดดึงผลอิงเถาสีชมพูเข้มนั้น ดูดมันเข้าไปจนแก้มตอบ ดูดดึงเล
หลินอิงฮัวตะลึงงันที่เห็นเหลียวจงฝาน นางอึกอักไม่รู้จะตอบคำถามเข้าเช่นไร“ ข้ามาทำงานน่ะ เพราะว่าข้าไม่ได้อยู่ที่จวนแม่ทัพเฉินอีกแล้ว ท่านก็รู้ข้าเป็นเด็กกำพร้าท่านแม่ทัพเขาอุปการะมาตั้งแต่เด็กแต่บัดนี้ข้าเติบโตแล้ว อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตนเองจึงออกมาทำงานอย่างที่ท่านเห็นนี่แหละ ”เหลียวจงฝานอึ้งไปที่นางบอกว่าต้องการทำงานเลี้ยงตนเอง และเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า“ แล้วเจ้าทำไมต้องมาเป็นลูกจ้างเขาเล่าเงินได้เพียงน้อยนิดเมื่อไหร่จะตั้งตัวได้กัน ทำงานทั้งชีวิตเจ้าก็ไม่มีเงินซื้อจวนหรือบ้านเล็กๆเป็นของตนเองหรอก ” อิงฮัวถอนหายใจน้อยๆ“ ท่านพูดเหมือนไม่รู้ว่าข้าไม่มีสมบัติใดติดตัวเลยจะเอาทุนที่ไหนมาทำการค้าเล่า แถมยังไม่ได้เก่งกาจขนาดนั้น ข้าไม่มีความรู้ว่าจะไปหาสิ่งของที่ไหนมาขาย ” เหลียวจงฝานรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า“ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็มาเป็นหุ้นส่วนกับข้าสิ ข้าออกทุนให้เจ้าและหาของมาเข้าร้านให้เจ้าด้วยเลย เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นบุตรชายคหบดีใหญ่ของเมืองนี้ ย่อมมีเงินทองและช่องทางหาสินค้าเข้าร้านให้เจ้าขายมากมายอยู่แล้ว แถมข้ายังมีตึกแถวมากมายหลายที่ให้เจ้าไปทำการค้าได้สบายเลือกได้เลยว่าอยากจะไปอยู่ที
จากนั้นเขาไปรอฟังข่าวที่จวน เมื่อถึงจวนสั่งให้ค้นทั่วทั้งเมืองว่ามีผู้ใดเห็นหญิงที่มีลักษณะเหมือนเมียเขาที่หายไปหรือไม่ จากนั้นเรียกทุกคนในจวนมาสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นว่ามีใครเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่ให้พูดออกมาให้หมดเผื่อสิ่งที่ลอดสายตานั้นอาจจะเป็นประโยชน์บ้างก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครเห็นอะไรนอกจากที่พ่อบ้านเหยาเล่าให้แม่ทัพเฉินฟังไปแล้ว เมื่อสอบถามบ่าวไพร่จนอ่อนใจแต่ไม่ได้ความคืบหน้าอะไร เขาหันหลังกลับเข้าไปในเรือนใหญ่ทรุดนั่งลงที่ในห้องโถงหน้าเรือน ในใจร้อนรุ่มกระวนกระวายเป็นที่สุด ห่วงเมียกลัวเกิดอันตรายขึ้นกับนาง และอีกอย่างกลัวมีบุรุษพานางหนีจากเขาไป ข้อนี้ยิ่งคิดขึ้นมาเขายิ่งโมโหอย่างมาก คิดจะมีชู้จะให้ชู้พาหนีหากเรื่องที่เขาคิดเป็นจริงจะจัดการให้หนักทั้งชายโฉดหญิงชั่วนั่น หลายวันผ่านไปก็ยังไร้วี่แววของนาง แม่ทัพเฉินกลุ้มใจอย่างมากแทบไม่เป็นอันทำอะไร งานราชการเขากลั้นใจทำไปตามหน้าที่ แต่เมื่อกลับจวนเขาเป็นดังเช่นนกปีกหัก อย่างนี้แล้วจะหาเมียที่ออกหน้าแล้วให้นางเป็นเมียลับอย่างนั้นหรือ ตอนนี้หากนางจะเป็นเมียออกนอกหน้าเขาก็ไม่สนใจคำผู้ใดแล้วหากได้นางกลับมาเขาจะยกย่องนางเป็นฮูหยินเพี
หลังจากแม่ทัพเฉินเสร็จราชการที่นอกเมืองก็รีบกลับจวนทันที ด้วยเขาเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของอิงฮัวเหมือนนางกำลังหลบหน้าเขา ตั้งแต่วันนั้นที่มีอะไรกัน เขายังไม่พบหน้านางเลย ให้บ่าวไปตามที่เรือนเล็กนางก็อ้างว่ามีเรื่องนั้นเรื่องนี้ต้องทำมากมายหากเสร็จงานแล้วจะไปหาเขาที่เรือนเอง แต่นางก็ไม่เคยมาเลยสักครั้งเดียว เขาไปหานางที่เรือนเล็กก็ไม่เคยพบนาง บางครั้งซื่อหลันบอกว่านางไปข้างนอกแต่ไม่ได้บอกว่าไปที่ไหน เขาก็คิดว่านางยังงอนเขาอยู่เรื่องที่ไม่อยากเปิดเผยว่าเขากับนางเป็นอะไรกัน จึงปล่อยให้นางเย็นลงก่อน แล้วเขาจะไปง้องอนนางเอง แต่หลายวันมาแล้วเขาพยายามชะเง้อคอมองว่านางจะเดินมาหาเขาที่เรือนหรือไม่ หรือมารอรับเขากลับจากราชการหรือไม่ หรือออกมาส่งเขาขึ้นรถม้าไปทำงานก็ไม่เคยเห็นเลยสักวันเขาหยุดอยู่จวนทั้งวันแต่นางก็ไม่อยู่อีก เขารู้สึกว่ามันแปลกๆจนทนต่อไปไม่ไหว วันนี้จะต้องพบนางให้ได้ให้มันรู้กันไปจะหลบหน้าผัวไปได้สักกี่น้ำกัน จะปราบพยศเด็กดื้อวันนี้ให้เข็ดไปเลยทีเดียว เขาคิดอย่างเข่นเขี้ยว อย่างไม่รู้ชะตากรรมตนเอง เมื่อแม่ทัพเฉินมาถึงจวน เมื่อลงจากรถม้าหน้าจวนเขาเดินเข้าไปในจวนพบพ่อบ้านเหยาท่ีหน้







