เข้าสู่ระบบเมื่อบิดาเรียกพบสองพี่น้องจึงรีบกล่าวลาสหายใหม่ แล้วเดินกลับกระโจมพร้อมกับผู้คุ้มกันทันที
“องค์ชายรอง องค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ!”
“อะ อืม”
“ใจลอยไปที่ใดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
สือป๋อเหวินสะกิดแขนสหายสูงศักดิ์ ให้สติคืนกลับสู่ความเป็นจริง เจอสตรีถูกใจทีไรเกิดอาการเหม่อลอยทุกที
“กลับเมืองหลวงข้าคงต้องเข้าไปบอกกล่าวเสด็จพ่ออย่างจริงจัง ข้าอยากแต่งพระชายาเอก”
“กระหม่อมคิดไว้แล้วไม่มีผิด ฉีเหม่ยหลันเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเอก หาใช่นางสนมอย่างที่ทรงกล่าวในคราแรก”
“ยิ่งได้พูดคุยด้วยข้ายิ่งถูกตาต้องใจเหลือเกิน นางยังไม่มีพันธะหมั้นหมายอีกทั้งคนผู้นั้นก็ปล่อยมือ ทำให้ข้ามีชัยไปมากกว่าครึ่ง”
ดวงตาคมปลาบหมายมาดตั้งใจ หากคนผู้นั้นไม่กลับมาลงแข่งขัน เขามั่นใจมากว่าไม่มีทางแพ้ผู้ใดอย่างแน่นอน อีกทั้งยังไม่คิดว่าเรื่องลับ ๆ ที่ตนปกปิดเอาไว้ จะมีผู้นำมาบอกกล่าวสตรีในดวงใจ
“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ หากพระองค์สมหวังกระหม่อมอาจจะมีโอกาส เพราะคนน้องว่าง่ายตามพี่สาว เฟิ่งเอ๋อร์ช่างน่ารักเหลือเกิน”
คนพูดยิ้มแย้มเต็มใบหน้าหล่อเหลาสมวัยหนุ่ม ดวงตาเปล่งประกายฉายชัดว่ามีความสุขมาก
“หึ หึ จัดการสตรีที่มาพัวพันเจ้าให้ดีเถิด หากไม่เด็ดขาดเกรงว่าฉีเฟยเฟิ่งจะเข้าใจผิด”
“กระหม่อมไม่มีสิ่งใดต้องแก้ต่าง หากมีสตรีเข้าหาแค่บอกกล่าวว่ามีคนที่พึงใจแล้วก็เท่านั้น พระองค์เล่าพ่ะย่ะค่ะจะจัดการสตรีในตำหนักอย่างไรดี”
สือป๋อเหวินย้อนถามกลับเสียงเครียด เพราะรู้ว่าในตำหนักองค์ชายรองมีผู้ใดรอคอยอยู่ สตรีผู้นั้นน่ารำคาญไม่ต่างจากบุตรีนายกองซูเลยสักนิด
“เฮ้อ! ตำแหน่งของข้าคงต้องปล่อยให้เป็นเช่นนั้น เสด็จพ่อเสด็จแม่ไม่ยอมให้สะสางอย่างแน่นอน”
เขาคาดหวังให้ฉีเหม่ยหลันเข้าใจข้อเท็จจริงข้อนี้ เขาเป็นบุรุษในราชวงศ์ย่อมไม่สามารถมีสตรีได้เพียงแค่หนึ่งคน
เมื่อแยกจากน้องสาวตรงทางเข้ากระโจม ฉีเหม่ยหลันจึงเดินไปพบบิดาที่กระโจมของท่าน ทว่าเมื่อเดินเข้าไปข้างในหมายพูดคุยกับบิดาตามคำสั่ง กลับเจอใครบางคนกำลังนั่งจิบน้ำชาอย่างสบายใจ
“เจ้ามาช้าบิดาของเจ้ารีบไปจัดเตรียมการประชุม อีกสักพักข้าก็ต้องตามไปเช่นกัน ข้าไม่ได้มีหน้าที่จัดเตรียมเลยอาสาอยู่รอบอกกล่าว”
คนที่กำลังนั่งจิบน้ำชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายใจ ริมฝีปากหยักแอบกดลึกไม่ให้ผู้มาใหม่มองเห็น
“ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ หากมีเรื่องด่วนประเดี๋ยวท่านพ่อคงเรียกพบอีกที”
วันนี้นางพบหน้าเขาหลายรอบมาก น้ำเสียงที่พยายามปรับให้สุขุมจึงเริ่มตึงขึ้นมาบ้างแล้ว หากไม่มีกิจธุระนางก็ไม่อยากพูดคุยด้วยหรอก
“องค์ชายรองมีคู่หมายแล้ว แต่สตรีผู้นั้นเป็นได้แค่พระชายารอง เพราะมีมารดาเป็นฮูหยินรอง”
“พระชายารอง!”
ที่ตกใจมากขนาดนี้เพราะไม่คาดคิดว่าบุรุษที่มีพระชายาอยู่แล้ว จะกล้าพูดจาเกี้ยวพาสตรีอื่นอย่างออกนอกหน้า
“อือ ฮองเฮาแต่งตั้งให้ลับ ๆ รอให้มีงานอภิเษกสมรสพระชายาเอกก่อนค่อยประกาศ ชาวเมืองเลยยังไม่รู้เรื่องนี้ สตรีผู้นั้นกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ อีกด้วย”
“ตั้งครรภ์แล้ว!”
น้ำเสียงตกใจมากกว่าเดิมเอ่ยแทรกขึ้น อายุขององค์ชายรองใกล้เคียงกับนาง ทว่าเขากำลังจะกลายเป็นบิดาของเด็กน้อย!
“ตกใจมากถึงเพียงนั้นเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของบุรุษในราชวงศ์อยู่แล้ว หลังพิธีสวมกวานพวกเขาก็พร้อมมีบุตรทันที”
“ขอบคุณที่บอกกล่าวเจ้าค่ะ ข้าก็คิดเช่นกันว่าบุรุษเพียบพร้อมถึงเพียงนั้นคงมีสตรีรอท่าอยู่บ้าง”
คนพูดก้มหน้าลงเพื่อหลบซ่อนสายตาผิดหวัง ต้องยอมรับว่าการพบและพูดคุยกับสหายใหม่ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้นางผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในหัวใจได้อย่างประหลาด
“เสียใจ?”
คนถามขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น พร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโต ซึ่งยามนี้กะพริบขึ้นลงถี่รัวคล้ายคนกำลังจะร้องไห้
“นิดหน่อยเจ้าค่ะ แค่คิดว่าอุตส่าห์เจอคนพูดคุยถูกคอกันแล้วเชียว แต่หลังจากนี้คงต้องเว้นระยะห่าง”
“เป็นเด็กเป็นเล็กอยากรีบออกเรือนถึงเพียงนั้น”
ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองคนตัวเล็กเขม็ง แต่อีกฝ่ายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เลยไม่รู้ว่าถูกญาติผู้ใหญ่มองด้วยสายตาที่แปลกไป
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกเจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะอยากรีบกลับไปพักผ่อน”
ไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผลให้คนที่เป็นต้นเหตุฟัง จึงกล่าวตัดบทไปทั้งอย่างนั้น
……………………………….
วันเวลาผ่านไปอีกสองสัปดาห์ เรื่องราวในฐานก่อสร้างยังคงหมุนเวียนเฉกเช่นเดิมทุก ๆ วัน
ทุกคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างล้นหลาม เรียกได้ว่างานล้นมือกันทุกคน
ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้คุ้มกันของแต่ละจวน ที่ต้องแบ่งกำลังคนไปช่วยเหลืองานด้านการก่อสร้าง เพราะกำลังทหารหลายนายล้มป่วยอย่างไม่รู้สาเหตุ หมอประจำฐานทำงานหนักจนเกือบจะล้มป่วยเสียเอง
ฉีเหม่ยหลันวิ่งวุ่นอยู่ในโรงครัวตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แทบไม่มีเวลาพูดคุยกับบิดาและคนอื่น ๆ ยิ่งกับคนผู้นั้นยิ่งแทบไม่ได้เจอหน้ากัน
หลังจากเสร็จงานในแต่ละวัน ก็รีบกลับเข้าไปพักในกระโจมและหลับเป็นตายด้วยความเหนื่อยล้า
แบบก่อสร้างของนางได้รับเลือกจากเสนาบดีกรมโยธาและคนอื่น ๆ ในที่ประชุม จึงพอเบาใจเรื่องความปลอดภัย เลยอุทิศตนช่วยเหลืองานในโรงครัวเป็นส่วนใหญ่
ดวงหน้าขาวใสมักจะแต่งแต้มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลตามขมับและปลายจมูกโด่งรั้น เกิดเป็นภาพงดงามน่าหลงใหลยิ่งกว่าสตรีบางคนที่ผัดหน้าเสียขาวนวล
บุรุษในฐานก่อสร้างต่างมีความสุขทุกครั้ง เมื่อถึงช่วงเวลาพักรับประทานอาหาร เพราะพวกเขามีอาหารตาให้จ้องมองอย่างอิ่มหนำ
ช่วงใกล้มื้ออาหารเที่ยงของวันหนึ่ง ฉีเหม่ยหลันรู้สึกปวดท้องอยากปลดทุกข์ในช่วงเวลาเร่งรีบ
ครั้นมองไปยังน้องสาวกับสาวใช้ข้างกาย ก็เห็นว่าทั้งสองกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารมื้อกลางวันไม่ต่างจากคนอื่น ๆ นางจึงแอบเดินออกไปทางด้านหลังโรงครัวเพียงลำพัง
ผู้คุ้มกันที่เหลืออยู่หนึ่งคน รีบเดินตามไปดูแลความปลอดภัยทันที แต่เสียงหวานสั่งห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน
“ข้าจะไปทำธุระของสตรีเจ้าค่ะ ท่านรออยู่แถวนี้เถิดหากตามไปด้วยคงทำธุระไม่เสร็จพอดี”
“อ้อ ก็ได้ขอรับ”
ผู้คุ้มกันเข้าใจในคำกล่าวดี เพราะคุณหนูใหญ่มักจะบอกกล่าวเช่นนี้ยามต้องการปลดทุกข์หนัก
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







