แชร์

บทที่ 4 อบอุ่นใจ

ผู้เขียน: จิน 金钱
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-04 00:48:28

ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผัน

          เฉินอี้ยังคงยืนอยู่ข้างๆ เธอ เขามองตามร่างของบิดาและแม่เลี้ยงของเธอจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองอวี้หนิง ใบหน้าของเขายังคงสุขุม แต่แววตาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย)

          “คุณไม่เป็นไรนะครับ?”

          เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้สติของอวี้หนิงกลับคืนมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็พยายามยิ้มให้

           “ไม่เป็นไรค่ะท่านนายพันเฉิน ขอบคุณนะคะที่ช่วยดิฉันเอาไว้”

          “คุณดูไม่ค่อยสบายใจนัก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความห่วงใย “เรื่องการหมั้นหมาย... คุณไม่เห็นด้วยหรือครับ?”

          อวี้หนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าจะพูดความจริงได้มากแค่ไหน แต่ก็ตัดสินใจที่จะเปิดใจบางส่วนกับเขา

           “ดิฉันไม่ต้องการหมั้นหมายกับใครทั้งนั้นค่ะท่านนายพันเฉิน ดิฉันอยากมีชีวิตของตัวเอง อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และถ้าฉันจะหมั้นหมายหรือแต่งงานกับใคร ฉันก็จะทำเพราะว่าฉันรักเขา ซึ่งนั่นแปลว่าเขาก็ต้องรักฉันด้วยค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความในใจ พร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปยังใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ เพื่อที่บอกให้เขารู้ถึงความนัยในสิ่งที่เธอเอ่ยออกมา

          “การเป็นนักแสดงคือความฝันของดิฉัน ดิฉันไม่อยากให้ใครมาบังคับให้ดิฉันทิ้งความฝันเพื่อผลประโยชน์ของคนอื่น”

          เฉินอี้ฟังเธออย่างตั้งใจ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งงัน แต่แววตาของเขาดูซับซ้อนขึ้น เขาเคยได้ยินเรื่องการถูกบังคับแต่งงานในครอบครัวชนชั้นสูงมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองเช่นนี้

           “ผมเข้าใจครับ ผมเองก็เหมือนกัน”เขาพูดเพียงแค่นั้น แต่คำพูดสั้นๆ นั้นกลับทำให้หัวใจของอวี้หนิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด “คุณยังไม่ได้ทานอาหารเช้าใช่ไหมครับ?”

          อวี้หนิงพยักหน้าเล็กน้อย ท้องของเธอเริ่มส่งเสียงร้องเบาๆ อีกครั้ง

           “งั้นก็ถือว่าโชคดี” เขากล่าว ก่อนจะเดินนำไปยังรถจี๊ปที่จอดอยู่ “ผมจะไปส่งคุณที่โรงอาหารของค่าย เราไปทานข้าวเช้ากันก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวผมค่อยไปส่งคุณ”

          อวี้หนิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอคิดว่าเขาจะขับรถไปส่งเธอที่ปากทางเข้าค่ายเท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะพาเธอไปโรงอาหารด้วยตัวเอง การกระทำของเขาแตกต่างจากในชาติที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

          “แต่ว่า... ดิฉัน... ไม่รบกวนท่านนายพันหรือคะ?”

           “ไม่รบกวนหรอกครับ อีกอย่าง ผมเองก็ยังไม่ได้ทาน” เขาไม่ได้มองเธอโดยตรง แต่คำพูดนั้นทำให้เธอรู้สึกถึงน้ำใจ “คุณแม่ของผมเคยบอกว่าการอดอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ”

          อวี้หนิงรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก การที่เขาพูดถึง

แม่ของเขา ทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเริ่มเปิดเผยเรื่องส่วนตัวกับเธอมากขึ้น เธอจำได้ว่าในชาติที่แล้ว เขาแทบไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

          เธอตัดสินใจที่จะเชื่อใจเขา และก้าวขึ้นไปนั่งในรถจี๊ป เฉินอี้ปิดประตูรถให้เบาๆ ก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับ เสียงเครื่องยนต์สตาร์ทติด ก่อนที่รถจี๊ปจะค่อยๆ แล่นออกไปมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารของค่าย อวี้หนิงหันไปมองกำไลหยกที่ข้อมืออีกครั้ง แสงเรืองรองจางๆ ของมันดูเหมือนจะบอกว่า การย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ กำลังนำพาเธอไปสู่เส้นทางที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

          อวี้หนิงนั่งเงียบๆ ข้างเฉินอี้ มองทิวทัศน์สองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้และอาคารทหาร ท่ามกลางความเงียบนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความประหม่าอีกต่อไป แต่เป็นความหิวที่เริ่มก่อกวน

          หญิงสาวเพิ่งลงจากรถไฟเมื่อเช้าตรู่ และรีบเดินทางมายังค่ายทหารแห่งนี้โดยยังไม่ได้แตะอาหารเช้าเลยแม้แต่น้อย ท้องของเธอจึงเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ แต่เธอก็พยายามข่มมันไว้ ไม่อยากให้เฉินอี้ได้ยิน

          ในตอนนี้เฉินอี้ขับรถด้วยท่าทางสุขุมนิ่งงัน แขนซ้ายวางอยู่บนพวงมาลัย ส่วนแขนขวาวางพาดอยู่ที่เบาะข้างๆ ใบหน้าคมคายของเขามองตรงไปยังถนนเบื้องหน้า ไม่ได้หันมามองเธอเลยแม้แต่น้อย อวี้หนิงแอบเหลือบมองเขาเป็นครั้งคราว แอบชื่นชมในความสง่างามและมาดมั่นของเขา

ทว่าจู่ๆ เสียง "โครกคราก" ดังขึ้นอย่างชัดเจนในความเงียบ อวี้หนิงสะดุ้งเฮือก หน้าแดงก่ำ หญิงสาวรีบเอามือกุมท้องตัวเองไว้แน่นด้วยความอับอาย

          เฉินอี้หันมามองอวี้หนิง ดวงตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปที่มือของเธอที่กุมท้องอยู่ มุมปากของเขาเผยยิ้มจางๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น "คุณคงจะหิวมากสินะ"

          "เอ่อ... คือว่า... ดิฉันยังไม่ได้ทานอาหารเช้าน่ะค่ะ"

          เฉินอี้นกลับไปมองถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง แต่รอยยิ้มจางๆ ยังคงปรากฏบนใบหน้า "คุณแม่ของผมเคยบอกว่าการอดอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ"

          "ค่ะ... ดิฉันก็ทราบดีค่ะ แต่เมื่อเช้ารีบไปหน่อยเลยไม่ได้ทาน"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 6 ว่าที่คู่หมั้น

    อวี้หนิงเงยหน้าขึ้นมองฟางซินเหยียนด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย เธอจะไม่ยอมให้ฟางซินเหยียนดูถูกเธอเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว ในขณะที่อวี้หนิงกำลังจะตอบโต้คำพูดของฟางซินเหยียน แต่มว่าจู่ๆ เสียงของแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังขึ้นมาอีก "คุณซินเหยียน! ผมตามหาคุณตั้งนาน ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่เอง" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาในชุดเครื่องแบบทหารที่ดูสะอาดสะอ้านและประณีตกว่านายทหารคนอื่น กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางมาดมั่น เขาคือ จางเหว่ย ลูกชายท่านรองผู้บัญชาการทหาร ว่าที่คู่หมั้นที่ถูกกำหนดมาให้อวี้หนิงในชาติภพก่อน และในชาตินี้ เขาคืออีกหนึ่งคนที่อวี้หนิงไม่ต้องการข้องเกี่ยวด้วยเลย จางเหว่ยไม่แม้แต่จะเหลือบมองอวี้หนิง เขามุ่งตรงไปหาฟางซินเหยียน ใบหน้าของเขาเผยรอยยิ้มเธอเล่ห์เมื่อมองฟางซินเหยียน แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเฉินอี้ที่นั่งอยู่กับอวี้หนิง มุมปากของเขาก็กระตุกเล็กน้อย "คุณซินเหยียนคงจะกำลังคุยธุระสำคัญอยู่สินะครับ" ฟางซินเหยียนหันไปยิ้มหวานให้จางเหว่ยทันที "จางเหว่ย! คุณมาทำอะไรที่นี่คะ? ไม่คิดว่าจะเจอคุ

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 5 ทานข้าวเช้าด้วยกัน

    เมื่อเดินเข้าไปในโรงอาหาร บรรยากาศก็เป็นไปอย่างเรียบง่าย มีนายทหารบางส่วนกำลังนั่งทานอาหารอยู่ อวี้หนิงรู้สึกถึงสายตาที่มองมาบ้าง แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร เฉินอี้เดินนำเธอไปยังมุมหนึ่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ "คุณอยากทานอะไร? ที่นี่มีโจ๊ก หมั่นโถว และผัดผัก" อวี้หนิงรู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก การที่เขาพาเธอมาทานอาหารด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่เธอไม่เคยได้รับในชาติที่แล้ว เธอคิดว่านี่คือโอกาสที่จะได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับเขา "โจ๊กก็ดีค่ะท่านนายพันเฉิน" เฉินอี้พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปตักอาหารมาให้เธอ เขาตักโจ๊กร้อนๆ พร้อมกับหมั่นโถว และผัดผักบางอย่างมาวางตรงหน้าเธอ "อร่อยดีครับอันนี้ ผมชอบทานบ่อย" อวี้หนิงมองอาหารตรงหน้า ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความตื้นตัน เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะได้ทานอาหารกับเขาในบรรยากาศแบบนี้ "ขอบคุณมากค่ะท่านนายพันเฉิน" เธอก้มหน้าลงทานโจ๊กอย่างช้าๆ รสชาติที่เรียบง่ายแต่ทว่ามันทำให้อบอุ่นหัวใจยังไงก็ไม่รู้ เฉินอี้นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ ทานอาหารของเขาไปอย่างเ

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 4 อบอุ่นใจ

    ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผัน เฉินอี้ยังคงยืนอยู่ข้างๆ เธอ เขามองตามร่างของบิดาและแม่เลี้ยงของเธอจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองอวี้หนิง ใบหน้าของเขายังคงสุขุม แต่แววตาดูอ่อนโยนลงเล็กน้อย) “คุณไม่เป็นไรนะครับ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้สติของอวี้หนิงกลับคืนมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็พยายามยิ้มให้ “ไม่เป็นไรค่ะท่านนายพันเฉิน ขอบคุณนะคะที่ช่วยดิฉันเอาไว้” “คุณดูไม่ค่อยสบายใจนัก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความห่วงใย “เรื่องการหมั้นหมาย... คุณไม่เห็นด้วยหรือครับ?” อวี้หนิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าจะพูดความจริงได้มากแค่ไหน แต่ก็ตัดสินใจที่จะเปิดใจบางส่วนกับเขา “ดิฉันไม่ต้องการหมั้นหมายกับใครทั้งนั้นค่ะท่านนายพันเฉิน ดิฉันอยากมีชีวิตของตัวเอง อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และถ้าฉันจะหมั้นหมายหรือแต่งงานกับใคร ฉันก็จะทำเพราะว่าฉันรักเขา ซึ่งนั่นแปลว่าเขาก็ต้องรักฉันด้วยค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความในใจ พร้อมกับสายตาที่จับจ้องไปยังใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ เพื่อที่บอกให้เขารู้ถึ

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 3 แม่เลี้ยงใจร้าย

    อวี้หนิงหันขวับไป ภาพที่เห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ฟางซูเหลียนแม่เลี้ยงของเธอกำลังเดินตรงมาหาด้วยท่าทางถมึงทึง ข้างกายเธอคือ ท่านนายพลไป๋บิดาของอวี้หนิง ใบหน้าของท่านเรียบเฉย แต่แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายอย่างเห็นได้ชัด น้าซูเหลียนเดินเข้ามาประชิดตัวเธอ พร้อมกับใช้สายตาจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ "นึกว่าหนีหายไปอยู่ไหน ที่แท้ก็มาเกาะแกะพวกทหารอยู่นี่นี้เอง แกไม่อับอายบ้างหรือไงยะ! ท่านนายพันเฉินคะ ดูสิคะ ลูกสาวคนนี้ของน้า ช่างไม่รู้จักระมัดระวังตัวเสียจริง" เฉินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองอวี้หนิงสลับกับคุณน้าซูเหลียน ดวงตาคมกริบกำลังประเมินสถานการณ์อย่างเงียบๆ พ่อของอวี้หนิงไม่พูดอะไร เพียงแต่ถอนหายใจ สายตาเลื่อนลอยไปที่อื่น อวี้หนิงพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ เธอรู้ว่าคุณน้าซูเหลียนคืออีกหนึ่งคนที่คอยบงการชีวิตเธอในชาติที่แล้ว "คุณน้าคะ หนูมาเยี่ยมเพื่อน ไม่ได้มาเกาะแกะใคร!" "ปากกล้า! แกมีหน้ามาเถียงฉันอีกหรือ? หรือว่าแกอยากจะเป็นขี้ปากชาวบ้านให้มากไปกว่านี้อีก!" คุณน้าซูเหลียนทำท่าจะยกมือขึ้นตบหน้าอวี้ห

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 2 มีพ่อก็เหมือนไม่มี

    หลังจากที่อวี้หนิงและหลี่เหมยฮวาขับรถจี๊ปเข้ามาในค่ายทหาร บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งทำให้ใจของอวี้หนิงกระตุกถี่ระรัวไปกับความทรงจำที่ตีตื้นขึ้นมา ภาพของเธอในชุดนักแสดงแต่งหน้าจัดจ้านที่ต้องมายืนอยู่ท่ามกลางนายทหารผู้เคร่งขรึม ภาพที่ถูกมองด้วยสายตาตำหนิจากคนรอบข้าง... มันยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ "ถึงแล้วจ้ะ!" หลี่เหมยฮวาจอดรถลงหน้าอาคารฝึกงานของนักศึกษาสื่อสารมวลชน อวี้หนิงลงจากรถ ก้าวเท้าลงบนพื้นดินแดงกรวดหยาบ สูดลมหายใจลึกๆ พยายามเรียกสติกลับมา "ขอบใจนะเหมยเหมย" เธอยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท "แล้วนี่เธอจะทำอะไรต่อ?" หลี่เหมยฮวา: "ฉันต้องไปรายงานตัวกับอาจารย์น่ะ แล้วก็จัดของในห้องพักนักศึกษาด้วย คืนนี้คงค้างที่นี่" เธอทำหน้ายู่เล็กน้อย "น่าเบื่อจังเลย ไม่อยากอยู่ค่ายทหารเลย" "ทนหน่อยสิ นี่มันโอกาสดีๆ ที่เธอจะได้ฝึกงานในหน่วยงานสำคัญนะ" เธอพยายามพูดให้กำลังใจ แม้ในใจจะรู้ดีว่าที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากเหยียบเข้ามาอีกแล้ว "นั่นสินะ... เอ่อ อวี้หนิง แล้วเธอจะกลับยังไง? ให้ฉันโทรเรียกแท็กซี่ให้ไหม?" "ไม่เป

  • นายพลเฉินเป็นของอวี้หนิง   บทที่ 1 พบกันอีกครั้ง

    ณ ค่ายทหารในชานเมืองเป่ยจิงยังคงเงียบสงบในยามสาย เสียงผู้คนพลุกพล่านน้อยกว่าในตัวเมือง มีเพียงเสียงนกหวีดที่ดังแว่วมาจากลานฝึกซ้อม และเสียงฝีเท้าของทหารที่เดินสวนกันไปมา อวี้หนิงยืนอยู่หน้าป้อมยามของค่ายทหาร เธอมาถึงที่นี่ก่อนเวลาเล็กน้อยตามที่นัดกับเหมยฮวาไว้ เพื่อนสนิทของเธอที่กำลังฝึกงานด้านสื่อสารมวลชนที่นี่ กลิ่นอายของดินปืนและระเบียบวินัยทางทหารทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ความทรงจำเกี่ยวกับค่ายทหารแห่งนี้ยังคงแจ่มชัดในสมอง เธอจำได้ว่าครั้งแรกที่มาที่นี่ในชาติที่แล้ว เธอรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นเพียงใด แต่ในชาตินี้... ความรู้สึกเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ทว่า ความคิดของเธอหยุดชะงัก เมื่อรถจี๊ปสีเขียวทหารคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า และนั่นมะนทำให้อวี้หนิงเบิกตากว้างขึ้นทันที ภาพของคนขับที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้า เขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันนั้น... เฉินอี้! หลี่เหมยฮวาลดกระจกลง พร้อมรอยยิ้มร่าเริงสดใส “อวี้หนิง! ทางนี้จ้ะ!” อวี้หนิงก้าวเข้าไปใกล้รถ พลางสำรวจใบหน้าของเฉินอี้ที่อยู่หลังพวงมาล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status