Masuk‘ช่วยตัวเองยังงั้นรึ’ หญิงสาวนึกประชดประชันคำพูดของสามีอยู่ในใจ เขาคงไม่รู้ว่านั่นคือสิ่งที่เธอแอบทำอยู่บ่อยๆ ลับหลังเขา นาวินคงไม่รู้ว่าเขาทำให้เธอต้องแอบพึ่งพากล้วยบ้าง แตงกวาบ้าง บางครั้งก็ลำนิ้วน้อยๆ ของตัวเอง พอให้อารมณ์อ้างว้างว้าเหว่ได้ทุเลาเบาบางลงชั่วครั้งชั่วคราว หากแต่ตัวเธอเท่านั้นที่รู้ว่าในความจริงแล้วมันก็ได้แค่ ‘แก้ขัด’ และก็มีหลายครั้งที่มันยิ่งทำให้อัดอั้นทรมานในอารมณ์ กระสันหายิ่งกว่าเก่า เพราะเธอต้องการมากกว่าจะเอานิ้วของตัวเองสอดใส่ เธอชอบสัมผัสปลุกเร้าของบุรุษเพศมากกว่า ชอบให้ร่างกายโดนกอดรัดแลกสัมผัสคลุกเคล้า ชอบที่ตัวเองโดนจูบไซ้ รู้สึกมีอารมณ์มากมายเมื่อได้แลกน้ำแลกเนื้อ กอดรัดกับร่างกายที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อกลิ่นกายของบุรุษเพศที่เธอปรารถนา ‘อยากมากก็ช่วยตัวเองไปก่อน’ นีรชานอนนิ่งนึกถึงคำพูดของคนเห็นแก่ตัว ครั้นแล้วหยาดน้ำตากลมเกลี้ยงก็กลิ้งลงอาบนวลแก้ม บางหยดหล่นกระทบผ้าปูที่นอนแล้วซึมวาบเป็นวงคราบเปียกชื้น
Lihat lebih banyak“ลึกมากมาร์ค… เธอจะฆ่าพี่หรือยังไง อ๊อยย”นีรชาท้วงเสียงอ่อน เพราะฤทธิ์เดชของอาวุธประจำกายซึ่งใหญ่โตเหลือเกิน ด้วยขนาดเท่าๆ ท่อนแขนของเธอนั่นเอง ที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ทันความแข็งแกร่งของน้องชายสามีทำเอานีรชาสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีก ริมฝีปากระริกสั่นสลับเผยออ้าในบางครั้ง สูดงับอากาศพะงาบๆ เหมือนปลาที่ลอยคอขึ้นมาสูดอากาศอยู่เหนือผิวน้ำเพื่อหายใจ“แน่นเหลือเกิน… มะ.. มาร์คจ๋า”น้ำเสียงอุทธรณ์ของหญิงสาวที่โดนแก่นกายของชายหนุ่มชำแรกเข้าไปในกายสาว กระเส่าสั่นปานจะขาดใจ ถ้าหากความเสียวสยิวสามารถฆ่าคนได้ ตอนนั้นนีรชาคงตายไปแล้ว“ของพี่คับแน่นดีเหลือเกิน… อูย ผมเสียวไปหมดแล้ว”มาร์คครางออกมาเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ“พี่ก็เสียวจ้ะ”บางครานีรชานึกอยากผลักไสปีศาจผู้น่าหลงใหลตนนี้ให้ออกไปจากชีวิตของเธอ แต่ในขณะเดียวก็อยากรั้งบั้นท้ายของเขาให้กระแทกกระทั้นเข้ามาจนลึกสุดลิ่มความแข็งแกร่ง ให้สาสมกับความคิดถึง ความอดอยากจนรวดร้าวทรมานกับอารมณ์ที่เธอต้องสะกดกลั้นความต้องการเอาไว้ แล้วแอบรอคอยว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้พบกับมาร์คอีกครั้ง… กระทั่งวันนี้“มันส์เหลือเกินพี่นีจ๋า… ผมไม่เคยเจอใครแบบพี่ ทั้งตอด
“ผมทนไม่ไหวแล้ว… คิดถึงพี่เหลือเกิน ที่ผ่านๆ มาผมพยายามโทรหาหลายครั้ง แต่พี่นีใจร้ายเหลือเกิน ไม่ยอมรับสายผมเลยสักครั้ง” มาร์คตัดพ้อเสียงเศร้า เขาไม่ได้โกหก หลังจากพยายามโทรติดต่อมาหลายครั้ง แต่นีรชาพยายามตัดใจไม่รับสายของเขา ทั้งที่เธอก็ทรมานใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็พยายามข่มความต้องการเอาไว้ บอกตัวเองให้ตั้งมั่นอยู่ในความเข้มแข็ง ท่องเอาไว้ทุกวันว่า ‘จะไม่เจอเขาอีก’ แม้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดที่จะเดินออกมาจากชีวิตของใครสักคนที่พลัดหลงเข้าไปมีความสัมพันธ์กันอย่างเร่าร้อน “มาร์ค… ไม่เอาแล้ว หยุดเถอะ เราอย่าสานต่อกันอีกเลย ให้มันจบๆ ไป พี่จะกลับละ” จู่ๆ นีรชาก็ทำท่าว่าจะเปลี่ยนใจ แม้จะเสียวซ่านและเป็นสุขกับสิ่งที่มาร์คกำลังทำให้ แต่ก็มีความเจ็บปวดเสียดแทงอยู่ลึกๆ ในอก เมื่อจู่ๆ ใบหน้าของนาวินผู้เป็นสามีก็ผุดวาบขึ้นมารบกวนจิตใจในบางขณะ “จะทรมานตัวเองอยู่ทำไม… จากวันนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไรเราสองคนจะมีโอกาสแบบนี้อีก” “ระหว่างเรามันควรจะจบลงไปตั้งแต่คืนนั้น… ปล่อยพี่ไปเถอะนะมาร์ค พี่ไม่ต้องการเธอแล้ว ได้โปรดออกไปจากชีวิตของพี่
บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินเงียบและมืดจนน่ากลัว ด้วยเป็นชั้นล่างสุด จึงไม่มีผู้คนพลุกพล่าน นานๆ ทีจึงจะมีรถสักคันแล่นเข้ามาจอดขณะกำลังกวาดสายตามองหาน้องชายของสามี จู่ๆ ร่างสูงใหญ่เจ้าของเงาที่ทอดทะมึนอยู่ข้างเหลี่ยมเสาคอนกรีตใกล้กับลิฟท์ ก็กระชากเอวของนีรชาเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลัง“ว้าย!”คนถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวอุทานออกมาด้วยความตกใจ ทว่าเพียงแค่เผยอริมฝีปากจะกรีดร้อง ก็มีอันต้องชะงักค้างเพราะมือใหญ่ของเขาที่เอื้อมมาปิดปากเธอเอาไว้เสียก่อน“อย่าเอ็ดไปพี่นี… นี่ผมเอง”ริมฝีปากกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดต้นคออย่างจงใจปลุกเร้าบอกให้รู้ว่าต้องเป็นเขาอย่างไม่ต้องสงสัย ทำเอาพี่สะใภ้ออกอาการขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“มาร์ค… จะ… จะทำอะไร”ตอนนั้นดูเหมือนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก นีรชามารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างของเธอถูกรวบรั้งเข้าไปหลบหลังเหลี่ยมเสาคอนกรีตต้นใหญ่เสียแล้ว “ให้ผมรักพี่นีนะครับ” เสียงของมาร์คกระเส่าสั่นไปด้วยความปรารถนา “หยุดเถอะ… ได้โปรด ปล่อยนะ” นีรชาพยายามเรียกร้องหาอิสรภาพ เหมือนรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ เมื่อมา
นาวินพร้อมด้วยนีรชาพากันเดินทางมาร่วมงานวิวาห์ญาติของนาวินซึ่งจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองหลวง และในงานนี้เองที่นีรชามีโอกาสได้พบหน้าน้องชายสามีผู้ซึ่งเคยสร้างความทรงจำเร่าร้อนฝากเอาไว้ในชีวิตของกันและกัน“สวัสดีครับพี่นี”ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มาร์คเป็นฝ่ายตรงเข้ามาทักทายพี่สะใภ้ ภายหลังจากยืนคุยกับพี่ชายของตัวเองอยู่ครู่สั้นๆวันนั้นมาร์คเดินทางมาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง เขาแนะนำกับทุกคนว่าเป็นแฟนของเขา“อ้าว… มาด้วยหรือมาร์ค”ด้วยหัวใจซึ่งเต้นแรง นีรชาหันมาทักทายชายหนุ่ม เธอไม่เคยลืมน้ำเสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เธอรู้ได้ในทันทีว่าต้องเป็นเขา และเมื่อหันมาก็พบว่าเป็นมาร์คจริงๆ“นี่… เชอร์รี่แฟนผมครับ”มาร์คหันไปแนะนำหญิงสาวข้างกาย“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”นีรชายิ้มทักทายอย่างมีไมตรี เธอไม่นึกแปลกใจที่มาร์คมีแฟน หนุ่มลูกครึ่งผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเร้าใจและรูปร่างสูงใหญ่สมชาชาตรีอย่างมาร์ค ใครๆ ก็อยากคบหาเป็นแฟน สาวน้อยคนนี้ก็เช่นกัน นีรชาเดาได้ว่าคงหลงลีลารักของมาร์คเหมือนอย่างที่เธอเคยได้ลิ้มลองมาแล้ว“พี่นีสบายดีนะครับ”“สบายดีจ้ะ… แล้วมาร์คล่ะ ทำการทำงานหรื
“ไม่ต้องครับ… รบกวนพี่นีเปล่าๆ ผมขึ้นรถเมล์ไปเองดีกว่านะครับ” “เจอกันตอนเย็นนะจ๊ะ พี่จะทำอาหารเย็นไว้ให้” ขณะที่มาร์คทำท่าว่าจะเดินออกมา นีรชาก้าวกลับเข้ามาในบ้าน เมื่อครู่สายตาทอดอาลัยของชายหนุ่มจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าของเธอ แต่หญิงสาวพยายามไม่สื่อสารความรู้สึกใดๆ
สำนึกในความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ทำให้นีรชาหัวใจเต้นแรง แขนและลำตัวข้างหนึ่งของเธอเบียดอยู่กับอกและหน้าท้องของชายหนุ่ม“เดี๋ยวพี่ไปนอนบนเตียงในห้องผมก่อนละกัน”เขาบอกโดยไม่ได้ถามถึงความสมัครใจของเธอแม้แต่น้อยนิด มาร์ครีบร้อนจนลืมนึกถึงเรื่องความเหมาะสมระหว่างหญิงชาย หากแต่นีรชาก็พอจะเข้าใจได้
เห็นดังนั้นมาร์ครีบปิดปากระริกสั่นของเธอเสียสนิทด้วยริมฝีปากของเขา เรียวลิ้นร้อนๆ ร้อยรัดดูดเลียกันพัลวัน อณูของความรักใคร่ซ่านผสมลงไปในกระแสความรู้สึกของคนทั้งสอง ขณะความเป็นชายชาตรีแข็งแกร่งของมาร์คบดเน้นลงไปกระตุกเต้นอยู่ในหลืบสวาทบีบรัดตุบๆ“ผมหลงรักพี่นีเข้าแล้วสิ”เสียงของชายหนุ่มบอกความลุ่มห
สายตาของนีรชาชำเลืองเข้าไปภายในห้อง แลเห็นตำราเล่มหนายังเปิดค้างเอาไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือที่ตั้งชิดผนังด้านที่ติดกับหน้าต่างโคมไฟสาดแสงสีเหลืองนวลทำให้ภายในห้องดูอบอุ่น หากแต่ร่างกายของนีรชากลับร้อนผ่าว เมื่อพบว่าตอนนั้นมาร์คนุ่งกางเกงกีฬาบางๆ อยู่ตัวเดียว เรือนกายท่อนบนเปลือยเปล่าเซ็กซี่สมชายชาตรี