บำเรอรักชนเผ่าลับ

บำเรอรักชนเผ่าลับ

last updateآخر تحديث : 2025-06-21
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
20فصول
1.2Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เมื่อพรหมจรรย์ของเธอหอมหวานเกินกว่าจะต้านไหว ลูกชายทั้งสามของหัวหน้าเผ่าจึงปรารถนาจะเสพสังวาสกับเธอเพื่อความแข็งแกร่ง

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่1...กลิ่นพรหมจรรย์

แสงแดดร้อนแรง แต่สายลมกลับหนาวยะเยือก ราวกับจะกรีดเนื้อ เฉือนหัวใจของสรรพสัตว์ให้แหลกลาน...

สายลมแรกในฤดูหนาวของปีนี้ หนาวจับจิตจับใจ แต่ต้นไม้และพืชนานาพันธุ์กลับเขียวสด ดอกไม้ป่าส่งกลิ่นหอมละมุนกำจายไปทั่ว

“ครบ 10 ปีแล้ว”

“พวกนั้นส่งสัญญาณมาแล้ว”

ความหวาดกลัวของคนในหมู่บ้านริมเขาก็เริ่มแผ่กระจายไปเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนแก่คนเฒ่าที่เชื่อตำนานลี้ลับเกี่ยวกับชนเผ่าลึกลับกลางหุบเขา คนป่าเถื่อนกายแกร่งเหมือนยักษา กำลังจะออกจากป่ามาเพื่อลักพาตัวหญิงสาวบริสุทธิ์ไปบูชายัญ

“อีกสิบหกวันก็จะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้ว พวกนั้นจะต้องออกมาหาหญิงพรหมจรรย์ไปทำพิธีแน่ ใครมีลูกมีหลานที่นมตั้งเต้าแตกพาน มีประจำเดือนแล้ว ก็ให้รีบจัดการซะ จะพาไปหลบที่อื่น หรือให้แต่งงานมีผัวก็รีบกันหน่อย”

หญิงสาวที่เข้าข่ายว่าพวกนั้นต้องการ ก็คือหญิงสาวบริสุทธิ์ ที่ยังมีพรหมจรรย์หอมหวาน เป็นวัยแรกแย้มที่มีประจำเดือนแล้วเท่านั้น

เพราะงั้น เด็กน้อยเด็กนิด ก็ถือว่ายังปลอดภัยอยู่ ก็เหมือนกับเธอเมื่อสิบปีที่แล้ว

สิบปีที่แล้ว...ตอนที่คนทั้งหมู่บ้านเกิดความหวาดกลัวต่อลมหนาวยะเยือกชวนขนลุก กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ไหลเอื่อยเข้ามาในหมู่บ้าน หมอกขาวหนาแน่นปกคลุมไปทั้งหุบเขาจนมองไม่เป็นท้องฟ้า

วันนั้น...ลดาละมัยอายุได้สิบเอ็ดขวบพอดี เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของผู้ใหญ่บ้าน ก็เลยไม่ต้องหลบไปอยู่ที่อื่นเหมือนกับพี่สาวอีกสองคน ที่อายุเกือบยี่สิบทั้งคู่

“เอายัยลดาไปด้วยสิแม่” พ่อคะยั้นคะยอแม่ให้หอบหิ้วลูกสาวคนเล็กไปด้วย

“ก็ว่าจะเอาไปนั่นแหละ”

“ไม่จำเป็นหรอกแม่ หนูยังไม่มีประจำเดือนซะหน่อย” ยัยเด็กรู้มาก แถมแก่นแก้วเกินวัย เป็นหัวโจกของเด็ก ๆ ทั้งหมู่บ้าน

“ถึงยังไม่มี แต่แกก็นมแตกพานแล้ว”

“โอ๊ยแม่ พูดอะไรอย่างนั้น หนูก็แค่อ้วน”

“อ้วนอะไรของแก แกแค่แตกเนื้อสาว”

“ไร้สาระ ไปเล่นน้ำตกดีกว่า”

“อย่าแก้ผ้าเล่นน้ำล่ะ”

“งั้นใส่แค่กางเกงในตัวเดียว”

“ยัยลดา!”

“แล้วใครใส่กางเกงในหลายตัวล่ะแม่ ฮ่าๆๆๆ”

“ไอ้เด็กทโมนนี่ เดี๋ยวเหอะ จะฟาดให้!”

เธอวิ่งหนีแม่ออกจากบ้านพร้อมเสียงหัวเราะสดใสกังวาน ทำตัวเหมือนเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้ความอะไรทั้งนั้น เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าร่างกายของเธอเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน

“จะแก้ผ้าอาบน้ำได้ไง” เพราะนอกจากนมจะตั้งเต้าแตกพานแล้ว เนินสงวนก็เริ่มมีไรขนอ่อนขึ้นแล้วด้วย

“เรื่องอะไรจะไป อุตส่าห์รอมาหลายปี”

เธอไม่ยอมไปกรุงเทพฯ แน่นอน...เพราะในใจนั้นอยากจะเห็นว่าคนป่าพวกนั้นมีจริงหรือไม่

คนป่าที่มาเยือนเธอในความฝันตั้งแต่วัยเยาว์...

ใช่แล้ว...ความจริงเธอฝันเห็นคนร่างยักษ์ที่มีรอยสักดำขาวทั้งตัว อุ้มพาเธอเดินเข้าไปในป่าดงดิบ ในกลีบเมฆหมอกสีดำ ย่ำอยู่ในความมืดหม่น แต่กลิ่นหอมรัญจวนชวนลุ่มหลง มาตั้งแต่เป็นเด็กน้อย

เธอไม่เคยเล่าความฝันประหลาดให้พ่อแม่หรือใครฟังเลย เพราะกลัวพ่อแม่จะวิตกกังวล จนไม่ยอมให้เธออาศัยอยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไป

ดังนั้น...วันนั้นเธอก็เลยตัดสินใจที่จะโกหกเรื่องประจำเดือน แล้วซ่อนมันไว้จากแม่ให้มิดชิดที่สุด เพื่อจะได้อยู่รอพวกเขา...

และในคืนพระจันทร์เต็มดวงของปีนั้น คืนที่หมอกขาวเต็มฟ้า กลิ่นดอกไม้ป่าอาบคลุมจนผู้คนเริ่มหลับใหลไปพร้อมกับกลิ่นพวกนั้น...

เธอก็ได้เห็นบางอย่างเข้าจริง ๆ นั่นแหละ !

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
20 فصول
บทที่1...กลิ่นพรหมจรรย์
แสงแดดร้อนแรง แต่สายลมกลับหนาวยะเยือก ราวกับจะกรีดเนื้อ เฉือนหัวใจของสรรพสัตว์ให้แหลกลาน...สายลมแรกในฤดูหนาวของปีนี้ หนาวจับจิตจับใจ แต่ต้นไม้และพืชนานาพันธุ์กลับเขียวสด ดอกไม้ป่าส่งกลิ่นหอมละมุนกำจายไปทั่ว“ครบ 10 ปีแล้ว”“พวกนั้นส่งสัญญาณมาแล้ว”ความหวาดกลัวของคนในหมู่บ้านริมเขาก็เริ่มแผ่กระจายไปเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนแก่คนเฒ่าที่เชื่อตำนานลี้ลับเกี่ยวกับชนเผ่าลึกลับกลางหุบเขา คนป่าเถื่อนกายแกร่งเหมือนยักษา กำลังจะออกจากป่ามาเพื่อลักพาตัวหญิงสาวบริสุทธิ์ไปบูชายัญ“อีกสิบหกวันก็จะถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงแล้ว พวกนั้นจะต้องออกมาหาหญิงพรหมจรรย์ไปทำพิธีแน่ ใครมีลูกมีหลานที่นมตั้งเต้าแตกพาน มีประจำเดือนแล้ว ก็ให้รีบจัดการซะ จะพาไปหลบที่อื่น หรือให้แต่งงานมีผัวก็รีบกันหน่อย”หญิงสาวที่เข้าข่ายว่าพวกนั้นต้องการ ก็คือหญิงสาวบริสุทธิ์ ที่ยังมีพรหมจรรย์หอมหวาน เป็นวัยแรกแย้มที่มีประจำเดือนแล้วเท่านั้นเพราะงั้น เด็กน้อยเด็กนิด ก็ถือว่ายังปลอดภัยอยู่ ก็เหมือนกับเธอเมื่อสิบปีที่แล้วสิบปีที่แล้ว...ตอนที่คนทั้งหมู่บ้านเกิดความหวาดกลัวต่อลมหนาวยะเยือกชวนขนลุก กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่ไหลเอื่อยเข้ามาใ
اقرأ المزيد
บทที่2...สัมผัสรัญจวน
ในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่หนาวเหน็บ ทว่า สีของดวงจันทร์นั้นคลับคล้ายเหมือนสีเลือดไม่มีผิด...ยามที่กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าส่งกลิ่นรุนแรง หมอกขาวลอยเอื่อยในทุกอณูทุกบ้านต่างพากันดับไฟ ดับทุกสรรพแสง แล้วซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม นอนกอดกันด้วยความหวาดกลัว ภาวนาให้ทุกคนปลอดภัยจากคำสาปของชนเผ่าแต่ในคืนอันน่าสยองนั้น เด็กหญิงลดาละมัยกลับนั่งมองหน้าต่างด้วยความอยากรู้อยากเห็น กวาดสายตาไปทั่วในความขาวหม่นของสายหมอกประหลาดที่ปกคลุมไปทั้งหมู่บ้าน“ฮ่าววว...” สาวน้อยหาวจนปากแทบฉีก ทนถ่างตารอจนเกือบจะเที่ยงคืนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีคนป่าร่างยักษ์โผล่มาสักคน“ที่แท้ก็แค่...เรื่องโกหก” ความง่วงทำให้เธอเผลอหลับอยู่ตรงหน้าต่างนั่นเอง...“อืมม...” ในห้วงเวลาระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น เธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองเธออยู่ สายตาดุดันเลือดเย็นและลมหายใจร้อนเหมือนไฟ รดรินอยู่บนผิวกายของเธอ“อ่า...” ดวงตากลมโตค่อย ๆ เปิดขึ้นมองเจ้าของลมหายใจชวนชนลุกนั่น...“โอวว...” เธอสบตากับเขาเข้าอย่างจัง...ชายร่างสูงใหญ่เกือบสองร้อยเซ็นติเมตร ผู้มีดวงตาดุดันดั่งเสือ ใบหน้าคมคร้ามถูกวาดลวดลายด้วยสีขาว ผมผ้าวยาวรกรุงรั
اقرأ المزيد
บทที่3...เหมือนเป็นคำสาป
“อะ...” ดวงตากลมโตเหลือกโปนด้วยความใจ ไม่ใช่เพราะโดนเจ้าดวงตาไฟมันกัดกินหรอกนะแต่เพราะเจ้าดวงตาเสือมันก้มลงจูบดมลำคอของเธอราวกับอสรพิษกระหายเลือด“อือออ...” เธอตกใจตัวแข็งค้าง รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกอนาคอนด้ากลืนทีละน้อย...หากนี่คือความฝัน มันก็เหมือนจริงเกินไป...เพราะลมหายใจของพวกเขามันรุนแรงยิ่งกว่าสายลมในคืนวิปโยคนี้เสียอีก“อื้อ” เธอหลับตาปี๋ รู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง ยามริมฝีปากร้อนเลื่อนไล้ขึ้นมาจนเกือบจะถึงเนินสาวใต้กางเกงตัวน้อย “อย่านะ...อย่าฆ่าฉันเลย”แต่ไม่ทันที่ผู้บุกรุกจะถึงจุดหมายปลายทาง อยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าม้านับไม่ถ้วนดังมาแต่ไกล ก่อนจะเป็นเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง...แล้วทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงัด“หืม?”พอเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าพวกเขาหายไปแล้ว หายไปเหมือนวิญญาณหรือสายลมเบาบาง ทิ้งเอาไว้ก็เพียงแค่ก้อนหินประหลาดก้อนหนึ่งเท่านั้นก้อนหินสีดำที่เธอนำไปทำเป็นจี้ห้อยคอ และแขวนมันไว้กับตัวมาสิบปีแล้วด้วยสงสัยใคร่รู้ว่ามันจะมีอนุภาพอย่างไร หรือไม่ก้อนหินที่เป็นพยานหลักฐานการมีอยู่ของพวกเขา...วิญญาณอมตะในแสงจันทร์“อืมม...ก็เป็นแค่หินธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะมีพลังอะไรเลย ไม่ได
اقرأ المزيد
บทที่4...ฉันมีเนื้อคู่3คน?
“เนื้อคู่ของหนูมี 3 คนนะ”“ว๊าว 3 คนเลยเหรอคะ” เธอล่ะตลก มองไม่เห็นว่ามันจะเป็นไปได้ “แสดงว่าหนูก็มีตั้ง 3ช๊อยน่ะสิ งั้นหนูจะเลือกใครก็ได้ใช่มั้ย”“เข้าใจผิดแล้ว หนูไม่มีสิทธิ์เลือกด้วยซ้ำ จากพื้นเพดวงชะตาของหนู...หนูเป็นผู้ถูกเลือกต่างหาก”“ถูกเลือก??? หมายถึงคลุมถุงชนหรือคะ คือยังไงคะ หนูไม่เข้าใจ”“ยายก็...ไม่เข้าใจเหมือนกัน”“อ้าว”“แต่ 3 คน ชัดมาก”“หมายถึงหนูจะแต่งงาน 3 ครั้งอย่างนั้นเหรอ?”“จากดวงชะตาของหนู...หนูจะไม่ได้แต่งงาน”“อ้าว อะไรกันเนี่ย??? มีเนื้อคู่ 3 คน แต่ไม่ได้แต่งงาน”เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ตอนที่เธอกับเพื่อนไปไหว้พระกันที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอยุธยา เธอได้เจอกับยายอายุเกือบ 100 ปีคนหนึ่งที่ประตูโบสถ์คุณยายท่านนั้นจับมือเธอแน่น จ้องมองเธอด้วยสายตาประหลาด แล้วพูดย้ำกับเธอหลายรอบมาก...“ฉันเนี่ยนะ...มีเนื้อคู่สามคน ตั้งแต่เกิดมาจนโตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่มีผู้ชายมาจีบแม้แต่คนเดียว ชิ! เนื้อคู่หรือศัตรูกันแน่...ทำไมมีแต่ศัตรู!”เมื่อรถเก๋งคันเล็กจอดสนิทที่หน้าบ้าน และสองเท้าเหยียบย่างลงบนแผ่นดินเกิดอีกครั้งลดาละมัยก็รู้สึกถึงอ้อมกอดของขุนเขาพญาไพร และเสียงกระซ
اقرأ المزيد
บทที่5...สาวบริสุทธิ์คือเครื่องสังเวย
“อะไรนะ?”“ฉันไม่พูดกับพี่แล้ว ไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้ลูกกินดีกว่า ฉันเองก็คิดถึงลูกเหมือนกัน ยัยวดีกับยัยอรุณตั้งแต่แต่งงานมีเย้ามีเรือนไป ก็แทบไม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเลย ทำเหมือนจำทางกลับบ้านไม่ได้ ตอนนี้ฉันเหลือยัยลดาคนเดียวแล้ว ต้องเอาใจหน่อย”สาทินีบ่นงึมงำก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน เพื่อจะทำอาหารสำหรับมื้อเย็นในวันนี้ ส่วนผู้ใหญ่บุญแสนก็ไม่รอให้เสียเวลา จะต้องไปคุยกับลูกสาวที่ห้องส่วนตัวของเจ้าหล่อนให้รู้เรื่อง“พ่อบอกแล้วไง ว่าถ้ายังไม่แต่งงานมีผัวก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้าน” ผู้ใหญ่บุญแสนหน้าหงิกหน้างอ หายใจฟึดฟัดขัดเคืองในอารมณ์“พ่อยังกลัวเรื่องนั้นอยู่เหรอ?”สีหน้าของผู้ใหญ่บุญแสนบอกว่าใช่ แต่เรื่องอะไรจะยอมรับว่ากลัวจนขี้ขึ้นสมอง“ไม่ได้กลัวโว๊ย แต่ก็...ไม่ได้ลบหลู่ป่าเขา ถ้าเราจะป้องกันไว้สักหน่อย ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร”“แต่หนูคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อกับแม่มากๆ เลย”“ไม่ต้องมาอ้อน ถ้าแกอยากกลับมาอยู่บ้าน งั้นแกก็แต่งงานสิ เอามั้ยล่ะ ลูกชายกำนันเผด็จน่ะ มันชอบแกมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไอ้ผาภูมิ ตอนนี้มันก็ยังรอแกอยู่”“พอเถอะพ่อ นี่มันสมัยไหนแล้ว หยุดคิดเรื่องจับคู่ให้หนูเลย ไม่เอาเด็ดขาด”“
اقرأ المزيد
บทที่6...ค่ำคืนอันวาบหวาม
"ก็นังชะเอม ลูกสาวยัยผกาไง""โอ๊ยพ่อ พี่เอมเค้าไปเป็นผีน้อยอยู่ที่เกาหลีโน่น เค้าแค่ไม่ติดต่อทางบ้าน""ไหนล่ะหลักฐาน เอามาซิ""ก็บอกแล้วไง เค้าไปแอบทำงาน ก็เลย...""พอ ๆ รีบหาผัวซะ หรือไม่ก็...กลับกรุงเทพฯ ไปเลย""ไร้สาระน่ะพ่อ หนูจะฝึกงานที่โรงพยาบาลที่นี่ เรื่องอะไรจะไป ผอ.โรงพยาบาลตอบรับแล้วด้วย"“อะไรนะ! นี่แกจะจมปรักอยู่ที่ป่าที่เขาจริงรึ พ่ออุตส่าห์ส่งแกไปเรียนถึงกรุงเทพฯ แทนที่จะใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายที่โน่น แต่กลับพาตัวมาอยู่บ้านป่า”“เพราะหนูรู้ไงคะ ว่าอยู่ที่ไหน แล้วมีความสุข หนูโตแล้วนะคะพ่อ ขอหนูเลือกชีวิตของหนูเอง”และขอเลือกผู้ชายที่เธอจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิต ด้วยตัวเธอเองด้วย...“ทำไมตอนนั้น...พวกเขาไม่เอาเธอไปนะ?”สิบปีมานี้ แม้เธอจะไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนไหนเลย แต่กลับรู้สึกเหมือนเสียตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า...โดยเฉพาะในคืนพระจันทร์เต็มดวง ยามค่ำคืนถูกอาบไปด้วยแสงจันทร์กระจ่าง ความฝันอันหวามหวานสะกดอารมณ์และความรู้สึกให้จมดิ่งลงไปในความรัญจวนชวนลุ่มหลงอันลึกลับ“อ่า...” ร่างกายของเธอเร่าร้อนในทุกอณู โดยเฉพาะเนินสวาทแสนบริสุทธิ์ พรหมจรรย์สดสาวในช่องรักราวกับโดนไฟเผา“อืออ
اقرأ المزيد
บทที่7...กายงามในลำธารอุ่น
“อือ...มันเป็นแค่ความฝัน”ถึงร่างกายของเธอจะรู้สึกถึงรสสวาทอย่างแรงกล้า แต่เธอก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ความฝันในวัยแรกแย้ม ที่ชโลมหัวใจของเด็กสาวให้ปรารถนาถึงความเป็นชายเธอคงไม่อาจฝืนธรรมชาติของร่างกายนั่นล่ะ ร่างกายที่กำลังโหยหาและร่ำร้องถึงการร่วมรัก“ถ้าเรารักใครสักคนก็คงดี”หากหัวใจของเธอได้เรียนรู้ที่จะรักใครได้สักคน บางทีเธออาจจะเลิกรอคอยใครบางคน และเลิกเฝ้ารอให้วันพระจันทร์สีเลือดมาถึง...“อีก 3 วันเท่านั้น!”ลดาละมัยพึมพำกับตัวเอง ขณะถอดเสื้อผ้าออกจากกายจนหมด เดินเปลือยเปล่าล่อนจ้อนลงไปในแอ่งน้ำใต้เพิงถ้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ลับกลางหุบเขาใกล้น้ำตกที่มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้จัก...เธอค้นพบเส้นทางเข้าสรวงสวรรค์แห่งนี้มาตั้งแต่สิบเอ็ดขวบแล้ว“อ่า...ดีจัง น้ำอุ่นชะมัดเลย” ร่างกายสวยงามสมสัดส่วนราวกับนางกินรีในวรรณคดีสองเต้ากลมโตอวดยอดถันสีชมพูระเรื่อ เนินสวาทอิ่มอูมแต้มไรขนอ่อนพองามแสนเย้ายวนสองขาขาวเรียว ตีน้ำแหวกว่ายวนเวียนในแอ่งน้ำอุ่นอย่างมีความสุข“อืมม...เวลายิ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว”เธอจับจี้หินสีนิลที่ห้อยคอไว้ตลอดเวลาด้วยแววตาสงสัยปนหวาดหวั่น ความรู้สึกในวิ
اقرأ المزيد
บทที่8...แก่นกายกำยำ
ผาภูมิยิ้มร้าย สายตาวาวโรจน์ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองโยนทิ้งบนแผ่นหิน แล้วสาวเท้าอย่างใจเย็น เดินเปลือยเปล่าล่อนจ้อน โชว์อาวุธคู่กายที่กำลังผงาดเพื่อล้มศัตรู ออกไปหยุดยืนเท่ ๆ ตรงริมธารน้ำ“รอพี่อยู่เหรอ?”“อะ...”เสียงทักทายจากข้างหลัง ทำให้ลดาละมัยตกใจจนชะงัก หันกลับมามองคนที่ยืนผงาดอยู่บนแท่นหินริมธารน้ำอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีใครอื่นหาสถานที่ลับแห่งนี้เจอ“พี่ผาเหรอ?”ผาภูมิยิ้มอย่างมั่นใจในความหล่อและความล่ำของตัวเอง...ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ได้เห็นไอ้จ้อนเจ็ดนิ้วของเขาแล้วไม่ตาถลน“ใช่ คนที่รอลดาอยู่ไง”ลดาละมัยจ้องมองเรือนกายกำยำแข็งแกร่งของเพื่อนรุ่นพี่สมัยเด็กด้วยสายตาร้ายไม่แพ้กัน...นี่ไม่ใช่ท่อนเนื้ออันแรกที่เธอได้เห็นหรอกนะ เพราะตอนเรียนพยาบาล เธอเคยเห็นมาบ้างแล้วล่ะ“คิดจะทำอะไรเหรอ?” เธอถามอย่างใจเย็น ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไรทั้งนั้น แม้รู้เต็มอกว่าจุดประสงค์ของผาภูมิไม่ใช่เรื่องดีต่อพรหมจรรย์ของเธอ“ทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ของพวกเราอยากให้ทำไง”เธอหรี่ตามองเขาอย่างขบขัน “พี่ผานี่เชื่อฟังพ่อแม่จัง เป็นเด็กดีตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ”“ก็ตั้งแต่ที่ลดากลับมาไง” เขาเอ่ยพลางสาวรู
اقرأ المزيد
บทที่9...เขาร้อน เธออุ่น
ผาภูมิเอ่ยพลางย่างเท้าขวาลงน้ำแล้วสะดุ้งสุดตัว ร้องลั่นพร้อมชักเท้ากลับ แต่ดันลื่นพรวดลงไปทั้งสองขาแล้วเต้นเหมือนเจ้าเข้า“โอ๊ยย! ร้อนฉิบหาย!!”ลดาละมัยถึงกับนิ่วหน้า มองชายหนุ่มขยับสองเท้าหนีห่างจากริมตลิ่งด้วยความแปลกใจ“โอ๊ย!!” เขาร้องไม่หยุด “ตีนพองหมดแล้ว ลดาลงไปอาบได้ไง น้ำร้อนอย่างกับหม้อต้ม!”เธอถึงกับงง “แค่อุ่น ๆ เองค่ะ ไม่เห็นจะร้อนเลย”ผาภูมิจ้องมองสายน้ำด้วยความหวาดหวั่นเกรงกลัว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะก้าวลงไปในกระทะทองแดงของนรกภูมิ“ร้อนนะ ร้อนจริง ๆ อูย เจ็บตีนเหมือนจะร้าวเลย พี่ว่าลดาขึ้นมาดีกว่า เดี๋ยวก็ไหม้หรอก”ลดาละมัยแอบคิด...ดูเหมือนความโชคร้ายจะมาเยือนผาภูมิแล้วสินะ“เฮ่อ...เห็นมั้ยคะ ลดาเตือนพี่ผาแล้ว ทำไมไม่ฟังฮึ ดื้อทำไม”“ลดาทนร้อนได้ไง โอยยพี่ร้อนฉิบ ไม่ไหวเลย ซี๊ดส์” ผาภูมิตัวแดงก่ำเหมือนโดนไฟเผา สองเท้าสั่นรัวเหมือนจะยืนไม่อยู่ “โอยไม่ไหวแล้ว แสบร้อนไปทั้งตัวเลย แสบเหมือนโดนไฟเผาเลยลดาจ๋า พี่กลับไปทายาดีกว่า ก่อนที่จะไหม้ไปทั้งตัว”ผาภูมิร้องโอดโอย เดินลากขากลับออกไปอย่างทุลักทุเล โดยไม่คิดจะหันกลับมามองหญิงสาวเลยสักนิดเดียว เพราะตอนนี้เขาต้องเอาชีวิตให
اقرأ المزيد
บทที่10...คืนพระจันทร์แดง
“คืนนี้แล้วสินะ!”เมื่อค่ำคืนพระจันทร์สีเลือดมาเยือน บุญแสนออกคำสั่งเด็ดขาดให้ลดาละมัยออกจากหมู่บ้านริมเขา แล้วไปพักนอนที่หอพักของโรงพยาบาลในตัวเมืองแทน เพื่อให้เธอปลอดภัยจากตำนานอาถรรพ์ของหมู่บ้าน ไม่กลายเป็นผู้ถูกเลือกของชนเผ่าลับเพราะลดาละมัยอยากให้บิดาตายใจ จึงทำตามคำสั่งแต่โดยดี คิดว่าจะแอบออกจากโรงพยาบาลก่อนเที่ยงคืนแล้วมุ่งตรงกลับไปที่หมู่บ้านทว่า...ห้องฉุกเฉินในค่ำคืนนี้กลับป่วนหนัก เมื่อพยาบาลเวรอีกสองคนท้องเสียพร้อมกัน ลดาละมัยก็เลยต้องทำหน้าที่แทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“อีกชั่วโมงเดียวก็เที่ยงคืนแล้ว”เธอเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เพื่อจะกลับไปพิสูจน์ความจริงที่รอคอย แต่ดูเหมือนชะตากรรมจะไม่ได้เข้าข้างเธอ “เฮ่อ...ในที่สุด...การรอคอยก็ไร้ความหมาย 10 ปีที่เราดูแลตัวเองอย่างดี ไม่ยอมชายตาแลใคร”ลดาละมัยสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้ว หากครั้งนี้ไม่ได้คำตอบที่ตามหา เธอจะเลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องชนเผ่าลึกลับนั่นซะที แล้วจะใช้ชีวิตโดยไม่ยืดติดกับเรื่องงมงาย ตั้งหน้าตั้งตาหาผู้ชายดี ๆสักคนมาเป็นผัว “อือ...สีของดวงจันทร์...โอว” เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่ ก็ได้เห
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status