Startseite / โรแมนติก / บ่วงรักรอยบาป [NC-20+] / เส้นทางสาวเสิร์ฟ!

Teilen

เส้นทางสาวเสิร์ฟ!

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 19:28:27

ในความเงียบที่โรยตัวปกคลุมห้องพัก ฟางเหลือบมองเงาตัวเองในกระจกบานเก่าที่ขอบเริ่มขึ้นสนิม ผิวพรรณของเธออาจจะดูจัดจ้านด้วยเครื่องสำอางราคาถูกจากตลาดนัด แต่มันก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายของดินโคลนและไอร้อนจากท้องไร่ท้องนาที่เคยอาบชโลมชีวิตเธอมาตั้งแต่เกิดได้ 

เธอเป็นเพียงเด็กสาววัยยี่สิบที่มีรอยแผลเป็นจาง ๆ บนฝ่ามือจากการตรากตรำช่วยงานที่บ้าน ร่องรอยที่ย้ำเตือนถึงความขัดสนจนแทบมองไม่เห็นทางไปต่อ

สำหรับฟาง "การศึกษา" ไม่ใช่แค่ใบปริญญา แต่มันคือตั๋วเครื่องบินลำเดียวที่จะพาทั้งครอบครัวหลุดพ้นจากวงจรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน เธอจึงตะเกียกตะกายทำทุกอย่างเพื่อหาเงินส่งเสียตัวเอง ยอมก้าวขาเข้าสู่งานสายอาชีพที่หมิ่นเหม่ต่อสายตาดูแคลนของผู้คน ยอมแลกศักดิ์ศรีกับเศษเงินเพื่อความอยู่รอด จนกลายเป็นคนนอกที่ไม่มีใครในรั้วมหาวิทยาลัยอยากเฉียดเข้าใกล้

ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยสายตาเย็นชา กลับมีเพียง "น้ำค้าง" เด็กสาวที่มาจากพื้นเพบ้านนอกและมีหัวใจที่เปราะบางไม่ต่างกันที่กล้าเดินเข้ามาหา

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปรียบเสมือนต้นไม้สองต้นที่เติบโตบนดินเลว แม้กิ่งก้านจะแผ่ไปคนละทิศทาง—คนหนึ่งดูอ่อนหวานและรักนวลสงวนตัว ส่วนอีกคนกลับดูโฉบเฉี่ยวและกร้านโลก—แต่ลึกลงไปใต้ดิน รากของพวกเธอกลับพันเกลียวร้อยรัดกันเพื่อพยุงไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งต้องโค่นล้มลง 

พวกเธอเรียนรู้ที่จะเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย น้ำค้างมอบความเข้าใจที่บริสุทธิ์ให้แก่ฟาง ในขณะที่ฟางพยายามทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังคอยปกป้องเพื่อนรักจากภัยอันตรายที่เธอมักจะมองไม่เห็น

ในค่ำคืนที่บอบช้ำนี้ อ้อมกอดของฟางที่รัดแน่นอยู่รอบตัวน้ำค้างจึงไม่ใช่แค่การปลอบโยน แต่มันคือการโอบอุ้มเศษเสี้ยวของโชคชะตาที่เหมือนกันเอาไว้ 

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของฟางอย่างแสนสาหัส เพราะเธอรู้ดีว่าคนเดียวในโลกที่ยอมรับตัวตนที่น่ารังเกียจของเธอได้... บัดนี้กำลังเจ็บปวดเพราะความปรารถนาดีที่ผิดเพี้ยนของเธอเอง

แดดสายที่แผดจ้าลงมายังลานหินอ่อนใต้ตึกคณะทำให้อากาศรอบตัวแห้งผาก น้ำค้างพยายามเพ่งมองตัวอักษรในตำราตรงหน้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียง "โครกคราก" ที่ประท้วงอยู่ในช่องท้อง แผ่นหลังของเธอเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ในขณะที่ลำคอแห้งผากจนกลืนน้ำลายลำบาก

“ไอ้น้ำ! อยู่นี่เอง กูเดินตามหาแทบแย่”

เสียงแหลมใสอันคุ้นเคยทำลายความเงียบระงับ น้ำค้างเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่ตัวเลขเริ่มพร่าเลือน เห็นฟางที่หอบจนตัวโยนก้าวเข้ามาหา กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันพริกเผาและกะเพราโชยมาแตะจมูกทันทีที่ถุงพลาสติกถูกวางลงบนม้านั่งหินอ่อนฝั่งตรงข้าม พร้อมกับแก้วชานมไข่มุกที่มีหยดน้ำเกาะพราวดูเย็นฉ่ำ

“กินซะ อดข้าวมันไม่ดีหรอก” ฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความแหลมลงเหลือเพียงความนุ่มนวลอย่างคนเป็นห่วง

น้ำค้างหลบสายตา มองดูกล่องโฟมที่ไอร้อนเริ่มจางหายไปเล็กน้อย “กูไม่หิว... ไม่เป็นไรหรอก”

“มึงไม่ต้องมาตอแหลกับกู” ฟางสวนกลับทันควัน แววตาของเธอเข้มขึ้นอย่างรู้ทัน “กูรู้ว่าเวลาหิวแล้วไม่ได้กินน่ะมันทรมานแค่ไหน ข้าวเช้ามึงก็กินแค่มาม่านะไอ้น้ำ... กูอุตส่าห์ซื้อมาให้ ถ้าไม่กินล่ะน่าดู”

มือของฟางจัดการแกะหนังยางดัง เปรี๊ยะ ก่อนจะเปิดฝากล่องโฟมออกเผยให้เห็นข้าวสวยร้อนๆ ที่มีกะเพราไก่สีเข้มเคียงข้างมากับไข่ดาวขอบเกรียมสไตล์ที่น้ำค้างชอบ เธอเลื่อนกล่องข้าวเข้าหาเพื่อนรัก พร้อมวางช้อนส้อมพลาสติกสีขาวลงบนกระดาษทิชชู่อย่างใส่ใจ

ฟางทอดสายตามองเพื่อนที่พยายามเข้มแข็งท่ามกลางความขัดสน แววตาที่เคยโฉบเฉี่ยวบัดนี้อ่อนโยนลงจนน้ำค้างสัมผัสได้ถึงความจริงใจ

“กูเป็นเพื่อนมึงนะ... และมึงก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของกู” ฟางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งขอร้อง แฝงไปด้วยความหนักแน่นในความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ร่วมฝ่าฟันกันมา “มึงไม่มีเงินกินข้าว มึงจะให้กูทนดูอยู่ได้ยังไงวะ”

คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กลับสั่นคลอนปราการความทะนงตนของน้ำค้างจนพังทลาย เธอส่งยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อน แววตาที่เคยหม่นเศร้าเริ่มมีความชื้นรื้นออกมา ก่อนที่ความกดดันทั้งหมดจะมลายกลายเป็นเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะแห่งความซาบซึ้ง

“ขอบใจมึงมากนะ... อีฟาง” น้ำค้างหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างจำนนต่อความหวังดีที่พุ่งเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัว เธอยอมรับความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เปรียบเสมือนครอบครัวเพียงคนเดียวในเมืองใหญ่แห่งนี้อย่างเต็มใจ

รสชาติเผ็ดร้อนของกะเพราที่สัมผัสปลายลิ้นดูจะจืดชืดไปถนัดตา เมื่อน้ำค้างเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนรักด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม เธอบรรจงตักข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกลืนก้อนความรู้สึกหนักอึ้งลงคอไปพร้อมกับคำขอบคุณที่ติดค้างอยู่ในใจมาแสนนาน

“กูขอโทษนะฟาง... ที่ทำให้มึงต้องคอยกังวลเรื่องกูอยู่เรื่อย” น้ำค้างพึมพำขณะที่ก้มลงมองกล่องข้าวในมือ

ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะหินอ่อนชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงจ้อนพลาสติกกระทบกล่องโฟมเบาๆ ก่อนที่น้ำค้างจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ คล้ายจะเรียกความกล้าครั้งสุดท้าย

เธอยกช้อนที่บรรจุข้าวพูนคำค้างไว้ในอากาศ ปลายนิ้วที่จับด้ามพลาสติกสั่นระริกเล็กน้อยอย่างคนกำลังตัดสินใจในเรื่องที่ใหญ่เกินตัว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงหน้า แววตาของเธอบัดนี้ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจเหลืออยู่ 

“กูอยากจะลองทำงาน... แบบเดียวกับมึงดูบ้าง”

คำพูดนั้นทำเอาฟางที่กำลังยกแก้วชานมขึ้นดื่มถึงกับชะงัก เธอวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก จนหยดน้ำกระเซ็นใส่หลังมือ ฟางถลึงตาจ้องหน้าเพื่อนรักราวกับจะค้นหาความจริงในแววตาคู่นั้น

“มึงไม่ต้องพูดเลยไอ้น้ำ!” ฟางโพล่งออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ “อย่างมึงน่ะ... ทำงานแบบนั้นไม่ได้หรอก”

“กูไม่ได้พูดเล่นนะฟาง กูพูดจริงๆ”

น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่หนักแน่นของน้ำค้างทำให้สีหน้าของฟางแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนน้ำค้างสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมฉุนกริบที่มักจะติดตัวเพื่อนกลับมาหลังเลิกงานเสมอ

“มึงไม่กลัวเหรอ?” ฟางถามด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า “ไม่กลัวคนอื่นเขามองมึงไม่ดี... เหมือนที่เขามองกูเหรอ?”

น้ำค้างวางช้อนลง แววตาของเธอไม่มีร่องรอยของความลังเลหลงเหลืออยู่ “ทำไมล่ะ? การเป็นเด็กเสิร์ฟในผับมันไม่ได้หมายความว่าเราจะทำตัวเสียหายที่ไหนนี่”

“นั่นมันแค่มึงมองไงน้ำ” ฟางแค่นยิ้มที่มุมปาก แฝงไปด้วยความขมขื่น “แต่คนอื่นเขาไม่ได้คิดแค่ว่าเราเป็นคนยกถาดน้ำถาดเหล้าหรอก... มึงก็รู้ว่ากูหมายถึงอะไร”

“แล้วมึงเป็นอย่างที่เขาว่ามั้ยล่ะ?”

คำถามย้อนศรที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นทำเอาฟางถึงกับนิ่งไป เธอจ้องมองใบหน้าของน้ำค้างที่ยังคงส่งยิ้มให้เธออย่างเข้าอกเข้าใจเสมอมา จนสุดท้ายฟางก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอกที่เพื่อนรักยังคงเป็น "กำแพง" ที่แข็งแกร่งที่สุดให้เธอเสมอ

“ว่าแต่มึงเถอะ... พอจะหาทางช่วยให้กูไปทำงานกับมึงได้มั้ย?” น้ำค้างย้ำด้วยสีหน้าที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ

ฟางถอนหายใจยาว พลางมองดูนิ้วมือของตัวเองที่ขยับไปมาอย่างใช้ความคิด 

“ไอ้ทางน่ะมันมีอยู่แล้วล่ะ... แต่กูถามมึงอีกครั้ง มึงแน่ใจแล้วเหรอ?”

น้ำค้างเม้มปากแน่น ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวราวกับได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว

“กูคิดมาระยะหนึ่งแล้ว... และกูก็ตัดสินใจจริงๆ ตอนนี้ล่ะ”

รสชาติเผ็ดร้อนของกะเพราที่เคยซ่านอยู่ในปากดูจะจางหายไป เหลือเพียงความหนักอึ้งของบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ น้ำค้างวางช้อนพลาสติกลงข้างกล่องโฟมที่ว่างเปล่า ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบตากับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“กูรู้สึกอิจฉามึงนะฟาง... ที่มึงไม่ต้องคอยแบมือขอเงินจากที่บ้านเลย” น้ำค้างเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเธอฉายความเลื่อมใสออกมาอย่างไม่ปิดบัง 

“มึงนี่แม่ง... โคตรแกร่งเลยว่ะ กูอยากเข้มแข็งให้ได้สักครึ่งหนึ่งของมึงบ้าง”

คำชมนั้นดูเหมือนจะพุ่งเข้ากระทบใจคนฟังอย่างจัง ฟางชะงักมือที่กำลังม้วนหลอดชานม แววตาที่เคยโฉบเฉี่ยววูบไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะแค่นยิ้มออกมา

“เฮ้ย... กูก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก” ฟางตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับจะขาดใจ สายตาของเธอหลุบต่ำลงมองดูหยดน้ำที่เกาะอยู่ข้างแก้วพลาสติก “...บางทีกูก็แอบร้องไห้เหมือนกันนะ”

ประโยคท้ายที่แผ่วเบานั้นทำให้น้ำค้างรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาถ่วงอยู่ในอก เธอสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวที่ฟางต้องแบกรับไว้ภายใต้หน้ากากของความกร้านโลก ก่อนที่ฟางจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง เธอส่งยิ้มเศร้าๆ ที่ดูเปราะบางแต่กลับแฝงด้วยความพยายามที่จะเข้มแข็งให้เพื่อนเห็น ราวกับจะบอกว่าไม่ว่ากำแพงชีวิตจะสูงเพียงใด เธอก็ยังพร้อมจะยืนหยัดอยู่ฝ่าฟันไปข้างหน้าเสมอ

น้ำค้างจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยความสะเทือนใจ เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อเพื่อรักษาบรรยากาศที่แสนเปราะบางนี้ไว้ 

มือเรียวหยิบแก้วชานมไข่มุกขึ้นมาดูดจนเกิดเสียงดัง กรอก! ของก้นแก้วที่ว่างเปล่า ก่อนจะรวบรวมกล่องโฟมและเศษขยะลงในถุงหิ้วอย่างเป็นระเบียบ

“จะบ่ายโมงแล้ว ไปกันเถอะ” 

น้ำค้างพลิกข้อมือดูหน้าปัดนาฬิกาเรือนเล็ก เธอหยัดกายลุกขึ้นพร้อมกับโยนถุงขยะลงในถังไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ อย่างแม่นยำ…

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status