Teilen

สีสันของราคะ!

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 19:27:26

พายุอารมณ์แห่งวันวานอันบริสุทธิ์มอดดับลง แทนที่ด้วยความสับสนและเหนื่อยล้าของชีวิตนักศึกษาต่างถิ่น กลิ่นน้ำหอมราคาถูกในห้องพักแคบๆ คละคลุ้งไปกับไอร้อนจากเครื่องปรับอากาศตัวเก่าที่ส่งเสียงครางเครือ

ปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง!

เสียงกำปั้นกระแทกไม้แผ่นบางของประตูหอพักดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนเข้ามาถึงโสตประสาทของน้ำค้างที่เพิ่งทิ้งร่างลงบนเตียงแข็งๆ เธอสะดุ้งตัวโยน ความเงียบสงบที่โหยหาถูกฉีกกระชากออกอย่างไม่ใยดี ร่างบางหยัดกายขึ้นด้วยอาการมึนเบลอ ก่อนจะลากเท้าไปที่ประตูอย่างเฉื่อยชา

“ทำไมมึงไม่ตอบกูวะ! เรียกอยู่หน้าหอตั้งนาน ต้องให้กูขึ้นมาตามถึงห้อง”

ทันทีที่สลักประตูดีดออก เสียงแหลมสูงของ ฟาง ก็พุ่งเข้าใส่หน้า น้ำค้างยืนกะพริบตาถี่ๆ มองเพื่อนสนิทร่วมคณะที่ยืนเท้าสะเอวหน้าบูดบึ้ง

“กูจะนอน... กูง่วง” น้ำค้างพึมพำตอบ เสียงของเธอแห้งผากไร้เรี่ยวแรงจะต่อความยาวสาวความยืด

“อะไรวะ! เพื่อนจะพาไปเลี้ยงแท้ๆ ดันมาเป็นยังงี้ มึงไม่ไปแล้วกูจะทำไง?”

“โธ่อีฟาง มึงก็ไปคนเดียวก็ได้นี่ไม่เห็นจะยากเลย” น้ำค้างถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือบางเก้าหัวที่ฟูยุ่งพลางหมุนตัวจะกลับไปทิ้งตัวลงที่ฟูกนอนที่ยังเหลือไออุ่นอยู่

“เดี๋ยไอ้น้ำ! วันนี้มึงรับปากกูแล้ว ห้ามเบี้ยว” ฟางพุ่งเข้าคว้าหมับที่ต้นแขน ออกแรงดึงรั้งไว้สุดตัวราวกับกลัวเหยื่อจะหลุดมือ “มึงจะไปชุดนี้ หรือจะเปลี่ยนชุด?”

น้ำค้างเหลียวมองชุดลำลองยับย่นที่สวมอยู่ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างยอมจำนน “เออๆ... เดี๋ยวกูเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

ฟางคลายมือออกพลางฉีกยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เธอขยับไปลากเก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือตรงปลายเตียงออกมานั่งไขว้ห้าง เฝ้ามองแผ่นหลังของเพื่อนรักที่เริ่มถอดอาภรณ์ออกทีละชิ้นอย่างอารมณ์ดี

“มึงนี่แม่ง... โคตรซ่อนรูปเลยว่ะอีน้ำ” ฟางเปรยขึ้น สายตาซุกซนไล่สำรวจสัดส่วนที่ปรากฏแก่สายตา แสงไฟจากหลอดนีออนสีขาวจัดจ้าอาบไล้ผิวพรรณนวลลออที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดนักศึกษาเฉิ่มๆ มาตลอดทั้งวัน

“สะโพกมึงนะ... โคตรสวย ใหญ่ ผาย งอนจนกูอิจฉาเลยว่ะ! เอ็กซ์ชะมัด” เพื่อนสาวรุกต่อด้วยถ้อยคำแก่นเซี้ยวตามประสา

น้ำค้างไม่ได้มีท่าทีขัดเขิน เธอหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ขึ้นมาพลางตวัดสายตามองเพื่อนอย่างล้อเลียน “ไม่ได้ใหญ่แค่สะโพกโว้ย... อย่างอื่นกูก็ใหญ่”

“เออ กูก็เห็นแล้ว! แม่ง... ฝ่ามือปิดไม่มิดเลยนะมึง” ฟางระเบิดเสียงหัวเราะคิกคักพลางทำท่าทำทางประกอบอย่างนึกสนุก

น้ำค้างสลัดความง่วงทิ้งไป บรรจงลากหวีผ่านเส้นผมยาวสลวยจนเข้าที่ ก่อนจะวางหวีลงบนโต๊ะเสียงดัง แต็ก เธอหันมาจ้องหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เริ่มมีความกรุ่นโกรธปนขี้เล่น

“ไปได้รึยัง?”

“ไปสิ!”

ฟางลุกพรวดขึ้นทันที สองสาวเดินออกจากห้องพักมุ่งหน้าสู่แสงสีที่รออยู่เบื้องหน้า 

รถมอเตอร์ไซค์สกูปี้ไอสีเปลือกมังคุดพ่นควันจางๆ ออกมา ก่อนจะดับเครื่องจอดสนิทลงในซองแคบๆ ของลานจอดรถ กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และไอร้อนจากท่อไอเสียลอยวนอยู่รอบตัวน้ำค้าง ขณะที่เธอก้าวขาลงจากรถ ความเงียบของลานจอดถูกรบกวนด้วยเสียงเบสทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนออกมาจากตัวอาคารเบื้องหน้า แม้มันจะแผ่วเบา แต่น้ำค้างกลับรู้สึกได้ถึงแรงสั่นที่สะท้อนผ่านพื้นรองเท้าผ้าใบขึ้นมาถึงกลางอก

สองเด็กสาวจูงมือกันเดินมุ่งหน้าไปยังประตูหนาหนักผืนใหญ่ ฟางกระชับมือนางเอกไว้แน่นราวกับกลัวความลังเลจะดึงเหนี่ยวน้ำค้างไว้

ครืด...

ทันทีที่บานประตูถูกผลักเปิดออก โลกทั้งใบที่น้ำค้างเคยรู้จักก็ถูกฉีกกระชากหายไปในพริบตา

คลื่นความร้อนระอุที่หอมอบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกริบพุ่งเข้าปะทะใบหน้า แสงไฟนีออนสลัวรางถูกขยี้ด้วยแสงเลเซอร์สีเขียวและแดงที่กวาดผ่านมวลอากาศคาวคลุ้งไปมาอย่างบ้าคลั่ง 

ภายในนั้นไม่มีทางแยกของกลางวันหรือกลางคืน มีเพียงจังหวะดนตรีสดที่กระหน่ำรัวจนโสตประสาทพร่าเลือน เสียงกลองชุดดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงกีตาร์ไฟฟ้าที่แผดกร้าว บีบคั้นให้อะดรีนาลีนในกายพุ่งพล่านอย่างไม่อาจขัดขืน

บนเวทีเตี้ยๆ นักร้องนำกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามท่วงทำนองที่รุ่มร้อน หยาดเหงื่อที่พราวอยู่บนผิวเนื้อสะท้อนแสงไฟวับววามดูยั่วยวน ฝูงชนเบื้องล่างเบียดเสียดเยียดยัดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ 

ร่างกายนับร้อยโยกคลึงเข้าหากันราวกับถูกร้อยรัดด้วยมนต์สะกด ความเย็นเยียบของเครื่องดื่มในแก้วทรงสูงที่พนักงานยกผ่านหน้าไป ตัดกับไอร้อนจากลมหายใจและผิวเนื้อที่สัมผัสกันในมวลมหาชน

น้ำค้างเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวผิดจังหวะเมื่อเห็นภาพเริงระบำที่เต็มไปด้วยตัณหาและกิเลสลอยละล่องอยู่ในอากาศ ทุกย่างก้าวที่เดินลึกเข้าไป 

ความขี้อายที่เคยสวมใส่มาตลอดชีวิตเริ่มถูกทำลายลงด้วยเสียงหัวเราะที่บาดหูและเสียงชนแก้วดัง เคร้ง ที่ย้ำเตือนว่า... ณ ที่แห่งนี้ ความบริสุทธิ์นวลตาของดอกพลับพลึงป่ากำลังจะถูกแสงสีโหมกระหน่ำจนมอดไหม้ไปทีละน้อย

"น้ำ! ทางนี้!"

เสียงฟางตะโกนก้องสู้กับเสียงเพลงที่กำลังไต่ระดับความมันส์ขึ้นสู่จุดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางความโกลาหลของเสียงเพลงและแสงไฟที่กวาดแกว่ง ฟางจูงมือน้ำค้างฝ่าฝูงชนที่กำลังโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะเบสหนักๆ มุ่งตรงไปยังโต๊ะวีไอพีมุมด้านในที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว กลิ่นเหล้านอกราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาชนจมูกทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตโซนนั้น

ที่โต๊ะมีชายหนุ่มสองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เห็นฟางพา "แขกพิเศษ" มาถึง พวกเขาก็ลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยประกายตาบางอย่างที่ทำให้น้ำค้างรู้สึกประหม่า

“มาแล้วเหรอจ๊ะสองสาว” ชายหนุ่มร่างสันทัดที่ชื่อ อู๊ด เอ่ยทักทายเสียงใส พลางขยับแก้วเครื่องดื่มในมือที่มีน้ำแข็งกระทบกันดัง เคร้ง อย่างอารมณ์ดี

“น้ำ... นี่พี่อู๊ด ส่วนข้างๆ นั่นพี่หนึ่ง เพื่อนที่กูรู้จักเอง พี่เขาใจดีมากเลยนะมึง” 

ฟางแนะนำพลางดันหลังน้ำค้างให้เข้าไปนั่งข้าง หนึ่ง ชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานที่สุดในกลุ่ม เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมเนื้อดีที่รีดเรียบกริบ กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้ที่โชยมาจากตัวเขาดูสะอาดสะอ้านและให้ความรู้สึกถึงความร่ำรวยอย่างบอกไม่ถูก

“สวัสดีครับน้องน้ำค้าง... ชื่อเพราะจังเลยนะครับ” หนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่แทบจะถูกกลืนไปกับเสียงดนตรี 

เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนน้ำค้างสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา มือหนาของเขาบรรจงรินเหล้าสีน้ำผึ้งลงในแก้วเจียระไนอย่างพิถีพิถัน ก่อนจะยื่นมาตรงหน้าเธอด้วยท่าทางเอาใจที่ทำให้ปฏิเสธได้ยาก

น้ำค้างนั่งตัวลีบ ความเย็นเยียบจากแก้วเหล้าที่ส่งมาถึงมือตัดกับไอร้อนที่เริ่มพุ่งขึ้นสู่โหนกแก้ม เธอพยายามมองหาฟางเพื่อขอความช่วยเหลือ หวังว่าเพื่อนสนิทจะเป็นปราการกั้นกลางให้เธอ ทว่าฟางกลับขยับไปนั่งเบียดเสียดหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับอู๊ดเสียอย่างนั้น

“ลองดูสิครับ ตัวนี้ไม่แรง... พี่คัดมาให้น้องน้ำโดยเฉพาะเลยนะ” หนึ่งกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านลำคอขาวเนียนจนน้ำค้างขนลุกซู่ เขาไม่ได้เพียงแค่คุย แต่แขนแข็งแรงข้างหนึ่งของเขากลับเริ่มพาดลงบนพนักพิงโซฟาข้างหลังเธอ ค่อยๆ โอบล้อมพื้นที่รอบตัวเธอจนน้ำค้างรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงล้อมที่หอมหวนและอันตราย

ยิ่งดนตรีไต่ระดับความเร้าอารมณ์ขึ้นหนักหน่วง หนึ่งก็ยิ่งขยับเข้าใกล้จนต้นขาของเขาสัมผัสกับกระโปรงสอบของเธออย่างจงใจ มือของเขาแสร้งเอื้อมมาหยิบถั่วบนโต๊ะแต่กลับจงใจให้ปลายนิ้วเฉียดผ่านหน้าขาที่สั่นระริกของน้ำค้าง

เธอหันไปสบตากับฟางอีกครั้งด้วยแววตาอ้อนวอน แต่ฟางกลับทำเพียงชูแก้วขึ้นแล้วส่งสายตาเป็นนัยว่า ‘เต็มที่เลยมึง’ พร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนจะช่วยผลักไสให้น้ำค้างจมดิ่งลงสู่ความแนบชิดที่หนึ่งหยิบยื่นให้

หัวใจของน้ำค้างเต้นระรัวราวกับจังหวะกลองกระเดื่องบนเวที ความอึดอัดเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นผสมไปกับความมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เริ่มซึมลึก 

เธอสัมผัสได้ถึงสายตาของหนึ่งที่จ้องมองมายังลำคอและเนินอกของเธออย่างจาบจ้วง ราวกับเขากำลังประเมินราคาดอกไม้ป่าดอกนี้ในใจ โดยที่กำแพงป้องกันเดียวที่เธอเคยมี... บัดนี้ได้พังทลายลงด้วยน้ำมือของเพื่อนรักที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิตไปเสียแล้ว

แสงสีม่วงแดงที่กวาดผ่านมวลอากาศเริ่มพร่าเลือนในคลองจักษุของน้ำค้าง ฤทธิ์แอลกอฮอล์รสหวานปนปร่าที่พยายามจิบตามคำรบเร้าเริ่มออกฤทธิ์บีบขมับ ความมึนงงที่จู่โจมทำให้น้ำค้างต้องนั่งนิ่ง คอตกน้อยๆ อย่างพ่ายแพ้ต่อสิ่งมึนเมาที่ไม่คุ้นชิน

หนึ่งลอบสังเกตใบหน้าเนียนละเอียดที่เริ่มซับสีระเรื่อ แววตาของเขาที่เคยดูสุภาพบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหิวกระหายที่ยากจะปิดบัง เขาค่อยๆ ขยับปลายนิ้วสากไล้ไปตามท่อนแขนเรียวบาง สัมผัสถึงความนุ่มละมุนและอาการสะดุ้งน้อยๆ ของเด็กสาวที่พยายามจะหดตัวหนีแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง เขาประหลาดใจนัก... เพราะในขณะที่ฟางนั้นแพรวพราวไปด้วยจริตมารยาฉบับนักเที่ยวตัวยง แต่น้ำค้างกลับดูเปราะบางและใสซื่อเสียจนเขาเริ่ม "ทน" ต่อไปไม่ไหว

กลิ่นน้ำหอมแนวไม้ป่าของเขาเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเขาโน้มตัวเข้าหา จนกระทั่งหนึ่งตัดสินใจรวบเอวบางเข้ามากอดกระชับแน่น แผ่นหลังของน้ำค้างถูกบีบให้ปะทะกับแผงอกหนาของเขาจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต็นถี่รัวด้วยความกามารมณ์

“พี่... พี่จะทำอะไร!”

น้ำค้างอุทานเสียงหลง ความตระหนกที่พุ่งขึ้นมาทำให้อะดรีนาลีนหลั่งรัดจนเธอลืมความมึนงงไปชั่วขณะ ร่างบางทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืนหันมาจ้องหน้าเขาด้วยแววตาตื่นตระหนกเหมือนกวางที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกนายพรานต้อนเข้ามุมอับ

จังหวะนั้นเอง ฟางที่กำลังนัวเนียอยู่กับอู๊ดจนแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวก็สะดุ้งโหยง เธอรีบผละตัวออกมาแล้วพุ่งเข้ามายืนขวางกั้นระหว่างน้ำค้างกับหนึ่งทันที

“พี่หนึ่ง! พี่สัญญากับฟางแล้วไงว่าพี่จะไม่ทำแบบนี้!” ฟางแหวใส่ด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว ดวงตาของเธอฉายแววไม่พอใจที่แขกของเธอ "ล้ำเส้น" ข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้

“กลับเถอะฟาง... ฮึก... กูอยากกลับ กูกลัว” น้ำค้างเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า ความอบอุ่นที่เคยมีในความทรงจำเรื่อง 'สัญญา' ของใครบางคนถูกภาพตรงหน้าฉีกกระชากจนยับเยิน เธอไม่รอฟังคำตอบจากใครทั้งสิ้น ร่างบางรีบหันหลังเดินกึ่งวิ่งฝ่ามวลมหาชนออกไปสู่ประตูทางออกอย่างลนลาน

ฟางหันไปตวัดสายตาเขียวปัดใส่หนึ่งอย่างเสียอารมณ์ คล้ายคนเพิ่งหลุดจากภวังค์ความสนุกที่ถูกทำลายลงด้วยความหุนหันของฝ่ายชาย

 เธอฮึดฮัดใส่หนึ่งและอู๊ดครั้งสุดท้าย ก่อนจะรีบซอยเท้าเดินตามหลังเพื่อนรักออกมาติดๆ ทิ้งให้ชายหนุ่มทั้งสองนั่งมองตามด้วยความเสียดายในเหยื่ออันโอชะที่เพิ่งหลุดมือไปในเงามืดของแสงสีหน้าผับแห่งนั้น

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ห้องเชือด!

    “ไม่ต้องกังวลอะไรนะหนู... ทำตัวตามสบาย เสี่ยเป็นคนง่าย ๆ”กระแสเสียงทุ้มต่ำพยายามปรับท่วงทำนองให้นุ่มนวลชวนผ่อนคลาย เสี่ยหนูขยับรอยยิ้มกว้างพลางตบหลังฝ่ามืออวบหนาลงบนเบาะกำมะหยี่เบา ๆ สายตาที่ผ่านโลกราคีย์มาอย่างเจนจัดลอบสำรวจอาการไหล่ห่อ นั่งเกร็งจนตัวลีบของเด็กสาวข้างกาย เขารู้ในทันทีว่าเหยื่อตัวน้อยคนนี้ไม่เคยต้องมือกามารมณ์และไม่ประสาต่อโลกซ่อนเร้นชนิดนี้มาก่อน ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในแววตาของเธอ ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในอกของชายสูงวัยให้กระเหี้ยนกระหือรือ แต่อาการลนลานแบบนี้ต้องใช้ความใจเย็นเข้าล่อน้ำค้างขยับมุมปากรั้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห้งผาก ฝืนความรู้สึกขยะแขยงที่แล่นริ้วขัดขืนอยู่ในใจ เธอหลับตาลงชั่ววูบ ยามนั้น เสียงเตือนสติของฟางที่เคยเกื้อหนุนแว่วดังขึ้นในมโนสำนึกดั่งเครื่องยึดเหนี่ยวชิ้นสุดท้าย ‘พยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืนทำเป็นสนุกไปกับมันซะ’ เด็กสาวบ้านนาสูดลมหายใจเข้าลึก จิกปลายนิ้วลงกับหัวเข่าเพื่อบังคับตัวเองให้คลายความแข็งทื่อลงทีละน้อย“ดื่มอะไรหน่อยไหมล่ะ... มันจะช่วยทำให้เราผ่อนคลายขึ้นนะ” ชายรุ่นพ่อยังคงรุกคืบด้วยคำชวนคุย น้ำเสียงทวีความกรุ้มกริ่มพลา

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เสี่ยหนู!...

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เปิดประตูสู่โลกมืด!

    ครืด... ครืด... ครืด...แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะไม้หัวเตียงส่งเสียงครางครืดคราดน่ารำคาญ มันปลุกให้เปลือกตาที่เคลือบด้วยคราบมาสคาร่าเลอะเลือนของติ๊กค่อย ๆ เผยอขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแดดสายของวันใหม่สาดส่องลอดบานเกล็ดเข้ามาแยงตาจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์ หญิงสาวส่งเสียงจิ๊ปากในลำคอพลางวาดลำแขนเรียวไปตามพื้นผิวโต๊ะอย่างงัวเงีย ปลายนิ้วปัดป่ายคว้าสะเปะสะปะไปโดนฝาขวดน้ำหอมและแผงยาก่อนจะตะครุบวัตถุสี่เหลี่ยมด้ามเย็นเฉียบขึ้นมาได้ เธอพลิกกายหงาย พยายามหยีตาเพ่งมองหน้าจอที่สว่างวาบเพื่อปรับโฟกัสสายตาอันพร่าเบลอ‘น้ำค้าง’ทันทีที่ตัวอักษรบนหน้าจอปรากฏสู่สายตา ร่องรอยความง่วงงุนและอาการหงุดหงิดเมื่อครู่พลันมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก นัยน์ตาคู่เฉี่ยวเบิกกว้างฉายแววยินดีปรีดาขึ้นมาครามครัน ผิวแก้มสลัดความอิดโรยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตัวราวกับเพิ่งได้รับแจ้งข่าวดีที่สุดในชีวิต ติ๊กรีบสไลด์หน้าจอรับสาย ขยับกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพลางกรอกน้ำเสียงหวานหยดย้อยลงไปในสายทันที“ว่าไงจ๊ะน้องน้ำ...”ริมฝีปากสีซีดแย้มยิ้มกว้าง ติ๊กจงใจปรับโทนเสียงให้ละมุนละม่อมคล้ายพี่

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ทางเลือกที่ไม่มีสิทธิ์เลือก!

    สียงดนตรีจังหวะเนิบช้าที่เปิดคลอเบา ๆ ผสานไปกับแสงไฟสลัวสีส้มภายในร้านอาหารกึ่งผับ บ่งบอกว่าช่วงเวลาไนต์ไลฟ์อันคึกคักได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว บรรยากาศรอบข้างที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงชนแก้วบัดนี้เงียบเหงาลงถนัดตา พนักงานเสิร์ฟสามสี่คนในชุดยูนิฟอร์มเริ่มจับกลุ่มยืนพิงเคาน์เตอร์ กระซิบกระซาบพูดคุยกันเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดจากการวิ่งวุ่นรับส่งออเดอร์ตลอดทั้งคืนที่โต๊ะไม้มุมมืดหลังร้าน ฟางกำลังก้มหน้าก้มตาใช้ช้อนสังกะสีตักข้าวผัดกะเพราเม็ดแข็ง ๆ เข้าปากอย่างหิวโซ อาหารมื้อดึกควบเช้ามืดก่อนเวลาเลิกงานคือสิ่งเดียวที่เยียวยาความโหยของคนกรำงานกลางคืนทุกคนในเวลานี้ กลิ่นพริกแก้งฉุน ๆ ลอยแตะจมูกพร้อมกับเสียงเคี้ยวข้าวเงียบ ๆ ท่ามกลางความล้า“น้ำไม่มาทำงานเหรอวันนี้”เสียงแหบเสน่ห์ที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำลายความเงียบระหวางมื้ออาหาร และฉุดความสนใจของฟางให้ละจากจานข้าวตรงหน้า หล่อนกลืนข้าวคำโตลงคอพลางตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง“วันนี้น้ำไม่สบาย...”ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดพ้นริมฝีปาก ปลายนิ้วที่จับด้ามช้อนพลันสั่นระริกชะงักกึกกลางอากาศ สมองกระตุกวาบเมื่อภาพรอ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พรหมจันทร์ที่หลุดลอย!

    ความเงียบงันภายในห้องเช่าแคบ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงลูกบิดประตูดัง กริ๊ก ดังแผ่วเบา ก่อนบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าจะถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองฝุ่นปลิวคว้างล้อแสงแดดเจิดจ้าภายนอก ร่างบางของน้ำค้างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทางโซเซ สองขาที่เคยเรียวขยับก้าวอย่างอิดโรยราวกับหุ่นยนต์ที่พลังงานใกล้หมดสิ้น สภาพเรือนร่างของเธอสับสนยับยู่ยี่ เสื้อยืดสีขาวเปรอะเปื้อนรอยยับย่น คอเสื้อเบี้ยวโย้จนเผยให้เห็นรอยแดงปื้นจาง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงซอกคอ กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหงื่อไคลฉุนจัดที่ชวนคลื่นไส้โชยฟุ้งออกมาจากตัวเธอแทนที่จะเป็นกลิ่นแป้งเด็กอย่างเคย นัยน์ตาคู่กลมโตบัดนี้แห้งผาก เลื่อนลอย และมืดมิดไร้แววประหนึ่งคนสูญเสียจิตวิญญาณ เด็กสาวเดินตรงดิ่งไปยังเตียงนอนหลังเล็กประจำตัว ก่อนจะทิ้งกายล้มพับลงบนฟูกแข็ง ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรงจะทรงตัว ปล่อยให้ใบหน้าซุกจมลงกับหมอนนุ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเดิม ๆ ของบ้านนาฟางซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่หน้าโต๊ะอ่านหนังสือส่วนตัวละสายตาจากกรอบหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นตั้งใจจะส่งเสียงทักทาย ทว่าทันทีที่นัยน์ตาปะทะเข้ากับสภาพของเพื่อนร่วมห้อง คำพูดทั้ง

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ครั้งแรกที่รู้รสชาย![NC-20+]

    เฮียตึ๋งหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มวลกล้ามเนื้อและร่างท้วมใหญ่เงาดำตระหง่านค้ำอยู่เหนือร่างของเด็กสาว แสงไฟสีนวลจากหัวเตียงทาบทับใบหน้าคร้ามโลกที่บัดนี้ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระหยิ่มใจที่มุมปาก นัยน์ตาเรียวเล็กจอดจ้องสรีระอ้อนแอ้นของน้ำค้างที่นอนระทวย อ่อนเปลี้ยไร้กระดูกอยู่บนฟูกหนาตรงหน้าดั่งลูกกวางที่หมดแรงขัดขืน ฝ่ามือหยาบใหญ่เอื้อมลงมาเกาะกุมกิเลสตัณหาอันขยายพองโตของตนเองไว้เต็มกำมือขยับส่ายไหว ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าประชิด กดจ่อส่วนปลายมนใหญ่เข้าหาปากทางเนื้อนุ่มแรกรุ่นของเหยื่อสาวที่อ้าเผยอน้อย ๆ รองรับอยู่อย่างย่ามใจ“อื้อหือ!... หีโคตรแน่น... ซี้ดดด...”หนุ่มใหญ่ครางกระเส่าในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความกระสันขีดสุด ยามเมื่อออกแรงยัดเยียดแท่งเนื้อร้อนระอุเข้าสู่โพรงสวาทอันคับแคบ แม้ผิวเนื้อส่วนลึกจะเจิ่งนองชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาจนเฉอะแฉะ ทว่าความสดใหม่ที่ไม่เคยมีสิ่งแปลกปลอมใดบุกรุกผ่านเข้าไปมาก่อนในชีวิต กลับกลายเป็นปราการธรรมชาติที่รัดตรึงบีบรัดจนส่วนหัวบานใหญ่ไม่อาจผ่านศิลาแคบเข้าไปได้โดยง่าย“อูยยย... โอ๊ยยย... ซี้ดดด... เจ็บ... เจ็บอะ...”เสียงร้องประ

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status