Teilen

ฝันประหลาด

last update Veröffentlichungsdatum: 12.09.2026 12:28:42

ท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบ หวังเทียนซวี่เดินฝ่าไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย บรรยากาศขมุกขมัวกระตุ้นสัญชาตญาณระแวดระวัง ไม่รู้ว่าตนเองมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดนี้ได้อย่างไร

            ดวงตาคมกริบพยายามค้นหาสถานที่และสิ่งมีชีวิต ทว่าจนแล้วจนรอดพบเพียงความว่างเปล่า

            ต่อมาควันขาวค่อย ๆ สลาย เบื้องหน้าปรากฏบุรุษสองคนกำลังนั่งสนทนากันในห้อง หวังเทียนซวี่เพ่งพินิจ ครั้นเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือตนเองก็ถึงกับตกใจ

            “องค์ชาย ฝ่าบาทของข้ามีพระธิดาองค์โปรดอยู่พระองค์หนึ่ง ด้วยรูปโฉมหล่อเหลาสง่างามขององค์ชาย หากใช้แผนชายงามหลอกล่อให้นางหลงใหลจนยอมอภิเษกด้วย แผนยึดครองแคว้นหลันก็จะง่ายขึ้น”

บุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น ซึ่งคนผู้นี้หวังเทียนซวี่รู้จักดี คือเจิ้งกั๋วกง*หลี่หยวน ขุนนางคนสำคัญข้างพระวรกายพระบิดา

            “แผนชายงาม?”

            “ใช่แล้ว ในเมืองหลวงแคว้นหลันไม่มีใครไม่ทราบว่าจุดอ่อนของกษัตริย์แคว้นหลันคือองค์หญิงแปด ขอเพียงเป็นความต้องการของนาง พระบิดาผู้นี้ยินดีเสาะหามาให้ รักและตามใจไม่เคยขัด หากองค์ชายมีหมากตัวนี้ในมือ วันอภิเษกสมรสจะเป็นวันที่กองทัพแคว้นเยวี่ยเข้ามาเหยียบย่ำยึดครองแคว้นหลัน”

            “ข้าเป็นองค์ชายต่างแคว้น เข้าหานางย่อมถูกสงสัยจุดประสงค์”

            “องค์ชายสามารถใช้ฐานะญาติของข้าก่อนได้ รอจนองค์หญิงแปดมอบหัวใจให้ทั้งดวง ถึงเวลาจะเป็นญาติของข้าก็ดี องค์ชายต่างแคว้นก็ช่าง ขอเพียงหาเหตุผลดี ๆ มาหลอกล่อ คนฉลาดก็กลายเป็นคนโง่ได้”

            “แล้วอย่างไรต่อ”

            ชายวัยกลางคนยิ้มเหี้ยม ไม่สะทกสะท้านต่อการขายชาติบ้านเมืองของตนเองแม้แต่น้อย “ให้กองทัพปลอมเป็นราชทูตรับเจ้าสาว ถึงเวลาบุกโจมตีจะมีกองกำลังของข้าคอยสนับสนุน นอกในประสาน หมากกระดานนี้รู้ผลตั้งแต่ยังไม่เริ่มลงมือด้วยซ้ำ”

            “เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ สมแล้วที่ท่านได้เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้น โชคดีที่พวกเราไม่ได้เป็นศัตรูกัน มิเช่นนั้นข้าคงลำบากหากต้องต่อสู้กับท่านในสนามรบ”

            “องค์ชายกล่าวหนักเกินไปแล้ว แคว้นเยวี่ยขององค์ชายเพียบพร้อมทั้งกำลังทหารและอาวุธ ไหนเลยที่แคว้นหลันของข้าจะเทียบได้ สู้กันขึ้นมาจริง ๆ เกรงว่าข้าต่างหากที่จะเพลี่ยงพล้ำให้องค์ชาย”

            “ท่านแม่ทัพช่างรู้จักยกยอคน ถ้าแคว้นเยวี่ยของข้ามีความสามารถจริงคงไม่ทำการค้ากับท่านหรอก ว่าแต่ท่านต้องการสิ่งใดตอบแทน”

            “ค่าตอบแทนการสวามิภักดิ์ของข้าเล็กน้อยมาก เพียงหวังว่าเมื่อองค์ชายได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท จะทรงเมตตาบุตรีของข้า ให้พื้นที่นางได้ยืนเคียงข้างองค์ชายในฐานะพระชายารัชทายาท”

            กับคนที่เห็นอำนาจความยิ่งใหญ่สำคัญสุด หาได้สนใจว่าข้างกายจะมีสตรีแบบไหน “รอการใหญ่สำเร็จ ข้าย่อมทำตามความปรารถนาของท่าน ให้ท่านได้เสพสุขกับอำนาจวาสนา เป็นพ่อตาองค์รัชทายาทที่ทุกคนต้องเคารพยำเกรง”

            “ขอบคุณองค์ชาย”

            หวังเทียนซวี่ยืนมองใบหน้าชั่วร้ายของชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนเขาไม่ผิดเพี้ยนด้วยความสับสน

            แคว้นหลันกับแคว้นเยวี่ย? หรือจะเป็นสองแคว้นที่ล่มสลายไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนในบันทึกประวัติศาสตร์ของหอตำราหลวง

            ยังไม่ทันได้ขบคิดข้อสงสัยนี้อย่างละเอียด ภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนเป็นสถานที่อื่น

            ในศาลาซึ่งตัวเสาแกะสลักลวดลายอย่างประณีต มีดรุณีน้อยสองคนนั่งหัวเราะพูดคุยกันอยู่ ต่อมาชายหนุ่มที่มีหน้าตาเหมือนเขาก็ปรากฏตัว เวลานี้เขาแยกไม่ออกแล้วว่าสิ่งที่เห็นอยู่นี้คือความฝันหรือเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เห็นช่างคล้ายกับเรื่องราวในบันทึกประวัติศาสตร์ที่ได้อ่านผ่านตาสมัยเด็ก

            ฮ่องเต้แคว้นเยวี่ยต้องการความยิ่งใหญ่ จึงตั้งเงื่อนไขการสืบทอดบัลลังก์ว่าหากองค์ชายคนใดสามารถยึดครองแคว้นหลันได้ จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท ซึ่งมีหนึ่งในองค์ชายได้ใช้แผนชายงามกับองค์หญิงแคว้นหลัน และยกทัพเข้าไปยึดครองเมืองหลวงในวันรับตัวเจ้าสาว

            คิดมาถึงตรงนี้ เขารับรู้ถึงแรงบีบรัดภายในใจ ครั้งนี้ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากคมมีด แต่เป็นแมลงนับพันนับหมื่นรุมกัดกิน

            “ญาติผู้พี่มาได้อย่างไร” ดรุณีน้อยในชุดฟ้าครามลุกขึ้นยืน ยิ้มถามชายหนุ่มผู้มาใหม่

            ชายหนุ่มยิ้มตอบ แววตาอบอุ่นอ่อนโยนเฉกเช่นสายลมฤดูวสันต์ “ตามเสียงหัวเราะของเจ้ามาอย่างไร เป็นสตรีไฉนจึงเสียงดัง วันหน้าจะมีผู้ใดแต่งเป็นภรรยา”

            ดรุณีน้อยแลบลิ้นซุกซน “ไม่มีผู้ใดมาสู่ขอ ข้าก็จะไปขออาศัยอยู่กับญาติผู้พี่ ให้ญาติผู้พี่เลี้ยงดูตลอดชีวิต” คำพูดนี้มีความนัยแอบแฝง ดวงตากระจ่างใสมีความลุ่มหลง กระทั่งได้ยินเสียงกระแอมกระไอของชายหนุ่ม นางถึงได้ตระหนักสิ่งที่ตนเองควรทำต่อ

            “ญาติผู้พี่ ข้าจะแนะนำให้รู้จักคนผู้หนึ่ง” เบี่ยงตัวไปด้านข้าง ผายมือไปยังดรุณีน้อยซึ่งยังนั่งอยู่ “นี่คือองค์หญิงแปดสหายสนิทของข้า” หันไปพูดกับอีกคน “องค์หญิงแปด นี่คือญาติผู้พี่ของข้านามว่าเทียนซวี่”

            ดรุณีน้อยในชุดชมพูดอกท้อลุกขึ้นยืน จะอย่างไรก็มีบรรดาศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง นางจึงเพียงค้อมศีรษะให้ฝ่ายตรงข้าม ช่วงเวลาที่ได้สบตากัน ต่างฝ่ายต่างมีความชื่นชอบเกิดขึ้นในใจไม่รู้ตัว ก็ไม่รู้ว่าหมากกระดานนี้ท้ายที่สุดใครคือเหยื่อ ใครคือนักล่า หรือทั้งหมดล้วนเป็นหมากของใครบางคน

            ร่างกายหวังเทียนซวี่สั่นสะท้านยามเห็นใบหน้าของดรุณีน้อยทั้งสองอย่างชัดเจน คนหนึ่งคือจ้าวลี่เชียนบุตรสาวแม่ทัพใหญ่ ส่วนอีกคนคือหลี่ม่านโถวบุตรสาวเจิ้งกั๋วกง

            นี่มันเรื่องเหลวไหลอันใด?

            ทุกอย่างเบื้องหน้าค่อย ๆ สลายกลายเป็นม่านหมอก ทันใดนั้นก็มีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาโอบล้อมทุกทิศทาง ความร้อนระอุคืบคลานเข้ามา มองไปทางใดมีแต่ทะเลเพลิงน่าสะพรึง

            ท่ามกลางความเป็นความตาย ความฝันเสมือนจริง เสียงสนทนาระหว่างชายหญิงพลันดังขึ้น คล้ายไกลแต่ก็ใกล้ ใกล้จนเขาได้ยินทุกคำพูดชัดเจน

            “อาซวี่ ข้ารักท่าน”

            “ข้าก็รักเจ้าเช่นกันเชียนเชียน ทุกภพทุกชาติข้าจะรักเจ้าเพียงผู้เดียว”

            “หากท่านผิดคำพูดเล่า วาจาบุรุษเชื่อถือไม่ได้ ต่างมีสามภรรยาสี่อนุกันทั้งนั้น”

            “เมื่อใดที่ข้าทรยศต่อความรักของเรา ขอสวรรค์โปรดลงทัณฑ์ ตลอดชีวิตไร้ซึ่งความสุข พบเจอแต่เคราะห์กรรม ทุกข์ทรมานจวบจนลมหายใจสุดท้าย”

            สิ้นสุดประโยคนี้ ทะเลเพลิงสีแดงฉานพุ่งเข้ามาแผดเผาร่างกาย หวังเทียนซวี่ลืมตาพึ่บ หอบหายใจเหงื่อท่วมตัว ความทรมานปวดแสบปวดร้อนจากการถูกเผาทั้งเป็นในฝันยังหลงเหลือแม้ตื่นขึ้นมาแล้ว

            “พี่สี่ ในที่สุดท่านก็ฟื้นเสียที” หวังเทียนชิงที่นั่งเฝ้าข้างเตียงพูดอย่างยินดี เห็นพี่ชายจะลุกขึ้นนั่งจึงเข้าไปช่วยเหลือ “เป็นอย่างไรบ้าง ต้องการให้ข้าตามหัวหน้าหมอหลวงมาตรวจอาการอีกรอบหรือไม่”

            “ข้าเป็นอะไร เหตุใดต้องตามหัวหน้าหมอหลวงด้วย” ถามหลังจากลุกขึ้นนั่งเสร็จ น้ำเสียงเหนื่อยล้าอย่างคนถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมด

            “พี่สี่จำไม่ได้หรือ ท่านหมดสติตกลงจากหลังม้าระหว่างเดินทางกลับวัง เป็นเหตุให้ข้าถูกพระบิดาพระมารดาคาดโทษว่าดูแลท่านไม่ดี หากท่านไม่ฟื้น ข้าห้ามออกจากห้องนี้เด็ดขาด” หวังเทียนชิงทำหน้าโศกเศร้า เป็นผู้บริสุทธิ์ที่มิอาจเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเอง

            “ข้าหมดสติไปกี่วัน”

            “สองวัน สองวันนี้เพียงพอให้ราชสำนักเกิดคลื่นลม บรรดาขุนนางพากันวิพากษ์วิจารณ์หาสาเหตุที่ท่านล้มป่วยกะทันหัน ได้ยินว่ามีคนปล่อยข่าวให้ร้ายจวนแม่ทัพใหญ่ บอกว่าสองพ่อลูกสกุลจ้าววางยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ไม่สามารถตรวจสอบได้กับท่าน”

            “เหลวไหล! เป็นผู้ใดที่กล้าให้ร้ายขุนนางภักดี ข้ากับเจ้าต่างกินดื่มสุราอาหารชุดเดียวกัน หากมียาพิษ ไฉนเจ้าถึงรอด”

            “พี่สี่วางใจ ข้าให้คนไปจัดการคนปล่อยข่าวแล้ว รวมถึงอธิบายแก้ข้อกล่าวหาให้สกุลจ้าว สถานการณ์คลี่คลายเป็นที่เรียบร้อย”

            “รู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่”

            หวังเทียนชิงส่ายหน้า “คนชิงฆ่าตัวตายก่อน จึงเค้นไปไม่ถึงตัวผู้บงการ กระนั้นพวกเราต่างแจ่มแจ้งว่าใครที่ต้องการให้สกุลจ้าวเกิดเรื่อง”

            หวังเทียนซวี่เงียบไปครู่หนึ่ง “จวนแม่ทัพใหญ่ไม่เกิดเรื่องก็ดีแล้ว ข้าอยากนอนพักอีกสักหน่อย เจ้ากลับตำหนักตนเองเถิด”

            “ท่านไม่ต้องการให้ข้าตามหัวหน้าหมอหลวงจริง ๆ หรือ” ถามเมื่อเห็นสีหน้าพี่ชายไม่สู้ดีนัก ทั้งซีดขาวและเคร่งเครียด

            “ไม่จำเป็น ร่างกายข้าปกติดี”

            หวังเทียนชิงรู้จักนิสัยพี่ชายดี เรื่องใดที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ ต่อให้มาอยู่ตรงหน้าก็ไร้ประโยชน์ ตามหัวหน้าหมอหลวงมาก็เท่านั้น รัชทายาทยืนกรานไม่ให้ตรวจ อีกฝ่ายจะกล้าเข้าไปจับชีพจรได้อย่างไร

            “ตอนพี่สี่ตกจากหลังม้า แผ่นหลังกระแทกพื้นอย่างแรง หากรู้สึกเจ็บผิดปกติให้รีบตามหมอหลวงนะ แผลเล็กน้อยไม่ใช่จะสร้างปัญหาถึงวันข้างหน้าไม่ได้ ท่านเป็นว่าที่กษัตริย์ ร่างกายล้ำค่าอย่างยิ่ง ต้องดูแลเอาใจใส่ให้ดี”

            หวังเทียนซวี่ส่ายหน้ายิ้มให้น้องชาย “นับวันเจ้าจะยิ่งเหมือนพระมารดา ห่วงสุขภาพร่างกายของข้ายิ่งกว่าตนเอง กลับไปพักผ่อนได้แล้ว หรืออยากถูกกักบริเวณอยู่ในห้องของข้าต่อ”

            หวังเทียนชิงลุกขึ้นยืนฉับพลัน “ตำหนักบูรพามีแต่ขันทีกับองครักษ์ นางกำนัลแทบนับนิ้วได้ สถานที่ไร้สีสันเช่นนี้ อยู่สองวันเหมือนสองปี ข้าขอตัวกลับตำหนักก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมท่าน”

            คนเป็นพี่หมดคำพูดกับนิสัยเจ้าชู้ของน้องชาย ยังดีที่อีกฝ่ายรู้ขอบเขต ไม่เคยเรียกนางกำนัลคนใดขึ้นมาปรนนิบัติบนเตียง พูดแทะโลมหยอกเย้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาองค์ชายเสเพล

* กั๋วกง เป็นบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีนในสมัยโบราณ แต่งตั้งให้เชื้อพระวงศ์หรือผู้มีคุณงามความชอบ โดยบรรดาศักดิ์ห้าขั้นรองจากชั้นอ๋องคือกง โหว ป๋อ จื่อ หนาน แต่ละสมัยจะมีคำเรียกและลำดับแยกย่อยต่างกัน กั๋วกงถือเป็นขั้นสูงสุดในลำดับกง

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ครอบครัวอบอุ่น

    การหมดสติของจ้าวลี่เชียนครั้งนี้ยาวนานข้ามวัน เซียวซื่อเรียกบุตรสาวไปสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับได้ฟังเรื่องราวเพียงครึ่งเดียว จ้าวลี่เชียนจำได้เพียงมีปากเสียงกับหลี่ม่านโถว จากนั้นถูกอีกฝ่ายตบหน้า นอกเหนือจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก เซียวซื่อกุมขมับ นางกับบุตรสาวจากกันสิบปี ช่วงเวลาสิบปีเพียงพอให้คนคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงได้ ก็ไม่รู้ว่าที่จ้าวลี่เชียนจำไม่ได้นั้นเป็นความจริงหรือโกหก ลงมือทำร้ายกันไม่ใช่เรื่องเล็ก เป็นไปได้อย่างไรที่จะจำไม่ได้ สีหน้าแววตาและน้ำเสียงของเชียนเอ๋อร์ก็ไม่เหมือนคนเสแสร้ง แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้น? “เสี่ยวจู เจ้าเล่ามาว่าหลังจากคุณหนูของเจ้าถูกคุณหนูหลี่ตบเป็นอย่างไรต่อ” เสี่ยวจูเหลือบมองจ้าวลี่เชียน ต่อมาพูดว่า “เรียนฮูหยิน หลังคุณหนูถูกคุณหนูหลี่ตบ คุณหนูก็เอาคืนด้วยการตบอีกฝ่ายเช่นกัน ยังมีใช้เท้าเหยียบทำลายชุดที่แย่งชิงกันด้วยเจ้าค่ะ” “อะไรนะ!” จ้าวลี่เชียนทั้งตกใจระคนไม่อยากเชื่อ ใช้นิ้วชี้ชี้ตนเอง “ข้านี่นะตบนาง ซ้ำยังใช้เท้าเหยียบทำลายชุดด้วย” เสี่ยวจูพยักหน้า “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่าทางขอ

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   แลกกันหนึ่งฝ่ามือ

    ภายในร้านหรูเซียง จ้าวลี่เชียนซึ่งรู้สึกว่าผ้าที่ผู้เป็นย่าให้มาล้ำค่าหายากเกินไปจึงเปลี่ยนใจมาซื้อชุดสำเร็จจากร้านขายอาภรณ์แทน ร้านนี้เป็นร้านของช่างประจำสกุล การตัดเย็บและออกแบบจึงละเอียดประณีตไม่แพ้สั่งตัด “คุณหนู ชุดนี้งดงามมากเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูหยิบชุดสีชมพูดอกท้อซึ่งเป็นสีที่จ้าวลี่เชียนชอบออกมา ทว่ายังไม่ทันได้เอาไปให้คุณหนูดูใกล้ ๆ จู่ ๆ ก็มีมือคู่หนึ่งมาแย่งไป “คุณหนู ได้แล้วเจ้าค่ะ” นำชุดที่แย่งมาจากผู้อื่นไปให้คนที่เรียกว่าคุณหนู เสี่ยวจูเห็นดังนั้นก็ไม่พอใจ “ไฉนที่นี่ถึงมีคนป่าเถื่อนไร้ยางอาย แย่งของไปจากมือผู้อื่นอย่างเหิมเกริม” สาวใช้ที่ถูกต่อว่าหันมามองเสี่ยวจูตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า เหยียดยิ้มดูแคลน “สภาพอย่างเจ้ามีปัญญาซื้อชุดราคาแพงด้วยหรือ ไปเอาความกล้ามาจากที่ใดพูดว่าตนเองถูกแย่งของ” “ข้าไม่มีแต่คุณหนูของข้ามี” เสี่ยวจูพุ่งตัวเข้าไปจะแย่งชุดคืน จากการแต่งกายและคำพูดของฝ่ายตรงข้าม น่าจะเป็นสาวใช้เหมือนกับนาง เหตุใดนางต้องยอมถอยให้ด้วย ผลคือถูกสาวใช้นางนั้นผลักอย่างแรง ล้มลงไปกองกับพื้น จ้

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   เทียบเชิญ

    นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่จ้าวลี่เชียนฝันร้าย เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังท่ามกลางความมืด ต่อมาภายในห้องสว่างขึ้นเมื่อเสี่ยวจูเปิดประตูเข้ามาจุดเชิงเทียน “คุณหนูเป็นอะไรเจ้าคะ เมื่อครู่บ่าวได้ยินเสียงกรีดร้อง” เสี่ยวจูเดินมาหยุดหน้าเตียง มองใบหน้าชุ่มโชกเหงื่อของคุณหนู จ้าวลี่เชียนยันตัวลุกขึ้นนั่ง หยิบผ้าเช็ดหน้าใต้หมอนขึ้นมาซับเหงื่อ ปรับลมหายใจพลางสะกดความตื่นตระหนก “ข้าฝันร้ายอีกแล้ว” ความกังวลฉายชัดบนใบหน้าเสี่ยวจู เหตุใดคุณหนูของนางถึงฝันร้ายติดต่อกัน ทั้งที่ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยมีเลย “คุณหนูฝันว่าอะไรเจ้าคะ ครั้งนี้เล่าให้บ่าวฟังได้หรือไม่” ความอึดอัดไม่สบายใจส่งผลให้จ้าวลี่เชียนอยากระบายด้วยการเล่าให้เสี่ยวจูฟัง “ข้าฝันว่าตนเองถูกจับขึงกับเสาเหล็กในห้องมืดมิด ทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลจากการทรมาน ตรงหน้ามีสตรีแต่งกายหรูหรานางหนึ่งซึ่งข้าเห็นหน้าไม่ชัด ในมือของนางถือมีดเล่มหนึ่ง จากนั้นใช้มืออีกข้างกระชากเส้นผมข้าให้เงยหน้าขึ้น นางกรีดมีดลงบนใบหน้าข้าอย่างบ้าคลั่ง ตะคอกเสียงดังว่านางเกลียดข้า เกลียดจนไม่อยากอยู่ร่วมแผ่นดินเดียว

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ฝันประหลาด

    ท่ามกลางม่านหมอกหนาทึบ หวังเทียนซวี่เดินฝ่าไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย บรรยากาศขมุกขมัวกระตุ้นสัญชาตญาณระแวดระวัง ไม่รู้ว่าตนเองมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดนี้ได้อย่างไร ดวงตาคมกริบพยายามค้นหาสถานที่และสิ่งมีชีวิต ทว่าจนแล้วจนรอดพบเพียงความว่างเปล่า ต่อมาควันขาวค่อย ๆ สลาย เบื้องหน้าปรากฏบุรุษสองคนกำลังนั่งสนทนากันในห้อง หวังเทียนซวี่เพ่งพินิจ ครั้นเห็นว่าหนึ่งในนั้นคือตนเองก็ถึงกับตกใจ “องค์ชาย ฝ่าบาทของข้ามีพระธิดาองค์โปรดอยู่พระองค์หนึ่ง ด้วยรูปโฉมหล่อเหลาสง่างามขององค์ชาย หากใช้แผนชายงามหลอกล่อให้นางหลงใหลจนยอมอภิเษกด้วย แผนยึดครองแคว้นหลันก็จะง่ายขึ้น”บุรุษที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น ซึ่งคนผู้นี้หวังเทียนซวี่รู้จักดี คือเจิ้งกั๋วกง*หลี่หยวน ขุนนางคนสำคัญข้างพระวรกายพระบิดา “แผนชายงาม?” “ใช่แล้ว ในเมืองหลวงแคว้นหลันไม่มีใครไม่ทราบว่าจุดอ่อนของกษัตริย์แคว้นหลันคือองค์หญิงแปด ขอเพียงเป็นความต้องการของนาง พระบิดาผู้นี้ยินดีเสาะหามาให้ รักและตามใจไม่เคยขัด หากองค์ชายมีหมากตัวนี้ในมือ วันอภิเษกสมรสจะเป็นวันที่กองทัพแคว้นเยวี่ยเข้าม

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   พบหน้า (จบ)

    จ้าวหลิงเซียวโอดครวญ หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากบิดา จ้าวเจิ้งแสร้งมองไม่เห็น รอดูว่าบุตรชายจะแก้สถานการณ์อย่างไร “วันนี้ช่างเป็นวันมงคลของสกุลจ้าวจริง ๆ ไม่เพียงเป็นวันครบรอบอายุหกสิบปีของฮูหยินผู้เฒ่า ยังเป็นวันที่ท่านแม่ทัพได้พบบุตรสาวในรอบสิบปีอีกด้วย” คำพูดที่มาพร้อมเสียงทุ้มนุ่มเปรียบเหมือนการอภัยโทษจากสวรรค์ของจ้าวหลิงเซียว ส่วนจ้าวเจิ้งพลันตระหนักได้ถึงการมีตัวตนของแขกสูงศักดิ์ “กระหม่อมเสียมารยาทแล้ว ลืมไปเสียสนิทว่ายังมีแขก” จ้าวเจิ้งค้อมศีรษะขออภัยคนในศาลา พาบุตรสาวเข้าไปคารวะแขกสำคัญของจวน “เชียนเอ๋อร์ นี่คือองค์ชายเจ็ด” จ้าวลี่เชียนยอบกายคำนับพลางช้อนตามองชายหนุ่มเล็กน้อย ฐานะของเขาไม่ธรรมดาอย่างที่นางคาดเดาไว้จริง ๆ บุรุษหน้าขาวผุดผ่อง มองแล้วให้ความรู้สึกเสเพล ดวงตาดอกท้อของเขาทอประกายหลงใหลยามสบตากับนาง “คารวะองค์ชายเจ็ด” “คุณหนูจ้าวไม่ต้องมากพิธี” สายตาองค์ชายเจ็ดหวังเทียนชิงไม่ละไปจากดวงหน้างาม กระทั่งพี่ชายที่มีสัญชาตญาณหวงน้องสาวอย่างจ้าวหลิงเซียวกระแอมกระไอ เขาถึงยอมเก็บสายตาคืน

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   พบหน้า

    ในสวนของจวนแม่ทัพใหญ่ บุรุษสี่คนกำลังนั่งร่ำสุราอย่างสนุกสนานในศาลา เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะลอยมาตามสายลม จ้าวลี่เชียนหยุดยืนตรงระเบียงทางเดิน มองบิดากับพี่ชายด้วยความรักและคิดถึง เนื่องจากมีชายหนุ่มอีกสองคนซึ่งเป็นคนนอกอยู่ด้วย จ้าวลี่เชียนจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปทักทายบิดากับพี่ชาย แม้นางจะไม่ได้อยู่เมืองหลวง แต่บิดามารดาก็ส่งหมัวมัว*ผู้อาวุโสไปอบรมสั่งสอนเรื่องกิริยามารยาทที่คุณหนูในห้องหอควรมีให้กับนาง รวมถึงอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย “คุณหนูไม่เข้าไปหานายท่านกับคุณชายหรือเจ้าคะ” จ้าวลี่เชียนเก็บสายตากลับมาจากวงสุราของบิดากับพี่ชาย “เจ้าดูบุรุษสองคนที่นั่งหันหลังกับหันข้างให้พวกเรา เสื้อผ้าของพวกเขาตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นดี เป็นผ้าไหมชนิดเดียวกับที่ท่านแม่ตัดเย็บเป็นชุดให้ข้าในวันครบรอบอายุสิบหกเมื่อปีที่ผ่านมา ผ้าไหมนี้เป็นผ้าไหมบรรณาการ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงพระราชทานเป็นรางวัลให้ท่านพ่อ ได้ยินว่าขุนนางที่มีผ้าชนิดนี้ในครอบครองน้อยจนนับนิ้วได้ นอกนั้นเป็นบรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด ลักษณะท่าทางของพวกเขา ข้าคิดว่าไม่ใช่ลูกหล

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status