Share

พบหน้า

last update publish date: 2026-09-12 12:27:19

          ในสวนของจวนแม่ทัพใหญ่ บุรุษสี่คนกำลังนั่งร่ำสุราอย่างสนุกสนานในศาลา เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะลอยมาตามสายลม จ้าวลี่เชียนหยุดยืนตรงระเบียงทางเดิน มองบิดากับพี่ชายด้วยความรักและคิดถึง

            เนื่องจากมีชายหนุ่มอีกสองคนซึ่งเป็นคนนอกอยู่ด้วย จ้าวลี่เชียนจึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปทักทายบิดากับพี่ชาย แม้นางจะไม่ได้อยู่เมืองหลวง แต่บิดามารดาก็ส่งหมัวมัว*ผู้อาวุโสไปอบรมสั่งสอนเรื่องกิริยามารยาทที่คุณหนูในห้องหอควรมีให้กับนาง รวมถึงอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ต่าง ๆ ด้วย

            “คุณหนูไม่เข้าไปหานายท่านกับคุณชายหรือเจ้าคะ”

            จ้าวลี่เชียนเก็บสายตากลับมาจากวงสุราของบิดากับพี่ชาย “เจ้าดูบุรุษสองคนที่นั่งหันหลังกับหันข้างให้พวกเรา เสื้อผ้าของพวกเขาตัดเย็บจากผ้าไหมชั้นดี เป็นผ้าไหมชนิดเดียวกับที่ท่านแม่ตัดเย็บเป็นชุดให้ข้าในวันครบรอบอายุสิบหกเมื่อปีที่ผ่านมา ผ้าไหมนี้เป็นผ้าไหมบรรณาการ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงพระราชทานเป็นรางวัลให้ท่านพ่อ ได้ยินว่าขุนนางที่มีผ้าชนิดนี้ในครอบครองน้อยจนนับนิ้วได้ นอกนั้นเป็นบรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด ลักษณะท่าทางของพวกเขา ข้าคิดว่าไม่ใช่ลูกหลานขุนนางอย่างแน่นอน หากข้าที่เป็นสตรีพรวดพราดเข้าไป พวกเขาจะมองสกุลจ้าวของเราอย่างไร”

            “ยังคงเป็นคุณหนูที่ช่างสังเกตและคิดอ่านรอบคอบ” 

            “ไปเรือนชั้นในกัน ท่านพ่อไม่กลับห้อง ท่านแม่คงยังไม่นอน” พูดเสร็จหมุนตัวจะเดินไปทางเรือนชั้นใน ด้านหลังกลับมีเสียงแข็งกระด้างของบุรุษดังขึ้น

            “สตรีบ้านใดกล้าบุกรุกสวนส่วนตัวของจวนแม่ทัพใหญ่”

            เสี่ยวจูเหลือบมองด้านหลัง “นายท่านเจ้าค่ะ” กระซิบบอกจ้าวลี่เชียน

            คนเป็นลูกหันกลับไปเผชิญหน้าบิดา สิบปีไม่พบ ไม่รู้อีกฝ่ายยังจำบุตรสาวคนนี้ได้หรือไม่ “คารวะท่านแม่ทัพ”

            จ้าวเจิ้งขมวดคิ้วมองสตรีที่ยืนตรงระเบียงทางเดิน ความรู้สึกที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยสร้างความสับสนในใจ “เจ้าคือ…” เดินออกมานอกศาลาเพื่อจะได้มองฝ่ายตรงข้ามชัดเจนขึ้น ฤทธิ์สุราที่ดื่มตั้งแต่ช่วงกลางวันทำดวงตาพร่ามัว เมาแต่ยังมีสติ 

            “ท่านแม่ทัพจำข้าไม่ได้หรือ ไฉนจึงลืมเลือนคนที่ท่านเคยบอกรักและคิดถึงง่ายดายเพียงนี้”

            “สตรีไร้ยางอาย กล้าดีอย่างไรมาใส่ร้ายป้ายสีทำลายชื่อเสียงบิดาข้า” เสียงเข้มดุเจือความไม่พอใจดังขึ้น เป็นจ้าวหลิงเซียวพี่ชายของจ้าวลี่เชียน “ข้ายอมรับว่าเจ้าเป็นสาวงาม แต่ในเมืองหลวงแคว้นเหลียงมีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าบิดาของข้าได้รับฉายาบุรุษรักมั่นคง ภรรยาเดียวตลอดชีวิต เป็นใครว่าจ้างเจ้ามาสร้างความแตกแยกให้ครอบครัวข้า สารภาพโดยดีแล้วข้าจะยอมปล่อยเจ้าจากไปอย่างไร้รอยขีดข่วน”

            จ้าวลี่เชียนเลิกคิ้ว นิสัยพี่ชายไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อสิบปีก่อนแม้แต่น้อย หากไม่ใช่คนในครอบครัวหรือมิตรสหาย ยากนักที่จะได้สัมผัสความอ่อนโยนของเขา “แม่ทัพน้อยแข็งกร้าวเกินไปแล้ว ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียบ้าง ระวังวันหน้าจะไม่มีคุณหนูสกุลดี ๆ ยอมแต่งงานด้วย สกุลจ้าวจะมีทายาทสืบทอดต่อไปหรือไม่ ความหวังทั้งหมดอยู่ที่แม่ทัพน้อยผู้เดียว”

            “เรื่องของสกุลจ้าว ยังไม่ถึงคราวคนนอกอย่างเจ้ายื่นมือเข้ามาแทรก รีบสารภาพมาว่าเจ้าเป็นคนของใคร อย่าหาเรื่องถ่วงเวลาไม่ให้ข้าจับเจ้าโยนออกไปนอกจวน”

            ไม่รู้เพราะฤทธิ์สุราหรือลืมน้องสาวจริง ๆ จ้าวหลิงเซียวถึงได้ไม่รู้สึกคุ้นเคยจ้าวลี่เชียนเหมือนผู้เป็นบิดาสักนิด “ใครก็ได้” ตะโกนเรียกบ่าวรับใช้เสียงดัง

            บ่าวรับใช้สองคนวิ่งเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงเรียก

            จ้าวลี่เชียนเพียงปรายตามอง ไม่มีท่าทางหวาดหวั่นให้เห็น ยิ้มเล็กน้อยแล้วว่า “จ้าวหลิงเซียว ท่านแน่ใจว่าจะให้บ่าวรับใช้แตะต้องตัวข้า”

            จ้าวหลิงเซียวแค่นเสียงเหยียดหยัน ไล่สายตาดูถูกดูแคลนหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า “คนที่กล้าเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในจวนของข้า อย่าว่าแต่แตะต้อง จับทรมานข้าก็ทำได้”

            รอยยิ้มบนมุมปากจ้าวลี่เชียนกดลึกขึ้น เดินลงมาจากระเบียงทางเดิน ส่งสายตาท้าทาย “หวังว่าท่านจะไม่เสียใจภายหลัง”

            เสียงขบขันดังขึ้น “ตลอดอายุยี่สิบกว่าปีของข้าจ้าวหลิงเซียวไม่เคยมีความเสียใจ ยกเว้นตอนน้องสาวต้องไปอาศัยอยู่ที่อื่นเท่านั้น จับตัวนางไว้” หันไปสั่งบ่าวรับใช้

            “หยุด!”

            เสียงเปี่ยมพลังอำนาจของจ้าวเจิ้งส่งผลให้บ่าวรับใช้หยุดในช่วงจังหวะสุดท้ายก่อนจะได้สัมผัสร่างกายจ้าวลี่เชียน

            จ้าวหลิงเซียวมองบิดาอย่างไม่เข้าใจ ทว่าไม่ได้ระแวงว่าบุรุษที่เป็นแบบอย่างที่ดีของเขาตั้งแต่จำความได้จะแอบไปมีสัมพันธ์กับสตรีนางนี้จริง ๆ “ท่านพ่อ”

            จ้าวเจิ้งยกมือห้ามบุตรชายให้หยุดพูดก่อน ในที่สุดก็หาคำตอบของความคุ้นเคยที่เกิดขึ้นในใจได้ “เจ้าคือเชียนเอ๋อร์” ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก เนื่องจากไม่มีใครส่งข่าวมาแจ้งว่าบุตรสาวได้ออกจากอารามไป๋อวิ๋นเดินทางมาเมืองหลวง

            ได้ยินดังนั้น จ้าวหลิงเซียวถึงกับตะลึงงัน ขยี้ตามองหญิงสาวใหม่ สร่างเมาแทบจะทันที

            จ้าวลี่เชียนประสานสายตากับบิดา เห็นความรักใคร่เอ็นดูที่อยู่ข้างในชัดเจน นางคุกเข่าลง ประสานมือคำนับ “ลูกอกตัญญูกลับมาเยี่ยมท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ” ประโยคเดียวทั้งยืนยันฐานะและเฉลยทุกอย่าง

            จ้าวเจิ้งรีบเข้าไปประคองบุตรสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันถึงสิบปีขึ้นมา สวมกอดอย่างดีใจ “เจ้ามาได้อย่างไร ไฉนไม่ส่งข่าวมาแจ้งที่บ้าน พ่อจะได้ส่งคนไปรับ”

            “ถ้าลูกส่งข่าวมาแจ้งก็อดแกล้งท่านพ่อกับพี่ชายสิเจ้าคะ โดยเฉพาะพี่ชาย ถึงกับลืมน้องสาวคนนี้ไปแล้ว” น้ำเสียงติดงอนเล็กน้อย

            “เจ้าคือเชียนเอ๋อร์จริง ๆ หรือ” จ้าวหลิงเซียวถาม พอพิจารณาดี ๆ ก็เหมือนเห็นใบหน้าน้องสาวในวัยเด็กทับซ้อนขึ้นมา

            จ้าวลี่เชียนผละตัวออกจากอ้อมกอดบิดา เท้าสะเอวเฉกเช่นทุกครั้งเวลาไม่พอใจพี่ชายตอนเด็ก “จ้าวหลิงเซียว ท่านกล้าดีอย่างไรถึงจำน้องสาวคนนี้ไม่ได้ ประเดี๋ยวข้าจะไปฟ้องท่านแม่ให้ลงโทษท่าน”

            ชัดเจน...เวลาไม่พอใจจะเท้าสะเอว จากนั้นวิ่งไปฟ้องมารดา นี่แหละนิสัยน้องสาวของข้า ชายหนุ่มกางแขนทั้งสองข้าง เบี่ยงเบนความสนใจอย่างแนบเนียน “ขอพี่ชายกอดหน่อย”

            “อย่าหาบันไดลงให้ตนเองด้วยวิธีนี้เจ้าค่ะ ข้าไม่คล้อยตาม” สะบัดหน้าไปทางอื่นพลางกลั้นยิ้ม

* หมัวมัว เป็นคำเรียกหญิงสูงวัย มีความหมายหลากหลาย ทั้งย่า ยาย แม่นม ป้า และยังเป็นคำเรียกหญิงรับใช้อาวุโสในเชิงยกย่อง รวมถึงนางข้าหลวงอาวุโสในวังด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ของขวัญ (จบ)

    จ้าวลี่เชียนดึงความคิดของตนเองกลับมา ฟังจากคำพูดของเด็กหนุ่ม เป็นอันแน่ชัดว่าคือขอทานคนนั้น “จำได้สิ เจ้าเปลี่ยนไปจนข้าเกือบจำไม่ได้” “ต้องขอบคุณคุณชายหนานที่เมตตา อาซิ่นจึงมีชีวิตที่ดีขึ้น” จ้าวลี่เชียนเหลือบมองหนานไห่ ครั้นเก็บสายตากลับมาจึงพูดกับอาซิ่นว่า “น้องสาวเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สายตาของอาซิ่นที่มองจ้าวลี่เชียนเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน “เพราะคุณหนู น้องสาวของอาซิ่นจึงรอดพ้นจากความตาย เวลานี้หายดีแล้วขอรับ” “เป็นเรื่องดี วันหน้าต้องการความช่วยเหลือไปหาข้าที่จวนได้” “ในเมื่อคุณหนูจ้าวมีใจอยากช่วย มิสู้ให้เขาติดตามรับใช้ ร่างกายอาซิ่นเหมาะต่อการฝึกยุทธ์ ข้าจึงให้ซุนซือสอนการต่อสู้ให้เขา เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิด ฝีมืออาจไม่เก่งกาจเท่าคนที่ตั้งใจฝึกฝนตั้งแต่เด็ก แต่เชื่อว่าสามารถดูแลปกป้องคุณหนูได้ ช่วยทำงานหรือสืบข่าวในสถานที่ที่องครักษ์หญิงของคุณหนูไม่สะดวกเข้าไปได้ เก็บความลับได้ดีกว่าด้วย เขาเป็นคนขยัน วันหน้าความสามารถยังพัฒนาได้อีกไกล” “นี่คือของขวัญที่คุณชายหนานอยากมอบให้ข้า?” จ้าวลี่เชีย

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ของขวัญ

    จ้าวลี่เชียนลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่ในห้องนอนของจวนแม่ทัพใหญ่ บิดามารดาเรียกนางไปพบ สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไฉนนางถึงหมดสติที่ตำหนักบูรพา นางไม่ตอบเรื่องนี้ บิดามารดาของนางก็ไม่บังคับ เปลี่ยนไปพูดเรื่องสำคัญ นั่นคือฮองเฮาอยากสู่ขอนางให้รัชทายาท บิดาไม่ได้ให้คำตอบในตอนนั้น บอกเพียงต้องการถามความเห็นของนางก่อน ฮ่องเต้ให้การสนับสนุน ตรัสว่าไม่รีบร้อน สกุลจ้าวสามารถขบคิดนานเท่าไรก็ได้ คนไม่รู้คงคิดว่าพระองค์มีเมตตา ไม่บีบบังคับคนให้ทำเรื่องไม่เต็มใจ ส่วนคนที่รู้ว่าลูกสะใภ้ที่ฮ่องเต้หมายตาไว้มานานคือหลี่ม่านโถว ย่อมมองออกถึงการถ่วงเวลา เพื่อที่ระหว่างนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง นางเจอหลี่ม่านโถวในวัง คาดว่าคงเป็นการจัดการของฮ่องเต้ สร้างโอกาสให้หลี่ม่านโถวเอาชนะใจหวังเทียนซวี่ จะอย่างไรก็ตาม สำหรับนางมีแต่ได้ไม่มีเสีย ในเมื่อฮ่องเต้ให้เวลาขบคิด นางก็จะขบคิดนาน ๆ นานจนราชวงศ์หวังล่มสลาย ถึงเวลามีเรื่องพลิกฟ้าคว่ำดิน ใครจะยังมาสนใจเรื่องเสื่อมเสียของนางอีก วันเวลาผ่านไปอย่างสงบเงียบ บิดามารดาไม่เอ่ยเรื่องแต่งงาน นางก็หลีกเลี่ยงไม่พูดถึง หวังเทียนซวี่หายตัวไม่ได้

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   กลิ่นน้ำส้ม

    หวังเทียนซวี่วางจ้าวลี่เชียนบนตั่งยาวข้างหน้าต่าง ถอดถุงเท้าของนางเพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง จ้าวลี่เชียนรีบชักเท้าหลบ “สตรีไม่ควรเผยเท้าให้บุรุษที่มิใช่สามี” ดึงถุงเท้าที่เพิ่งถอดออกได้ครึ่งเดียวกลับ “ข้าต้องรับผิดชอบที่ล่วงเกินเจ้าอยู่แล้ว จะเห็นเท้าของเจ้าก่อนแต่งก็ไม่เป็นไรหรอก” จับเท้าของนางวางบนตัก เตรียมถอดถุงเท้าอีกครั้ง “หม่อมฉันไม่ต้องการความรับผิดชอบจากรัชทายาท หยุดทำเรื่องไม่สำรวมได้แล้วเพคะ” ปัดมือที่จับถุงเท้าของตนเองทิ้ง “รบกวนรัชทายาทให้นางกำนัลหรือขันทีก็ได้พาหม่อมฉันไปส่งที่รถม้า หม่อมฉันจะไปรอบิดาที่นั่น” ถึงจะรู้ว่าจ้าวลี่เชียนต้องปฏิเสธความรับผิดชอบของเขา แต่ในใจหวังเทียนซวี่ก็ยังรู้สึกหน่วงและผิดหวังอยู่ดี “การแต่งงานของบุตรเป็นบิดามารดาที่ตัดสินใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้า” จ้าวลี่เชียนแค่นหัวเราะ “สกุลอื่นอาจเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่สกุลจ้าวของหม่อมฉัน ความสุขทั้งชีวิตของลูก อย่างไรบิดามารดาก็ต้องถามความเห็น ซึ่งคำตอบของหม่อมฉันคือไม่ยินยอม” หวังเทียนซวี่สะกดความเสียใจ ระยะนี้

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าสิ้นลม (จบ)

    จังหวะที่หลี่ม่านโถวกำลังเดินผ่าน จ้าวลี่เชียนคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ นัยน์ตาแดงฉานดุจปีศาจคลั่ง ยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วกดเสียงต่ำให้ได้ยินกันสองคน “คุณหนูหลี่รักษาตัวด้วย หมากกระดานนี้ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าที่สิ้นลม ดังนั้นข้าจะไม่ออมมือ” ร่างกายหลี่ม่านโถวสั่นสะท้าน ทั้งกลัวและโกรธ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครข่มขู่นางเช่นนี้มาก่อน สะบัดมือจ้าวลี่เชียนออก กดเสียงต่ำพูดว่า “อย่าทำตัวอวดเก่งจองหองให้มากนัก ข้าไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวแน่ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดี หมากกระดานนี้ไม่เจ้าตายก็ข้าม้วยเช่นกัน” “เชิญคุณหนูจ้าวนั่ง” หวังเทียนซวี่พูดเมื่อหลี่ม่านโถวจากไปแล้ว เรื่องที่หญิงสาวทั้งสองกระซิบกระซาบกันเขาไม่สนใจ ความสนใจของเขาเวลานี้คืออยากพูดคุยกับจ้าวลี่เชียน จ้าวลี่เชียนเก็บสายตามาจากแผ่นหลังหลี่ม่านโถว เชื่อว่าอีกไม่นานศัตรูอันดับหนึ่งของนางคนนี้จะต้องมีความเคลื่อนไหว “ขอบพระทัยรัชทายาท หม่อมฉันไม่ได้คิดจะรั้งอยู่นาน ยืนเช่นนี้สะดวกกว่า” เรียกอู๋กงกงที่ยืนอยู่ด้านนอกหอเก๋งเข้ามา เนื่องจากเขาอาสาถือของขวัญที่นางจะมอบให้หวังเทียนซ

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าสิ้นลม

    รถม้าเคลื่อนตัวผ่านประตูวังหลวง จ้าวเจิ้งกับจ้าวลี่เชียนลงจากรถม้า ขันทีคนหนึ่งซึ่งมายืนรอสองพ่อลูกนานแล้วคารวะทักทาย “แม่ทัพใหญ่ คุณหนูจ้าว” จ้าวเจิ้งรู้จักขันทีคนนี้ จึงทักทายกลับ “อู๋กงกง ไฉนถึงมาอยู่ที่นี่แทนที่จะอยู่รับใช้ฮองเฮาที่ตำหนักคุนหนิง” อู๋กงกงยิ้มเป็นมิตร “ฮองเฮาทรงทราบว่าวันนี้แม่ทัพใหญ่จะพาบุตรสาวมาขอบคุณรัชทายาท จึงส่งบ่าวมาต้อนรับและนำทาง” “อันที่จริงข้ารู้เส้นทางไปตำหนักบูรพา ไม่จำเป็นต้องรบกวนอู๋กงกงนำทางเลย” “แม่ทัพใหญ่รู้ แต่คุณหนูจ้าวไม่รู้ ฝ่าบาทกับฮองเฮามีเรื่องอยากปรึกษาพูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ เชิญแม่ทัพใหญ่ที่ห้องทรงพระอักษร ส่วนคุณหนูจ้าวบ่าวจะพาไปพบรัชทายาทเอง” จ้าวเจิ้งมองจ้าวลี่เชียน “เชียนเอ๋อร์ไปพบรัชทายาทคนเดียวได้หรือไม่” ถามอย่างห่วงใย กลัวนางประหม่าวางตัวไม่ถูกยามอยู่ในอาณาเขตวังหลวง อดีตองค์หญิงอย่างจ้าวลี่เชียนหรือจะประหม่า ยิ้มตอบบิดา “ได้เจ้าค่ะ” ไม่มีบิดาไปด้วย นางก็ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มให้หวังเทียนซวี่ รีบขอบคุณรีบกลับออกมา “รบกวนอู๋กงกงแล้ว”

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   แผนการแก้แค้น (จบ)

    “ข้าเป็นสตรีไม่ควรยุ่งเรื่องในราชสำนัก แต่ก็อยากลองออกความเห็นดู พี่ชายคิดว่าพี่เหวินเป็นอย่างไร เขาเป็นบุตรชายของท่านลุงเซี่ย แม่ทัพรักษาการณ์เมืองหลวง ติดตามบิดาดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งในและนอกเมืองตั้งแต่ยังเยาว์ ความสามารถไม่ต้องพูดถึง เทียบเคียงบิดาผู้ให้กำเนิดได้สบาย สำคัญสุดคือเขาเคยช่วยฝ่าบาทจากการลอบปลงพระชนม์เมื่อห้าปีก่อน หากมีคนเสนอชื่อของเขา บางทีฮ่องเต้อาจระลึกถึงความดีความชอบครั้งใหญ่ในตอนนั้น แต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพซ้าย เขาไม่ใช่คนในสังกัดกองทัพสกุลจ้าว ฝ่าบาทคงไม่คลางแคลงพระทัย ท่านกับพี่หญิงหว่านรักใคร่ชอบพอกัน วันใดวันหนึ่งตกลงปลงใจ ท่านก็คือน้องเขยของเขา เขาย่อมไม่ถูกเจิ้งกั๋วกงซื้อตัวไปเป็นสมัครพรรคพวก” ดวงตาจ้าวหลิงเซียวลุ่มลึกยามจับจ้องใบหน้าจ้าวลี่เชียน เนิ่นนานถึงค่อยพูดว่า “เจ้าจากเมืองหลวงไปสิบปี เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน เรื่องราวเกี่ยวกับเซี่ยเหวิน เจ้ารู้ละเอียดเช่นนี้ได้อย่างไร” เขายังไม่สนใจเรื่องเสนอชื่อเซี่ยเหวินให้รับตำแหน่งแม่ทัพซ้าย สนใจน้องสาวที่ความคิดความอ่านไม่เหมือนหญิงสาวที่ถูกปิดกั้นเรื่องทางโลก ใช้ชีวิตอยู่ในอารามห่างไกล ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status