Share

พบหน้า (จบ)

last update publish date: 2026-09-12 12:27:52

          จ้าวหลิงเซียวโอดครวญ หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากบิดา

            จ้าวเจิ้งแสร้งมองไม่เห็น รอดูว่าบุตรชายจะแก้สถานการณ์อย่างไร

            “วันนี้ช่างเป็นวันมงคลของสกุลจ้าวจริง ๆ ไม่เพียงเป็นวันครบรอบอายุหกสิบปีของฮูหยินผู้เฒ่า ยังเป็นวันที่ท่านแม่ทัพได้พบบุตรสาวในรอบสิบปีอีกด้วย”

            คำพูดที่มาพร้อมเสียงทุ้มนุ่มเปรียบเหมือนการอภัยโทษจากสวรรค์ของจ้าวหลิงเซียว ส่วนจ้าวเจิ้งพลันตระหนักได้ถึงการมีตัวตนของแขกสูงศักดิ์

            “กระหม่อมเสียมารยาทแล้ว ลืมไปเสียสนิทว่ายังมีแขก” จ้าวเจิ้งค้อมศีรษะขออภัยคนในศาลา พาบุตรสาวเข้าไปคารวะแขกสำคัญของจวน “เชียนเอ๋อร์ นี่คือองค์ชายเจ็ด”

            จ้าวลี่เชียนยอบกายคำนับพลางช้อนตามองชายหนุ่มเล็กน้อย ฐานะของเขาไม่ธรรมดาอย่างที่นางคาดเดาไว้จริง ๆ บุรุษหน้าขาวผุดผ่อง มองแล้วให้ความรู้สึกเสเพล ดวงตาดอกท้อของเขาทอประกายหลงใหลยามสบตากับนาง “คารวะองค์ชายเจ็ด”

            “คุณหนูจ้าวไม่ต้องมากพิธี” สายตาองค์ชายเจ็ดหวังเทียนชิงไม่ละไปจากดวงหน้างาม กระทั่งพี่ชายที่มีสัญชาตญาณหวงน้องสาวอย่างจ้าวหลิงเซียวกระแอมกระไอ เขาถึงยอมเก็บสายตาคืน ยิ้มขออภัย

            “ส่วนท่านผู้นี้คือรัชทายาท” จ้าวเจิ้งแนะนำแขกอีกคนต่อ

            หญิงสาวยอบกายคำนับบุรุษที่ก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนระเบียงทางเดินเขานั่งหันหลังให้นาง จวบจนนางเดินเข้ามาในศาลา เขาก็เอาแต่นั่งนิ่งไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ องค์ชายเจ็ดฐานะว่าไม่ธรรมดาแล้ว ยังมีรัชทายาทอีก “คารวะรัชทายาท”

            ชายหนุ่มที่เป็นรัชทายาทใช้คำพูดเดียวกับน้องชายตอบกลับหญิงสาว น้ำเสียงนุ่มนวลคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนทำให้จ้าวลี่เชียนต้องลอบช้อนตามองอีกฝ่าย

            ทันใดนั้น สรรพสิ่งรอบกายคล้ายหยุดนิ่ง ความเคียดแค้นชิงชังไร้ที่มาเข้าจู่โจมกลางอก ส่งผลให้ดวงหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมดุร้าย แววตาราวต้องการฉีกกระชากร่างของฝ่ายตรงข้ามออกเป็นชิ้น ๆ นำพาความแปลกใจให้กับหวังเทียนซวี่ซึ่งมองนางเช่นกัน

            “คุณหนูจ้าว พวกเราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่” ว่ากันตามหลักความจริง คนสองคนที่เพิ่งพบหน้ากัน เป็นไปได้ยากที่จะมอบความชิงชังให้กันทันที นอกเสียจากมีเรื่องขัดแย้ง อาจมาจากครอบครัว หรือไม่ก็เผลอล่วงเกินไม่รู้ตัว ซึ่งเขาพยายามคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

            เรื่องความสุภาพให้เกียรติสตรี หากเขาเป็นที่สอง ในเมืองหลวงแคว้นเหลียงคงไม่มีที่หนึ่ง

            จ้าวลี่เชียนพลันได้สติ รีบปรับสีหน้าท่าทาง หลุบตาซุกซ่อนความสับสนว้าวุ่น ไม่เข้าใจรวมถึงสงสัยสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาหาคำตอบ

            “เรียนรัชทายาท หม่อมฉันถือศีลภาวนาอยู่ในอารามบนเขาตั้งแต่เด็ก ไหนเลยจะเคยรู้จักพระองค์”

            หวังเทียนซวี่เงียบ ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาในใจก่อนเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร

            “ท่านพ่อ ลูกเดินทางมาหลายวันรู้สึกเหนื่อย ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ” อาการอึดอัดหายใจไม่สะดวกเร่งเร้าให้จ้าวลี่เชียนรีบพาตัวเองไปจากที่นี่

            จ้าวเจิ้งสังเกตเห็นสีหน้าซีดเซียวของบุตรสาวก็ไม่รอช้า ส่งสัญญาณให้เสี่ยวจูเข้ามาประคองผู้เป็นนาย “เจ้ากลับมากะทันหัน เรือนพักอาศัยจึงไม่ได้เก็บกวาด คืนนี้เจ้านอนกับมารดาเถิด พ่อจะไปนอนที่ห้องหนังสือ”

            “ขอบคุณท่านพ่อที่เสียสละเตียงกับท่านแม่ให้ลูก” ไม่ลืมหยอกล้อบิดาก่อนแยกตัวจากไป

            “แค่คืนนี้คืนเดียว คืนอื่นพ่อไม่ยอมนะ” ชายวัยกลางคนหยอกเย้ากลับ เรียกรอยยิ้มจากบุตรสาว

            ถึงในใจจะรู้สึกไม่ชอบหวังเทียนซวี่ แต่ตามมารยาทจ้าวลี่เชียนยังคงต้องกล่าวอำลา “หม่อมฉันขอทูลลารัชทายาท” หันไปหาบุรุษอีกคน “องค์ชายเจ็ด”

            หลังจ้าวลี่เชียนจากไป หวังเทียนซวี่ก็ขอตัวกลับเช่นกัน หวังเทียนชิงมากับพี่ชาย แน่นอนว่าต้องกลับพร้อมกัน

            ตั้งแต่ออกจากจวนแม่ทัพใหญ่ หวังเทียนซวี่มีอาการเหม่อลอย ในหัวปรากฏแต่ใบหน้าของจ้าวลี่เชียน อารมณ์หลากหลายตีกันวุ่นวายในอก ที่เด่นชัดเห็นจะเป็นความคิดถึงและโหยหา ราวกับว่าเขารอคอยนางมานานแสนนาน

            คืนนี้ถนนที่สองพี่น้องใช้เดินทางกลับวังหลวงค่อนข้างเงียบเหงาไร้ผู้คน เสียงกุบกับเวลาเกือกม้ากระทบพื้นจึงดังชัดเจน หวังเทียนซวี่กับหวังเทียนชิงขี่ม้าเคียงข้างกันอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นองครักษ์ประจำตัว

            “พี่สี่…พี่สี่” หวังเทียนชิงเอ่ยเรียกพี่ชาย

            หวังเทียนซวี่หลุดจากภวังค์ ตั้งสติไม่นึกถึงจ้าวลี่เชียนอีก “มีอะไรหรือ” ตอบกลับน้องชาย

            “ท่านว่าคุณหนูจ้าวเป็นอย่างไร”

            คำถามนี้ทำหัวใจหวังเทียนซวี่เต้นผิดจังหวะ “เป็นโฉมงามที่หาตัวจับได้ยาก”

            หวังเทียนชิงยิ้ม สองตาเป็นประกาย ถูกความงามของจ้าวลี่เชียนสะกดจนหยุดนึกถึงไม่ได้ “ข้าเห็นด้วย หากได้โฉมงามเช่นนางมาเป็นพระชายา ชีวิตนี้ไม่ขอถามหาชายารองหรืออนุ”

            “เจ้าชอบนาง?”

            คนเป็นน้องยืดอกตอบเสียงดังฟังชัด “ย่อมต้องชอบ งดงามอย่างคุณหนูจ้าว จะมีบุรุษสักกี่คนกล้าเมินเฉย หนึ่งในนั้นคงเป็นพี่สี่เพราะมีหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเป็นว่าที่พระชายารัชทายาทแล้ว”

            คิ้วคมเข้มรูปกระบี่ขมวดมุ่น กลางอกบังเกิดอาการปวดร้าว ทรมานประหนึ่งมีมีดนับพันนับหมื่นกรีดเฉือนหัวใจยามนึกถึงเรื่องแต่งงาน ตามด้วยลมหายใจติดขัด สองตาพร่าเลือน สุดท้ายสติดับวูบ ร่างร่วงลงจากหลังม้ากระแทกพื้น

            “พี่สี่!” เสียงตื่นตระหนกตกใจของหวังเทียนชิงดังขึ้น รีบพลิกตัวลงจากหลังม้าพลางร้องเรียกองครักษ์

            เกิดความโกลาหลขึ้นฉับพลัน โชคดีที่ประตูวังหลวงอยู่ไม่ไกล องครักษ์จึงแบกร่างไร้สติของหวังเทียนซวี่ขึ้นหลัง วิ่งตรงไปยังตำหนักบูรพา

            ค่ำคืนนั้นตำหนักบูรพาอลหม่านวุ่นวาย หมอหลวงทั้งสำนักต่างมารวมตัว เนื่องจากรัชทายาทที่มีพระพลานามัยแข็งแรงมาตลอด จู่ ๆ หมดสติอย่างไม่ทราบสาเหตุ หากมิใช่ตรวจสอบพิษแล้วว่าไม่มี เกรงว่าจวนแม่ทัพใหญ่คงต้องแบกรับข้อหาลอบสังหารรัชทายาท

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ของขวัญ (จบ)

    จ้าวลี่เชียนดึงความคิดของตนเองกลับมา ฟังจากคำพูดของเด็กหนุ่ม เป็นอันแน่ชัดว่าคือขอทานคนนั้น “จำได้สิ เจ้าเปลี่ยนไปจนข้าเกือบจำไม่ได้” “ต้องขอบคุณคุณชายหนานที่เมตตา อาซิ่นจึงมีชีวิตที่ดีขึ้น” จ้าวลี่เชียนเหลือบมองหนานไห่ ครั้นเก็บสายตากลับมาจึงพูดกับอาซิ่นว่า “น้องสาวเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” สายตาของอาซิ่นที่มองจ้าวลี่เชียนเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูน “เพราะคุณหนู น้องสาวของอาซิ่นจึงรอดพ้นจากความตาย เวลานี้หายดีแล้วขอรับ” “เป็นเรื่องดี วันหน้าต้องการความช่วยเหลือไปหาข้าที่จวนได้” “ในเมื่อคุณหนูจ้าวมีใจอยากช่วย มิสู้ให้เขาติดตามรับใช้ ร่างกายอาซิ่นเหมาะต่อการฝึกยุทธ์ ข้าจึงให้ซุนซือสอนการต่อสู้ให้เขา เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิด ฝีมืออาจไม่เก่งกาจเท่าคนที่ตั้งใจฝึกฝนตั้งแต่เด็ก แต่เชื่อว่าสามารถดูแลปกป้องคุณหนูได้ ช่วยทำงานหรือสืบข่าวในสถานที่ที่องครักษ์หญิงของคุณหนูไม่สะดวกเข้าไปได้ เก็บความลับได้ดีกว่าด้วย เขาเป็นคนขยัน วันหน้าความสามารถยังพัฒนาได้อีกไกล” “นี่คือของขวัญที่คุณชายหนานอยากมอบให้ข้า?” จ้าวลี่เชีย

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ของขวัญ

    จ้าวลี่เชียนลืมตาขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่ในห้องนอนของจวนแม่ทัพใหญ่ บิดามารดาเรียกนางไปพบ สอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไฉนนางถึงหมดสติที่ตำหนักบูรพา นางไม่ตอบเรื่องนี้ บิดามารดาของนางก็ไม่บังคับ เปลี่ยนไปพูดเรื่องสำคัญ นั่นคือฮองเฮาอยากสู่ขอนางให้รัชทายาท บิดาไม่ได้ให้คำตอบในตอนนั้น บอกเพียงต้องการถามความเห็นของนางก่อน ฮ่องเต้ให้การสนับสนุน ตรัสว่าไม่รีบร้อน สกุลจ้าวสามารถขบคิดนานเท่าไรก็ได้ คนไม่รู้คงคิดว่าพระองค์มีเมตตา ไม่บีบบังคับคนให้ทำเรื่องไม่เต็มใจ ส่วนคนที่รู้ว่าลูกสะใภ้ที่ฮ่องเต้หมายตาไว้มานานคือหลี่ม่านโถว ย่อมมองออกถึงการถ่วงเวลา เพื่อที่ระหว่างนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง นางเจอหลี่ม่านโถวในวัง คาดว่าคงเป็นการจัดการของฮ่องเต้ สร้างโอกาสให้หลี่ม่านโถวเอาชนะใจหวังเทียนซวี่ จะอย่างไรก็ตาม สำหรับนางมีแต่ได้ไม่มีเสีย ในเมื่อฮ่องเต้ให้เวลาขบคิด นางก็จะขบคิดนาน ๆ นานจนราชวงศ์หวังล่มสลาย ถึงเวลามีเรื่องพลิกฟ้าคว่ำดิน ใครจะยังมาสนใจเรื่องเสื่อมเสียของนางอีก วันเวลาผ่านไปอย่างสงบเงียบ บิดามารดาไม่เอ่ยเรื่องแต่งงาน นางก็หลีกเลี่ยงไม่พูดถึง หวังเทียนซวี่หายตัวไม่ได้

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   กลิ่นน้ำส้ม

    หวังเทียนซวี่วางจ้าวลี่เชียนบนตั่งยาวข้างหน้าต่าง ถอดถุงเท้าของนางเพื่อจะได้ทำการรักษาได้อย่างถูกต้อง จ้าวลี่เชียนรีบชักเท้าหลบ “สตรีไม่ควรเผยเท้าให้บุรุษที่มิใช่สามี” ดึงถุงเท้าที่เพิ่งถอดออกได้ครึ่งเดียวกลับ “ข้าต้องรับผิดชอบที่ล่วงเกินเจ้าอยู่แล้ว จะเห็นเท้าของเจ้าก่อนแต่งก็ไม่เป็นไรหรอก” จับเท้าของนางวางบนตัก เตรียมถอดถุงเท้าอีกครั้ง “หม่อมฉันไม่ต้องการความรับผิดชอบจากรัชทายาท หยุดทำเรื่องไม่สำรวมได้แล้วเพคะ” ปัดมือที่จับถุงเท้าของตนเองทิ้ง “รบกวนรัชทายาทให้นางกำนัลหรือขันทีก็ได้พาหม่อมฉันไปส่งที่รถม้า หม่อมฉันจะไปรอบิดาที่นั่น” ถึงจะรู้ว่าจ้าวลี่เชียนต้องปฏิเสธความรับผิดชอบของเขา แต่ในใจหวังเทียนซวี่ก็ยังรู้สึกหน่วงและผิดหวังอยู่ดี “การแต่งงานของบุตรเป็นบิดามารดาที่ตัดสินใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้า” จ้าวลี่เชียนแค่นหัวเราะ “สกุลอื่นอาจเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่สกุลจ้าวของหม่อมฉัน ความสุขทั้งชีวิตของลูก อย่างไรบิดามารดาก็ต้องถามความเห็น ซึ่งคำตอบของหม่อมฉันคือไม่ยินยอม” หวังเทียนซวี่สะกดความเสียใจ ระยะนี้

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าสิ้นลม (จบ)

    จังหวะที่หลี่ม่านโถวกำลังเดินผ่าน จ้าวลี่เชียนคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ นัยน์ตาแดงฉานดุจปีศาจคลั่ง ยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วกดเสียงต่ำให้ได้ยินกันสองคน “คุณหนูหลี่รักษาตัวด้วย หมากกระดานนี้ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าที่สิ้นลม ดังนั้นข้าจะไม่ออมมือ” ร่างกายหลี่ม่านโถวสั่นสะท้าน ทั้งกลัวและโกรธ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครข่มขู่นางเช่นนี้มาก่อน สะบัดมือจ้าวลี่เชียนออก กดเสียงต่ำพูดว่า “อย่าทำตัวอวดเก่งจองหองให้มากนัก ข้าไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียวแน่ เจ้าเองก็รักษาตัวให้ดี หมากกระดานนี้ไม่เจ้าตายก็ข้าม้วยเช่นกัน” “เชิญคุณหนูจ้าวนั่ง” หวังเทียนซวี่พูดเมื่อหลี่ม่านโถวจากไปแล้ว เรื่องที่หญิงสาวทั้งสองกระซิบกระซาบกันเขาไม่สนใจ ความสนใจของเขาเวลานี้คืออยากพูดคุยกับจ้าวลี่เชียน จ้าวลี่เชียนเก็บสายตามาจากแผ่นหลังหลี่ม่านโถว เชื่อว่าอีกไม่นานศัตรูอันดับหนึ่งของนางคนนี้จะต้องมีความเคลื่อนไหว “ขอบพระทัยรัชทายาท หม่อมฉันไม่ได้คิดจะรั้งอยู่นาน ยืนเช่นนี้สะดวกกว่า” เรียกอู๋กงกงที่ยืนอยู่ด้านนอกหอเก๋งเข้ามา เนื่องจากเขาอาสาถือของขวัญที่นางจะมอบให้หวังเทียนซ

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   ไม่ใช่เจ้าวอดวายก็เป็นข้าสิ้นลม

    รถม้าเคลื่อนตัวผ่านประตูวังหลวง จ้าวเจิ้งกับจ้าวลี่เชียนลงจากรถม้า ขันทีคนหนึ่งซึ่งมายืนรอสองพ่อลูกนานแล้วคารวะทักทาย “แม่ทัพใหญ่ คุณหนูจ้าว” จ้าวเจิ้งรู้จักขันทีคนนี้ จึงทักทายกลับ “อู๋กงกง ไฉนถึงมาอยู่ที่นี่แทนที่จะอยู่รับใช้ฮองเฮาที่ตำหนักคุนหนิง” อู๋กงกงยิ้มเป็นมิตร “ฮองเฮาทรงทราบว่าวันนี้แม่ทัพใหญ่จะพาบุตรสาวมาขอบคุณรัชทายาท จึงส่งบ่าวมาต้อนรับและนำทาง” “อันที่จริงข้ารู้เส้นทางไปตำหนักบูรพา ไม่จำเป็นต้องรบกวนอู๋กงกงนำทางเลย” “แม่ทัพใหญ่รู้ แต่คุณหนูจ้าวไม่รู้ ฝ่าบาทกับฮองเฮามีเรื่องอยากปรึกษาพูดคุยกับแม่ทัพใหญ่ เชิญแม่ทัพใหญ่ที่ห้องทรงพระอักษร ส่วนคุณหนูจ้าวบ่าวจะพาไปพบรัชทายาทเอง” จ้าวเจิ้งมองจ้าวลี่เชียน “เชียนเอ๋อร์ไปพบรัชทายาทคนเดียวได้หรือไม่” ถามอย่างห่วงใย กลัวนางประหม่าวางตัวไม่ถูกยามอยู่ในอาณาเขตวังหลวง อดีตองค์หญิงอย่างจ้าวลี่เชียนหรือจะประหม่า ยิ้มตอบบิดา “ได้เจ้าค่ะ” ไม่มีบิดาไปด้วย นางก็ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มให้หวังเทียนซวี่ รีบขอบคุณรีบกลับออกมา “รบกวนอู๋กงกงแล้ว”

  • บ่วงแค้นผลาญด้ายแดง   แผนการแก้แค้น (จบ)

    “ข้าเป็นสตรีไม่ควรยุ่งเรื่องในราชสำนัก แต่ก็อยากลองออกความเห็นดู พี่ชายคิดว่าพี่เหวินเป็นอย่างไร เขาเป็นบุตรชายของท่านลุงเซี่ย แม่ทัพรักษาการณ์เมืองหลวง ติดตามบิดาดูแลความสงบเรียบร้อยทั้งในและนอกเมืองตั้งแต่ยังเยาว์ ความสามารถไม่ต้องพูดถึง เทียบเคียงบิดาผู้ให้กำเนิดได้สบาย สำคัญสุดคือเขาเคยช่วยฝ่าบาทจากการลอบปลงพระชนม์เมื่อห้าปีก่อน หากมีคนเสนอชื่อของเขา บางทีฮ่องเต้อาจระลึกถึงความดีความชอบครั้งใหญ่ในตอนนั้น แต่งตั้งเขาเป็นแม่ทัพซ้าย เขาไม่ใช่คนในสังกัดกองทัพสกุลจ้าว ฝ่าบาทคงไม่คลางแคลงพระทัย ท่านกับพี่หญิงหว่านรักใคร่ชอบพอกัน วันใดวันหนึ่งตกลงปลงใจ ท่านก็คือน้องเขยของเขา เขาย่อมไม่ถูกเจิ้งกั๋วกงซื้อตัวไปเป็นสมัครพรรคพวก” ดวงตาจ้าวหลิงเซียวลุ่มลึกยามจับจ้องใบหน้าจ้าวลี่เชียน เนิ่นนานถึงค่อยพูดว่า “เจ้าจากเมืองหลวงไปสิบปี เพิ่งกลับมาได้ไม่นาน เรื่องราวเกี่ยวกับเซี่ยเหวิน เจ้ารู้ละเอียดเช่นนี้ได้อย่างไร” เขายังไม่สนใจเรื่องเสนอชื่อเซี่ยเหวินให้รับตำแหน่งแม่ทัพซ้าย สนใจน้องสาวที่ความคิดความอ่านไม่เหมือนหญิงสาวที่ถูกปิดกั้นเรื่องทางโลก ใช้ชีวิตอยู่ในอารามห่างไกล ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status