LOGIN“กี่ขวบแล้วล่ะ นิ้ง”
สายตาของตรีดาว มองดูเด็กหญิงที่ตอนนี้อ้อนให้มารดาอุ้ม เพราะถึงเวลาต้องจุ๊บๆ นมจากเต้าแล้ว
“สามขวบสามเดือนแล้วค่ะ”
ทยิดาพูดยิ้มๆ มองดูเด็กขี้อ้อนอย่างแสนรัก วันนี้สาวน้อยของเธอสวยน่ารัก ในชุดกระต่ายสีชมพู...เป็นชุดเสื้อแขนสั้น ฮู้ดหูกระต่าย กางเกงยาว ดูปุกปุยน่าเอ็นดู เจ้าตัวใส่รองเท้าผ้าใบลายกระต่าย มีแสงไฟเวลาเดิน ทั้งหมดนี้ คนเลือกแต่งให้น้องคือพี่หนมโก๋ ยัยหนูมีชุดกระต่าย ชุดหมี และชุดน้องกุ๊กไก่ วนเวียนใส่อยู่แบบนี้ช่วงนี้ ในวัยที่เรียกได้ว่า วัยทองสามนาทีสี่อารมณ์ คุณแม่ต้องเหนื่อยหน่อย คนเลี้ยงต้องรับมือ
“น่ารักมากเลยอะลูกสาวนิ้ง งื้อ ตัวจริงๆ น่าอุ้มน่าฟัดจริงๆ นะนายขอป้าแต้วอุ้มหน่อยนะ”
“ม่าย...”
เบะปากใส่ แล้วทำหน้างอๆ น้ำตาปริ่มแล้วเพราะอยากจุ๊บนม
“แม่ขา นมหน่อย นะนาย หิวนมๆ”
“เดี๋ยวแม่หาที่ให้นมก่อนน้า”
ทยิดาว่า แล้วมองซ้ายมองขวา จะหาร้านเหมาะๆ ที่พอจะมีหลบมุมให้นมลูกได้ เพราะมีอุไรวรรณเป็นไอดอลให้นมแม่ยาวๆ เธอเลยต้องลำบากหน่อย เวลาลูกสาวงอแงจะเข้าเต้า นานๆ เลยออกข้างนอกทีหนึ่ง วันนี้ที่มาก็เพราะนัดกับตรีดาวเรื่องงาน ถ้าไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่ออกมาจากบ้าน
“ไปร้านโน้นไหม มีมุมโซฟา เป็นส่วนตัวหน่อย ปะ...ให้นะนายกินนม เราสองคนก็กินข้าวกันอีกสักรอบ”
ตรีดาวว่า ทยิดาเลยหัวเราะ เพราะเจอกันตอนแรกก็กินข้าวไปรอบหนึ่งแล้ว เมาท์กันยาวๆ จนลูกสาวงอแงหิวนมนี่แหละ
พวกเธอพากันเข้ามาในร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีมุมกั้นไว้ให้รับประทาน นะนายมุดเข้าไปในผ้าคลุมให้นมแล้วเรียบร้อย ตรีดาวมองเด็กน้อยอย่างเอ็นดู เอื้อมมือจับขาป้อมๆ ขาวอมชมพูเขย่าเบาๆ มันเขี้ยว ได้ยินเสียงคนหวงตัวอือออมาจากโปงผ้า เรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งแม่และป้า
“มันเขี้ยวจัง อยากจับฟัดๆ เห็นลูกสาวนิ้งแล้วอยากมีลูกมั่ง แต่ก็จนใจ หาผัวยังไม่ได้”
คำพูดของตรีดาว ทำให้ทยิดาอมยิ้ม
“โธ่ พี่แต้วก็ สวยๆ อย่างพี่แต้วไม่ยอมมีต่างหาก พี่วรรณหาหนุ่มทหารอากาศให้บ้าง นักบินให้บ้าง พี่แต้วก็เมิน”
“แหม...อยากมีลูกแต่ไม่อยากมีผัวอะ คนรอบตัวทำให้พี่หวาดๆ ผู้ชาย ผู้ชายดีๆ แบบพี่ชายของพี่ หรือว่าน้องชายของพี่ คงจะมีแค่นั้นแหละ”
ขายของเบาๆ พี่ชายของเธอคือสหพล สามีของอุไรวรรณ ส่วนน้องชายของเธอคือ อรรณพ คนหลังนี้เป็นทหาอากาศน้องชายของอุไรวรรณ ที่เธอกับอุไรวรรณรู้กัน ว่าอรรณพนั้นแอบชอบทยิดาอยู่
“ถ้ามีอยากได้ลูกสาวเหมือนนิ้ง ไม่อยากมีลูกชายเหมือนไอ้เจ้าหนมโก๋”
คำเปรยถึงหลานชายคนเดียว ทยิดายิ้มกว้างกว่าเดิมกับสีหน้าของทยิดา หนมโก๋ หรือ บินเหนือ เป็นลูกชายคนเดียวของอุไรวรรณ ตอนนี้อายุเจ็ดขวบแล้ว เป็นเด็กที่เป็นตัวของตัวเองมาก จะว่าแสบก็แสบ จะว่าดื้อก็ดื้อ อยู่ในขั้นพอรับมือไหวสำหรับผู้เป็นแม่ และทำให้คนรอบข้างอมยิ้ม ทึ่งในไอคิวของพ่อแสบที่ช่างเจรจา ช่างคิด ช่างทำเหลือล้น
“หนมโก๋น่ารักออกค่ะพี่แต้ว”
“แหม...น่ารักก็น่ารัก แตะไม่ได้เลยนะจ๊ะ ลูกชายเราอะ”
พูดแบบนั้นเพราะทยิดามีส่วนช่วยเลี้ยงเด็กชายเนื่องจากบ้านใกล้เรือนเคียงกับอุไรวรรณ เธอนั้นตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพวกเขาแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติสนิท เด็กทั้งสองคนของสองบ้านก็แทบจะกลายเป็นพี่ชายน้องสาวกันไปแล้วจริงๆ
“เด็กซนคือเด็กฉลาดค่ะ”
เธอแก้ต่างให้บินเหนือ ส่วนคนเป็นอาได้แต่กลอกตาเมื่อนึกถึงวีรกรรมของเจ้าหลานชายที่เคยพาไปนอนด้วยอาทิตย์หนึ่ง ตอนนั้นอุไรวรรณไม่สบายติดโควิด มีเจ้าแสบรอดไม่เป็นอยู่คนเดียว เลยเอาไปฝากให้ตรีดาวเลี้ยง
“ฉลาดเกินไปสักหน่อยหลานพี่น่ะ”
สองสาวหัวเราะขำ แล้วสั่งอาหารมารับประทานกัน อาหารกลางวันยังไม่ย่อยเท่าไหร่ เลยสั่งมาแต่ของกินเล่น ให้เด็กน้อยได้จุ๊บนม และงีบหลับถ้าไม่อย่างนั้นจะงอแง เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกติดเต้า ไปไหนมาไหนพะรุงพะรังและเหนื่อยหน่อย แต่เธอก็ชินแล้ว สองแม่ลูกไปไหนไปกันตลอด บางหนจะมีหนุ่มน้อยอีกคน ติดสอยห้อยตามมาด้วย เพราะติดน้องและติดอานิ้ง ถ้าวันนี้ไม่ไปโรงเรียนก็คงจะขอมาด้วยแน่ๆ
สาวน้อยหลับไปแล้ว ผู้เป็นมารดาค่อยๆ ดึงยอดอกออกจากปากเล็กๆ สีชมพูนั้น เอาผ้าคลุมออก เผยให้เห็นสาวน้อยกระต่ายหลับปุ๋ย ตรีดาวขอถ่ายรูปหลานรัวๆ มีหลานน่ารักแบบนี้ใครก็อยากอวด
“ขอพี่เอาลงเฟซอวดได้มะ”
คำขอของเพื่อนสาวทำให้ทยิดาเม้มปากเล็กน้อย เธอนั้นตัดขาดโซเชียล และใช้เพียงเฟซอวตารไว้รับงานบ้างเท่านั้น ไม่เคยทำตัวมีตัวตนบนโซเชียล เพราะเกรงว่าใครบางคนอาจจะเห็นเธอเข้า...
เป็นความกลัวของคนที่มีชนักติดหลัง ที่หนีเขามานั่นแหละ
แต่เขาอาจจะลืมเธอไปแล้วก็ได้ เรื่องมันตั้งหลายปีแล้ว...
“ก็ได้ค่ะ แต่...ไม่ต้องถ่ายให้ติดนิ้งนะคะ”
“จ้า...”
ตรีดาวเคยสงสัยว่า ทำไมทยิดาพอออกจากงาน และมีลูกก็ไม่เคยออกสื่ออีกเลย ทั้งที่เมื่อก่อนก็พอเล่นเฟซ เล่นไอจีบ้าง แต่...เอาเถอะ ทยิดามีเหตุผลนั่นแหละ เธอไม่ละลาบละล้วงและให้สิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของเพื่อนรุ่นน้อง
วันนี้ที่นัดกันคือคุยเรื่องงานที่สำนักพิมพ์ เธอเอาหนังสือมาให้กับทยิดาเป็นผลงานที่ทยิดาแปลไว้ มีหนึ่งเล่ม และคุยกันเรื่องงานใหม่หนต่อไป
“เอ่อ...พี่ลืมบอกไปเรื่องงานหน้า ถ้าอาจจะมีเลตจ่ายค่าแปลบ้าง นิ้งจะว่าอะไรไหม ลำบากไหม?”
ถามอย่างเกรงใจ ทยิดาสั่นหน้า เธอมีทุนรอนและทำงานแปลพอได้ค่ากับข้าวนิดๆ หน่อยๆ ตอนนี้เธอเลี้ยงเจ้าตัวน้อยอย่างเดียว ยังไม่มีแพลนว่าจะทำอะไร รอลูกเข้าโรงเรียนแล้ว พอมีเวลาว่างก็ค่อยว่ากัน เพราะเธอมีทุนเก็บไว้จำนวนหนึ่ง
“ไม่เลยค่ะพี่แต้ว นิ้งอยู่ได้ค่ะ”
“เฮ้อ...งานอาจจะน้อยลง จากสองเดือนเรื่อง เป็นสามเดือน สี่เดือนเรื่องอะไรงี้นะ พี่จะบอกไว้ก่อน นิ้งอะถ้าหาจ๊อบอื่นพอได้ก็ทำได้เลย พี่เองก็เริ่มๆ มองหาจ๊อบแล้วก็ทางหนีทีไล่แล้วเหมือนกัน นี่สนิทกันเลยบอกพูดตรงๆ”
ตรีดาวว่า ทยิดาขมวดคิ้ว
“ที่สำนักพิมพ์มีปัญหาหรือคะพี่แต้ว”
“ก็มีแหละ...พอคุณธารมณ์มาทำแทนพี่สาว แกเหมือนไม่ค่อยชอบงานสำนักพิมพ์อะ แล้วอีกอย่างหนึ่งตอนนี้คนอ่านเค้าก็หันไปอ่านแบบออนไลน์ แบบเล่มช่องทางการจำหน่ายก็น้อยลง จริงๆ ทางดิ้นทางไปมันก็มีนะ เพราะเราได้ลิขสิทธิ์มาจากสำนักพิมพ์ทางจีนเรื่องเจ๋งๆ ทั้งนั้น มันก็พอไปได้ แต่คุณธารมณ์แกไม่ดัน ไม่ต่อ พวกพี่ก็จนใจนะนิ้ง”
“นิ้งก็คิดอยู่ค่ะว่า อยากซื้อลิขสิทธิ์มาแปลเอง มาทำเอง ถ้ามีโอกาส นิ้งชอบงานของนักเขียนญี่ปุ่นแนวสืบสวนอยู่หลายคนค่ะ เลยอยากจะดีลมาทำ”
เธอบอกถึงความคิดของตัวเอง แต่ทยิดาไม่มีประสบการณ์ด้านอื่นนอกจากงานแปล พอเธอบอกไปตรีดาวก็ทำตาโต
“เอ่อ เอาสินิ้ง ถ้ามีทุนก็ลองดู ทุนน้อยเราก็ค่อยๆ ทำลองตลาดดู ให้พี่ช่วยไหมอะ พี่ไม่มีทุนแต่มีประสบการณ์ทำงานสำนักพิมพ์เพียบเลย ทีมก็จ้างพวกรับงานนอกเวลาได้ นี่คุณธารมณ์เรียกประชุมล่าสุด จะยุบทีมกราฟิก แล้วก็จะลดค่าทีมแปล พี่เครียดเลย...”
ตรีดาวกุมขมับ
“ถ้านิ้งจะทำ นิ้งจะจ้างพี่แต้วไปทำด้วย แต่คงอีกสักปีสองปีแหละค่ะ”
เธอตอบตามตรง ถ้าจะทำอะไรสักอย่างก็จะต้องหาข้อมูลให้แน่นๆ ก่อน ว่าจะไม่ทำให้ทุนของเธอละลายหายไป
“อย่าลืมพี่น้า...กลัวๆ อยู่ว่าจะตกงาน สำนักพิมพ์มันร่อแร่เหลือเกิน ไม่สบายใจจนไปถึงขอพรพระแม่แล้วเนี่ย”
“พระแม่ไหนคะพี่แต้ว”
“พระแม่ทุรคา ที่วัดเทพฯ”
ตรีดาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเชื่อสายนี้แบบสุดๆ
“พี่อะขอให้พระแม่ส่งคนมาช่วยสำนักพิมพ์ที ให้คุณเขาเทกโอเวอร์ต่อให้เพื่อนก็ได้ นี่พี่แอบหูทิพย์ได้ยินมาว่าคุณธารมณ์อะโทรดีลกะเพื่อน อยากให้เพื่อนรับกิจการไป”
“หูทิพย์”
ทยิดาเลิกคิ้ว ตรีดาวเลยหัวเราะ
“แอบฟังน่ะ พูดให้ดูดีหน่อยจะได้ไม่เสียมารยาทก็หูทิพย์ อิอิ”
“พี่แต้ว”
ทยิดาอุทานแล้วหัวเราะบ้าง
สองสาวนั่งพูดคุยกัน ให้เวลาเด็กน้อยได้งีบอีกสักยี่สิบนาที เจ้าตัวน้อยก็งัวเงียตื่นมาอย่างสดชื่น ทยิดาขอเช็กบิลเป็นคนเลี้ยงมื้อนี้ ซึ่งตรีดาวก็ไม่ขัดข้อง
แยกจากตรีดาวแล้ว สองแม่ลูกก็จูงมือกัน สาวน้อยอ้อนมารดาอยากได้ตุ๊กตาให้พี่หนมโก๋...อ้างว่าให้พี่หนมโก๋แต่จริงๆ อยากได้เองนั่นแหละ ทยิดารู้ทันคนตัวเล็ก ที่จูงมือมารดาเดินไปที่ร้านของเล่น เพราะโควตาของเล่นของตัวเองเดือนนี้หมดแล้ว
ภาพของเด็กน้อยน่ารัก ใส่ชุดกระต่ายสีชมพู เดินไปกับแม่คนสวย ที่น่ามองไม่แพ้ลูกสาว เลยเด่นเตะสายตาคนให้มองอย่างเอ็นดูในความน่ารักและความสดใสของสองแม่ลูก
“พี่โก๋ ชอบอันนี้ๆ”
ชี้ไปที่ตุ๊กตาหมีสีม่วง มารดาโบกนิ้วชี้ให้ เป็นเชิงว่า...ไม่ได้ค่ะ
“พี่หนมโก๋เป็นผู้ชาย ไม่ชอบตุ๊กตาหมีแน่ละ อีกอย่างหนึ่ง ตัวมันใหญ่มากนะ นะนาย ตัวใหญ่ก็แปลว่า...”
“แปง หญ่ายๆ ก็แปง...”
หนูน้อยหมายถึง ตัวใหญ่ก็แพง แพงก็แปลว่าไม่ได้แน่นอน ทำปากยื่นใส่มารดา แก้มป่องๆ นั่นน่าหยิกเล่นมาก
“ใช่ ใหญ่ๆ ก็แพง”
“เอานี้ได้ไหมคะ แม่ขา...”
คนถูกตากับของแพง ชี้มือไปที่กล่องตุ๊กตายอดฮิต มารดามองตามแล้วกะพริบตาปริบๆ โอ้...ลูกสาวแม่รสนิยมดีเกิน เมื่อกี้ชี้หมีแคร์แบร์ ตอนนี้ชี้ลาบูบู้ ถ้าอยากตามใจก็คงซื้อให้ แต่สำหรับทยิดา เธอสอนลูกว่าคนเราไม่ได้ต้องมีทุกอย่างที่อยากได้ เพราะเงินไม่ได้งอกมาจากต้นไม้...เงินหายาก สอนลูกมาแบบนี้ ลูกจะได้รู้ค่าของเงิน และสิ่งของ
“โห...”
“เย็กๆ เย็กๆ ไม่แปง”
เจ้ากระต่ายสีชมพูยิ้มให้แม่ตาหยี มือก็ชี้ๆ ระหว่างที่คุณแม่กำลังตัดสินใจอยู่นั่นเอง ก็มีเสียงทักทายขึ้นด้านหลัง
“คุณทยิดา ใช่ คุณทยิดาไหมครับ”
เธอหันขวับไปมอง เมื่อมีคนเรียกชื่อจริงของเธอ ทยิดาตกใจจนตัวแข็งเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ทางนั้นยิ้มให้กับเธอ เขามีรูปร่างสูงเพรียว อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกไทสีเทา และกางเกงชิโนสีน้ำเงินเข้ม บุคลิกของเขาดูดี ดึงดูดสายตา ใบหน้าหล่อเหลาละม้ายคล้าย ใคร บางคนที่อยู่ในความทรงจำของทยิดาไม่อาจเลือน
เธอเม้มปาก อยากจะบอกเขาว่าเข้าใจผิด แต่เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ เจ้ากระต่ายสีชมพูหันมองหน้าผู้ชายที่กำลังมองจ้องตัวเองด้วยสายตาอ่อนโยน เอ็นดู แกก็ทำตาโตแป๋วใส่ ทยิดาอยากจะดึงลูกหนี แต่ก็ไม่อาจทำได้ ได้แต่ยืนตัวแข็ง แล้วพยายามยิ้มส่งให้เขา
“ลูกสาวหรือครับ น่ารักจังเลย ชื่ออะไรครับลูก”
“นะนายนะ หนูชื่อนะนาย”
เจ้าแก้มยุ้ยที่ปรกติจะหวงตัวกับคนแปลกหน้า จะไม่ค่อยคุย แต่แปลกนักที่กับคุณลุงคนนี้ แกยิ้มกว้างให้ แล้วพูดด้วยเสียงแจ๋ว ตามแบบเด็กสามขวบกว่าที่ยังพูดไม่ชัดนัก
“เป็นกระต่ายหรือครับ”
เขาจับตรงหูกระต่ายของเสื้อฮู้ด ปานทิวาพยักหน้า มองเขาตาแป๋ว คุณลุงคนนี้เสียงเพราะ ตาสวย ตัวใหญ่ หอมด้วย กระต่ายตัวน้อยตกลงใจว่าเธอชอบเขา...เพราะเขาคล้ายๆ กับคุณลุงโน่ ที่ชอบพาเธอเล่นร่อนเครื่องบิน
“เป็นต่าย...นะนายเป็นต่าย” เจ้าตัวเล็กหัวเราะให้กับคุณลุง ใจละลายแล้วกับเสียงหัวเราะของกระต่ายสีชมพู
“คือ...”
เสียงของทยิดาดังขัดขึ้น เขาเลยเงยหน้ามองเธอ เธอยิ้มแบบเหยเกส่งให้กับเขา ปภพเห็นสีหน้าแบบนั้นคิดว่าเธอคงจะจำเขาไม่ได้ ก็อย่างว่าเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง เธอก็ลาออกจากการเป็นเลขาของปพล ลาออกแบบ จู่ๆ ก็หายไปเลยด้วย
“ผมปภพ...เอ่อ...ผู้บริหารที่วีอาร์ เราเคยเกือบเป็นเจ้านายเลขากัน ผมจำคนผิดหรือเปล่าครับ? คุณทยิดา”
“สวัสดีค่ะคุณปภพ ตอนแรกจำไม่ได้เลยงงๆ นิดหน่อยน่ะค่ะ”
เธอแก้ตัวนั่นแหละ จริงๆ เธอจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็นด้วยซ้ำ การมาที่นี่อาจจะไม่ปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว ทยิดาคิด แล้วหาทางจะหนีไปจากตรงนี้ เธอทำทีเป็นจะล้วงโทรศัพท์ แต่เวลาพอจะหาของในเสี้ยววินาทีฉุกละหุกแบบนี้ ทำไมมันหาไม่เจอสักทีนะ
“อยากได้อันเย็กๆ แม่ขา เย็กๆ ไหม?”
เสียงเล็กๆ นั่นเอ่ยแทรกขึ้น ยังไงวันนี้ก็ต้องเอาให้ได้นั่นแหละ
“อยากได้อันไหนครับลูก”
ปภพหันมาให้ความสนใจกับกระต่ายน้อยอีกหน ลูกสาวของทยิดาน่ารักเหมือนตุ๊กตาจริงๆ
“จริงๆ อยากได้หญ่ายๆ พี่หมีม่วงม่วง แต่แม่ขา บอกว่าหญ่ายๆ แปง “
แกชี้มือบอกคุณลุง คนหล่อตัวหอม ปภพหัวเราะเบาๆ แล้วเขาก็ยืดตัวขึ้น พลางเดินเข้าไปในร้าน ทยิดานั้นกำลังง่วนกับการหาโทรศัพท์หูเธอดับชั่วคราว พอเงยหน้ามาอีกทีก็เห็นว่าปภพอุ้มตุ๊กตาหมีแคร์แบร์ตัวใหญ่ออกมาจากร้าน ส่งให้เจ้ากระต่ายน้อยของเธอ ลูกสาวเธอถึงกับกระโดด แล้วร้องกรี๊ดๆ อย่างดีใจ
“เย้ๆ หมีม่วงม่วง คุณลุงขาให้นะนายจิงๆ จิงๆ น้า”
“ให้ของขวัญครับ”
“เอ่อ...คุณปภพค่ะ ไม่ต้องค่ะ มันแพงเกินไปค่ะ”
เธอรีบเอ่ยขัด แต่ตุ๊กตาที่ตัวโตพอๆ กับลูกสาวของเธอนั้น ยัยหนูกอดแน่นขนาดนั้นแล้ว เธอจะทำยังไงดี
“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าของขวัญให้หลาน สบายดีนะครับ”
เขาทักถาม ทยิดาพยักหน้า
“สบายดีค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีคนโทรตามแล้วค่ะ”
คนโทรตาม...ปภพได้ยินแบบนั้นก็เดาเอาเองว่าคงเป็นพ่อของเจ้ากระต่ายน้อย มือของทยิดาจับมือของลูกสาวไว้ บอกให้ปานทิวาขอบคุณคุณลุงที่ให้ของขวัญ
“ขอบคุงค่า คุงลุงหอม”
ปภพหัวเราะกับท่าไหว้ของกระต่ายน้อย แถมตั้งชื่อให้เขาอีกด้วยสิ
“ขอคุณลุงหอมทีได้ไหมคะ?”
พอมีลูกของตัวเองแล้ว ปภพจากคนไม่ชอบเด็ก ก็เอ็นดูเด็กทุกคนบนโลกไปซะอย่างนั้น
“ได้ไหมคะ?”
หันมาขอคุณแม่ ทยิดาจำเป็นจะต้องยอมเธอพยักหน้าอนุญาต
“ค่ะ ได้”
กระต่ายน้อยเอียงแก้มให้คุณลุงหอม ปภพสูดกลิ่นเด็กน้อยเข้าไปอย่างชื่นใจ กลิ่นแป้งเด็กกลิ่นนม เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเด็กๆ ที่หอมจรุงใจ ทยิดาไหว้ขอบคุณเขาอีกหน แล้วรีบพาลูกสาวเดินจากมา
ต่อไปนี้เธอคงไม่กล้ามาที่นี่อีกแล้ว...
ทยิดาคิด ขณะที่มองลูกสาว คุยจ้อกับตุ๊กตาตัวใหม่ของแก บนเบาะหลังรถแท็กซี่
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







