Masuk"ที่รัก ใครมาส่งเหรอคะ"
เหลียนฟ่งใช้มือจัดทรงผม พลางโยนหินถามทาง ด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ แบบไม่กระโตกกระตาก
"อ๋อ เพื่อนใหม่นะ เพิ่งจะเจอกันในคาสิโน"
"หา…นี่คุณไปเล่นมาเหรอคะ"
เธอแปลกใจที่ได้ยิน เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะไปเล่นที่คาสิโนมา
"ใช่ ได้มานิดหน่อยนะ นี่เงินหกแสนกว่าหยวน คุณก็หักไว้สามสิบเปอร์เซ็นต์ พาเหลียนเฮ่อไปชอปปิงเสื้อผ้าดี ๆ ไปดูหนัง กินอาหารอร่อย ๆ สักมื้อ ให้รางวัลกับตัวบ้าง เงินที่เหลือก็ฝากคุณไว้เหมือนเดิม"
คราวนี้เหลียนฟ่งถึงกับตาโตหูผึ่งยิ่งแปลกใจกว่าเดิม ลืมเรื่องศัตรูหัวใจไปชั่วคราว
นี่มันบ้าไปแล้ว เขาออกไปข้างนอกเดี๋ยวเดียว ได้เงินกลับมามากมายขนาดนี้เลย
เหรอ
"คุณบอกฉันมาตามตรงดีกว่า คุณเป็นใครกันแน่ ความจริงแล้วคุณเป็นเทพที่ทำผิดกฎสวรรค์ เลยถูกส่งตัวลงมาชดใช้ความผิดยังโลกมนุษย์ใช่ไหมคะ หรือว่าคุณเป็นโคตรเซียนกันแน่ คุณออกไปเดินเล่นรอบเดียว แต่ขนเงินกลับมาตั้งครึ่งล้านเลยนะ"
เขากวักมือให้เธอเข้ามาใกล้ ๆ แกล้งมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวังแล้ว
กระซิบที่ข้างหูเธอเสียงเบา
"อยากรู้จริง ๆ เหรอ"
"อื้อ"
"อย่าตกใจนะ"
"อื้อ"
"ผมไม่ใช่เทพบนสวรรค์ แล้วก็ไม่ใช่โคตรเซียนด้วย แต่ผมจะบอกความจริงกับคุณก็ได้ รู้แล้วช่วยเหยียบไว้นะครับ ความจริงแล้ว ผมก็คือ...หวานใจของคุณ"
เขายิ้มกว้างสายตาแฝงแววหยอก
"เชอะแม่ของฉันสอนว่า อย่าเชื่อคำพูดผู้ชายง่าย ๆ เพราะผู้ชายปากกับใจมักไม่ตรงกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องพิสูจน์ด้วยการจูบ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะจริงใจสักแค่ไหน ว่าไงกล้าหรือเปล่าล่ะเด็กน้อย"
เธอรุกฆาตอยากรู้เหมือนกัน ว่าเขาจะจนแต้มไหม แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นในแววตาของฉินฟ่าน มีเปลวไฟสีทองลุกโชนวูบวาบ นี่เธอคงประสาทหลอนไปแล้วล่ะมั้ง หรือว่าเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย
ส่วนฉินฟ่านมีหรือจะหวั่น เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง ใช้มือเชยคางเธอให้เชิดขึ้นเบา ๆ ค่อย ๆ โน้มหน้าเข้าไป ขณะที่กำลังจะสัมผัสริมฝีปากของเธอ
เหลียนฟ่งก็เอาตาหลิวขึ้นมาขวางริมฝีปากไว้ซะก่อน ดังนั้นที่เขาจูบเข้าไปอย่างจังก็คือตาหลิว แถมเธอยังอมยิ้มแล้วยังถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อปนขบขันว่า
"ที่รักคุณไปเล่นที่บ่อนไหนกัน ทำไมเขาถึงขี้เหนียว ไม่รู้จักเลี้ยงน้ำเลี้ยงข้าวลูกค้าบ้าง ปล่อยให้คุณหิวข้าว จนหน้ามืดตาลายเลยเหรอคะ ถึงได้จูบตาหลิว คิกคิก"
เหลียนฟ่งดีใจที่ได้แกล้งคน เธอหัวเราะพลางวิ่งหนีขึ้นไปห้องนอน
ฉินฟ่านรู้สึกขำตัวเองที่ถูกแกล้งจนหัวหมุน จึงได้แต่ส่ายหน้าอมยิ้มเดินขึ้นไปห้องนอนชั้นบน
แสงจันทร์สาดเข้ามาทางช่องแสงของห้องปรุงยา ที่เหลียนฟ่งเรียกช่างมาต่อเติมใหม่ให้ ฉินฟ่านใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนหมกตัวอยู่ในห้อง ทุ่มเทในการศึกษาเรื่องสมุนไพรเสริมความงาม
เพราะสินค้าตัวนี้จะต้องปลอดภัย ไม่เกิดอาการแพ้ใด ๆ เขาค่อย ๆ ทดลองปรุงออกมาโดยลดคุณภาพลงครึ่งหนึ่ง เพราะถ้าลูกค้าซื้อไปใช้ แล้วบำรุงผิวพรรณกลายเป็นสาวขึ้นสิบปีทันตาเห็นในคืนเดียว มีหวังฮือฮากันโลกแตกแน่
เขาต้องการให้ครีมนี้ได้ผลดีกว่าครีมที่ขายในท้องตลาด ราคาไม่แพงจนกลายเป็นทองคำ ให้ลูกค้าอุดหนุนไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า
แถมจุดเด่นของครีมนี้คือบำรุงได้ทุกสัดส่วน ตั้งแต่ใบหน้า รอบดวงตา ทรวงอก ข้อศอก ฝ่ามือ เรียกได้ว่าจบทุกสัดส่วนในกระปุกเดียว สินค้ามีคุณภาพ ราคาไม่แพง จะต้องขายได้อย่างแน่นอน
หลังจากนั้น เขาเอากล้วยไม้สีเลือดไปอบแห้ง แล้วบดเป็นผง แล้วก็นำสมุนไพรดอกไม้หลากหลายชนิดมีทั้งโรสแมรี่ ส้มเกลี้ยง มินต์ เกรปฟรุต กลีบกุหลาบ นำพวกมันมาผสมนั่นใส่นี่เข้าไป จนผสมออกมาได้เป็นน้ำหอมอีกสี่สูตร
เขาใช้เวลานั่งอ่านหนังสือทุกเล่ม ที่อยู่ในห้อง จนเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง เคลิบเคลิ้มลืมตัวลืมตน จนกระทั่งเวลาผ่านไปสามวันสามคืน โดยแทบไม่กิน ไม่นอน เหลียนฟ่งได้แต่ยกอาหารขึ้นมาส่งที่หน้าห้อง
ท่าทางเขากำลังคร่ำเคร่งอยู่กับงาน เธอจึงไม่อยากรบกวนสมาธิของเขา
หนึ่งทุ่มอากาศสดใส ฉินฟ่านใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสีดำ เขาชอบแต่งตัวง่าย ๆ เดินลงบันไดมาก็ยื่นถุงให้เหลียนฟ่งทันที
"เหลียนเฮ่อไปไหนเหรอ"
"ไปนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ"
"นี่อะไรเหรอคะ"
เธอรับถุงที่ใส่ครีมบำรุงผิวและน้ำหอมมาอย่างงง ๆ
"ของขวัญ"
เขายิ้มพลางยักคิ้วให้เธอ
"ให้ฉันเหรอคะ ไหนดูสิ"
เธอเปิดขวดน้ำหอมแล้วดมดู
"โอ้…กลิ่นหอมอ่อน ๆ ฉันชอบมากเลยค่ะ กลิ่นนี้ชื่ออะไรเหรอคะ"
"เตียวเสี้ยน"
"อือ…ชื่อเพราะดี นี่คุณจะขายของพวกนี้จริง ๆ เหรอคะ ฉันนึกว่าคุณพูดเล่นซะอีก ต่อไปก็คงต้องเรียกคุณว่าเถ้าแก่ใหญ่แล้วสิ"
เหลียนฟ่งเก็บพวกน้ำหอมแล้ววางบนโต๊ะ
"แต่ทำการค้าขนาดใหญ่โตมันเสี่ยงนะคะ คุณแน่ใจแล้วเหรอ ไหนจะเรื่องความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ช่องทางการจัดจำหน่าย เงินทุนหมุนเวียน
สมัยนี้แข่งขันกันสูง ยังต้องทำคอนเทนต์ โฆษณาทางสื่อออนไลน์สู้กับคู่แข่งอีกด้วย นอกจากคุณจะทำแบบธุรกิจในครัวเรือนขนาดเล็ก ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ถ้าคุณตัดสินใจแล้ว อยากให้ฉันช่วยอะไรก็บอกมาได้เลยค่ะ"
"ผมมีหุ้นส่วนแล้ว ผู้หญิงวันก่อนที่มาส่งผมไงครับ เธอเปิดบริษัทเครื่องสำอาง มีช่องทางการจัดจำหน่ายอยู่แล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วง"
"เชอะ…ใครเป็นห่วงคุณกัน คุณมีแม่เฟอร์รารี่แดงแจ๊ดแจ๋ คอยเอาใจอยู่ทั้งคนแล้วนี่"
ฉินฟ่านได้ยินเธอแขวะแบบงอน ๆ ถึงกับอมยิ้ม เขารู้ดีว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ปากกับใจไม่ตรงกัน เขารู้ดีว่าเหลียนฟ่งแอบชอบเขา เขาเองก็มีใจให้เธอ
"โธ่เธอเป็นแค่หุ้นส่วนทางธุรกิจ แต่คุณไม่เหมือนกันนี่ครับ"
"ไม่เหมือนกันยังไงคะ"
เหลียนฟ่งจ้องตาเขาเหมือนอยากจะรู้ว่าเขาพูดจริงหรือโกหก
"ก็คุณเป็นแฟนสาว ที่สุดแสนจะน่ารักของผมไงครับ"
เขายิ้มพรายอย่างอารมณ์ดีที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่เธอ
จริงหรือเท็จไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้เหลียนฟ่งหน้าแดงยืนบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย หัวใจเธอพองโต
ราวกับโลกใบนี้ปูด้วยกลีบกุหลาบ ความหึงหวงความไม่พอใจ จนต้องกระเง้ากระงอดเขาพลันมลายหายไป
คำว่าแฟน ไม่ว่าจะเรียกเธอจริง ๆ หรือเรียกเธอเล่น ๆ เพียงลมปาก เธอก็ปลื้มใจจริง ๆ แต่เมื่อเขาออกกระบวนท่ามา เธอก็ต้องรุกคืนบ้าง ไม่งั้นเสียชื่อตัวแทนหมู่บ้านหมด
เธอเขย่งเท้าเอียงหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ เดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่แน่จริง โอ…ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขา มันจะเลยเถิดมาจนถึงจุดนี้แล้ว ไม่เสียแรงที่พร่ำสวดอธิษฐานขอเจ้าแม่กวนอิม ให้ความรักของเธอสมหวัง
ถึงตอนนี้ฉินฟ่านจะเป็นเด็กหนุ่ม แต่โลกใบเก่าเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาถึงสามสิบปี เมื่อผู้หญิงเสนอทำไมผู้ชายอย่างเขาจะไม่สนอง
เขารวบเอวเธอเข้ามาใกล้
"คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่หอมแก้มผม ดังนั้นคุณต้องรับผิดชอบด้วยนะครับ"
"จะให้รับผิดชอบยังไงคะ"
"เริ่มแล้วก็ต้องสานต่อให้จบ แบบนี้ไงครับ"
เขาค่อย ๆ บรรจงจูบ ที่ริมฝีปากสีชมพูของเธออย่างแผ่วเบา สอดปลายลิ้นเข้าไปช้า ๆ ค่อย ๆ ตวัดรัดพันกัน กับปลายลิ้นของเธอ มือของเขาลูบไล้เรือนร่างหญิงสาว
เธอปัดมือเขา ที่กำลังบีบแกมก้นเธออย่างเมามัน แต่เขาก็เลื่อนมือมาบีบหน้าอกแทน เธอปัดล่างเขาบีบบน เธอปัดบนเขาขยำล่าง จนเธอต้องยอมศิโรราบ
มือของเขาลากเลื้อยจากบั้นท้ายไล่ไปถึงหน้าอก แล้วค่อย ๆ บีบเค้นซาลาเปา จนมันเปลี่ยนรูปร่างตามแรงบีบ มันช่างเต็มไม้เต็มมือดีจริง ๆ เธอส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาด้วยความกระสัน
"คุณอยากกินของหวานที่ห้องฉันไหมคะ" เธอทำตาปรือจนฉ่ำเยิ้มถามเขา
เขาแยกเขี้ยวยิ้มไม่ยอมตอบ แต่อุ้มหญิงสาวเข้าไปในห้องนอนของเธอ เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างทั้งสองก็เสื้อผ้าหลุดรุ่ย เรี่ยราดเป็นทางยาว
บรรยากาศดี ๆ ในคืนที่พระจันทร์เป็นใจ คงไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งอารมณ์พิศวาสของพวกเขาได้ เขาพรมจูบไปทั่วเรือนร่างของเธอ พวงแก้ม หน้าผาก ซอกคอ สะดือ ต้นขา
มือของเขาที่กำลังจะปลดตะขอยกทรง กลับถูกมือของเหลียนฟ่งจับไว้แน่น มือของเธอสั่นระริกคล้ายกับรู้สึกตื่นกลัวและสับสนขึ้นมา
อาจเป็นเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ ตอนนี้เธอเหมือนกวางดาวตัวน้อย ที่กำลังจะถูกหมาป่าใจร้ายขย้ำ
"คุณคือผู้หญิงคนแรกของผม ผมรักคุณ"
พอได้ฟังคำพูดหวาน ๆ บอกรัก จิตใจก็เริ่มผ่อนคลาย มือของเธอก็ค่อย ๆ คลายออก ตะขอถูกปลดออกอย่างช้า ๆ
เหลียนฟ่งหลับตาลงด้วยความอาย ใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระดอนออกจากอก ทรวงอกขาวผ่องของเธอ ใหญ่จนมือเดียวเกาะกุมไม่มิด อวดโฉมตระหง่านชูชันยอดสีชมพูอย่างล่อตาล่อใจ มันกำลังกระเพื่อมขึ้นลงเบา ๆ จากการหอบหายใจด้วยความตื่นเต้น
ฉินฟ่านที่ร้างลาเรื่องบนเตียงไปนาน กลับใจเย็นเป็นหิมะน้ำแข็ง เขาค่อย ๆ บรรจงจูบเล้าโลมเธออย่างช้า ๆ เพราะอยากให้ครั้งแรกของหญิงสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ในเรื่องเซ็กซ์ค่อย ๆ ลิ้มรสความสุขไปพร้อม ๆ กัน เขาไม่อยากเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว สักแต่ว่าทำให้แค่ตัวเองเสร็จก็พอ
ในที่สุดทั้งสองก็เนื้อหนังเปลือยเปล่า เรียวขาของทั้งสองเสียดสีถูไถกันไปมาเบา ๆ เขาก้มลงดูดจะงอยหัวนมเขื่องสีชมพูแบบไม่รู้เบื่อ ปลายลิ้นของเขาวนไล้ไปรอบ ๆ หัวนม มือก็ลูบไล้สัมผัสผิวเนียน ๆ ไปทั่วร่าง เขาเริ่มบีบขยำอกอวบอูมของเธออย่างเบามือ คล้ายกับกลัวเธอเจ็บ
นี่เป็นยุคที่สาวน้อยวัยใสหรือหนุ่มน้อยที่ขนอ่อนเพิ่งจะขึ้น มีคลิปโป๊ให้ดูมากมาย แรก ๆ ที่ทำตามคลิป อาจจะมีการขัด ๆ เขิน ๆ เก้ ๆ กัง ๆ บ้าง แต่ไม่นานทุกอย่างก็ไหลลื่นไปตามท่วงทำนองแห่งรัก
ปลายลิ้นฉินฟ่านเล้าโลมและดูดยอดปทุมถันอย่างหิวโหย จนเธอเกร็งสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่าน เล็บของเธอจิกเกร็งไปที่หลังของเขา แล้วครูดเป็นทางยาวสีแดงจาง ๆ ห้ารอย เขาค่อย ๆ เอากระบองทองสอดใส่เข้าไปในซอกหลืบอันอุ่นชื้น นี่เป็นครั้งแรกของเธอ
ใช่…มันเจ็บ
แต่พอเขาเริ่มขยับช้า ๆ เป็นจังหวะอย่างเนิบนาบ เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ความสุขในรสสวาทก็เริ่มเข้ามาแทนที่ เสียงเตียงดังลั่นเอี๊ยดอ๊าดแทบจะหัก
จู่ ๆ เหลียนฟ่งก็พลิกตัวขึ้นทับบนตัวเขา
"ตรงนี้ของฉัน"
เธอยิ้มด้วยแววตาขี้เล่น แล้วประทับรอยจูบอันดูดดื่มที่ริมฝีปากของเขา ราวกับเป็นการประทับตราจับจองแสดงความเป็นเจ้าของ
"ตรงนี้ก็ของฉัน"
ปลายลิ้นระรัวพลิ้วไหวของเธอลากมาวนบริเวณหัวใจของเขา
"ตรงนี้ก็ของฉัน"
เธอยิ้มอย่างซุกซน แววตาของเธอที่มองเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความเสน่หา
แล้วเธอก็ค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นลากเลื้อยลงไปข้างล่างอย่างช้า ๆ จนถึงกระบองทองของเขา เธอใช้ลิ้นอย่างคล่องแคล่วค่อย ๆ จัดการเขาอย่างไม่รีบร้อนอันใด เหมือนมีเจตนาจะแกล้งให้เขาคลั่งใจตาย จนเขารู้สึกว่าสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม
"ตรงนี้ก็ของฉัน"
หลังจากที่กระบองทองของเขาค่อย ๆ ผลุบหายเข้าไปในริมฝีปากเธอ ศีรษะของเธอเดี๋ยวขึ้นสูงเดี๋ยวลงต่ำ ขึ้นลงเป็นจังหวะ ฉินฟ่านตัวเกร็งไปด้วยความเสียวซ่าน แต่เขารู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพราะไม่ใช่ไก่อ่อนสอนขัน
เขาพลิกตัวทับเธออีกครั้ง คราวนี้เขาสอดใส่เข้าไปพร้อมโยกสะโพกเร็วขึ้นแรงขึ้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง
เหลียนฟ่งถึงกับลืมตัวร้องเสียงกระเส่าขอชีวิต ปริ่ม ๆ แทบจะขาดใจ เม็ดเหงื่อเล็ก ๆ ผุดขึ้นทั่วตัว จนกระทั่งอารมณ์เสน่หาของทั้งคู่พุ่งทะลักถึงขีดสุด กอดกระหวัดรัดพันเกี่ยวก้อยกันขึ้นเขาวูซันไปพร้อม ๆ กัน
เรื่องดี ๆ ควรมาเป็นคู่ คืนนั้นพวกเขาตักตวงความสุขจากกันและกัน ห้ำหั่นโรมรันพันตูกันถึงหกรอบ
จิ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ
เสียงนกกระจอกดังแว่วเข้ามาทางหน้าต่าง เหลียนฟ่งใช้ปลายนิ้วชี้เขี่ยแผ่นหลังเขาเป็นเส้นสาย ตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้ว เธอมีความสุขที่ได้อยู่กับผู้ชายคนนี้
ฉินฟ่านรู้สึกตัวงัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ แล้วซุกหน้าซบลงที่หน้าอกอันนุ่มนิ่มของเหลียนฟ่งอีกครั้ง
"ตื่นแล้วเหรอ กี่โมงแล้วเนี่ย"
"หกโมงเช้าแล้วค่ะ ฉันอาบน้ำเสร็จจะลงไปทำอาหารเช้าให้นะคะ ขนมปัง ไข่ดาว กาแฟดีไหมคะ รีบอาบน้ำแล้วลงมาทานนะค่ะ"
"ไม่เอา มานอนกอดกันอีกหน่อยเถอะนะ"
เหลียนฟ่งโน้มตัวลงจูบเขาเนิ่นนาน คล้ายไม่อยากลาจากเขา แม้แต่ชั่วครู่เดียว ก่อนค่อย ๆ ผลักเขาออก เธอหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันรอบตัว แล้วเดินลงจากเตียงเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่แล้วก็รู้สึกว่าถูกดึงชายผ้าเช็ดตัวเอาไว้
ฉินฟ่านสะบัดมือทีเดียว ผ้าเช็ดตัวผืนนั้นก็หลุดลอยกระเด็นไป
ว้าย!
ตอนนี้เธอต้องนุ่งลมห่มฟ้าอีกครั้ง เหลือ
เพียงเรือนร่างอันเปลือยเปล่าสีงาช้าง เธอสัมผัสได้ถึงมือสองข้าง ที่สอดมาจากข้างหลังเธอ เคล้าคลึงหน้าอกอวบอิ่มของเธออย่างมันมือ
"นี่มันเช้าแล้วนะคะที่รัก"
เหลียนฟ่งส่งเสียงประท้วงพร้อมตีมือเขาเบา ๆ แต่หนุ่มกลัดมันอย่างเขามีหรือจะยอมปล่อยให้เหยื่ออันโอชะ หลุดมือไปได้ง่าย ๆ
ภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า ที่จับต้องเรือนร่างของเธอ ยิ่งกระตุ้นความกระสันของเขาให้มากขึ้น อารมณ์หื่นของเขากระตุ้นขึ้นมา ส่งผลให้กระบองทองของเขาผงาดชูชันแข็งตัวชี้โด่เด่ เขาจับเธอกดลงบนเตียงอีกครั้ง
"ทำอย่างไรได้ ก็ผมหลงเสน่ห์ของคุณจนหมดหัวใจแล้วนี่นา"
มือของฉินฟ่านยังไม่ยอมหยุดขยำ
ขยี้หน้าอกฟู ๆ ของเธอ แถมยังซุกไซร้ซอกคอ ซอกอกของเธอ จนไรหนวดแข็ง ๆ เสียดสีต้นคอเธอไปมาชวนให้รู้สึกจั๊กจี้และเสียวซ่านชอบกล
"ปล่อยฉันเถอะคะ เดี๋ยวเสี่ยวเฮ่อได้ยิน อายน้องตายเลย"
"เราสองคนรักกันจะอายไปทำไม"
ฉินฟ่านนั่งลงบนเตียงแล้วจับเธอนั่งประกบหันหน้าเข้าหา เขาจูบปากเธอเบา ๆ ดั่งแมงปอแตะผิวน้ำ เขาสบตากับเธอ แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่อุ่นร้อน
"ผมรักคุณ"
เหลียนฟ่งได้ยินคำบอกรักนี้เข้าไป ร่างกายก็อ่อนระทวย ยอมตามใจเขาทุกอย่าง
เขาก้มหน้าลงพร้อมพร้อมกับซุกไซ้ลงที่ร่องอกของเธออย่างเมามันจนหนำใจก็ค่อย ๆ เสียบกระบองทองเข้าไปในเนินสามเหลี่ยมของเธออย่างช้า ๆ ก่อนจะปล่อยให้เธอขย่มขึ้น ๆ ลง ๆ พอเริ่มติดเครื่องอารมณ์พาไป คราวนี้ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็ไม่สนแล้ว
ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเตียงกับเสียงครวญครางหอบหายใจ หลังจากที่เขากระหน่ำไม่ยั้ง จนกระฉูดออกมา ทั้งคู่กอดกันเนิ่นนาน จนได้ยินแต่เสียงหัวใจเต้น หยาดเหงื่อผุดขึ้นเป็นเม็ดเล็กเหนือริมฝีปากของเธอ
ความสุขสมในอารมณ์รักชโลมไปทั่วทุกอณูในร่างเธอ เธอลูบไล้แผ่นหลังของเขาเบา ๆ แล้วกระซิบที่ข้างหูเขา
"ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ จะได้ไปทำกับข้าว"
เธอลุกขึ้นยืนอวดเรือนร่างที่เปลือยเปล่าแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ
กรี๊ดดด
เธอกรี๊ดเสียงดังลั่น จนเขาต้องรีบวิ่งขึ้นไปดูด้วยความตกใจ
"คุณเป็นอะไร"
ฉินฟ่านจับตัวเธอหมุนไปหมุนมา เพื่อสำรวจดูว่าเธอเป็นอะไร บาดเจ็บตรงไหน
"ดูสิ...ดู นี่ นี่ นี่แล้วก็นี่ ฝีมือของคุณทั้งนั้นเลย คุณดูสิ คุณเล่นฟัดฉันจนเป็นรอยจ้ำ ช้ำไปทั้งตัว แล้วอย่างนี้ฉันจะออกไปตลาดได้ยังไงละคะ"
เขาได้ยินถึงกับหัวเราะก๊าก เขามองผลงานชิ้นโบว์แดง มีรอยแดงเป็นปื้นทั้งซอกคอ หน้าอก ท้องน้อย และโคนขาจริง ๆ ด้วย
"ขอโทษจริง ๆ อย่างอนไปเลยน่า เดี๋ยวคุณอาบน้ำเสร็จ ผมจะนวดยาให้ ปรนนิบัติต่อคุณ ราวกับเจ้าหญิงตัวน้อย ๆ รับรองไม่มีริ้วรอยให้เห็น เชื่อมือผมสิ"
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
ทันใดนั้นเองกระจกบานใหญ่สูงเท่าตัวคน ก็ถูกเทพสามตาเนรมิตขึ้นมาอยู่เบื้องหน้าของเขา ฉินฟ่านมองคนที่อยู่ในกระจกอย่างเหลือเชื่อ เขาหยิกแก้มตัวเองแถมยังลองตบดูเบา ๆ มันเจ็บจริง ๆ ด้วยนี่คือเขาจริง ๆ เหรอ แขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ร่างโปร่งแสงเมื่อครู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนร่างเลือดเนื้อเหมือนคนปกติ ส่วนภา
"ไท่ซ่างเหล่าจวิน ทำไมท่านถึงดูใจลอย ๆ แถมยังทอดถอนใจอยู่บ่อย ๆ เปียแชร์ไม่ได้หรือยังไงกัน อย่าลืมสิว่าท่านคือเทพผู้ยิ่งใหญ่ ยังมีอะไรต้องกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่อีกหรือ" เทพสามตาหยอกไปเบา ๆ พลางซัดเหล้าเข้าปากจนหมดจอก พอทุกคนได้ยินต่างหันมาสนใจ"โอ้เดิมทีข้าตั้งใจปรุงโอสถดวงหทัยแห่งเพลิงนพเก้าถวายให้กับ
อาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรากว้างขวางโอ่อ่าอย่างยิ่ง หากมีใครหลงเข้ามา คงต้องคิดว่าเป็นสโมสรของพวกเศรษฐีระดับวีวีไอพีดูได้จากพื้นที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ฝาผนังผสานด้วยไม้มะฮอกกานีตกแต่งด้วยกระจกแกะสลักลวดลายวิจิตรงามตา เสาอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกและโรมัน มุมห้
ฟิ้วววววฤดูหนาวในเมืองอู่ฮั่น เวลาสองทุ่มในคืนนี้ชวนให้เกิดความรู้สึกถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจนขนลุกเกรียว หนาวสะท้านไปทั่วร่างพลอยทำให้ใครบางคนที่กำลังรู้สึกเปลี่ยวเหงาในจิตใจนึกถึงเพลงที่ชื่นชอบจนต้องส่งเสียงฮัมเพลงออกมาเบา ๆ ฉินฟ่านในวัยสามสิบปี รูปร่างค่อนข้างเตี้ย หน้าตาพื้น ๆ มีหนวดเคราสั้







