แชร์

บทที่ 16 แมวกัดกัน

ผู้เขียน: โจวอี้ฟาง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-13 07:00:36

 เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ทั้งสามคนนั่งทานขนมปังทาแยมรสส้ม ไข่ดาว กาแฟและนมสดกันอย่างเอร็ดอร่อย 

 เหลียนฟ่งเห็นน้องชายขอบตาดำคล้ำราวกับหมีแพนด้า ท่าทางราวกับอดหลับอดนอนมาทั้งคืน จึงถามเขาด้วยความเป็นห่วง 

 "เสี่ยวเฮ่อทำไมถึงได้ทำท่ายังกับอดหลับอดนอน เมื่อคืนเล่นเกมโต้รุ่งอีกแล้วนะเรา ทำไมพี่พูดเธอถึงไม่จำ คนเราต้องรู้จักแบ่งเวลา ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้ดี ๆ ด้วย"

 "ผมเชื่อฟังพี่ใหญ่จะตายไป เมื่อคืนไฟบ้านไอ้แว่นเจี๋ยมันดับ ผมก็เลยกลับมาบ้านตอนสี่ทุ่ม อาบน้ำเสร็จก็เข้านอนเลย แต่ดันมีแมวตัวผู้กับแมวตัวเมีย กัดกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนบ้านช่องสั่นสะเทือนทั้งคืน พอกัดกันไปกัดกันมา พวกมันคงเหนื่อย เลยนอนพักยกหอบหายใจเอาแรง 

 แถมยังลามมาเปิดศึกกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน เสียงดังโครมครามลงมาถึงข้างล่างในตอนเช้าอีก แล้วอีแบบนี้ผมจะหลับตาลงได้ยังไงละครับ"

 ฉินฟ่านกับเหลียนฟ่งพอได้ยินถึงกับสำลักกาแฟพร้อมกัน ทั้งสองต่างมองหน้ากันด้วยความกระดากใจ แมวเมื่อคืนที่ว่าคือพวกเขาใช่ไหม 

 อีแบบนี้วันหลังต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้แล้ว ไม่งั้นอายเหลียนเฮ่อตายเลย ฉินฟ่าน รีบเอาขนมปังยัดเข้าปาก แล้วบอกว่าอิ่มแล้ว เขาจะออกไปทำธุระสักครู่เดี๋ยวกลับมา 

เหลียนเฮ่อเองก็ได้เวลาไปโรงเรียนเช่นกัน

 เหลียนฟ่งไม่มีอะไรทำ จึงไปร้านเสริมสวย พอกลับมาเธอก็เล่นโยคะต่อ ผู้หญิงควรที่จะดูแลตัวเองให้มากเข้าไว้ จะปล่อยให้ตัวเองดูโทรมได้ยังไง ยิ่งตอนนี้เธอมีชายคนรักเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วย

 แต่หลังจากนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าจะเคืองหรือดีใจ เพราะเขาเป็นคนขี้อ้อน แถมยังเดี๋ยวจูบเดี๋ยวจูบ จูบจนปากเธอบวมเจ่อหมดแล้ว

 "อาฟ่ง ผมจะออกไปซื้อเบียร์ก่อนนะ จุ๊บ"

 "อาฟ่ง ผมกลับมาแล้วจ้า จุ๊บ"

 "อาฟ่ง กับข้าวเสร็จหรือยัง จุ๊บ"

 "ฟ่งจ๋า หนาวจังเลยขอกอดหน่อย จุ๊บ"

 "อาฟ่งผมอยากกินองุ่น ป้อนหน่อยสิ นะนะ จุ๊บ"

 ใช่ จุ๊บทั้งวัน

 ถ้าจะบอกว่าบริษัทเมมโมรี เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจเครื่องสำอางก็คงไม่ผิด อาคารสูงหกชั้นตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดี เงินเดือนสูง สวัสดิการเยี่ยม ในแต่ละปีจึงมีคนมาสมัครเป็นพนักงานเพียบ 

 ประตูทางเข้า มีรูปปั้นมังกรคาบแก้วตัวใหญ่ประดับอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา ชั้นล่างเป็นลานจอดรถ ชั้นที่หนึ่งเป็นแผนกต้อนรับ ไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการมาติดต่อซื้อขาย ชั้นที่สองถึงชั้นที่ห้าเป็นแผนกต่าง ๆ ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องทำงานของซูหลิง ด้านหลังของห้องกั้นด้วยกระจกบานใหญ่ยาวตลอดแนว 

 ถ้าหากชมวิวในตอนกลางคืน คงจะสวยมากเลยทีเดียว รูปภาพกรอบสีทองที่ประดับอยู่บนฝาผนัง เป็นรูปพุ่มดอกกล้วยไม้สีม่วงกอใหญ่ แต่หากดูดี ๆ จะเห็นดวงตาสีเหลืองที่ทอประกายนักล่าของเสือดาวตัวหนึ่ง ซึ่งแอบซุกซ่อนอยู่ในเงามืดของพุ่มกล้วยไม้ 

 ตอนนี้เธอสวมชุดสูทสีฟ้า นั่งอ่านรายงานการประชุมอยู่ วันนี้งานของเธอเยอะมากจนหัวหมุน บนโต๊ะทำงานก็ยังมีเอกสาร ที่ต้องเซ็นวางกองอยู่อีกหลายแฟ้ม

 เลขาของเธอเคาะประตู แล้วส่งฉินฟ่านเข้าไป

"สวัสดีครับคุณหนูซูหลิงคนสวยของผม ว่างหรือเปล่าครับ ขออนุญาตเข้าไปนั่งใกล้ ๆ ได้ไหมครับ"

 ลักษณะท่าทางของฉินฟ่านในวันนี้ไม่เหมือนวันวาน อาจเป็นเพราะเขาเพิ่งจะเมคเลิฟกับเหลียนฟ่งมา ทำให้เกิดความมั่นคงทางอารมณ์ รู้สึกมั่นอกมั่นใจเกินร้อยจนกล้าหยอกเอินซูหลิงในระยะสามเมตร

 คิก ๆ 

 "แหม เชิญเลยค่ะ คุณก็รู้อยู่เต็มอกนี่คะ ว่าฉันคิดถึงคุณจนแทบคลั่ง ทำไมถึงได้มาหาฉันช้านักล่ะคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ"

 ซูหลิงอดที่จะยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ใส่หนุ่มรูปหล่อ ที่ยืนอมยิ้มอยู่ข้างประตูไม่ได้ จะพูดยังไงดีนะ 

 แน่ละเขาหล่อระดับพระเอกหนัง เป็นชายรูปงามระดับประเทศ อารมณ์ดี ยิ้มเก่ง ไม่ขี้เก๊กอวดร่ำอวดรวย แววตาฉายแววจริงใจ เอาเป็นว่าเธอรู้สึกถูกชะตากับเขา ถ้ามีหนุ่ม ๆ มายืนเรียงรายนับพันต่อหน้าให้เธอเลือก เธอคงไม่ต้องคิดมากให้เปลืองสมอง เพราะว่าในใจของเธอ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ในตอนนี้ฉินฟ่านมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน 

 ฉินฟ่านนั่งลงบนเก้าอี้ แล้ววางถุงลงข้างหน้าเธอ

 "ตามสัญญารักฉบับเมื่อวันวานของเราครับ น้ำหอมมีทั้งหมดสี่สีสี่กลิ่น ผมอยากให้เราเปิดตัวน้ำหอมโดยใช้ชื่อสี่สาวงามคือไซซี เตียวเสี้ยน หวังเจาจวิน หยางกุ้ยเฟยและนี่ครีมบำรุงผิว ที่สาว ๆ จะต้องกรี๊ดกร๊าด แย่งชิงกันเพื่อเป็นเจ้าของ 

 ชุดตัวอย่างนี้ผมขอมอบเป็นของกำนัลให้กับคุณหนู โดยเฉพาะครีมตัวนี้ จุดเด่นของมันคือสามารถนวดได้ทุกสัดส่วนของเรือนร่าง 

 หากคุณหนูใช้นวดฝ่ามือ รับรองได้เลยว่า มือของคุณหนูจะเนียนนุ่มละมุนละไมอย่างแน่นอน แต่ว่าหากคุณหนูเอาไปนวดทรวงอก ผมรับประกันว่าหน้าอกจะฟูกระชับ เต่งตึงไม่หย่อนคล้อย สามารถใช้เป็นอาวุธลับ สะกดใจชายคนรักได้อย่างแน่นอนครับ 

 แต่ถ้าให้ผมเป็นคนลงมือนวดเอง ยิ่งรับรองว่าจะได้ผลพันเปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่พอใจยินดีคืนเงินครับ"

 พร้อมกับเอาน้ำหอมสี่ขวดและครีมบำรุงผิวพร้อมสูตรการผลิตวางเรียงรายไว้บนโต๊ะเธอ

 ซูหลิงส่งยิ้มหวานให้ จนเขารู้สึกใจสั่น เธอเปิดขวดดมกลิ่นน้ำหอมดู

 "คิก ๆ แบบนี้ต้องนัดวัน ให้คุณมาช่วยนวดให้ซะแล้ว เอ แต่ว่าคุณดูแปลก ๆ ไปนะ ยังกับคนละคนเลย วันนี้คุณกล้ารุกซะขนาดนี้ จนฉันต้องถอยทัพไปตั้งหลัก

ที่ริมแม่น้ำเลยนะคะ แต่ก็ขอบคุณมากค่ะ สำหรับของกำนัล 

 อุ้ยหอมมากเลยค่ะ กลิ่นแปลกใหม่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีจริง ๆ ขวดนี้มีกลิ่นทะเลหน่อย ๆ ด้วย ฉันศึกษาเรื่องน้ำหอมมานานหลายปี แต่ของคุณให้ความรู้สึกที่พิเศษยิ่งกว่าน้ำหอมแบรนด์ดัง ๆ ของต่างประเทศซะอีก 

 อาขวดนี้ก็หอมเย็น ๆ เหมือนยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่เขียวขจีเลย ฉันชอบมาก ๆ เลยค่ะ 

 อื้อขวดนี้ก็หอม จะพูดยังไงดีนะ ชวนให้รู้สึกเซ็กซี่เหมือนสาวฮอตมั้ง ทุกขวดมีเอกลักษณ์ของตัวเอง 

 เยี่ยมจริง ๆ ฉันมั่นใจว่ามันต้องได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเลยค่ะ การฉีดพรมน้ำหอมเป็นเรื่องง่าย แต่การจะหาน้ำหอมที่ดี ที่เหมาะกับตัวเองกลับเป็นเรื่องยาก ว่าแต่คุณมีเงื่อนไขอย่างไรบ้างคะ"

 "คุณจัดหาวัตถุดิบ ควบคุมการผลิตและจัดจำหน่ายช่องทางโฆษณาและขนส่ง คุณรับไปเจ็ดส่วน ของผมสามส่วน"

 ซูหลิงไตร่ตรองอยู่หนึ่งครู่หนึ่งก็พยักหน้า

 "ตกลงค่ะ แล้วก็ฉันอยากให้คุณมาเล่นหนังโฆษณาสินค้าตัวนี้ คุณหล่อขนาดนี้จะไปเสียเงินจ้างดาราทำไม ตกลงไหมคะ"

 "เรื่องนี้ผมคงต้องขอปฏิเสธ ผมยังอยากมีชีวิตส่วนตัวอยู่นะครับ ไม่อย่างงั้นเวลาจะจูบกับคุณสักที ก็ต้องมาคอยระวังปาปารัสซี่ ถ้าต้องมานั่งบิ๊วอารมณ์กันใหม่ บ่อย ๆ คงเซ็งน่าดูเลยครับ"

 "คิก ๆ คุณนี่ชอบพูดเล่นไปเรื่อย แหมแต่ก็น่าเสียดายจริง ๆ เลย ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่า ดาราชายคนไหนที่เหมาะจะถ่ายหนังโฆษณาชุดนี้เท่ากับคุณ เอาเถอะตามใจคุณก็ได้ค่ะ 

 แต่ฉันมีเรื่องขอร้องคุณอยู่เรื่องหนึ่ง งวดหน้าถ้ามีสินค้าล็อตใหม่ออกมา คุณต้องให้สิทธิ์เราในการจัดจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียวนะคะ"

 เธอทำธุรกิจด้านนี้มานาน เธอมั่นใจมากว่าจะต้องขายดี 

 "แหมคุณเป็นสาวงามหนึ่งเดียวในดวงใจของผม ถ้าไม่ให้คุณ แล้วจะไปให้แมวที่ไหนละครับ"

 "พูดแล้วห้ามคืนคำนะคะ"

 ซูหลิงถึงกับปลื้มอกปลื้มใจกับประโยคนี้ พ่อหนุ่มน้อยคนนี้ ชักจะเริ่มออกกระบวนท่ารุกที่หนักแน่นชัดเจน หรือว่าเขาเองก็มีใจให้เธอเหมือนกัน เธอลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็น "ดื่มเบียร์ดีไหมคะ"

 "ดีครับ"

 "คุณเอามันไหมคะ"

 ??????

 ฉินฟ่านใบ้กินทันที จะบ้าเหรอจะให้ตอบว่ายังไงดีล่ะ ก็คงจะมันล่ะมั้ง ก็เห็นเหลียนฟ่งร้องลั่นบ้านทุกทีนี่นา

 ซูหลิงเห็นเขานิ่งเฉยไม่ยอมตอบ แถมยังยิ้มแบบกระอักกระอ่วนใจ เธอจึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า คำถามนี้มันออกสองแง่สามง่ามติดเรตเอกซ์ไปหน่อย ทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงระเรื่อ

 "ฉันหมายถึงคุณจะเอามันปิ้งหน่อยไหมคะ" เธอยื่นมันปิ้งในกล่องขนมให้เขา แล้วแกล้งเฉไฉพูดเรื่องอื่น

 "เดี๋ยวเรานัดวันเซ็นสัญญากันอีกครั้งนะคะ"

 ฉินฟ่านเคี้ยวมันปิ้งตุ้ย ๆ รีบโบกไม้โบกมือห้ามเธอ

 "ไม่ต้องซงต้องเซ็นอะไรหรอกครับ เรื่องแค่นี้ผมไว้ใจคุณอยู่แล้ว"

 ซูหลิงได้ยินถึงกับลืมตัว มองเขาเนิ่นนาน นั่นเป็นเงินจำนวนมหาศาลเชียวนะ แต่เขาไว้ใจเธออย่างนั้นเหรอ

 "คิก ๆ ๆ ใจถึงดี ฉันชอบค่ะ ตกลงคุณจะมาสู่ขอฉันวันไหนคะ ฉันจะรีโนเวทห้องนอนของฉันให้เป็นเรือนหอแบบโมเดิร์น หรือว่าเราจะไปสร้างเรือนหอใหม่แบบเรือนสี่ประสานในปักกิ่งก็ได้ ฉันซื้อที่ดินแปลงสวย ๆ เก็บไว้เยอะ 

 อ้อเผื่อคุณจะลืมไป ฉันรวยอยู่แล้ว สินสอดไม่ต้องนะคะ คุณมาแต่ตัวกับหัวใจก็พอแล้วค่ะ"

 เขารู้ดีว่าเธอหยอกเขาเล่นเช่นกัน

 "ฤดูหนาวปีหน้าดีไหมครับ เวลาอากาศหนาว ๆ คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่ได้ท่านประธานบริษัทพันล้าน มาช่วยอุ่นเตียงให้ผม"

 "ที่รัก วันนี้คุณลืมเขย่าขวดก่อนกินยาหรือเปล่าคะ ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยคะ"

 เธอเดินวนรอบ ๆ ตัวเขา มองขึ้นมองลงสำรวจทุกรายละเอียด เธอก้มหน้าลงมาใกล้ใบหน้าของเขา ชนิดที่เรียกว่าแค่เขาขยับตัวไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากของทั้งสองคงจะประทับรอยจูบกันพอดี 

 เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอและเห็นขนตางอนเป็นแพในระยะเผาขน 

 แต่ซูหลิงกับคิดว่าการหยุด เพื่อรักษาระยะห่าง จากการสัมผัสทางร่างกายแบบเฉียดฉิวอย่างนี้ มันเร้าอารมณ์ยิ่งกว่า

จูบกันจริง ๆ ซะอีก 

 เธอจะค่อย ๆ ยั่วยวนเขาทีละนิด ทีละนิด ให้เขาค่อย ๆ ตบะแตก อยากรู้นักว่าเขาจะทนได้สักแค่ไหน

 "เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นหรือเลวลงครับ"

 เขายิ้มกริ่มจนเห็นฟันขาวดูมีเสน่ห์ชวนให้สาว ๆ หลงใหล

 "ชักน่าสนใจซะแล้วสิ ว่าแต่คุณอยาก..."

 เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ชวนให้จินตนาการฟุ้งซ่าน ทิ้งไว้แค่คำว่าคุณอยาก แถมริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ก็ใกล้จะแตะสัมผัสกับริมฝีปากของเขาอยู่รอมร่อแล้ว จนทั้งคู่รับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

 ฉินฟ่านพยักหน้าถี่เร็ว ราวกับกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ 

 เขาอยาก อยากแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ พระเจ้าเป็นพยาน

 เสน่ห์ความงามแฝงความยั่วยวนของ

ซูหลิงที่มีมาแต่กำเนิด ใช่ว่าเขาจะต้านทานได้โดยง่าย 

 "คุณอยากดื่มกาแฟไหมคะ"

 (แป่ววว)

 ฉินฟ่านรู้สึกได้ถึงอารมณ์พิศวาสที่กำลังปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวขึ้นจนตุงกางเกง พาลค้างเติ่งทันที 

 (ถามจริง ชวนดื่มกาแฟเนี่ยนะ มายั่วให้อยากแล้วจากไป เฮอะ! ช่างเถอะบิดาผู้นี้เป็นลูกผู้ชาย ย่อมยืดได้หดได้อยู่แล้ว)

 ซูหลิงยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ยืดกายยืนตัวตรงอีกครั้ง เดินวนรอบตัวเขาอย่างช้า ๆ ใช้นิ้วมือกรีดลูบไล้ทรวงอกของเขาแบบไม่ตั้งใจ พร้อมกับทำท่าครุ่นคิดอย่างจริงจัง

 "อืมม…จะพูดยังไงดีนะ วันก่อนคุณท่าทางเหนียมอาย เหมือนหนุ่มน้อยอายุสิบสี่ ที่ยังไม่เคยแม้แต่จะจับมือเด็กผู้หญิง"

 เธอเล่นพูดซะขนาดนี้ ทำให้เขาได้แต่เกาหัวแกรก ๆ ด้วยความเก้อเขิน

 "แล้ววันนี้ละครับ"

 "วันนี้เหรอ คุณดูเหมือนหนุ่มมาดเพลย์บอย ที่ชอบฝังตัวอยู่ตามผับตามบาร์ คอยฉวยโอกาสหยอกเย้าหญิงสาวแปลกหน้า ที่หลงเข้ามาในร้าน ให้พวกเธออ่อนระทวยในอุ้งมือมารของคุณ

 แต่มีอย่างหนึ่งที่ดูชัดเจนที่สุดก็คือ บุคลิกของคุณกลับดูแมนขึ้น มีสภาวะของการเป็นผู้นำ ที่แผ่ซ่านออกมาจากตัว" 

 "แล้วท่านประธานคนสวยของผมชอบแบบไหนเหรอครับ"

 ฉินฟ่านรู้สึกสนุก เวลาได้พูดคุยกับเธอ สาวงามคนนี้ ทั้งสวยทั้งทำงานเก่งแล้วยังเป็นคนมีอารมณ์ขันอีกด้วย

 "ฉันชอบแมน ๆ แบบนี้มากกว่าคะ แบบผู้ชายที่มีบุคลิกเป็นผู้นำ จะทำให้ผู้หญิงรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ว่าแต่วันนี้ท่านผู้นำว่างหรือเปล่าคะ ช่วยไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหมคะ"

"ได้ครับ แล้วพวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอครับ"

 "ยังบอกไม่ได้หรอกค่ะ ความลับของสวรรค์ ย่อมมิอาจแพร่งพราย มาเถอะค่ะ กล้า ๆ หน่อย ฉันไม่พาคุณไปขายหรอกค่ะ"

 เธอไม่ได้บอกว่าจะพาเขาไปไหน แต่พูดก็พูดเถอะ ต่อให้ขึ้นเขาลงห้วย ฝ่าแดนมิคสัญญีหรือลงนรกโลกันต์ ได้ไปกับสาวสวยขนาดน้อง ๆ นางฟ้าเช่นนี้ เขายอมทั้งนั้น ไม่นานนักรถเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงของ

ซูหลิงก็ขับมาถึงคฤหาสน์ใหญ่หลังหนึ่ง ที่กว้างถึงห้าพันตารางเมตร ประดับประดาด้วยพุ่มไม้อันเขียวชอุ่มแซมด้วยกลีบไม้ดอกอันงดงาม มีสระเล็ก ๆ เลี้ยงปลาคราฟ มีสะพานไม้พาดข้ามไว้ให้อาหารปลา 

 "จิบชา ทานขนมก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันมาค่ะ" 

 ซูหลิงให้เขานั่งรออยู่ในเก๋งหกเหลี่ยมรอเธอสักครู่ ที่นี่คงเป็นบ้านของเธอสินะ เขามองไปบนโต๊ะไม้หวงฮวาหลีฝังมุก พบว่ามีขนมจัดวางอย่างสวยงามอยู่สองจาน ข้าง ๆ มีเตาเล็ก ๆ ที่น้ำกำลังเดือด พร้อมกับอุปกรณ์ชงชา 

 เขาเองก็ไม่เกรงใจ คว้าขนมงาดำเข้าปากไปสองชิ้น รู้สึกว่าขนมนี้มีรสชาติไม่เลว เหนียวหนึบกำลังดี พร้อมกับชงชามาหนึ่งป้าน นั่งจิบชาหลงจิ่งชั้นดี พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลิน

 ฟิ้วววว 

 เสียงดาบหัวตัดเล่มหนาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหาร แหวกอากาศฟันจู่โจมมาจากด้านหลังใส่เขาอย่างรุนแรง ด้วยท่าเบิกภูผาทลายพสุธา เขาได้แต่ทอดถอนใจ อุตส่าห์จะนั่งเล่นชิว ๆ จิบชาหอม ๆ ซะหน่อย ดันมีมารมาผจญจนได้ 

 เขาเบี่ยงเอวไปทางขวาคืบหนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่จะหลบได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด เสียดายก็แต่โต๊ะไม้เนื้อดีที่นั่งอยู่ถูกฟันขาดกระจุยเป็นสองเสี่ยงอย่างรุนแรง เศษไม้กระจุยกระจายเวียนว่อน ฉินฟ่านดีดนิ้วที่แฝงพลังลมปราณรูปเกลียวใส่ตัวดาบไปครั้งหนึ่งเบา ๆ 

 ติ๊ง เสียงนี้ถึงกับดังอื้ออึงในรูหูของ

เจ้าของดาบ มือดาบถึงกับมือสั่นระริกแทบจะทำดาบคู่ใจหลุดจากมือ เพราะแรงดีดสะท้อน

 ฉินฟ่านหัวเราะเสียงดังกังวาน ถีบเท้าหงายตัวเลียดกับพื้นดิน พุ่งออกไปจากเก๋งหกเหลี่ยม ยังไม่ทันที่เขาจะยืนตั้งหลักมั่น แส้เก้าปล้องที่จัดได้ว่าเป็นอาวุธนอกสารบบ ที่มีคนบอกว่าฝึกให้เชี่ยวชาญนั้น ยากเย็นเข็ญใจเป็นอย่างยิ่ง ก็ฟาดใส่มาทางหัวไหล่ซ้ายของเขา ฉินฟ่านยกยิ้มที่มุมปากพลิกตัวติดต่อกันสองตลบหลบรอดมาได้พร้อมกับคำรามเบา ๆ เปล่งคำสวดออกมา 

"โอม" 

มือซ้ายของเขาทำท่าปางมือแบบลัทธิตันตระ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือจรดกับข้อนิ้วแรกของนิ้วกลางแล้วโบกไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าเหมือนปัดแมลงวัน ทำให้คนที่ใช้แส้เก้าปล้องถูกกระแสพลังลมปราณรูปเกลียวกระแทกจนเสียหลักเซถอยไปไกลถึงห้าเมตร จึงสลายพลังนี้ได้

ชายฉกรรจ์ชุดดำห้าคนในมือถือดาบซามูไร ที่สะท้อนแสงสีเงินวูบวาบยามกระทบกับแสงอาทิตย์ ก็โถมเข้ามาจู่โจมด้านหน้ารุนแรงดุจระลอกคลื่นยักษ์ ส่วนอีกห้าคนด้านหลังก็ใส่ชุดดำเหมือนกัน แต่กลับตั้งกระบวนท่าจู่โจมด้วยหมัดมวยแทน 

แค่ชำเลืองดูแวบเดียว ก็พอที่จะรู้ว่า

พวกนี้ใช้มวยสานต่าที่พัฒนาโดยทหาร (โดยเอากังฟูมาผสมกับเทคนิคการต่อสู้สมัยใหม่รวมทั้งคิกบ็อกซิง และมวยปล้ำ) ถ้าให้ทายน่าจะเป็นทหารที่ปลดประจำการแล้ว

 ฉินฟ่านยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่ริมฝีปาก ในยามที่ถูกจู่โจมอย่างดุดัน แทนที่จะถอยหลังเพื่อหลบหนีเอาตัวรอด เขากลับพุ่งตัวเข้าใส่คนกลุ่มนั้น เดี๋ยวเขาก็ฟาดฝ่ามือ เดี๋ยวกำหมัดต่อยใส่ บางครั้งใช้ดรรชนี บ้างก็จับคอตีเข่า เตะสูงใส่ก้านคอ ต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวาย ถึงพวกนั้นจะมีคนมากกว่าแต่ก็ใช่ว่าจะได้เปรียบเขา 

 กระทั่งเขาหมุนตัวดุจลูกข่างยักษ์ สะบัดเท้าเตะกราดออกไป จนชายชุดดำกลุ่มนั้น ปลิวกระเด็นไปตามแรง นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้นร้องโอดโอย เสียงดังระงม

 แปะ ๆ 

 เสียงปรบมือดังมาก่อน คนค่อยเผยโฉมเดินมา

 "ยอดเยี่ยม ๆ ยอดฝีมือสิบสองคนถึงกับสยบเธอไม่ได้ ร้ายกาจ ๆ เป็นเด็กหนุ่มที่มีอนาคตไกลจริง ๆ ฉันรู้นะว่าเมื่อครู่นี้เธอยังออมมือให้กับพวกเขา เมื่อครู่ถือว่าเป็นการทักทายก็แล้วกัน ถ้ารุนแรงไปบ้างก็อย่าได้ถือสาเลยนะฮ่า ฮ่า"

 ฉินฟ่านหลี่ตามองเขม็ง ไปที่ตาแก่ผมขาวตัวเตี้ยเหมือนลิง แต่กลับมีแววตาเป็นประกายเจิดจ้าดุจสายฟ้า สวมชุดถังจวงพื้นสีขาวลวดลายสีทองรูปมังกรคาบแก้ว (เสื้อคอจีนแขนยาว) ที่กำลังพูดด้วยเสียงดังกังวาน 

 เขารู้สึกว่าคนผู้นี้ต่างหาก ที่เป็นยอดฝีมือที่แท้จริง อาจจะสูงส่งถึงขนาดระดับปรมาจารย์เลยด้วยซ้ำ แต่ว่าซูหลิงกำลังประคองเขาเดินมา ท่าทางการเดินก็ดูแปลก ๆ หรือว่าจะบาดเจ็บที่บั้นเอว ท่าทางทั้งสองสนิทกันแบบนี้ งั้นก็คงเป็นญาติอาวุโสของเธอสินะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status