Share

บทที่ 4 ข่าวร้าย

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-28 09:11:45

จังหวัดน่าน

ไร่ชาบนไหล่เขาในจังหวัดน่านที่ห่างไกลจากตัวเมือง บรรยากาศแสนเงียบสงบเหมาะแก่การหลบหนีผู้คนมาอยู่ 

ณัฐนรีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงน้องสาวที่สติไม่สมประกอบเพียงคนเดียวจึงหอบน้องสาวหลบหนีเจ้าหนี้ และอดีตอันแสนเจ็บปวดมาพักพิงที่นี่ หลังจากที่ต้องพาน้องระหอกระเหินมาหลายจังหวัดทั้งชุมพร สมุทรปราการ และอีกหลายจังหวัด

สายลมยามเย็นพัดเอากลิ่นใบชาสดโชยปะปนกับกลิ่นดินหลังฝน ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ ทิ้งแสงสีส้มอ่อนพาดผ่านแนวเขาสลับซับซ้อน ณัฐนรีนั่งลงบนขอนไม้เก่าใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากเก็บใบชามาทั้งวัน ไม่ไกลจากเธอน้องสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนผืนหญ้า สายตามองเหม่อไปยังท้องฟ้า แรงขับเคลื่อนเดียวที่ทำให้เธอยังมีแรงลุกขึ้นสู้ในทุก ๆ วัน

เธอลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ มือที่ด้านสากจากการทำงานหนักล้วงไปหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาจากกระเป๋า หน้าจอมีรอยร้าวมุมหนึ่ง

 แบตเหลือน้อย สัญญาณอินเทอร์เน็ตกระตุกเป็นช่วง ๆ 

เธอกดเข้าเฟซบุ๊กซึ่งเป็นบัญชีปลอมที่สร้างขึ้นเพื่อส่องดูความเคลื่อนไหวของผู้ชายคนนั้นผ่านโซเชียลเงียบ ๆ ไม่กล้าแสดงตัวตน หรือติดตามอย่างเปิดเผย นิ้วเรียวจิ้มลงที่ช่องค้นหา ชื่อภารัณ ไกรอัศวนนท์ บัญชีที่เธอเข้ามาค้นหาทุกวันก็เด้งขึ้นอัตโนมัติ

บัญชีของเขาเปิดสาธารณะ ยอดผู้ติดตามนับแสน ภาพหน้าปกเป็นโลโก้บริษัท ภาพโปรไฟล์เป็นรูปเขาในชุดสูท สีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ และเหตุผลที่เธอเข้ามาส่องทุกวันหวังเพียงว่าจะได้เห็นภาพลูกชายผ่านเฟซบุ๊กของเขาบ้างในสักวันหนึ่ง แม้ความหวังจะแสนริบหรี่เพราะผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วบนเฟซบุ๊กยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย โพสต์ล่าสุดคือสองเดือนที่แล้ว 

เธอค่อย ๆ เลื่อนหน้าฟืดดูอย่างช้า ๆ ก่อนหัวใจของเธอเหมือนถูกกระชากอย่างรุ่นแรง โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ลมหายใจขาดห้วง มือสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่เมื่อเห็นโพสต์ใหม่ของเขาเมื่อสองชั่วโมงก่อน มันเป็นรูปงานศพกรอบรูปใบใหญ่ที่ตั้งหน้าโลงศพเล็ก ๆ คือภาพของลูกชายที่เธอจำได้อย่างชัดเจน

เขียนแคปชั่นสั้น ๆ ว่า ไปเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์นะครับ และปิดท้ายด้วยอีโมจิคอนรูปเด็ก ไม่มีอธิบายถึงสาเหตุการเสียชีวิต หรือเรื่องอื่นใดอีก

"ไม่จริง…"

เสียงหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก เธอส่ายหัวช้า ๆ พยายามปฏิเสธสิ่งที่เห็นพร้อมกับน้ำตาหยดแรกที่ตกลงบนหน้าจอ และหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลพรากออกจากดวงตาไหวระริก แต่เสียงสะอื้นกลับถูกกลืนกลับเข้าไปเพราะไม่อยากให้น้องได้ยิน 

ดวงตาที่พร่าเบลอด้วยหยาดน้ำสีใสมองหน้าจอมือถือที่สว่างวาบจากการแจ้งเตือนคอมเมนต์ใหม่ ใต้โพสต์นั้นเต็มไปด้วยคำถามว่าเด็กคนนี้คือใคร คำปลอบใจ ความเสียใจ และความสงสาร

  เธอปิดโทรศัพท์ลงแล้วกอดเข่าแน่น เสียงร้องไห้แผ่วเบากลืนหายไปกับสายลม ท้องฟ้ายามค่ำคืนเริ่มมีดาวส่องแสงสว่างไสว แต่หัวใจของเธอกลับมืดมิดยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต สมองยังปฏิเสธซ้ำ ๆ ว่านั่นไม่ใช่ความจริงลูกของเธอยังไม่ตาย ลูกของเธอต้องไม่ตายเพราะตอนคลอดหมอบอกว่าเด็กสมบรูณ์ และแข็งแรงดีทุกอย่างแล้วลูกเธอจะตายได้ยังไงกัน

เธอไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองเท่านั้น

วันรุ่งขึ้นเธอจึงฝากน้องสาวให้ป้าซึ่งเป็นคนงานในไร่ชาที่เธอไว้ใจให้ช่วยดูแล แล้วเดินทางไปยังวัดตามโลเคชันที่ชายหนุ่มโพสต์ไว้แม้ในใจจะรู้สึกกลัวมากแค่ไหนก็ตาม

เธอเดินทางมาถึงวัดก็ค่ำพอดี วัดแห่งนี้ตั้งอยู่นอกเมืองไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมคนรวยอย่างเขาถึงเลือกจัดงานศพลูกที่นี่ หรือเป็นเพราะไม่ต้องการให้ใครรู้ หรือมาวุ่นวาย และถามถึงที่มาที่ไปของเด็กคนนี้

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรเธอไม่มีเวลามาคิดมาก และไม่คิดเอะใจอะไรทั้งนั้น เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พลางใช้มือกดหมวกแก๊ปให้ต่ำลงอีกนิด แล้วกระชับกากหน้าให้แน่นกว่าเดิม จากนั้นก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปในวัดอย่างระมัดระวัง ขณะที่สายตาสอดส่องไปทั่วหากเจอใครจะได้หลบทัน

หัวใจของเธอสั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลในตอนที่กำลังก้าวเท้าเดินเพราะบรรยากาศภายในวัดเงียบสงัดจนทำให้รู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ ความกลัวคืบคลานเข้ามาแต่เธอก็พยายามข่มมันเอาไว้เดินมาหลบหลังอาคารที่เยื้องกับศาลา

 จากมุมนี้ทำให้เธอเห็นกรอบรูปที่ตั้งในศาลาอย่างชัดเจน นั่นคือรูปลูกชายของเธอน้ำตาพลันไหลออกจากดวงตากลมอย่างกลั้นไม่อยู่ ขามันอ่อนจนแทบยืนไม่ไหว หัวใจของแม่คนหนึ่งแตกสลายลงอย่างสมบูรณ์ เธอยกมือขึ้นกดอกตัวเองเพราะรู้สึกเจ็บจนหายใจไม่ออก ภาพใบหน้าทารกในความทรงจำซ้อนทับกับภาพในงานศพอย่างโหดร้าย

เธออยากจะเดินเข้าไปหาลูก แต่ก็กลัว กลัวสายตาของคนอื่น กลัวผู้ชายคนนั้น กลัวความผิดในอดีตจะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเองจึงทำได้แค่ยืนอยู่ตรงนี้

ทว่าเธอไม่รู้เลยว่าตั้งแต่วินาทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาในบริเวณวัดก็มีใครบางคนกำลังจับตามองอยู่ สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความเกลียดชังจากอีกฝั่งของศาลา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 72 ครอบครัวสุขสันต์ (จบ)

    หลายเดือนต่อมา..."น้องโซ่อย่าวิ่งครับ""คิก คิก...""น้องโซ่ระวังล้ม""คิก คิก..."เสียงร้องห้ามผสมด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยดังก้องไปทั่วบริเวณคฤหาสน์โชคอัศวนนท์ บนสนามหญ้าอันกว้างขวางร่างเล็กของเด็กชายวัยสองขวบกำลังวิ่งเตาะแตะสุดแรงขา เล็ก ๆ ก้าวสั้นบ้างยาวบ้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส ด้านหลังมีคุณพ่อตัวโตวิ่งตามปากก็ร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง แม้ลูกชายคนโตจะรักษาตัวจนหายดีแล้วแต่สำหรับคนเป็นพ่อแม่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีจึงดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษ"น้องโซ่อย่าวิ่งครับเดี๋ยวก็หอบอีกหรอก..""กรี๊ดดด!"เสียงใสร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นพ่อไล่ทัน ก่อนสะดุดเท้าตัวเองนิดหน่อยแต่ยังไม่ทันล้มคนเป็นพ่อก็รีบเข้าไปรับเอาไว้ได้ทัน จากนั้นยกขึ้นสูงเหนือศีรษะ เสียงหัวเราะของพ่อลูกดังขึ้นพร้อมกันภาพนั้นทำให้คนที่นั่งมองอยู่บนศาลาหลุดยิ้มตามณัฐนรีนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายตัวใหญ่ในอ้อมแขนมีเด็กชายตัวอ้วนวัยสิบเอ็ดเดือนนั่งอยู่บนตัก เด็กน้อยแก้มกลมที่ตอนนี้เริ่มส่งเสียงอ้อแอ้เก่งขึ้นทุกวัน เจ้าตัวกำลังตบมือเล็ก ๆ ของตัวเอง สายตามองไม่รอบตัวไม่หยุดนิ่งบ้างก็หัวเราะคิกคักออกมา"ดูพี่เขาสิ" ณัฐนรีก้

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 71 รักเท่ากัน

    การคลอดผ่านไปได้อย่างราบรื่นกว่าที่ทุกคนคาดไว้เพราะณัฐนรีค่อนข้างคลอดง่ายเพียงสองชั่วโมงทารกน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำ และแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการก็ออกมาลืมตาดูโลกตลอดช่วงเวลาสองชั่วโมงกว่าภารัณไม่เคยห่างจากหญิงสาวแม้แต่วินาทีเดียว เขาคอยจับมือเธอไว้แน่น คอยเช็ดเหงื่อ คอยพูดปลอบ และให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา"อุแว้..."เสียงร้องดังลั่นของเด็กทารกตัวน้อยดังขึ้นภายในห้องคลอด เสียงแรกของลูกชายทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและเป็นแม่สั่นไหวไปพร้อมกันภารัณมองหน้าลูกแล้วดวงตาแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ลูกที่ตอนแรกเห็นเป็นเพียงเครื่องมือช่วยชีวิตลูกอีกคน ลูกคนที่เขาไม่ตั้งใจจะมีแต่เพราะสถานการณ์บังคับ ทว่าตอนนี้ความคิดเหล่านั้นไม่มีอยู่ในหัวเลยเขารักลูกคนนี้ไม่แพ้ลูกคนโตเลย รักโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ อีก"เดี๋ยวส่งคุณแม่กลับไปพักผ่อนก่อนนะคะ ส่วนน้องพยาบาลจะพาไปส่งทีหลัง" เสียงพยาบาลดังขึ้นทำให้ทั้งสองละสายตาจากลูก พยักหน้ารับเบา ๆจากนั้นณัฐนรีก็ถูกพากลับไปยังห้องพักฟื้นโดยมีภารัณเดินตามไปไม่ห่าง"เป็นไงบ้างครับ ยังเจ็บอยู่ไหม" คอยถามไถ่ตลอด"ยังเจ็บนิดหน่อยค่ะ" ณัฐนรียิ้มให้เขาบาง ๆ แม้จริง ๆ ยังรู้สึกเจ็บ แ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 70 วุ่นวาย

    หลังจากพูดคุยกับพ่อแม่อีกพักใหญ่ภารัณก็ประคองณัฐนรีกลับขึ้นมายังห้องนอนบนชั้นสาม พาเธอไปนั่งที่เตียง แล้วหันไปถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงออกวางบนโต๊ะข้างเตียงตามปกติทว่ายังไม่ทันได้วางลงก็ต้องชะงักเมื่อมีอ้อมแขนเล็ก ๆ สวมกอดเข้ามาจากด้านหลัง เขาอมยิ้มสายตาก้มมองมือเล็กที่ประสานอยู่บริเวณเอวของตัวเองณัฐนรีซบแก้มลงบนแผ่นหลังกว้างหลับตาลงช้า ๆสูดเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย ความอบอุ่นจากร่างของเขาทำให้หัวใจที่เต็มตื้นอยู่แล้วยิ่งอุ่นขึ้นไปอีก วงแขนกอดเขาเอาไว้แน่นราวกับอยากส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ในหัวใจภารัณจึงวางนาฬิกาลงช้า ๆ แล้วเลื่อนมือลงกุมมือของเธอ"เป็นอะไรฮึ" เอ่ยถามเสียงนุ่ม"ขอบคุณนะคะ" เสียงหวานดังขึ้นเบา ๆ ชิดแผ่นหลังกว้าง"ขอบคุณเรื่องอะไร" เขาย้อนถามทั้งที่พอจะเดาได้อยู่แล้ว ณัฐนรียิ้มบาง ๆ มือยิ่งกอดเขาแน่นขึ้น "ทุกเรื่องเลย"ภารัณยิ้มบาง ๆ ก่อนค่อย ๆ หันตัวกลับ แล้วดึงร่างอวบเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มเบา ๆ"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอบคุณ มันเป็นหน้าที่ของสามีอยู่แล้ว"ณัฐนรีเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาอ่อนโยนของเขาแล้วระบายยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร สองสายตามองสบประสา

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 69 ชีวิตพลิกผัน

    นับตั้งแต่วันที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านโชคอัศวนนท์ชีวิตในแต่ละวันของณัฐนรีก็เต็มไปด้วยความสุข ระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้ความเกร็งและความประหม่าของเธอค่อย ๆ จางหายไปเธอสนิทกับพ่อแม่ของชายหนุ่ม และทุกคนในบ้านโชคอัศวนนท์มากขึ้น ทุกคนทำให้รู้สึกว่าเธอเป็นคนในครอบครัวจริง ๆน้องสาวของเธอเองก็ปรับตัวเข้ากับบ้านหลังนี้ได้ดี มีทั้งแม่บ้าน พยาบาล และทุกคนในบ้านคอยดูแลและให้ความรักราวกับว่าน้องสาวคือคนในครอบครัวจริง ๆเธอได้เห็นรอยยิ้มของน้องสาวที่มีมากขึ้นในแต่ละวัน มันเป็นสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดส่วนชายหนุ่มนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงเขารัก และดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ยิ่งใกล้คลอดยิ่งทะนุถนอมราวกับไข่ในหินบางครั้งก็รู้สึกว่ามันมากเกินไป"เฮ้อ..."เธอนั่งมองหน้าลูกน้อยบนเตียงแล้วเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทำคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมองอย่างสงสัย"เป็นอะไรครับ?""เซ็งค่ะพรุ่งนี้ไม่ได้มาหาลูก" เธอยู่ปากใส่พ่อของลูกก็เพราะเขากับแม่นั่นแหละที่ยิ่งใกล้ถึงกำหนดคลอดก็ยิ่งเข้มงวดมากขึ้นจากเดิมที่เธอมาโรงพยาบาลหาลูกได้ทุกวันตอนนี้กลับถูกลดเหลือเพียงไม่กี่วันต่อสัปดาห์ และถ้าวันไหนไปก็อยู่ได้ไม่

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 68 ของขวัญรับลูกสะใภ้

    วันต่อมา...ณัฐนรีตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกใหม่ แม้เช้านี้จะตื่นมาในอ้อมกอดของชายหนุ่มเหมือนทุกวันการลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของคฤหาสน์โชคอัศวนนท์อดทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังฝันไม่ได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เร็วเสียจนบางครั้งเธอต้องก้มมองแหวนที่นิ้วนางของตัวเองเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริงและหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จชายหนุ่มก็พาเธอลงมายังห้องอาหาร นั่นทำให้หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้งเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อแม่ของเขาอย่างเป็นทางการถึงแม้ผู้ใหญ่ทั้งสองจะดีกับเธอมาก แต่ความเกรงใจและความประหม่าก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เธอนั่งหลังตรงแทบตลอดเวลาภารัณที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบอมยิ้ม ก่อนจะเลื่อนแก้วนมมาให้พร้อมกระซิบเบา ๆ "เธอนั่งตัวตรงยิ่งกว่านักเรียนโดนครูเรียกตอบคำถามอีก ผ่อนคลายหน่อยสิครับ"ณัฐนรีหันไปค้อนทันที แต่ก็ทำให้ความเกร็งลดลงไปได้บ้างสายตามองน้องสาวที่นั่งอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้าม แล้วหันมองพ่อแม่ชายหนุ่มด้วยความรู้ตื้นตัน และซาบซึ้งสุดใจพวกท่านให้น้องสาวมานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย มีแม่บ้านและพยาบาลพิเศษคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่มีใครแสดงสีหน

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 67 เหมือนฝัน

    "มานั่งกันก่อนแล้วค่อยคุยต่อ คนท้องยืนนาน ๆ เดี๋ยวเหนื่อย"ฉัตรชัยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทุกคนยืนคุยไม่ยอมมานั่งกันสักทีพิมพ์ผกาจึงรีบจับมือณัฐนรีดึงให้เดินตามนั่งลงข้าง ๆ บนโซฟาตัวยาวท่าทางเป็นกันเองราวกับเธอเป็นคนในครอบครัวจริง ๆ ทำให้ความประหม่าของณัฐนรีค่อย ๆ ลดลงทีละนิดส่วนภารัณก็เดินเข้าไปนั่งลงข้างเธออีกด้านหนึ่งเพราะกลัวว่าเธอจะยังไม่ชินกับบรรยากาศฉัตรชัยมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ไม่ต้องเกร็งนะลูกคิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำไม่ต้องเกรงใจใครทั้งนั้น"ณัฐนรีมองพวกท่านน้ำตาเอ่อคลอเบ้ามันรู้สึกตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออกกับความเมตตาที่พวกท่านมอบให้มือรีบยกขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความซาบซึ้ง "ขอบคุณ คุณลุงกับคุณป้าที่เมตตาหนูนะคะ"น้ำเสียงเธอสั่นเล็กน้อยจนพิมพ์ผกาเอ็นดูยื่นมือไปลูบหลังมือเธอเบา ๆ"เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องขอบคุณหรอก แล้วก็เลิกเรียกป้ากับลุงได้แล้ว ตอนนี้หนูแต่งงานกับภารัณแล้วก็ถือเป็นลูกพ่อกับแม่ด้วย ต้องเรียกพ่อกับแม่เหมือนที่ภารัณเรียกสิ"ณัฐนรีเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสะกดความรู้สึกที่มันเอ่อล้นในอก ก่อ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 23 แปลกไป

    "อย่า…" ณัฐนรีร้องห้ามเสียงสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน มือบางยกขึ้นดันไหล่เขาไว้โดยสัญชาตญาณภารัณชะงักเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น แววตาเข้มขึ้นเมื่อเห็นความตื่นกลัวที่ไม่เหมือนทุกครั้งของคนใต้ร่าง"กลัวอะไร ยังไม่ชินอีกเหรอ" เสียงทุ้มถามต่ำ ๆ ชิดใบหน้าเรียว ก่อนจมูกโด่งจะโน้มลงคลอเคลียซอกคอขาวเนียน"ยะ..อ

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 13 คนบงการ

    แสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องแสนเงียบเชียบราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แสงอ่อน ๆ ค่อย ๆ ตกกระทบเปลือกตาของร่างสูงที่นอนหลับอยู่ปลุกให้เขารู้สึกตัวตื่นภารัณลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในศีรษะที่เหมือนถูกของแข็งกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความปวดแล่นตุบ ๆ ท

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 12 คืนร้าว 2

    ปัง!ประตูห้องถูกผลักเปิดอย่างแรงเสียงกระแทกดังสะท้อนทั่วผนังทำณัฐนรีที่นั่งอยู่ริมเตียงสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาเมื่อเห็นร่างสูงที่ก้าวพ้นเงามืดที่ประตูเข้ามา พยายามรวบรวมสติที่เริ่มพร่าเลือน และข่มความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้นในร่างกายฝืนหยัดกายลุกขึ้นยืน ดวงตากลมมองไปที่ร

  • พันธะรักในคืนร้าว   บทที่ 11 ไม่ใช่ฤทธิ์แอลกอฮอล์

    คืนร้าวนั้นแสนยาวนานเธอต้องเป็นที่ระบายอารมณ์ของชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าจนร่างกายแทบรับไม่ไหวเขายอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระหลังฤทธิ์ยาสกปรกนั้นหมดลงแล้ว เธอจึงใช้โอกาสที่เขาหลับไปหอบร่างกายแสนบอบช้ำหนีออกมาแม้ในตอนนั้นหัวใจเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก แต่เธอก็ไม่ร้องไห้ น้ำตาเหมือนถูกกลืนหายไปหมดแล้ว ส

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status