LOGINดวงตาที่ยังมองหัวใจแตกสลายบนทรายขาว เหม่อลอยเล็กน้อยก็ได้สติ ครั้นมีกลิ่นสารนิโคตินอบอวลอยู่รอบกาย เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน งุนงงว่ากลิ่นมาจากไหน ก่อนจะเหยียดตัวยืนแล้วหันไปมองด้านหลัง พลันนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพราะความแปลกใจ
เจ้านายคนใหม่ มายืนตรงนี้ได้ยังไง มาทำอะไรแต่เช้า ที่สำคัญยืนดูดบุหรี่ตั้งแต่ 6 โมงเช้า “คุณวิน” “มาทำอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถาม พลางพ่นควันขาวลอยคลุ้งออกจากปากและจมูก ธาวินสวมแว่นตาดำ ทรงผมปลิวไปตามแรงลมเพราะไม่ได้จัดแต่งทรง เขาไม่ได้แต่งกายเป็นทางการ สวมเสื้อเชิ้ตสีครีมมีลายริ้วเล็กๆ พับแขนเสื้อลวกๆ ไม่ติดกระดุมเสื้อสองเม็ดเผยให้เห็นอกแกร่งที่มีขนหน้าอกเล็กน้อย กางเกงสีขาวทรงหลวมและสวมเพียงรองเท้าแตะราคาแพง แต่กระนั้นคนตรงหน้าก็ดูดีไม่น้อย “เดินเล่น” “ไม่กลับไปจัดการธุระที่กรุงเทพหรือไง” “ไปค่ะ แต่ไปตอนเย็น” พูดจบคนตัวเล็กหมายจะเดินกลับห้องพัก อีกฝ่ายพลันขยับตามราวกับว่าต้องการขวาง แต่ท่าทางเหมือนไม่ได้ตั้งใจ นอกจากจะเบี่ยงตัวหาทางเดินเช่นกัน “เธอไปซ้าย ฉันไปขวา” “ค่ะ” คนที่หันหน้ายืนคุยกัน ทว่าซ้ายของเมญ่าคือขวาของธาวิน จังหวะที่ต่างคนต่างก้าวเท้าก็ชนกันเข้าอย่างจัง ร่างบอบบางหงายหลัง หากธาวินไม่รวบเอวไว้แล้วดันเข้ามากอดคงได้หงายลงน้ำทะเล “ระวังหน่อย !” “ก็...” ปากอ้ากว้างค้างกลางอากาศ จะโทษอีกฝ่ายคงได้ต่อปากต่อคำนานกว่านี้ เมญ่าไม่มีเวลามากพอ เพราะต้องไปหาแม่กับน้องสาวฝาแฝดต่างอำเภอ เดินทางโดยรถแท็กซี่ก็ใช้เวลาไปกับเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะกลับมาเตรียมตัวขึ้นเครื่องอีก คงชักช้าไปมากกว่านี้ “ก็ขอบคุณที่ช่วย” “...” ปลายนิ้วหนาคีบบุหรี่ พลางกระดิกเล็กน้อยเพื่อให้ขี้บุหรี่หล่น อีกข้างยังโอบกระชับเอวบาง กลิ่นตัวหอมระเรื่อแตะปลายจมูกของธาวิน เขายังจำได้ กลิ่นยั่วยวนแบบนี้เขาได้สูดเต็มปอดก็ตอนคืนนั้น คืนที่เมญ่าแทบไม่มีสติ คืนที่เขาก็เงี่ยนจัดจนไม่ฉุกคิดว่าใครเป็นใคร จังหวะที่ใช้สายตาละเลียดมองใบหน้าไร้การแต่งแต้มเครื่องสำอาง ไม่มีแม้รูขุมขน ก็ดึงสติราวกับกำลังจะลุ่มหลงบางอย่างในตัวเธอกลับมา เมญ่าดึงแขนแกร่งเขาออกจากเอว แล้วผลักเบาๆ “ขอตัวนะคะ มีธุระ” คนตัวเล็กขยับ เดินเบี่ยงตัวไม่ให้เกิดการชนกันอีกครั้ง รีบก้าวเท้าย้ำบนผืนทราย แต่ไม่ได้เดินไปยังด้านหน้าของโรงแรม เมญ่าไปยังซอยเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้างอาณาเขตของ The Grand Orchid Hotel โดยที่มีสายตาคมเข้มภายใต้แว่นตาดำมองตามจนหายลับไปยังห้องพัก “ชุดอะไร ตลกสิ้นดี” ธาวินหัวเราะ ส่ายหัวให้กับชุดนอนลายการ์ตูน ก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองคลื่นน้ำทะเลที่กำลังซัดสาดเข้าฝั่ง แสงแดดอ่อนรำไร เงาสะท้อนกับน้ำสีฟ้าระยิบระยับ ชายหนุ่มยืนเสยเส้นผมที่ปลิวปกตาอย่างลวกๆ พลางป้อนบุหรี่เข้าปาก สูดจนมดมวนแล้วบี้ไฟให้ดับด้วยปลายนิ้ว เขาไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงทะเล แต่เลือกทิ้งลงกระเป๋ากางเกงของตน จังหวะที่หลุบดวงต่ำ เขาเห็นว่ามีร่องรอยของการขีดเขียน แว่นตาดำที่สวมมาถูกถอด มองรอยเขียนเป็นรูปหัวใจแตกสลาย ก็พลันมองไปยังทิศทางที่เมญ่าเดินหายไป “อกหักเหรอ...อย่าบอกนะว่าเรื่องคืนนั้นทำประชดตัวเอง” ว่าแล้วก็กระตุกมุมปาก เขารู้สึกว่าทำไมเมญ่าถึงเป็นผู้หญิงแตะต้องง่ายขนาดนี้ แค่อกหัก ดันเอาร่างกายให้ผู้ชายแปลกหน้าเชยชมแทบทั้งคืน พลันนั้นยกเท้าแล้วเขี่ยร่องรอยของหัวใจที่แตกสลายจนไม่หลงเหลือ ก่อนจะสวมแว่นกลับที่เดิม เดินล้วงกระเป๋าไปตามแนวชายหาด และรอเวลากลับเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวในห้องพักของตัวเอง บนโรงแรมหรูแห่งนี้ รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าซอยคับแคบ ก่อนจะชะลอจอดเมื่อถึงปลายทาง เมญ่านั่งเบาะหลัง หันมองบ้านหลังที่เคยอยู่ในช่วงวัยเด็ก มันไม่ได้เก่าจนทรุดโทรมมาก เพราะในตอนที่เธอยังเป็นพนักงานของ Just’ 69 Harem ก็ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้แม้ได้ปรับปรุงบ้าน “ถึงแล้วครับ” “ค่ะๆ” ความเหม่อมองทำเมญ่าไม่ทันลงจากรถ เมื่อคนขับแจ้งว่าถึงที่หมายก็ลนลานควักเงินสดในกระเป๋า จ่ายเป็นค่ารถขามาเสียก่อน ให้คนขับได้หาอะไรกันหรือพักผ่อนรอเธอ เพราะยังต้องนั่งรถขากลับอีกด้วย “ผมไปหาอะไรกินนะครับ ถ้าคุณจะกลับโทรตามผมได้เลย” เมญ่าพยักหน้าแล้วเปิดประตูลงจากรถ แท็กซี่ขับออกไป เลี้ยวแยกแคบๆ ด้านหน้าทะลุไปถนนทางหลวง ร่างขาวยืนหน้ารั้วบ้านต่ำ ดวงตามองตั้งแต่ทางเดินเข้าไปจนถึงประตูบ้านที่อยู่ด้านใน รอบๆ ยังมีดอกไม้ปลูกตำแหน่งเดิม ที่เปลี่ยนเป็นเพียงชนิดของดอกไม้เท่านั้น ด้านข้างเป็นต้นมะม่วง ตอนนี้สูงเลยตัวบ้านไปมากโข อีกฝั่งเป็นอุปกรณ์ดักจับสัตว์ทะเล ถ้าเดาไม่ผิดคงเป็นของลุงที่เอามากองๆ กันไว้ตรงนี้ ก่อนที่เสียงสุนัขจะเห่าโฮ่งขึ้นมา “ไอ้ด่าง” เธอเรียกชื่อมัน ไอ้ด่าง สุนัขพันธุ์ไทย วิ่งมาหน้าบ้านแล้วหยุดชะงัก เมญ่ายิ้มให้ ในตอนเธอไปกรุงเทพยังตัวเล็กนิดเดียว แต่ตอนนี้เหมือนว่ามันคงเป็นพ่อหมาลูกดกเสียแล้ว โฮ่ง !! “จำฉันได้ไหม เมญ่าไง” เสียงเห่าอ่อนลง ไอ้ด่างเดินเข้าใกล้ ใจหนึ่งของเมญ่ากลัวมันจำไม่ได้แล้วจะกัด ทว่าพอเอามือลูบหัวมันกลับนั่งลงและหยุดเห่าทันที พลันนั้นประตูบ้านก็เปิดออก พร้อมกับหญิงมีอายุน้อยหรี่ตามองเพราะสายตาไม่ดี “ใครน่ะ” เสียงที่ตะโกนถามทำคนหน้าบ้านหันมาสนใจ เมญ่าฉีกยิ้ม วิ่งสุดฝีเท้าแล้วกระโจนกอดแม่อย่างจัง “แม่” “...” “ญ่าเอง” สิ้นเสียงหวานเบาลง ราวกับอีกฝ่ายถูกช็อต มุตาไม่นึกว่าลูกสาวโตของบ้านจะกลับมาหลังจากไปเรียนต่อและทำงานที่กรุงเทพนานหลายปี “กลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่เอ่ยถามติดสั่น เมญ่าผละกอด มองหน้าเหี่ยวแห้งพลางดำเมี๊ยมเพราะตากแดดจากการช่วยพี่สะใภ้ตากปลา หยาดสีใสไหลจากเบ้าตา ขณะที่เมญ่าเองก็คลอเบ้าไม่ต่าง “กลับมาเยี่ยม” “ฮึก” “ไม่ต้องร้อง กลับมาเยี่ยมแม่กับน้อง” มือขาวเช็ดน้ำตาบนใบหน้าดำกร้าน ต่างฝ่ายก็ต่างกอดกันด้วยความคิดถึง ก่อนจะพากันเข้าบ้าน มุตาหาน้ำมาให้ลูก เพราะไม่รู้ว่าจะมา อาหารไม่ได้เตรียม มีเพียงผลไม้ที่เกิดตามฤดูกาลก็เท่านั้น “น้องล่ะแม่” “อยู่บ้านลุงสมิง สักพักคงกลับ” พูดไม่ทันขาดคำ เสียงประตูหลังบ้านก็ดังแกรก สองพี่น้องหน้าเหมือนเดินตามกันต้อยๆ พลันนั้นก็ชะงักเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ที่บ้าน มะเหมี่ยวกับมายมิ้นท์ตาค้างเล็กน้อย ทั้งคู่มองหน้ากัน จากนั้นวิ่งเข้าไปกอดพี่สาวทันที “พี่ญ่า” มะเหมี่ยวแฝดคนโตที่เกิดก่อนมายมิ้นท์เพียงหนึ่งนาที กอดพี่สาวที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี เช่นเดียวกับแฝดคนน้องกอดพี่สาวแน่นจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก “พอก่อน พี่จะตายแล้วเนี่ย” “คิดถึง...ไม่เห็นหน้าพี่นานเลย” มายมิ้นท์พูด “พี่ก็คิดถึงเราสองคน” “พี่มาอยู่กี่วัน” เป็นคำถามจากแฝดคนโต เมญ่ายิ้มตอบ ก่อนที่น้องๆ จะคลายกอดแล้วนั่งรอคำตอบ “พี่มาเยี่ยมเรากับแม่ก่อน แต่ต่อไปจะมาบ่อยๆ” “มาบ่อยๆ ได้เหรอญ่า” “ได้สิแม่ ญ่าได้งานที่โรงแรมติดทะเลในภูเก็ตนี่แหละ” มุตายิ้มแป้น แม้ลูกสาวจะไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันแบบถาวร ทว่าก็ใกล้มากขึ้น บรรยากาศที่เคยแต่เอ่ยคิดถึงก็กลายเป็นการถามไถ่ ครั้นน้องสาวสองคนไม่มีโอกาสได้ไปเยือนเมืองกรุงเลยสักครั้ง20:30Just’ 69 Haremทันทีที่รถหรูเคลื่อนจอด เมญ่าตาเบิกกว้าง ไม่ได้ตกใจที่ได้กลับมาที่นี่ แต่ตกใจที่ธาวินพาเธอมา“คุณวิน”“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”“พาญ่ามาที่นี่”หันหน้ากลับไปถามด้วยท่าทางงงๆ“ทุกอย่างมันคืออดีตไปแล้วญ่า ต่อให้เธอเคยเป็นของใครมาก่อน ฉันก็ไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มแตะมือลงต้นขานิ่ม บีบเบาๆ และยิ้มอย่างสบายใจ พลันนั้นก็ลงจากรถมาก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้คนด้านในลงตาม วันนี้เมญ่าแต่งตัวสวยและเซ็กซี่ที่สุดดวงตาสีอ่อนมองด้านหน้าของ Just’ 69 Harem ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีการ์ดรักษาความปลอดภัยหน้าใหม่ๆ ที่เธอไม่เคยเห็น อาจเป็นไปได้ว่าเมฆารับเข้ามาหลังจากเธอลาออกในครั้งนั้นมือหนากระชับมือขาวบาง ธาวินเดินล้วงกระเป๋าไปยังประตูทางเข้าพิเศษที่มีไว้ให้กับลูกค้าคนสำคัญและธาวินคือหนึ่งในนั้นด้านในอึกทึกด้วยเสียงเพลงและแสงไฟละลานตา ทันทีที่เข้าไป เมญ่าแอบหรี่ตาเล็กน้อย ครั้นตอนนี้ไม่ชินกับแสงไฟสีแดงม่วงสลับกับฟ้าและสีอื่นๆ ลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงให้ความเป็นส่วนตัวได้ดี“ญ่า...ญ่า!!”เสียงดังตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดภายใน เจ้าของชื่อที่ได้ยินห
หลายวันต่อมาความเกร็งเมื่อเจอต้องญาติผู้ใหญ่ของธาวินค่อยๆ เบาลง เปลี่ยนเป็นความสนิทสนมระหว่างเมญ่าและแม่ของธาวิน บรรยากาศภายในบ้านหลังโตเป็นไปอย่างอบอุ่น ชายหนุ่มได้ใช้โอกาสนี้พักผ่อนเต็มตัว อยู่กับครอบครัวมากขึ้นหลังจากย้ายไปอยู่ภูเก็ตถาวรเพราะต้องดูแลกิจการภายในห้องครัวกำลังวุ่นวาย ดวงเด่นนึกสนุก อยากโชว์ฝีมือตัวเองลองทำขนมให้ว่าที่ลูกสะใภ้ได้ชิม“ตอนแม่เป็นสาว ชอบทำให้คุณธวัฒน์กิน แต่พอคลอดตาวินไม่มีเวลาเลย ทิ้งฝีมือตัวเองนานหลายปี”“เหรอคะ”เมญ่ามองอุปกรณ์ต้องตาตาโต ไม่นึกมาก่อนว่าคนแก่กว่าจะชอบทำขนมเป็นงานอดิเรก“วันนี้มีโอกาสเสียที ลองดูนะญ่า”“ค่ะ”นอกจากจะเป็นหัวเรือใหญ่ทำของอร่อยๆ ในวันนี้ ยังได้เมญ่าและแม่บ้านคอยเป็นผู้ช่วย เมญ่าค่อยๆ นวดแป้ง โดยได้ดวงเด่นเป็นคนสอน ยังทำเงอะงะเพราะส่วนตัวเธอไม่ใช่ผู้หญิงมีปลายจวัก ทว่าต้องลองทำเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดและโดนตำหนิว่าทำอะไรไม่เป็นเลย“ทำได้ใช่ไหม”“ได้ค่ะ ญ่าอาจทำไม่เก่ง แต่จะพยายามนะคะคุณแม่”“ชอบจัง...ชอบคนตั้งใจ”ดวงเด่นอดชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ มองใบหน้าจิ้มลิ้มไม่มีเครื่องสำอางแต่งแต้ม พลางยิ้มกว้างราวกับภูมิใจ ดวงเด่นชอบคนม
ธาวินถอดริมฝีปาก มองเนินปากอวบของเมญ่าแดงก่ำเพราะถูกเขาดูดอย่างแรง ขณะที่ปากตนเปื้อนด้วยหยาดน้ำลายยืดออกมาเป็นสาย เมญ่าปรือดวงตามอง กระเส่าลมหายใจครั้นความซาบซ่านเล่นงานขึ้นมาทีละนิดชุดนอนสีชมพูไม่ได้บางมาก สังเกตดีๆ จะเห็นบราเซียและกางเกงชั้นในที่ยังสวม ธาวินวางมือบนอกอวบอิ่ม บีบเต็มง่ามและนวดฉุดความต้องการของเมญ่าออกมา จากนั้นสอดเข้าไปใต้แผ่นหลัง ใช้เพียงมือเดียวบีบตะขอบราเซียและปลดมันออกอย่างชำนาญ หัวนมกลมแป้นดุนดันผ่านชุดนอน สองจุกกลมตั้งเด่นตระหง่านต่อดวงตาสีรัตติกาลอันแสนหื่นกามท้องนิ้วโป้งคลึงเม็ดนมแข็งเป็นไต มองเจ้าของหน้าอกอวบนอนครางกระเส่าและหลับตาพริ้มอย่างมีอารมณ์ใต้ร่างตนเขาชอบเมญ่าตอนทำหน้าแบบนี้ หน้าเสียวๆ โคตรเซ็กซี่“ฮื่อ...!”ร่างอ้อนแอ้นบิดเร้า ทำผ้าปูเรียบตึงเริ่มยับยู่ยี่ ธาวินร่นกายลงต่ำ ดันหัวเข่าแยกออกจากกัน อ้ากว้างเห็นเนินอวบกลางหว่างขาถูกห่อรัดด้วยกางเกงชั้นในสีเดียวกับบราเซีย นิ้วโป้งคลึงตรงตำแหน่งรอยแยก ขยี้เบาๆ แต่ทำเมญ่าสะดุ้งจนก้นลอย สักพักก็ทิ้งลงเตียงเช่นเดิม ก่อนจะสะดุ้งโหยงอีกครั้ง เมื่อปลายลิ้นตวัดเลียช่องทางโดยไม่ถอดกางเกงในของเธอออก“อ่าส์...!
ห้องนอนสำหรับแขกถูกเตรียมไว้รอ เมญ่านั่งบนเตียงนิ่มสีขาว ซับผมที่เปียกจากการโดนน้ำขณะที่อาบ ดวงเด่นเป็นคนหัวโบราณ ต่อให้รู้ว่าลูกชายและคนรักจะเลยเถิดมากันนับครั้งไม่ถ้วน ถ้ายังไม่แต่งงานต้องนอนแยกห้องกัน ฉะนั้นคืนนี้ เมญ่าต้องนอนคนเดียวในห้องกว้างๆ ที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไหร่ก๊อก ๆ !!เสียงเคาะไม่ดังมาก แต่ดึงความสนใจของคนด้านในได้ดี หญิงสาวมองไปยังต้นทางของเสียง ขมวดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 5 ทุ่ม บ้านหลังโตเงียบสนิทเหมือนทุกคนต่างเข้านอน หรือจะเป็นธาวิน ไม่น่าใช่ เพราะถูกแม่สั่งไว้ว่า ห้ามเข้าหาเธอเด็ดเหรอ ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก็ลุกขึ้น จากนั้นเปิดประตู ค่อยๆ แง้มและชะโงกหน้าออกมาก็เห็นว่าเป็นดวงเด่นที่เคาะห้องเธอ คนแก่กว่าสวมชุดนอนผ้าซาตินสีม่วงเข้ม ยืนยิ้มแป้นไม่เห็นฟันอยู่ด้านหน้า“หนูญ่า...ยังไม่นอนใช่ไหม”“ยังค่ะ คุณแม่ละคะ”“แม่นอนไม่ค่อยหลับ เลยออกมาหาหนู”“...”คนอายุน้อยยิ้มรับเบาๆ เขินเล็กน้อยเมื่อถูกคนในบ้านหลังโตให้การดูแลและต้อนรับเป็นอย่างดี“แม่ขอเข้าไปหน่อย”เมื่อเจ้าของบ้านต้องการมีหรือจะกล้าขัด เมญ่าพยักหน้ารีบเปิดประตูอ้าออกกว้างแล้วถอยตัวให้คนแ
รถยนต์จอดสนิท เพียงเสี้ยววินาทีเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ด้านนอกมีคนรอรับและรออำนวยความสะดวก เมญ่าดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ คนนอกสวมชุดเหมือนอย่างเป็นทางการ ท่าทางแสดงออกทำอย่างกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงจากแคว้นใดในโลกหล้า ขณะที่ธาวินยังอมยิ้มมองอาการของคนรัก“คนใช้ คนสวน คนสนิทของคุณพ่อคุณแม่ทั้งนั้น”“รอกันแบบนี้เลยเหรอ”“อืม...เป็นปกติ”แต่ไม่ปกติสำหรับเมญ่าเลยสักนิดธาวินชินกับเหตุการณ์ตรงหน้า เวลาเขากลับบ้านมักถูกต้อนรับแบบนี้เสมอ ทว่าอีกคนยังเกร็งแทบก้าวขาไม่ออก เป็นผลให้ชายหนุ่มลงนำมาก่อนแล้วเดินอ้อมมารับเธอ“ทุกคนไปทำงานตัวเองเถอะ แฟนผมทำตัวไม่ถูกแล้วเห็นไหม”ผู้ใต้บังคับบัญชามองหน้ากัน เมื่อเป็นคำสั่งก็ไม่มีใครกล้าขัด เดินไปคนละทิศละทางแต่ยังชะเง้อและเหล่ตามอง เป็นเรื่องตื่นเต้นของตระกูลกนกวาณิชย์“ลงมา”“คุณวิน ญ่า...”“ลงมา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่คนมอง”หญิงสาวกระชับมือบนตัก สูดหายใจหนักๆ แล้วส่งมือให้ธาวินประคองลงจากรถ มือหนากันศีรษะทุยกระแทกขอบประตู ระวังไม่ให้ล้มแล้วจับมือเดินเข้าบ้านที่ตนคุ้นเคยภายในห้องกว้างและใหญ่โต ข้าวของตกแต่งมีราคาสมกับเป็นบ้านคนรวย กลิ่นหอมละมุนของดอกไม้สดที
เครื่องบินโบอิ้งลำใหญ่ของสายการบินอันดับหนึ่งที่ใครๆ ต้องยกนิ้วให้ในการบริการและความหรูหรา ทะยานขึ้นท้องฟ้าจากภูเก็ตมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเลือกเวลาเดินทางในช่วงบ่ายเพราะเป็นเที่ยวบินที่เร็วที่สุดและมีที่นั่งติดกันธาวินกุมมือนุ่มของคนรักมาตลอดการเดินทาง มองหญิงสาวที่ปิดปากเงียบตั้งแต่เครื่องเริ่มสูงขึ้นกระทั่งลอยบนน่านฟ้า มองนอกหน้าต่างยังเห็นกลุ่มก้อนเมฆสีขาวลอยเป็นปุยนุ่นสะท้อนโดนแสงแดดที่อยู่เหนือกว่าสาดส่องลงมา บางจังหวะตัวเครื่องสั่นโครง ครั้นบินผ่านก้อนเมฆกลุ่มใหญ่ เพียงชั่วครู่ก็นิ่งตามเดิมเมญ่ามีอาการสั่นๆ กระนั้นไม่ใช่เพราะเธอกลัวความสูงแต่อย่างใด แต่กำลังกังวลและตื่นเต้นเมื่อต้องพบเจอผู้ใหญ่ของธาวินเป็นครั้งแรก มือหนากระชับแน่นคลายออกแต่ไม่ได้ผละออกจากกัน ธาวินใช้ปลายนิ้วเกลี่ยบนหลังมือขาวเบาๆ พลางยกมุมปากยิ้มละมุนส่งให้คนทำสีหน้าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“เป็นอะไร”“ญ่า...”“ไม่มีอะไรให้กังวลสักนิด ทุกคนต้องยินดี”แม้ธาวินจะการันตีว่าทุกคนในตระกูลใจดี ทว่าตัวเองเป็นเพียงลูกหลานชาวประมง ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้น แต่ใช่ว่าจะร่ำรวยจนสมฐานะของอีกฝ่าย ทั้งอดีตที่ผ่านมาและอาช







