로그인เมื่อมาเฟียหนุ่มต้องมาเจอสาวน้อยขี้กลัว เรื่องราวความรักและความโกลาหนจึงเริ่มต้นขึ้น ภูทัช มาเฟียหนุ่มเจ้าของธุรกิจคาสิโน หนุ่มหล่อไฟแรงที่มีสาวมากมายหมายตา แต่กลับต้องอ่อนอกอ่อนใจเมื่อเจอกับวาดฝัน หญิงสาวที่ดูเปราะบาง อ่อนแอ วาดฝัน หญิงสาวที่เป็นโรคกลัวการสัมผัส ทั้งยังนิสัยขี้กลัวและขี้ระแวง แต่พอเหล้าเข้าปากเธอกลับโผเข้ากอดภูทัชอย่างไม่ลังเล เหมือนแพร เพื่อนสาวคนสนิทของวาดฝัน หญิงแกร่งแห่งปีที่คอยดูแลปกป้องวาดฝันไม่ต่างจากแม่ไก่ปกป้องลูกไก่ ทรงกลด น้องชายฝาแฝดของวาดฝัน เด็กหนุ่มที่ต้องรับภาระสืบทอดธุรกิจของครอบครัว หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต
더 보기ตอนที่ 1 แรกพบ
แสงสีสลัวสาดส่องทั่ว “The Babylon” ผับหรูใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เสียงเพลง EDM เร่งจังหวะกระหึ่มก้องกังวาน ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่มาสังสรรค์ยามค่ำคืน
วาดฝันในชุดเดรสเกาะอกสีดำสั้นเหนือเข่า เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดจนเป็นที่ดึงดูดสายตาเหล่าชายหนุ่มทั้งหลาย เธอเดินตามหลังเหมือนแพร หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งที่แต่งกายด้วยชุดรัดรูปสีแดงเพลิง ริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดรับกับชุดของเธอได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มกว้างบวกกับใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจทำให้หนุ่มๆ ทั้งหลายมองเหลียวหลังจนแทบน้ำลายสอออกมา
เหมือนแพรเป็นเพื่อนสนิทของวาดฝัน เธอเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ทั้งยังมีนิสัยไม่กลัวหรือยอมใครอีกด้วย นั่นทำให้เหมือนแพรเป็นดั่งโล่กันภัยให้กับวาดฝันอยู่ตลอดเวลา
วาดฝันเดินตามหลังเหมือนแพรอย่างไม่ยอมให้ห่างกาย หัวคิ้วของเธอขมวดขึ้นเป็นปมอย่างรู้สึกไม่ชอบใจ เมื่อสัมผัสได้กับสายตาที่เอาแต่จับจ้องมองมาที่เธอราวกับเสือที่เตรียมขย้ำเหยื่อก็ไม่ปาน ความรู้สึกอันน่าขนลุกเช่นนี้ทำให้วาดฝันรู้สึกอึดอัดและกระอักกระอ่วนใจอยู่ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านี้ทุกครั้งที่ออกมาเที่ยวกับเพื่อนๆ
วาดฝันแม้จะมาเที่ยวผับกับกลุ่มเพื่อนของเธออยู่บ่อยครั้ง แต่เพราะโรคกลัวการสัมผัสของเธอ ทำให้วาดฝันรู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านกลุ่มคนที่ยืนเบียดเสียดเข้าไปด้านใน สองมือของเธอยกขึ้นกอดอกเอาไว้แน่นอย่างรู้สึกระแวดระวังตัว
“ฝัน...แกจะกลัวอะไรนักหนาวะ พวกหนุ่มๆ ก็แค่มองเพราะพวกเราสวย แกไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องสนใจเลย” เหมือนแพรหันมาเอ็ดเพื่อนเบาๆ แต่ก็มิวายที่จะจับมือของเพื่อนสาวเอาไว้แน่นอย่างกลัวว่าเธอจะหายไปต่อหน้าต่อตา
“รีบๆ ไปที่โต๊ะเถอะ อึดอัดจะแย่แล้วเนี่ย” วาดฝันบ่นกระปอดกระแปดพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำ เหมือนแพรหันไปค้อนขวับเข้าใส่เพื่อนสาวอย่างรู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดู
“อ้าว...ยายแม่ไก่กับลูกเจี๊ยบมาแล้ว นี่จับมือแน่นขนาดนี้ไม่กลัวหนุ่มๆ เข้าใจผิดหรือไง” “แพร...ติดกันเป็นตังเมขนาดนี้ ระวังเรตติ้งตกนะเพื่อน” เพื่อนๆ ในกลุ่มต่างแซวออกมาเมื่อเห็นคนทั้งสองแทรกตัวเข้ามาถึงที่โต๊ะ
เหมือนแพรทำหน้าปูเลื่อนขึ้นมา “ก็ฝันนะสิ...เกิดแพนิคขึ้นมาอีกละ เขยิบไปหน่อยให้ฝันเข้าไปอยู่ด้านใน” เหมือนแพรเจ้ากี้เจ้าการแหวกช่องว่างให้วาดฝันเข้าไปอยู่ด้านในของโต๊ะ ก่อนจะหันไปหยิบเหล้าที่ชงไว้แล้วกระดกเข้าปากภายในรวดเดียว
วาดฝันแทรกตัวเดินเข้าไปยังเซฟโซนของเธออย่างว่าง่าย วาดฝันค่อยๆ ยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง เธอเข้าไปอยู่ด้านในราวกับเป็นไข่แดงที่ถูกล้อมรอบด้วยไข่ขาวจนไม่อาจเปิดโอกาสให้ใครเข้ามารบกวนเธอได้ในค่ำคืนนี้
“ฝัน...ดื่มอะไรดี” เสียงเหมือนแพรถามขึ้น
“อะไรก็ได้ที่ไม่แรงมาก ไม่อยากเมา” วาดฝันตอบกลับเบาๆ
เหมือนแพรหัวเราะให้กับความคออ่อนของเพื่อนสาว “งั้นเอาค็อกเทลอ่อนๆ สักแก้วก็แล้วกัน”
เครื่องดื่มถูกยกมาเสิร์ฟ วาดฝันจิบเครื่องดื่มสีสวยในแก้วทรงสูง รสชาติหวานอมเปรี้ยวซ่าซ่า ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง เสียงเพลงดังกระหึ่มทำให้การพูดคุยต้องตะโกนแข่งกัน แต่พวกเขากลับสนุกสนานกับการได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงเพลงและบรรยากาศที่ชวนให้ลุ่มหลงอย่างง่ายดาย
ในขณะที่วาดฝันกำลังยกแก้วขึ้นมาจิบอีกครั้ง สายตาของวาดฝันก็พลันสะดุดเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามาด้านในและหยุดยืนอยู่ที่หน้าบาร์ เขารูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าคมคาย ดวงตาเรียวรีคมกริบประดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป ภายใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องมา วาดฝันรู้สึกราวกับกำลังต้องมนต์สะกด ร่างกายแข็งทื่อขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่ไม่อาจละจากดวงตาคู่คมนั้นไปได้
ชายหนุ่มคนนั้นหันหน้ามาทางวาดฝันเข้าพอดิบพอดี ดวงตาคมเข้มประสานเข้ากับดวงตากลมโตของเธออย่างจัง วาดฝันใบหน้าแดงก่ำขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม หัวใจเต้นระรัวราวกับกลอง วินาทีนั้นเองที่หัวใจของวาดฝันราวกับจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ความรู้สึกราวกับมีผีเสื้อบินอยู่ในท้อง วาดฝันรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าให้อย่างจัง นี่เป็นอาการรักแรกพบหรือเปล่านะ วาดฝันกัดฟันแน่นอย่างไม่เข้าใจตัวเองมากนัก
ชายหนุ่มคนดังกล่าวหรี่ตาลง พร้อมกับยกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตาคมกริบที่ประสานสายตาเข้ากับวาดฝันเป็นประกายวาววับอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยงไปไหน มีก็แต่เพียงวาดฝันเองที่สะดุ้งตัวขึ้นพร้อมก้มหน้าหลุบต่ำอย่างไม่กล้าสบตากับเขาอีก
“เป็นอะไรไปวาดฝัน หน้าแดงเชียว เมาแล้วเหรอ” เหมือนแพรสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนรักจึงทักขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร” วาดฝันตอบเสียงสั่น รีบยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า แต่ก็ไม่วายเหลือบตาขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง
“แน่ใจนะ” เหมือนแพรยังคงมองเพื่อนด้วยสายตาจับผิด
“อื้อ...แน่ใจสิ” วาดฝันพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ในใจกลับสับสนวุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก
ตลอดค่ำคืนนั้น วาดฝันเอาแต่แอบเหลือบมองชายหนุ่มคนนั้นอยู่หลายครั้ง เขายังคงยืนอยู่ที่หน้าบาร์ พูดคุยกับบาร์เทนเดอร์บ้าง หันไปคุยกับคนอื่นๆ บ้าง แต่ทุกครั้งที่สายตาของวาดฝันเหลือบไปมอง เขาก็เหมือนจะรู้ตัวและหันกลับมาสบตากับเธอเสมอ
วาดฝันรู้สึกประหม่าอย่างมาก เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้เช่นนี้ เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนไม่อาจละสายตามองไปได้เลยทีเดียว
“ฝัน...แกมองอะไรนักหนาวะ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ” เหมือนแพรสะกิดถามขึ้นอีกครั้งอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเพื่อนสาวของตนที่ท่าทางผิดแผกไปจากทุกที
“แพร...แกรู้จักคนคนนั้นไหม” วาดฝันกระซิบถามด้วยความสงสัย พร้อมพยักพเยิดปากไปทางชายหนุ่มคนดังกล่าว
“ไหนๆ คนไหน” เหมือนแพรหันไปมองรอบๆ ด้วยความสนใจ ในเมื่อนานๆ ทีเพื่อนรักของเธอจะเอ่ยปากบอกชอบใครสักคนขึ้นมา
วาดฝันรีบส่ายหน้าอย่างไม่อยากตอบคำถามให้เยิ่นเย้อ “ช่างมันเถอะ...มา...มาดื่มกัน”
ตอนที่ 39 เรื่องราวที่น่ายินดีภายในห้องนอนที่เงียบสงบ แสงไฟสีอ่อนจากโคมไฟข้างเตียงทอประกายอ่อนโยน ขับเน้นบรรยากาศอบอุ่นที่แผ่กระจายอยู่ทั่วห้อง ภูทัชกำลังนั่งพิงหัวเตียง มือข้างหนึ่งถือหนังสือเล่มหนา อีกข้างวางอยู่บนตักอย่างสบายใจ ดวงตาคมกริบกำลังจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือ แต่หูยังคงได้ยินเสียงฝีเท้าของวาดฝันที่เดินเข้ามาใกล้วาดฝันเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะย่างเท้าก้าวขึ้นมาบนเตียงนอนนุ่ม จากนั้นเธอจึงล้มตัวลงซุกไซร้ร่างบางเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ร่างบางแนบชิดกับชายหนุ่มราวกับต้องการให้เขารับรู้ถึงความอบอุ่นจากตัวเธอ ใบหน้าของเธอซุกลงที่อกของเขา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดไปตามสาบเสื้อ แทรกซึมเข้าไปปะทะกับผิวกายหนา สัมผัสอันชวนให้ฟุ้งซ่านทำให้ภูทัชถึงกับละสายตาจากหนังสือ เขาโน้มตัวก้มมองร่างบางตรงหน้าด้วยความเอ็นดู“ฝัน...เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ถึงอ้อนพี่เป็นพิเศษ” ภูทัชถามออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือใหญ่เอื้อมไปลูบศีรษะของเธออย่างแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มหอบถี่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับร่างบางตรงหน้าวาดฝันช้อนตาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับ เธอลอบกลืนน้ำลาย นิ่งเงียบไปสักค
ตอนที่ 38 แต่งงานแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ของร้านอาหารหรู สาดแสงสีทองอ่อนโยนลงมาต้องพื้นไม้ขัดมันสะท้อนเป็นเงาวูบไหวไปตามจังหวะของเปลวเทียนที่ประดับอยู่ตามโต๊ะอาหาร ภายในร้านอบอวลไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก เสียงไวโอลินบรรเลงคลอเบาๆ แทบกลมกลืนไปกับเสียงพูดคุยของคู่รักที่กำลังดื่มด่ำกับมื้อค่ำสุดพิเศษภูทัชจูงมือวาดฝันเดินเข้ามาภายในร้าน ฝ่ามือของเขากอบกุมมือเล็กของเธอแน่นราวกับไม่อยากปล่อยไปไหนวาดฝันเหลือบตามองชายหนุ่มข้างกายอย่างสงสัย วันนี้ภูทัชดูต่างไปจากทุกวัน เขาดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ แม้จะพยายามทำตัวเป็นปกติ แต่เธอก็ยังจับสังเกตถึงความผิดปกตินั้นได้“พี่ภู...ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ ไปนะ...พี่ภูมีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ” วาดฝันถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความสงสัยภูทัชหันมายิ้มให้เธอ รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนและอบอุ่นกว่าทุกครั้ง “มีสิครับ... วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดในชีวิตของพี่”คำพูดของเขาทำให้หัวใจของวาดฝันเต้นรัว แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เพียงแค่เห็นแววตาของเขาที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยความรัก เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลอมละลายทั้งส
ตอนที่ 37 ขอรางวัลแสงไฟสีส้มสาดส่องจากเสาไฟข้างทางทอดเงาสะท้อนเข้ามาในรถยนต์คันหรู เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเบา ๆ คลอเคลียไปกับเสียงลมหายใจของคนสองคนที่อยู่ภายในวาดฝันนั่งตัวเกร็งอยู่ด้านข้างชายหนุ่มพลางใช้มือกอบกุมชายกระโปรงของตัวเองแน่นอย่างไม่กล้าแม้แต่จะปรายตามองคนข้างกาย คำหยอกล้อของณภพทำให้เธออดที่จะคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ สัมผัสอันเร่าร้อนในค่ำคืนก่อนวนเวียนเข้ามาภายในหัวจนเธอนึกอยากจะเขกหัวตัวเองเสียให้ได้ภูทัชหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาพราวระยับ รอยยิ้มบางยกยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ชายหนุ่มพอจะเดาอารมณ์ของหญิงสาวได้ดีว่าตอนนี้เธอกำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่ภายในหัว “คิดอะไรอยู่หรือ” เสียงทุ้มเอ่ยแซวขณะที่มือหนายื่นไปแตะแก้มนวลเบาอย่างหยอกเย้าวาดฝันสะดุ้งเฮือกจะภวังค์ เธอม้วนอายจนรีบเบือนหน้าหนีออกไปทางกระจก หญิงสาวพยายามปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติตามเดิม พร้อมสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวอย่างรวดเร็ว “เปล่าค่ะ...ฝันแค่รู้สึกง่วง” หญิงสาวรีบแก้ตัวออกมาเบาๆ โดยไม่ยอมสบสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อยภูทัชหัวเราะหึ ๆ อย่างนึกเอ็นดู ชายหนุ่มไม่พูดอะไรออกมาให้หญิงสาวได้อับอายอีก เ
ตอนที่ 36 ปรับความเข้าใจภูทัชกระแอมไอออกมาอย่างรู้สึกเก้อเขิน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อพูดคุยอย่างจริงจังอีกครั้ง “ภพ...ครั้งนี้ต้องขอบคุณนายมากที่ช่วยฝันไว้” ภูทัชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาต้องการที่จะขอบคุณณภพจากใจจริง“พี่ภูไม่ต้องขอบคุณผมหรอก ผมเต็มใจอย่างยิ่ง” ณภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ท่าทีที่แต่เดิมดูขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวาดฝันมองณภพด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอรู้สึกขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้า และรู้สึกปล่อยวางความขลาดกลัวภายในใจลงได้แล้วในที่สุด“ภพ...ฉันขอโทษนะ...และขอบคุณภพด้วย” วาดฝันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ“ฝัน...ขอแค่ฝันปลอดภัย ภพเต็มใจอย่างยิ่ง” ณภพย้ำชัดให้หญิงสาวคลายความกังวล “แต่ว่า...” น้ำเสียงของเขาเริ่มแผ่วลง เมื่อเขาอยากจะเริ่มต้นขอโทษหญิงสาวอย่างจริงจังอีกครั้ง“ภพ...ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว...ฝันไม่โกรธภพแล้วล่ะ...ต่อไปฝันหวังว่าพวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้” วาดฝันย้ำชัดกับความคิดของตนเอง เธอไม่ต้องการรื้อฟื้นความหลังที่เจ็บปวดเพื่อทำร้ายกันและกันอีกต่อไปแล้ว“ฝันให้อภัยภพแล้วเหรอ” ภพถามย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูยินดียิ่
ตอนที่ 12 ข่มขู่วันนี้ภูทัชนัดหมายให้วาดฝันไปดูที่ดินแปลงใหญ่ในต่างจังหวัด ที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือจะเนรมิตให้กลายเป็นกาสิโนสุดหรู วาดฝันตื่นเต้นเล็กน้อยกับการเดินทางครั้งนี้ ถึงแม้ว่าในใจจะยังคงรู้สึกประหม่าและเกร็งๆ เมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดกับภูทัชตามลำพังรถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดรออยู่หน้าประตูรั้ว
ตอนที่ 11 ขัดไม่ได้ตั้งแต่คืนนั้นมา วาดฝันก็ไม่ได้เจอกับภูทัชอีกเลย เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา สายตาจับจ้องไปที่รายชื่อตรงหน้า “คุณแฟน” รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากเล็กๆ ด้วยความเก้อเขิน ใจหนึ่งก็อยากกดสายไปหา อีกใจก็ประหม่าไม่รู้จะพูดอะไรดี ความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายวาดฝันก็ทำเพ
ตอนที่ 10 หนีเที่ยววาดฝันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีอย่างควบคุมไม่ได้ เธอหันไปมองด้านข้างก็พบกับใบหน้าคมคายของภูทัชที่กำลังโน้มลงมากระซิบกระซิบข้างหูเธอด้วยรอยยิ้มเย็นชายหนุ่มที่เข้ามาทักทายวาดฝันเมื่อครู่ถึงกับหน้าเสียไปเล็กน้อย เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคมกริบและน้ำเสียงแข็งกร้าวของภูทัช เข
ตอนที่ 9 ลืมกันแล้วหรือวาดฝันรีบปลีกตัวเดินออกมาจากตัวบ้าน ตรงไปยังสวนหลังบ้านที่เงียบสงบเธอทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวที่ตั้งอยู่กลางสวน ถอนหายใจออกมาอย่างแรง พยายามขจัดความรู้สึกฟุ้งซ่านที่อยู่ภายในใจให้จางหายไปในขณะที่วาดฝันกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำ





