Startseite / รักโบราณ / รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน / บทที่ 2 คนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้

Teilen

บทที่ 2 คนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้

last update Veröffentlichungsdatum: 31.10.2026 20:49:00

 

บทที่ 2 คนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้

 

หลังครัววันนี้มีของกินมากกว่าปกติ เด็กหญิงรู้ตั้งแต่ยังเดินไปไม่ถึง กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยมาตามลม ปะปนกับกลิ่นแป้งทอดและน้ำแกงร้อน ๆ เสียงคนในครัวดังวุ่นวายกว่าทุกวัน มีทั้งเสียงเรียกหาเครื่องปรุง เสียงจานกระทบกัน และเสียงแม่ครัวใหญ่ดุสาวใช้ที่ยกสำรับช้า นางจึงไม่รีบเข้าไป

เด็กหญิงวางตะกร้าลงหลังพุ่มไม้แล้วนั่งยอง ๆ เจ้าหมานั่งลงข้างกัน “วันนี้ต้องรอนานหน่อย” มันหันมามองม “คนเยอะ” นางอธิบายเพิ่มราวกับมันจำเป็นต้องเข้าใจ

หลังจากนั้นหนึ่งคนกับหนึ่งตัวก็นั่งรอ ไม่นานสาวใช้สองคนเดินออกมาจากประตูหลังครัว คนหนึ่งถือถาดผลไม้ อีกคนถือกาน้ำชา เด็กหญิงขยับตัวเข้าไปหลังพุ่มไม้มากขึ้นโดยไม่ต้องคิด

เมื่อคนทั้งสองผ่านไป นางจึงชะโงกออกมาดูอีกครั้ง ยังไม่ถึงเวลา ท่านยายเคยบอกว่าเวลาอยากได้ของจากที่ใด อย่าเอาแต่จ้องของ ให้ดูคนด้วย คนยังไม่ไป ของก็ยังเอาไม่ได้

เด็กหญิงจำประโยคนั้นได้ดี นางจึงรอจนกระทั่งสำรับใหญ่จากเรือนด้านในเริ่มถูกยกกลับมา ถ้วยชามวางซ้อนกันบนถาด บางจานเหลืออาหารอยู่เกือบครึ่ง บางจานถูกแตะไปเพียงไม่กี่คำ ดวงตาของเด็กหญิงตามถาดเหล่านั้นไปเงียบ ๆ วันนี้น่าจะได้ของดี

 

นางรอจนคนครัวเริ่มเทเศษอาหารแยกลงถัง จึงยกตะกร้าขึ้น “อยู่ตรงนี้นะ” นางบอกเจ้าหมา มันลุกตามมเด็กหญิงหันกลับมา “ไม่ได้” มันหยุด “ถ้าเจ้าเข้าไป พวกเขาจะไล่” เจ้าหมานั่งลงอีกครั้ง

เด็กหญิงพอใจแล้วจึงค่อย ๆ เดินออกจากที่ซ่อน คนครัวเห็นนาง หญิงวัยกลางคนที่กำลังล้างผักชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ อีกคนเหลือบมองเพียงแวบเดียว ไม่มีใครทัก เด็กหญิงชอบแบบนี้ นางเดินไปยังถังไม้ใบหนึ่งซึ่งตั้งห่างจากประตูครัว ตรงนั้นเป็นที่ทิ้งผักกับอาหารที่ยังไม่เน่า ส่วนของเสียจริง ๆ จะถูกเทอีกทางหนึ่ง

นางวางตะกร้าลงแล้วเริ่มเลือก ใบผักกาดสองใบ หัวผักกาดชิ้นหนึ่ง แป้งทอดครึ่งชิ้นที่เย็นแล้ว เด็กหญิงหยิบมันขึ้นมาดมก่อน ไม่เหม็น ใส่ตะกร้าได้ ขณะกำลังคุ้ยอยู่ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “เจ้าเป็นใคร” มือเล็กหยุดทันที

เด็กหญิงค่อย ๆ หันกลับมา สาวใช้ผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล อายุคงยังไม่มากนัก เสื้อผ้าที่สวมดูใหม่กว่าคนอื่น นางถือถาดเปล่าไว้ในมือและกำลังมองเด็กหญิงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“ลูกบ่าวเรือนใด เหตุใดมาคุ้ยของตรงนี้” เด็กหญิงไม่ตอบ นางก้มลงหยิบตะกร้า สาวใช้กลับเดินเข้ามาใกล้ “ข้าถามไม่ได้ยินหรือ” คนในครัวบางคนเงยหน้าขึ้น เด็กหญิงกำหูตะกร้าแน่นขึ้นเล็กน้อย

นางไม่ได้กลัวว่าจะถูกตี ของพวกนี้ถูกทิ้งแล้ว ท่านยายบอกว่า ของที่เจ้าของไม่เอาแล้ว เก็บได้ “ข้าเอาของที่ทิ้งแล้ว” นางตอบ สาวใช้ขมวดคิ้ว “ข้าถามว่าเจ้าเป็นใคร” เด็กหญิงเงียบไปอีกครั้ง

คำถามนี้ตอบยากกว่า ก่อนที่สาวใช้จะซักต่อ หญิงวัยกลางคนที่นั่งล้างผักอยู่ก็พูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า “เสี่ยวชุ่ย มาช่วยยกของทางนี้”

“แต่เด็กคนนี้....”

“อย่ายุ่งเลย”

น้ำเสียงนั้นไม่ดัง สาวใช้ใหม่หันไปมองคนพูด ก่อนจะหันกลับมามองเด็กหญิงอีกครั้ง “นางเป็นลูกใครกัน” ไม่มีใครตอบทันทีใเสียงมีดสับผักดังต่อไปสองสามครั้ง

ในที่สุดหญิงอีกคนจึงพูดเบา ๆ “คุณหนูใหญ่” สาวใช้ชะงัก สายตาที่มองเด็กหญิงเปลี่ยนไปทันที “คุณหนู...ใหญ่?”

นางหันมองเด็กตรงหน้าอีกครั้ง เสื้อผ้าเก่ารองเท้าปะ ผมรวบอย่างลวก ๆ จนมีปอยเล็กหลุดลงข้างแก้ม ในมือถือตะกร้าที่ใส่ของซึ่งเพิ่งหยิบขึ้นมาจากถังทิ้งเศษอาหาร

 

สาวใช้ดูเหมือนอยากถามอะไรต่อ แต่หญิงล้างผักพูดอีกครั้ง “เสี่ยวชุ่ย” คราวนี้เสียงหนักกว่าเดิม สาวใช้จึงปิดปาก เด็กหญิงไม่ได้รอฟังต่อ นางหิ้วตะกร้าเดินออกมา พอพ้นมุมกำแพง เจ้าหมาก็ลุกขึ้นทันที “ได้มาเยอะเลย” นางบอกมัน

เหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เด็กหญิงนั่งลงหลังโรงเก็บฟืนแล้วหยิบแป้งทอดออกมาครึ่งชิ้นนั้นมีไส้เนื้ออยู่ด้วย นางมองอยู่พักหนึ่ง จากนั้นฉีกออกเป็นสองส่วน ครั้งนี้ตั้งใจแบ่งให้เท่ากัน “วันนี้เจ้าไม่ต้องเลือก”

ชิ้นหนึ่งวางตรงหน้าเจ้าหมา อีกชิ้นอยู่ในมือนาง เด็กหญิงกัดคำเล็ก ๆ แป้งเย็นแล้ว แต่ยังนิ่มกว่าหมั่นโถวเมื่อเช้ามาก ไส้ด้านในมีรสเค็มและมัน นางเคี้ยวช้า ๆ “อร่อย” เจ้าหมาก็กินส่วนของมัน เด็กหญิงจึงยิ้ม แต่ยังไม่ทันกินหมด เสียงคนจำนวนมากก็ดังมาจากทางเดินด้านหน้า

 

นางรีบเก็บแป้งที่เหลือลงตะกร้า จากนั้นดึงเจ้าหมาเข้าไปหลบหลังฟืนด้วยกัน คราวนี้ไม่ใช่สาวใช้ธรรมดา เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามา มีเสียงผู้หญิงพูดคุยกัน ก่อนเสียงหนึ่งจะดังชัดขึ้น “ฮูหยินกำชับแล้ว ของที่คุณชายน้อยกินต้องทำใหม่ทุกมื้อ หากเหลือก็ทิ้ง อย่าเอากลับไปอุ่น”

“เจ้าค่ะ”

“แล้วรังนกที่ส่งมาจากทางใต้เล่า”

“ตุ๋นไว้แล้วเจ้าค่ะ รอคุณชายน้อยตื่นจะยกไปทันที”

“คุณหนูรองก็อยากได้ บอกครัวทำเพิ่มอีกถ้วย”

คนกลุ่มนั้นเดินผ่านไป เด็กหญิงนั่งนิ่งอยู่หลังฟืน เจ้าหมาอยู่ข้างขา นางไม่ได้สนใจรังนกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร แต่จำคำหนึ่งได้ คุณชายน้อยเด็กคนเมื่อครู่ เด็กหญิงก้มมองแป้งทอดครึ่งชิ้นที่เหลืออยู่ในตะกร้า ครู่หนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมากินต่อ วันนี้ของกินเยอะจริง ๆ นางคิดว่าพรุ่งนี้อาจมาอีก

ตอนกลับเรือน เด็กหญิงไม่ได้ใช้ทางเดิมบริเวณโรงเก็บฟืนมีคนเข้าออกมากขึ้น นางจึงอ้อมไปทางสวนเก่าซึ่งแทบไม่มีใครใช้ เจ้าหมาเดินตามหลัง ตะกร้าบนแขนหนักกว่าตอนมาเล็กน้อย นางได้หัวผักกาดกลับมาครึ่งหัว ใบผักหลายใบ แป้งทอดอีกหนึ่งชิ้น และกระดูกหมูที่ยังมีเนื้อติดอยู่

กระดูกชิ้นนั้นนางตั้งใจเก็บไว้ให้เจ้าหมาเดินไปได้ไม่ไกล เด็กหญิงก็หยุด ข้างหน้ามีศาลาเล็กอยู่กลางสวน ปกติไม่มีใครมา แต่วันนี้มีคนหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ในศาลา เด็กหญิงมองเห็นเพียงด้านข้าง

อาภรณ์สีแดงเข้มปักลายละเอียด กระโปรงยาวทอดลงข้างเก้าอี้ เส้นผมดำสนิทเกล้าอย่างประณีต มีปิ่นหยกเสียบอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น แต่แม้อยู่ห่างออกมา เด็กหญิงก็ยังมองเห็นว่าของเหล่านั้นงดงามกว่าสิ่งใดที่เคยอยู่ในเรือนท้ายจวนของนาง

หญิงผู้นั้นกำลังหัวเราะ ตรงข้ามกันเป็นบุรุษในชุดสีเข้ม ร่างสูงใหญ่ นั่งหันหลังให้เด็กหญิง บนโต๊ะมีน้ำชาและขนมหลายอย่าง เด็กหญิงหยุดอยู่หลังต้นไม้ ไม่ใช่เพราะอยากดู ทางกลับเรือนต้องผ่านตรงนั้น

นางกำลังคิดว่าจะอ้อมไปทางใด เจ้าหมากลับเดินออกไปหนึ่งก้าว เด็กหญิงรีบคว้าขนตรงหลังคอมัน “อย่า” นางกระซิบ เจ้าหมาหยุด เสียงจากศาลาดังมาอีก “วันนี้เจ้าแทบไม่ได้กินอะไร” เป็นเสียงบุรุษ หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “ข้าไม่หิว” “เมื่อครู่ก็พูดเช่นนี้” เขาหยอกเย้านาง “ท่านจะบังคับข้าหรือ” หลังจากนั้นมีเสียงหัวเราะอีกครั้ง

เด็กหญิงก้มลงมองเจ้าหมา “ไปทางอื่น” นางตัดสินใจ กำลังจะถอยกลับ เสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งกลับดังมาจากอีกด้าน “ท่านแม่!” นางมองตามเสียง เด็กหญิงในเสื้อคลุมสีชมพูที่นางเห็นเมื่อครู่กำลังวิ่งเข้าไปในศาลา

สาวใช้หลายคนตามหลัง “คุณหนูรอง อย่าวิ่งเจ้าค่ะ!” เด็กน้อยไม่ฟัง วิ่งตรงเข้าไปหาหญิงสาวในชุดแดง หญิงผู้นั้นหันมาใบหน้าของนางปรากฏเต็มตา เด็กหญิงหลังต้นไม้มองอยู่เงียบ ๆ หญิงในศาลางดงามมาก ผิวขาวละเอียด ดวงตาเป็นประกายระยับ ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อ เมื่อยิ้มขึ้นมา แม้แต่ปิ่นหยกบนศีรษะก็ดูเหมือนจะสว่างตามไปด้วย

เด็กหญิงเสื้อชมพูวิ่งเข้าไปกอด หญิงสาวรับตัวไว้แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากให้

“เหตุใดวิ่งมาเช่นนี้”

“ข้าคิดถึงท่านแม่”

“เพิ่งจากกันไม่ถึงครึ่งชั่วยาม”

“ก็คิดถึงแล้ว”

หญิงสาวหัวเราะ บุรุษที่นั่งอยู่ตรงข้ามยื่นมือมาลูบศีรษะเด็กหญิงด้วย ไม่นานเสียงคุณชายน้อยก็ดังตามมา เด็กชายเดินไม่เร็ว แม่นมจึงจูงมือเข้ามา หญิงสาวกวักมือเรียกทันที “มาหาแม่”

เด็กชายปล่อยมือแม่นมแล้วเดินเข้าไปคราวนี้หญิงสาวอุ้มเขาขึ้นนั่งบนตัก บุรุษข้างกายหยิบขนมบนโต๊ะส่งให้ลูกสาว ส่วนหญิงสาวบิขนมอีกชิ้นเป็นคำเล็ก ๆ ป้อนเด็กชาย ศาลาเล็กจึงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย

 

เด็กหญิงหลังต้นไม้ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเจ้าหมาขยับตัว นางจึงก้มลง “อย่าส่งเสียง” มือเล็กยังจับขนตรงหลังคอของมันไว้ ครู่หนึ่งนางจึงค่อย ๆ ถอย หนึ่งก้าว สองก้าว แล้วหันหลังเดินไปอีกทาง ไม่ได้เรียกคนในศาลา ไม่ได้เดินเข้าไปหา

ทางอ้อมไกลกว่าเดิมมาก กว่าจะกลับถึงเรือน แดดก็คล้อยไปทางตะวันตกแล้ว เด็กหญิงวางตะกร้าลง ก่อนหยิบกระดูกหมูออกมา “ของเจ้า” เจ้าหมารับไปคาบ นางเอาหัวผักกาดกับใบผักเข้าไปเก็บในครัวเล็ก แป้งทอดที่เหลือยังมีอีกหนึ่งชิ้น

เด็กหญิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแบ่งครึ่งเหมือนเดิม ครึ่งหนึ่งวางไว้สำหรับพรุ่งนี้ อีกครึ่งกินวันนี้ ท่านยายเคยบอกว่า หากวันนี้หาได้มาก อย่ากินหมด เพราะไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้จะหาได้หรือไม่...นางจำได้

เมื่อจัดของเรียบร้อย เด็กหญิงจึงออกมานั่งตรงธรณีประตูอีกครั้ง เจ้าหมากำลังแทะกระดูกอยู่ไม่ไกล แสงเย็นตกลงบนลาน ผ้าห่มแห้งแล้ว

 

อย่างน้อยคืนนี้ไม่ต้องนอนกับผ้าชื้น เด็กหญิงมองมันอย่างพอใจ จากนั้นสายตาจึงเลื่อนไปยังเจ้าหมา “วันนี้ข้าเห็นท่านแม่ด้วย” เสียงเล็กพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เจ้าหมาหยุดแทะกระดูก

เด็กหญิงไม่ได้มองมัน นางกำลังแกะด้ายเส้นหนึ่งที่หลุดออกจากแขนเสื้อ “น้องสาวก็อยู่” ดึงไม่ออกนางจึงใช้ฟันกัด “น้องชายก็อยู่” ด้ายขาดแล้ว

เด็กหญิงเอาเศษด้ายวางไว้ข้างตัว เผื่อยังใช้มัดอะไรได้ เงียบไปครู่หนึ่งจึงพูดต่อ “ท่านพ่อก็อยู่” เจ้าหมาวางกระดูกลง มันเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งข้างนาง เด็กหญิงหันมามอง “เจ้ากินเสร็จแล้วหรือ”

มันไม่ได้กลับไปหากระดูก นางจึงลูบหัวมัน ครั้งหนึ่ง สองครั้ง ก่อนจะเอนตัวพิงเสาประตู “ท่านแม่สวยมาก” น้ำเสียงนั้นไม่มีความน้อยใจ เหมือนเพียงบอกสิ่งที่เห็นมา “น้องสาวก็สวย” นางคิดอีกหน่อย “คุณชายน้อยก็น่ารักจริง ๆ ” คราวนี้เจ้าหมาขยับเข้ามาชิดขานาง

 

เด็กหญิงก้มมอง แล้วหัวเราะเบา ๆ “แต่เจ้าสกปรก” มือเล็กขยี้ขนบนหัวมัน “ข้าก็สกปรก” นางจึงดูพอใจขึ้นมา “พวกเราเหมือนกัน”

 

แสงสุดท้ายของวันค่อย ๆ หายไปจากลานเรือน เด็กหญิงลุกขึ้นไปเก็บผ้าห่ม มันยังชื้นตรงมุมหนึ่งเล็กน้อย แต่คืนนี้น่าจะใช้ได้ นางลากผ้าผืนใหญ่เข้าไปในห้องอย่างทุลักทุเล เจ้าหมาเดินตามประตูไม้เก่าถูกปิดลง ไม่นานเรือนท้ายจวนก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

อีกด้านหนึ่งของกำแพง โคมไฟในเรือนใหญ่ทยอยถูกจุดขึ้นทีละดวง ส่วนเรือนท้ายจวนไม่มีโคม เด็กหญิงจุดตะเกียงน้ำมันดวงเล็กที่เหลือน้ำมันอยู่เพียงก้นถ้วย ก่อนจะรีบดับมันเมื่อจัดที่นอนเสร็จ

ต้องประหยัด ในความมืด นางคลี่ผ้าห่มออกแล้วมุดเข้าไป เจ้าหมานอนอยู่ข้างเตียงเตี้ยผ่านไปครู่หนึ่ง มือเล็กก็ยื่นลงมาจากขอบเตียงคลำอยู่สองสามครั้งจนเจอหัวของมัน นางลูบเบา ๆ “พรุ่งนี้เราไปหาอะไรกินกันอีกนะ”

เจ้าหมาไม่ส่งเสียง มือเล็กยังวางอยู่บนหัวมัน ไม่นานลมหายใจของเด็กหญิงก็ค่อย ๆ สม่ำเสมอ

ในจวนแม่ทัพซึ่งมีผู้คนอยู่หลายร้อยชีวิต ไม่มีใครมาที่เรือนท้ายจวนในคืนนั้น และไม่มีใครรู้ว่าเด็กหญิงซึ่งพวกเขาแทบลืมไปแล้ว วันนี้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งตัว

 

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่า

    บทที่ 8 เสื้อกันหนาวตัวเก่าหลังฝนหยุด อากาศก็เย็นลงอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วัน ลมที่พัดเข้ามาทางช่องหน้าต่างก็เปลี่ยนจากเย็นเป็นหนาว หว่านหว่านเริ่มไม่อยากลุกจากเตียงตอนเช้า วันนี้ก็เช่นกัน นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดึงเสื้อของท่านยายมาคลุมทับตรงปลายเท้า ส่วนชายอีกด้านตกลงไปข้างเตียงคลุมเสี่ยวเป่าหนึ่งคนหนึ่งหมาไม่มีใครอยากขยับ จนกระทั่งท้องของหว่านหว่านร้อง เด็กหญิงลืมตามองเพดาน “หิวแล้ว” เสี่ยวเป่าไม่สนใจ “เจ้าหิวหรือไม่” มันยังหลับ หว่านหว่านถอนใจ “มีแต่ข้าที่ต้องหาอาหาร” นางลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจพอเท้าแตะพื้นก็รีบยกกลับ เย็นมาก หว่านหว่านจึงเอารองเท้าสีแดงมาสวม ตอนแรกตั้งใจจะเก็บไว้ใส่วันดี ๆ แต่หลายวันมานี้ นางเริ่มคิดได้ว่าหากเก็บไว้อย่างเดียว วันหนึ่งเท้าอาจโตจนใส่ไม่ได้ เสียดายกว่าเดิม จึงยอมใส่ เพียงแต่ยังหลบโคลนทุกครั้งเด็กหญิงล้างหน้า หวีผม แล้วไปดูอาหารที่เหลือ ไม่มี ข้าวหมดแล้ว หมั่นโถวก็หมด เหลือเพียงเกลือก้นกระปุก หว่านหว่านมองเสี่ยวเป่า “วันนี้ต้องไปเร็วหน่อย”หลังครัวคึกคักผิดปกติ ตั้งแต่ยังไม่ถึง หว่านหว่านก็ได้กลิ่นเนื้อ นางหยุดสูดหายใจเข้าเต็มแรง หอมมากไม่ใช่กลิ่นน้ำ

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่าน

    บทที่ 7 ข้าชื่อหว่านหว่านรองเท้าสีแดงถูกเก็บไว้บนหัวเตียง เด็กหญิงเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้นางไม่ใส่มัน เมื่อคืนมีฝนตกเล็กน้อย พื้นทางเดินยังชื้น หากเหยียบโคลนขึ้นมา คราบอาจซักไม่ออกเหมือนครั้งก่อนนางจึงกลับไปสวมรองเท้าคู่เก่า ตรงหัวมีผ้าสีน้ำเงินปะเอียง ๆ ฝีมือของตัวเอง ส่วนพื้นรองเท้าบางเสียจนเวลาเหยียบก้อนหินจะรู้สึกได้ทุกก้อน...แต่ยังใส่ได้ท่านยายเคยบอกว่าของที่ยังใช้ได้อย่าเพิ่งทิ้ง เด็กหญิงจึงเก็บคู่สวยเอาไว้ก่อน “วันนี้ไม่ใส่” นางบอกเสี่ยวเป่า เจ้าหมายืนอยู่ตรงประตู มองนางสลับกับรองเท้าสีแดงบนหัวเตียง “เปื้อน”นางอธิบายเพิ่ม มันหันกลับออกไป เด็กหญิงจึงหยิบตะกร้าแล้วตามเมื่อคืนฝนตกไม่มาก แต่ลมแรง กิ่งไม้เล็ก ๆ หล่นเต็มลาน เด็กหญิงเก็บทีละกิ่ง กิ่งที่แห้งวางไว้ด้านหนึ่ง กิ่งที่เปียกแยกไว้อีกด้าน ถ้าตากสองสามวันก็ใช้เป็นฟืนได้ เสี่ยวเป่าช่วยไม่ได้ มันเดินตามอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคาบกิ่งหนึ่งขึ้นมา เด็กหญิงเห็นก็ดีใจ “เอามานี่” เสี่ยวเป่าเดินมานางยื่นมือมันไม่ปล่อย “เอามา” เสี่ยวเป่าถอย เด็กหญิงมองมันคาบกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม “นั่นของข้า” เสี่ยวเป่าถอยอีกก้าว เด็กหญิงวางตะกร้าเดินเข้าไปหา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่

    บทที่ 6 รองเท้าคู่ใหม่เช้าวันนั้น เด็กหญิงพบว่าปลายเท้าตัวเองโผล่ออกมาจากรองเท้าแล้ว ไม่มาก เพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น นางนั่งอยู่ตรงธรณีประตู ยกเท้าขึ้นดู รูตรงหัวรองเท้าที่เคยเย็บไว้ปริออกอีกครั้ง ด้ายเส้นเก่าขาดไปสองเส้น ผ้าที่ท่านยายเคยเสริมไว้ด้านในก็บางจนมองเห็นนิ้วเท้าเด็กหญิงขยับนิ้ว นิ้วเล็กโผล่ออกมา เสี่ยวเป่าซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้น มันเดินเข้ามาดม “อย่ากัด” เด็กหญิงรีบดึงเท้าหนี เสี่ยวเป่าไม่ได้กัดเพียงดมอีกครั้ง “ขาดอีกแล้ว” นางบอกมันจากนั้นถอดรองเท้าออก พลิกดูด้านล่างพื้นรองเท้าก็บาง ตรงส้นมีรอยแตกเล็ก ๆ เด็กหญิงเอานิ้วกด นิ่มเกินไปแล้ว ถ้าเดินบนพื้นเปียก น้ำคงซึมเข้า นางนั่งคิด ต้องซ่อมจึงเดินกลับเข้าเรือน ไปเปิดหีบไม้แล้วหยิบห่อเข็มด้ายของท่านยายออกมา เศษผ้าที่เหลือมีไม่มาก นางเลือกชิ้นที่หนาที่สุด สีไม่เหมือนรองเท้าเลย รองเท้าเป็นสีเทา ผ้าเป็นสีน้ำเงินซีดแต่ไม่เป็นไร เด็กหญิงนั่งลง เริ่มเย็บเสี่ยวเป่านอนข้างขา ครั้งนี้ฝีเข็มดีกว่าคราวเย็บแขนเสื้อเล็กน้อย อย่างน้อยไม่เฉียงมาก นางเย็บผ้าปิดรู ดึงด้าย แน่นเกินไป ผ้าจึงย่น เด็กหญิงคลายออกนิดหนึ่งแล้วทำใหม่ ใช้เวลา

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่า

    บทที่ 5 เจ้าชื่อเสี่ยวเป่าเช้าวันต่อมา เด็กหญิงตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเสื้อของท่านยายหายไปจากขา นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชะโงกหน้าลงไปดูข้างเตียง เสื้อสีน้ำตาลทั้งตัวกองอยู่บนพื้น ส่วนเจ้าหมานอนทับอยู่ด้านบน เด็กหญิงมองมันเจ้าหมาหลับสนิท ขาหน้าข้างหนึ่งเหยียดออกมา หัววางอยู่บนชายเสื้อราวกับมันเป็นที่นอนของตัวเองมาตั้งแต่แรก “นี่ของท่านยายนะ” ไม่มีการตอบสนอง เด็กหญิงลงจากเตียง นั่งยองตรงหน้ามัน“ข้าให้คลุม ไม่ได้ให้เอาไปนอนทับ” เจ้าหมายังหลับ นางยื่นมือไปดึงชายเสื้อ ดึงไม่ออกตัวมันหนัก “ลุก” มันลืมตาข้างหนึ่ง “ลุกก่อน” คราวนี้ลืมทั้งสองข้าง แต่ยังไม่ลุกเด็กหญิงขมวดคิ้ว จากนั้นใช้สองมือจับเสื้อแล้วออกแรงดึง เจ้าหมาถูกลากตามมานิดหนึ่งมันจึงยอมลุกในที่สุด เด็กหญิงรีบคว้าเสื้อขึ้นมาปัดขนหมาออกทีละเส้น “สกปรกหมดแล้ว”เมื่อคืนตัวเองเป็นคนเอาเสื้อลงไปคลุมมัน เรื่องนี้นางลืมไปชั่วคราว พอปัดเสร็จจึงยกเสื้อขึ้นดม ไม่เหม็นนางโล่งใจ ถ้าต้องซักวันนี้คงไม่แห้งอากาศด้านนอกยังเย็นอยู่ เด็กหญิงพับเสื้ออย่างที่พยายามจำจากท่านยาย แล้วเก็บกลับลงหีบคราวนี้พับได้ตรงกว่าเมื่อวานเล็กน้อยนางจึงพอใจ “คืนนี

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 4 เสื้อเก่าของท่านยาย

    บทที่ 4 เสื้อของท่านยายอากาศเย็นลงอีกแล้ว เด็กหญิงรู้เพราะตอนตื่นขึ้นมา ปลายจมูกเย็นจนต้องยกผ้าห่มขึ้นคลุมหน้า นางขดตัวอยู่ใต้ผ้าผืนเก่าอีกครู่หนึ่ง ไม่อยากลุก แต่ท้องร้องแล้ว จึงต้องลุกเด็กหญิงโผล่หน้าออกจากผ้าห่ม ก่อนจะมองลงไปข้างเตียงตามความเคยชิน เจ้าหมาไม่อยู่นางมองซ้าย มองขวา ไม่มี “เจ้าหมา?” ไม่มีเสียงตอบ เด็กหญิงรีบลุกขึ้น เท้าเปล่าเหยียบพื้นเย็นจัด นางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังเดินไปเปิดประตู“เจ้าหมา” ลานเรือนว่างเปล่า หัวใจเล็ก ๆ เหมือนหยุดไปครู่หนึ่ง นางเดินออกมา “เจ้าหมา?” ยังไม่มี เมื่อคืนมันนอนอยู่ข้างเตียง นางจำได้ ก่อนหลับยังเอื้อมมือลงไปแตะหัวมันอยู่เลยเด็กหญิงเดินไปดูข้างครัว ไม่มี หลังเรือนไม่มี ตรงราวตากผ้าก็ไม่มี นางเริ่มเดินเร็วขึ้น “เจ้าหมา!” เสียงดังขึ้นกว่าเดิม ไม่มีอะไรตอบกลับมา นอกจากเสียงลมพัดใบไม้แห้งไปตามพื้นเด็กหญิงหยุดอยู่กลางลาน นางไม่รู้ว่าควรไปหาที่ใด มันอาจกลับบ้านแล้ว ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา นางเคยบอกมันเองว่า ถ้ามีเจ้าของก็ควรกลับไป บางทีมันอาจนึกขึ้นได้เมื่อคืนว่าตัวเองมีเจ้าของจึงกลับไปแล้ว เด็กหญิงยืนคิด ถ้าเช่นนั้นก็ดี เจ้าของมันคงมีอาหารให้กิน

  • รอวันดอกวสันต์เบ่งบาน    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กิน

    บทที่ 3 วันนี้พวกเรามีไข่กินไข่ใบนั้นมีรอยร้าว เปลือกด้านหนึ่งบุบลงไปเล็กน้อย มีไข่ขาวเหนียว ๆ ไหลออกมาติดฟางจนแห้ง เด็กหญิงนั่งยองอยู่ข้างตะกร้า มองมันอยู่นาน จากนั้นจึงหยิบขึ้นมาอย่างระมัดระวังไม่เหม็นในางยกขึ้นส่องกับแสงแดดอีกครั้ง ท่านยายเคยบอกว่าไข่ที่แตกแล้วเก็บไว้นานกินไม่ได้ แต่ถ้าเพิ่งแตกและไม่มีกลิ่น ก็ให้รีบเอาไปต้มเสีย เด็กหญิงไม่รู้ว่าใบนี้แตกมานานหรือยังนางจึงหันไปถามคนข้างตัว“เจ้าว่ากินได้หรือไม่” เจ้าหมานั่งอยู่บนพื้นมันมองไข่ในมือนาง เด็กหญิงรออยู่ครู่หนึ่ง “ข้าถามเจ้าก็ไม่เคยตอบ” พูดจบก็เอาไข่วางลงในตะกร้าอยู่ดี วันนี้นางโชคดี นอกจากไข่หนึ่งใบ ยังได้ผักกาดที่เหลือเกือบครึ่งต้นกับแป้งแผ่นเล็ก ๆ อีกสองชิ้นคนครัวคนหนึ่งเป็นคนวางไว้ข้างถัง เด็กหญิงไม่รู้ว่านางตั้งใจหรือไม่ ตอนเดินเข้าไปเก็บ หญิงคนนั้นกำลังหั่นเนื้ออยู่ตรงโต๊ะ ไม่ได้หันมามองนางสักครั้ง นางจึงไม่ได้กล่าวขอบคุณ ทำเพียงเก็บของใส่ตะกร้าแล้วเดินกลับวันนี้ไม่ต้องคุ้ยถังนาน รองเท้าก็ไม่เปื้อนน้ำจากเศษอาหารด้วย นับว่าเป็นวันที่ดี เด็กหญิงเดินไปตามทางเล็กอย่างอารมณ์ดี เจ้าหมาตามอยู่ข้างหลัง เดินไปได้พักหนึ่งน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status