ANMELDEN“ตาโหนดแกก็คงปลงเหมือนพ่อกับแม่นั่นแหละ ทำไงได้ล่ะ เลี้ยงลูกได้แต่ตัว หน้าที่การงานดีหมด ก็หมดห่วงแล้ว เหลือแต่คู่ชีวิตที่ลูกแต่ละคนต้องหาเองและเรียนรู้ศึกษากันเอง ก็เหมือนพ่อกับแม่เอ็ง สุดท้ายลูกเต้าต่างก็ต้องเติบโตมีชีวิตของตัวเองก็เหลือกันแค่สองตายายที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นคู่ชีวิตถึงสำคัญ…แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องดิ้นรนที่จะต้องมี หากมีคนที่ชอบพอถูกใจ พ่อไม่ขออะไรมาก ขอให้เขารักลูก ๆ ของพ่อทั้งสองคนก็พอ หากวันไหนที่ไปกันไม่รอดก็กลับมาที่นี่ ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านของพวกลูกทั้งสองเสมอ”
“พ่อ” ทัดดาวเบะปาก ทศวรรษเองก็น้ำตาซึม
“เอาล่ะ ๆ กินข้าวกินปลากันได้แล้ว ของโปรดพวกเอ็งทั้งนั้น” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เหมือนกันจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
ลูกทุกข์ใจ พ่อแม่ย่อมทุกข์กว่า แต่ทว่าก็เป็นบทเรียนที่ทศวรรษจะต้องเรียนรู้และก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ด้วยตนเอง
การกลับมาบ้านในรอบหลายเดือนของทศวรรษครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เมื่อก่อนเขาต้องหนีบเอาลูกเขยคนโปรดกลับบ้านมาด้วยทุกครั้ง แม้ปากนายแม่จันทร์ทิพย์จะพูดว่าไม่ชอบบ้านของสืบสาน แต่การกระทำกลับตรงข้าม บนโต๊ะอาหารมีแต่ของที่สืบสานชอบ โทรมาแต่ละครั้งก็ถามหาไอ้เขยคนโปรด แม้ว่าตอนแรกครอบครัวของเขาเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
สองครอบครัวพื้นเพ พื้นฐานทางบ้าน รวมไปถึงฐานะมันต่างกันมากเกินไป อีกทั้งครอบครัวชาวไร่ ชาวสวนอย่างพวกเขาก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเกาะบ้านคุณาปกรเพื่ออัปเกรดชีวิตตัวเอง แม่เลี้ยงพ่อเลี้ยงจันทร์ทิพย์สร้างตัวมาจากท้องนาท้องไร่เล็ก ๆ แห่งนี้ จะให้ไปนั่งเชิดหน้าชูตาไม่ทำมาหากินอะไรรอเศษเงินจากบ้านลูกเขยก็ไม่ใช่
แต่ในทางตรงกันข้ามแม้ว่าทางฝั่งของทศวรรษจะไม่ได้ร่ำรวยระดับประเทศขนาดนั้นแต่กลับไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยตั้งแต่แต่งงานกันมา
บ้านคุณาปกรไม่แม้แต่จะมางานแต่งงานลูกชายคนโตด้วยซ้ำ สินสอดทองหมั้นก็เป็นทั้งคู่ที่เก็บหอมรอมริบกันมาตลอดระยะหลายปี คุณนายจันทร์ทิพย์เพิ่มให้เป็นอีกกระบุง เหมือนที่เคยลั่นวาจาไว้ว่าหากอีทศลูกชายขายออกจะเพิ่มข้าวสารให้อีกสิบกระสอบ!
อีกทั้งทศวรรษที่บ้านสามีรังเกียจกลับปิดทองหลังพระทำให้สืบสานเป็นสืบสานที่ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้เพราะตั้งแต่ประกาศคบหาดูใจกับทศวรรษ ทางบ้านคุณาปกรก็ตัดหางลูกชายคนโตทิ้งอย่างไร้เยื่อใย อย่าว่าแต่ค่ากินอยู่เลย แม้แต่ค่าเทอมยังเป็นทศวรรษที่ต้องออกไปทำงานพาร์ทไทม์หาเลี้ยงแฟนหนุ่มลูกคุณหนูที่ทำอะไรไม่เป็นสักอย่างเดียว แม้แต่จะซักกางเกงในของตัวเอง กว่าจะทำอะไรเป็น จับอะไรคล่องก็เป็นทศวรรษอีกนั่นแหละที่คอยสอนสืบสานจนทำเป็นหลายอย่าง หลายสิ่งที่สืบสานคิดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนรู้แต่พอตัดขาดจากทางบ้านสืบสานคนเดิมกลับคิดว่าครอบครัวสอนเขามาผิดจริง ๆ
จะดูคนให้ดูตอนที่ลำบาก…ว่ามีใครคอยช่วยเหลือ เมื่อสิบปีก่อนสืบสานเห็นแต่คนรักของเขา แม้ว่าเพื่อนฝูงที่คบหากันมาจะมีหลายคนที่สามารถพึ่งพาได้ แต่ต่างฝ่ายต่างแบมือของเงินพ่อแม่อยู่เหมือนกัน จะให้ยืมเงินมากินใช้สืบสานเองก็กลัวว่าจะไม่มีคืน แต่พอเห็นทศวรรษเด็กต่างจังหวัดแม้ว่าฐานะจะไม่ร่ำรวยแต่ก็พอมีพอกินไม่ต้องถึงขั้นทำทำงานพาร์ทไทม์แต่พอมีเขามาช่วยกินอีกคน อีกฝ่ายจึงต้องหางานทำหลายอย่าง แต่ก็ไม่เคยปริปากบ่นออกมาสักคำ
จะไม่ให้สืบสานรักผู้ชายคนนี้ได้ยังไง…แต่ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงอดีตที่ตามหลอกหลอนคนที่จดจำทุกอย่างได้เป็นอย่างดีอย่างทศวรรษ
สืบสานที่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามต่อสู้ฝ่าฟันด้วยกันมายาวนานหลายปี คิดว่าเราจะอยู่กินกันไปจนแก่เฒ่า บัดนี้เหลือเพียงความทรงจำสีจาง ๆ
ทศวรรษกอดอกเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าหมู่ดาวตรงหน้าสวยงามและไม่มีทางที่จะเห็นได้ชัดเหมือนอย่างในกรุงเทพฯ
หรือว่าเขาควรจะปล่อยวางแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่อีกใจหนึ่งก็ยังเฝ้ารอ…เฝ้ารอว่าคนรักจะกลับคืนมาอยู่เคียงข้างกันดั่งในวันวาน ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัว ไม่รู้ว่าเขาอยู่พิงกรอบหน้าต่างห้องนอนตัวเองอย่างนี้นานเท่าไหร่ กอดอกปลอบประโลมตัวเองอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้เลยว่าเบื้องล่างที่ไกลออกไปรถยนต์ที่ดับไฟอยู่ข้างถนนมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หน้ากระโปรงรถจ้องมองไปที่ยังหน้าต่างบานนั้นเช่นกัน
เลือนรางในความทรงจำแต่กลับแจ่มแจ้งในความรู้สึก ความเคยชินของวิถีชีวิตเดิมเป็นอะไรที่น่ากลัว สืบสานเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจดจำทางมาบ้านต่างจังหวัดของทศวรรษเองได้ยังไง พอรู้ตัวอีกทีก็มาถึงที่นี่แล้ว….
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็




![[Mpreg] เร้นรักพันธนาการหัวใจ](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


