LOGINแกร๊ก แอ๊ด!!
“ไปไหนมา...แล้วสบายใจขึ้นยัง” พอเปิดประตูห้องเข้ามา เจ้าของห้องก็ถามขึ้น
“พะพาย...”
“หืม?...” เลิกคิ้วแล้วมองร่างเล็กที่ยืนสติเลื่อนลอยอยู่ที่หน้าประตูห้อง แอบแปลกใจเหมือนกันว่าเธอไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้มีท่าทีแปลกไป
“เรามาเป็นเพื่อนกันไหม” เอ่ยถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง แต่ทว่ากลับต้องการคำตอบจากเขาอย่างมีความหวัง
“ไม่เอา...อยากเป็นผัว”
“นี่ไอ้บ้า ฉันจริงจังอยู่นะ”
“ฉันก็จริงจัง เพื่อนที่ไหนเอากัน”
“เฮ้อ...ไม่น่าถามคนแบบนายให้หงุดหงิดใจเลย!!”
“มันก็ไม่ควรถามอยู่แล้วปะ”
“หึ่ย!! ฉันจะกลับคอนโด” พูดพร้อมกับเดินตึงตังเข้ามาหยิบกระเป๋าแล้วกลับคอนโดตัวเอง
หมับ!!
“ไม่ต้องกลับ...นอนนี่...” คว้าข้อมือเธอแล้วกระตุกให้ขึ้นมานั่งบนตัก
“ฉันจะกลับ เห็นหน้านายแล้วฉันอารมณ์เสีย” เธอพยายามดิ้น แต่พะพายกลับรั้งเธอเอาไว้ แล้วจับใบหน้าเธอให้หันมามองหน้าเขา
“เฟอร์...ฉันไม่รู้หรอกนะ...ว่าเธอจะต้องการเพื่อนไปทำไมนักหนา...รู้ไหมว่าตอนนี้ในหัวเธอคิดเรื่องบ้าๆ นี่จนเธอไม่มีความสุขเลยนะ” พูดพร้อมจ้องมองเธอ
“เฮ้อ...นายไม่เข้าใจ...”
“ใช่...ฉันไม่เข้าใจเธอ...และฟังให้ชัดๆ ...ฉันเป็นเพื่อนให้เธอไม่ได้หรอก...แต่ถ้าเธออยากไปไหน อยากทำอะไร...ก็บอกแล้วกันฉันยินดีทำให้”
“ทำให้ โดยแลกกับเซ็กซ์?”
“รู้ใจจริงๆ เล้ย...ยัยหมากระเป๋า” ยกมือขึ้นบีบจมูกเธอส่ายไปมาเบาๆ
พรึ่บ!!
“หึ่ย...ว่าแล้วเชียว...” ปัดมือเขาออกด้วยความรำคาญ แล้วกลอกตามองบนอย่างไม่พอใจ
“เออ...เมื่อกี้ฉันขึ้นไปบนดาดฟ้า...แล้วเจอผู้หญิงกำลังจะกระโดดตึก”
“คนจริงๆ ใช่ไหมที่เธอเห็นน่ะ”
“มะ...หมายความว่ายังไง?” คำถามของพะพายทำให้ร่างเล็กคิดตาม พร้อมกับใจที่เต้นแรงเพราะรู้สึกกลัว
“ก็...เขาเล่ากันว่าคอนโดนี้มีผีผู้หญิง ชอบไปยืนรับลมอยู่ที่ดาดฟ้า ใส่ชุดนักศึกษาด้วยใช่ไหม ผมยาวๆ หน้านิ่งๆ ด้วยปะ”
“เฮ้ย...นาย...หรือว่าที่ฉันกอด...นั่นจะเป็นผีอะ...ฮือ...พะพาย...ฉันกลัว...” พุ่งตัวเข้าไปกอดร่างสูงด้วยความหวาดกลัว ส่วนไอ้คนขี้แกล้งก็แอบอมยิ้มกับความหัวอ่อนไม่ทันคนของเธอ
“เธอกอดด้วยเหรอ...เขาว่ากันว่าถ้าใครเห็นผีนักศึกษาคนนั้น...อีกไม่นานผีจะเอาไปอยู่ด้วย แบบว่าเอาไปเป็นตัวตายตัวแทน”
“จริงเหรอ...ไม่เอา...ฉันยังไม่อยากตาย...ฉันจะทำยังไงดี...พะพาย...ช่วยฉันที” มุดหน้าไปที่ไหล่กว้าง แล้วกอดเขาแน่นขึ้น
“ต้องอยู่ใกล้ผัว...เธอมีผัวไหมล่ะ...ถ้าไม่มีก็ต้องตาย...”
“นายเป็นผัวให้ฉันได้ไหม...ฉันไม่อยากตายอะ...นะๆๆ” ไปแล้วสตงสติ วินาทีนี้พะพายพูดอะไรเฟอร์ก็คือเชื่อทุกอย่าง ว่าแล้วเชียวทำไมมันโดนเพื่อนหลอก พะพายคิด
“ได้ดิ...แต่ฉันว่า...ผีตัวนั้นมันต้องตามมาดูเธอแน่ๆ ว่าเธอมีผัวจริงๆ หรือเปล่า...งั้นคงมีทางเดียวแล้วแหละเพื่อขับไล่ผีตัวนั้นให้ไปจากเธอ”
“ยังไง...บอกฉันมาเลย...”
“ก็เอากันไง ไล่ผี...” ปากไม่พูดเปล่า แต่ท่อนลำคือพร้อมมาก เพราะบัดนี้มันได้ผงาดแทงร่องก้นของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“อันนี้จริงจัง?” ผละตัวออกแล้วมองหน้าเขาอย่างพยายามหาคำตอบ ซึ่งตอนแรกเขาอมยิ้มกับความซื่อบื้อของเธอ เมื่อเธอผละตัวออกมามองหน้าก็แสร้งทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
“จริงๆ ถ้าไม่ทำในวันที่เห็นนะ ก็จะโดนผีอำตอนนอน หรือบางรายก็คือโดนอำจนไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยนะ” แสร้งปั้นน้ำเป็นตัวอีก
“ละ...แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างพะพาย...ฮือ...ฉันกลัว...”
“เธอก็ต้องอำคืนไง”
“อำคืนยังไง” เอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
“ก็อำหมไง”
“ห๊ะ!!” เบิกตาโพลงเมื่อในหัวดันไปผวนตามที่เขาพูด ซึ่งเขาก็ต้องการแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ
“มันคือวิธีอำมันคืนไง หลอกว่าเราเป็นผัวเมียกัน มันเห็นจะได้ออกไป...ไปหาตัวตายตัวแทนคนใหม่”
“จริงนะ...ทำแล้วมันจะไปเลยใช่ไหม”
“อืม...เชื่อฉัน...ฉันเรียนมา” ไม่รู้ว่าตำราไหน แต่อย่าได้หลงเชื่อคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาเชียวนะ และแน่นอน ว่ายัยเฟอร์เชื่อค่ะ
“ดะ...ได้...ถอดกางเกงเลย” ไม่พูดเปล่า มือเล็กเตรียมปลดเข็มขัดแล้วเรียบร้อย ใครจะไม่คิดว่ายัยนี่จะไม่กรองอะไรเลย หลอกง่ายชะมัด!!
มือเล็กเอื้อมไปหวังปลดเข็มขัดร่างสูงออก พร้อมกับไถลตัวลงไปนั่งที่พื้นตรงกลางหว่างขาของเขา สร้างความพึงพอใจแก่พะพายอยู่ไม่น้อย ใครจะไปคิดว่ายัยนี่จะเชื่อ จนยอมทำตาม ดีเหมือนกันเต็มใจทำให้แบบนี้ ไม่ต้องเปลืองแรงบังคับขืนใจ
“อ๊าส์...” คนหื่นครางเสียงกระเส่าเมื่อถูกมือเล็กลูบไล้ไปตามลำรักของเขาผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา ร่างสูงค่อยๆ เอนกายพิงกับพนักพิงโซฟาด้วยความสบายอารมณ์ แต่ก็ไม่วายใช้สายตามองร่างเล็กที่ตั้งใจจะทำรักให้เขาอย่างหลงใหล ไม่อาจละสายตาไปมองอย่างอื่นได้เลยวินาทีนี้ ทุกการเคลื่อนไหวของคนตัวเล็กที่อยู่กลางหว่างขาของเขา มันน่ามอง ดึงดูดสายตาเขาราวกับถูกสะกดเอาไว้
“อื้ม...”
กางเกงยีนและชั้นในของเขาถูกดึงออกมากองอยู่ที่หน้าขา โชคดีหน่อยที่เธอก็ไม่ได้ตื่นกลัวของเขาแล้ว ทั้งยังใช้มือน้อยๆ สัมผัสขึ้นลงจนร่างสูงเสียวกระสันไปทั้งลำกาย ได้แต่เชิดหน้า กัดปาก แล้วครางออกมาเพื่อระบายความเสียว
“อ๊าส์...เฟอร์...” มือหนายกขึ้นลูบไล้ไหล่มน ลากไปเรื่อยๆ จนมาถึงต้นคอ แวะบีบเบาๆ จากนั้นก็กดศีรษะเธอลงและใช้ปากสัมผัสความเป็นชายของเขา ที่บัดนี้พร้อมรบในสนามกามารมณ์นี่เต็มทนแล้ว
“อื้อ...”
“ลึกอีกได้ไหม...อื้อ...เฟอร์...” ไม่พูดเปล่าฝ่ามือใหญ่กดศีรษะของเธอเพื่อให้ปากเล็กๆ นั้นดูดกลืนความเป็นชายของเขาเข้าไปให้สุดทั้งลำ ทว่ามันกลับไม่สำเร็จ เพราะความยาวที่เกินมาตรฐานชายไทยของเขา บวกกับปากเล็กๆ ของเธอมันไม่อาจเข้าไปได้อีก มากสุดก็แค่ครึ่งลำเท่านั้น
“อื้อ...” ส่ายหน้าแล้วขืนตัวเอาไว้ ตามด้วยช้อนสายตามองหน้าเขาด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา
“ซี๊ด...อีกนิดได้ไหมเฟอร์...อ๊าส์...” เขาขอร้อง แต่เมื่อสบสายตาไปมองสายตาคู่นั้นก็ทำไม่ลง แพ้แล้ว แพ้จริงๆ สายตาคู่นั้น ผู้หญิงอะไรสายตาดาเมจแรงเกินต้าน มองทีไรหัวใจสั่นสะท้านทุกที
ท่อนเอ็นผลุบเข้าผลุบออกในปากอุ่นๆ นุ่มลื่นนั้นเร็วขึ้น ในขณะที่มือเล็กก็ชักขึ้นลงตามไปด้วย แล้วความเสียวมันไม่ได้การันตีว่าลึกแค่ไหน แต่มันเสียวสุดๆ เมื่อถูกเรียวลิ้นเล็กๆ นั้นตวัดวนเลียไปที่ส่วนหัวของเขา ทั้งๆ ที่ยังดูดอยู่ เรียกได้ว่าเสียวสะท้านทรวงเลยล่ะ
เฟอร์ยังคงใช้ปากและลิ้นวาดลวดลายกับลำรักของเขาอย่างต่อเนื่อง จนร่างสูงนั้นเริ่มเห็นสวรรค์รำไรๆ ทว่า เพียงแค่นิดเดียวเขาก็จะไปแตะที่ขอบสวรรค์นั้นแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
แต่แล้วเสียงประตูห้องก็ดังรัวขึ้น ขัดความสุขของเขาที่กำลังจะเอื้อมไปถึงในไม่ช้า และใช่เธอชะงัก และหยุดทุกการกระทำ จนเขาค้างอยู่ที่กลางอากาศ ก่อนที่อารมณ์รักจะไปถึงจุดสุดยอด แต่บัดนี้อารมณ์โมโหมันวิ่งเข้ามาแทนที
“จิ๊!! ใครแม่ง...มาขัดจังหวะวะ!!” สบถออกมาพร้อมพ่นลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย
“ปะ...ไปเปิดประตูสิ” เมื่อรู้ว่าเมื่อครู่เผลอทำเรื่องน่าอายนั้นลงไป ใบหน้าจิ้มลิ้มก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ มือเล็กยกขึ้นเช็ดคราบน้ำลายออกจากปาก ก้มหน้าหงุดอายๆ ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป
“อะ...เอ้า...” จะรั้งไว้ก็ไม่ทันแล้วเธอวิ่งไปแล้ว ส่วนเขาน่ะเหรอ ก็ต้องรีบจัดการยัดท่อนลำที่มันยังแข็งตึงเปรี๊ยะเข้ากางเกง กว่าจะยัดได้ก็โคตรจะลำบาก เกิดมาใหญ่ก็แบบนี้แหละ
“ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญนะ...จะซัดหน้าให้...บังอาจมาขัดจังหวะ...เกือบเสร็จแล้วเชียว” คาดโทษแขกผู้มาเยือนด้วยความหงุดหงิด ตามด้วยสาวเท้าเดินตึงตังไปที่ประตู
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







