Share

บทที่ 3.1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-26 20:41:10

โม่อวี๋ไม่ถือสาท่าทางโอ้อวดของหญิงสาวทั้งสอง ทุกวันนางเพียงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างมีมารยาท แม้จะมองออกว่าสองพี่น้องแต่งตัวหรูหรามาข่มนางที่เพียงสวมเสื้อผ้าเรียบๆ ไร้ลายปัก ไร้เครื่องประดับ

หวังหรูเชี่ยน หวังหรูหลิน สองพี่น้องสบตากันเมื่อเห็นแล้วว่าโม่อวี๋หาได้อยากโดดเด่นไปกว่าพวกนาง ถึงอย่างนั้นใบหน้างดงามและท่าทีน่ามองของอีกฝ่าย กลับทำให้หัวใจของพวกนางร้อนรุ่มด้วยความริษยา

พวกนางเองก็พยายามวางท่าทีให้เยือกเย็น แต่เหตุใดอีกฝ่ายกลับทำได้เป็นธรรมชาติกว่าเล่า!

หลังจากสองพี่น้องจวนเสนาบดีสำนักราชเลขากลับไปแล้ว ท่านป้าลู่กลับเรียกนางไปพบ นางแนะนำเกี่ยวกับการแต่งตัว แต่หญิงสาวกลับยิ้มราวเข้าใจแต่ไม่คิดที่จะแต่งตัวงดงามโดดเด่น ท่านป้าลู่เองก็มองออกดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจแล้วกล่าวหนึ่งประโยค

“แม้เจ้าเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางขั้นสอง หากแต่ความงดงามและกิริยาท่าทีกลับเป็นธรรมชาติ งานเลี้ยงครั้งนี้หากโชคดีต้องพระทัยองค์ชายทั้งสามพระองค์ แม้ฐานะไม่อาจเป็นพระชายาแต่อนุและชายารองไม่ใช่เป็นไปไม่ได้”

นางยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีอะไร

“คุณหนู” เสี่ยวชุนเรียกนางเสียงเบาเมื่อท่านป้าลู่กลับไปแล้ว “ฮูหยินเรียกท่านไปพบเจ้าค่ะ”

โม่อวี๋ถอนหายใจออกมาเสียงเบา รู้ดีว่าแผนการส่งนางเข้าวังหลวงครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นเพื่อหาผลประโยชน์จากการเชื่อมไมตรีผ่านการแต่งงาน หลุดพ้นมาได้คราหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่านางจะหนีรอดไปได้ตลอด

“ไปเถิด”

นางรู้ว่ามารดาได้เตรียมชุดที่จะให้นางเข้าวังหลวงเรียบร้อยแล้ว แม้ไม่อยากสวมแต่การแต่งกายไม่เหมาะสมเข้าวังหลวง นางอาจถูกสั่งลงโทษเอาได้

ฝืนไปก็รังแต่จะเป็นการทำร้ายตัวเอง เรื่องเข้าวังหลวงนางต้องรอบคอบให้มาก ไม่ใช่เพื่อตระกูลโม่ ไม่ใช่เพื่อผู้อื่นแต่เพื่อตัวนางเอง

ก่อนงานเลี้ยงในวังหลวงสามวันอยู่ๆ ก็มีคนจากจวนตระกูลซูมาขอพบโม่อวี๋ ทั้งยังแจ้งนางว่าพี่สาวของนางอยากไปไหว้พระขอพรที่วัดให้บุตรที่กำลังจะคลอด อยากให้นางออกไปเป็นเพื่อน

“คุณหนูท่านจะไปหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ไปได้หรือ”

หากให้นางคาดเดาว่าเพราะเหตุใดพี่สาวที่ท้องแก่จึงหอบสังขารออกจากจวน เรื่องนี้คงหนีไม่พ้นซูเฉินเป็นแน่ การพบกันของนางและเขากลางถนนไม่ใช่ความลับอะไร พี่สาวมีท่าทีเช่นนี้ยังนับว่าช้าเกินไปด้วยซ้ำ

“ช่วยข้าเปลี่ยนชุดเถิด ข้าจะไปที่วัดลั่วเหมิน”

เมื่อไปถึงยังวัดลั่วเหมินโม่เหยารออยู่ก่อนแล้ว นางยิ้มให้โม่อวี๋จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปไหว้พระขอพร

คราแรกโม่อวี๋ยังคิดว่าอีกฝ่ายจะยังใจเย็นลง แต่เห็นชัดว่านางคาดผิด ทันทีที่ไหว้พระและเดินออกมาโม่เหยาก็ชวนนางเดินไปนั่งเล่นยังโต๊ะหินใต้ต้นอู่ถงหลังอาราม

สาวใช้ถูกไล่ให้ออกไปยืนห่างๆ ตอนนั้นเองที่โม่อวี๋เพิ่งสังเกตเห็นว่าสาวใช้ของพี่สาวถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด “เสี่ยวอิงเล่าเจ้าคะ”

นางถามถึงสาวใช้ต้นห้องที่เติบโตมาด้วยกันกับพี่สาว นางมีเสี่ยวชุน พี่สาวเองก็มีเสี่ยวอิง สาวใช้และนายที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่ยังเด็ก

“นางตั้งครรภ์อ่อนๆ ออกมาข้างนอกอันตรายเกินไป”

เห็นรอยยิ้มแห้งแล้งของพี่สาว โม่อวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เข้าใจ ...ซูเฉินคงรับเสี่ยวอิงเป็นสาวใช้อุ่นเตียงแล้ว เมื่อตั้งครรภ์ก็คงได้ขยับขึ้นมาเป็นอนุ

อารามร่มรื่นทำให้จิตใจรู้สึกสงบแต่ไม่ใช่กับทุกคน มองดูสีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตากลับร้อนรนของพี่สาว โม่อวี๋ไม่ได้เร่งร้อนเอ่ยปากก่อน นางเพียงนั่งมองบรรยากาศในวัดลั่วเหมินเงียบๆ

“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาเรียกนางเสียงเบา “เจ้า...ยังโกรธข้าหรือไม่” พูดจบก็ก้มลงมองครรภ์นูนป่องของตัวเอง ความรู้สึกผิดที่อีกฝ่ายแสดงออกทำให้โม่อวี๋แค่นหัวเราะออกมาเสียงเบา

“โกรธ? พี่ใหญ่ท่านคงไม่ได้กำลังอยากบอกข้าว่าท่านรู้สึกผิด? ผ่านไปสองปีมีคนตายไปคนหนึ่ง ตอนนี้ท่านเพิ่งมาถามข้าว่าข้ายังโกรธท่านอยู่หรือไม่ ท่านคงไม่ได้หวังให้ข้าอภัยให้ท่านกระมัง เพราะผู้ที่ท่านสมควรไปกราบไหว้เพื่อขออโหสิ แท้ที่จริงก็คือแม่นมจ้าว”

“ข้า...”

“ก่อนลงมือข้าเชื่อว่าท่านได้ไตร่ตรองแล้วอย่างถ้วนถี่ หลังกระทำไม่ว่าผลออกมาเช่นใด ท่านก็ต้องอยู่กับมันไปชั่วชีวิต เพียงแต่ข้าอยากถามท่านสักคำถาม เพื่อบุรุษเพียงคนเดียวถึงกับไม่คิดถึงน้องสาวที่เติบโตมาด้วยกัน ...คุ้มกันแล้วหรือ”

โม่เหยาเงยหน้าหลับตากุมมือที่ประสานกันบนหน้าตักแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันสูดหายใจลึก “ข้าได้คำตอบจากเจ้าแล้วสินะ” นางลุกขึ้นยืนช้าๆ “เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องพูดมากความ เรื่องที่เจ้าลอบพบกับท่านพี่ถูกลือออกไป...”

“ลอบพบ?” ถึงตอนนี้โม่อวี๋จึงรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของพี่สาว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (5)
goodnovel comment avatar
วารุณี จิตอาคะ
ขอคำอธิบายและโบนัสอ่านมาด้วยค่ะ
goodnovel comment avatar
วารุณี จิตอาคะ
เสียความรู้สึกค่ะ
goodnovel comment avatar
วารุณี จิตอาคะ
เสียตังค์เปล่าไปไป300แต่ไม่สามารถเปิดอ่านได้คืออะไรค่ะ
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.5 จบ

    เหยียนจวิ้นเองก็ชอบที่จะค้างคืนอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ เขาดูเป็นคนละคนในยามที่อยู่ที่จวน ราวกับว่าที่เรือนไม้ไผ่นี้เขาเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรสองคน แต่หากอยู่ที่จวนเขาก็คืออัครมหาเสนาบดีที่คนเคารพนับถือแผ่นหลังของสองสามีภรรยาในชุดสีเทาเรียบง่าย บิดาอุ้มบุตรชาย มือข้างหนึ่งจูงมือภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความสุขกลางดึกคืนนั้นโม่อวี๋นอนไม่หลับ นางค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงนอน มองบุตรชายสองคนนอนก่ายขาคนละข้างบนตัวของผู้เป็นบิดา นางอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ด้านนอกอากาศเย็นสบายหญิงสาวยืนลูบหน้าท้องนูนป่องของตน ก้มลงด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับสินะ ดังนั้นจึงอยากให้แม่ออกมาสูดอากาศ”เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ อยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตของตนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในร่างของโม่อวี๋ ชีวิตในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายซับซ้อน ชีวิตอันโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเหยียนจวิ้น ได้รู้จัก ได้อยู่เคียงข้างเขา รักเขาและได้รับความรักตอบจากเขานางเคยคิดว่าคนเรามักไม่รู้จักพอ มีสิ่งหนึ่งก็ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่ง ก็คง

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.4

    เหยียนจวิ้นกะพริบตามองฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขา “ข้าเพิ่งเคยพบพวกนางวันนี้ท่านถามข้าคงไม่ค่อยถูกต้องนัก”ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขาหน้าม้านไปเล็กน้อยทว่ายังไม่ยอมแพ้ “ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด บางทีหากจวนอัครมหาเสนาบดีมีผู้ที่คอยช่วยแบ่งเบาเรื่องดูแลจวนแทนฮูหยิน คอยปรนนิบัติรับใช้และดูแลขณะที่ฮูหยินไม่อาจทำได้ ผูกมิตรแน่นแฟ้นสองตระกูลกลมเกลียวนี่เป็นเรื่องมงคลยิ่ง ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”เหยียนจวิ้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากำลังจะกล่าวคำเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น“เรื่องมงคล? เป็นงานมงคลของผู้ใดหรือ” โม่อวี๋ที่หน้าท้องนูนป่องกำลังเดินมายังคนทั้งสี่”“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว?” เหยียนจวิ้นรีบเดินไปประคองนาง “เหนื่อยหรือไม่ ข้ามารับเจ้ากลับจวน ข้าประชุมเสร็จแล้วจะกลับจวนไปทำปลาเผ็ดให้เจ้า”“มิใช่ต้องออกไปกับแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ”“เขาจะตามไปรับข้าที่จวน ข้ายังต้องทำปลาเผ็ดเผื่อเขาหนึ่งจานเพราะเขาจะไปกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเราด้วย”เห็นสองสามีภรรยาสนทนากันราวกับไม่มีคนอื่น ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขารู้สึกอับอายยิ่งนัก นางมองบุตรสาวสองคนที่ทั้งงดงามน่ามอง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดึงดูดสายตาท

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.3

    โจวอวิ๋นเสียงยังไม่วางใจเห็นเหยียนจวิ้นเร่งร้อนออกไปก็ส่งองครักษ์สองสามคนรีบตามไปด้วย เขายังสั่งให้ขันทีเร่งไปแจ้งหมอหลวงให้ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดีซึ่งบัดนี้ก็คือจวนตระกูลเสิ่นชั่วขณะที่หมอหลวงจ้าวกำลังตรวจอาการของโม่อวี๋ที่ยังไม่ได้สติ เหยียนจวิ้นใบหน้าขาวซีดคิ้วขมวดมุ่นดูเคร่งเครียดจนแม้แต่ท่านหมอหลวงยังรู้สึกได้“ท่านอัครมหาเสนาบดียินดีด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว” หมอหลวงจ้าวเองก็แทบจะถอนหายใจเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่านางไม่ได้ล้มป่วย“ตั้ง...ครรภ์?” เหยียนจวิ้นคล้ายยังไม่อยากเชื่อ เขาปราดเข้าไปกุมมือโม่อวี๋ “แน่ใจหรือ ท่านตรวจอีกที นางไม่ได้ล้มป่วยหรือมีอาการอื่น? นางยังไม่ได้สติเลยนะ”หมอหลวงจ้าวเห็นท่าทีลนลานของอัครมหาเสนาบดีก็ยิ้มออกมา “ท่านวางใจได้ ข้าน้อยตรวจจนละเอียดแล้ว ฮูหยินตั้งครรภ์จริงๆ ข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยาและกำชับสิ่งที่ต้องระวัง คาดว่าอีกสักครู่ฮูหยินคงฟื้น”“แต่นางหลับไปนานมากเลยนะ”“อาจเพราะเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ฮูหยินเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปก็เป็นได้ จากนี้ขอเพียงระมัดระวังไม่ทำงานหนัก ไม่คิดมาก บำรุงรักษาร่างกายให้ดีก็เป็นอันใช้ได้”หมอหลวงจ้าวประสานสองมือคำนับเขา “ย

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.2

    ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขัง ฝ่ายตุลาการเต็มไปด้วยนักโทษสำคัญที่เคยเป็นขุนนางใหญ่ภายในข้ามคืนขุนนางใหญ่หลายตระกูลถูกโค่นล้ม สตรีสูงศักดิ์กรีดร้องร่ำไห้เนื่องจากรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง จากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับลง บางคนถึงขั้นใช้แพรขาวจบชีวิตในจวนของตน ไม่ยอมถูกส่งตัวเข้าคุมขังโดยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะก่นดาสาปแช่ง หรือข่มขู่อย่างไร อำนาจที่เคยมีในมือก็ไม่อาจทำให้หลุดรอดจากชะตากรรมไปได้ ทุกคนล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้นำตระกูลเลือกทั้งสิ้นเหยียนจวิ้นกลับมายังจวนตระกูลโม่ก็ได้ยินเสียงโวยวายท่ามกลางความตื่นตระหนก ยังดีที่เขากระโดดลงไปช่วยฮูหยินของตนเองขึ้นมาได้ กระทั่งพานางกลับเข้าไปในเรือนจวี๋ฮวาและเชิญท่านหมอมาดูอาการโม่อวี๋โศกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเอ้อเป่า เด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์หนึ่งเดียวในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้เหยียนจวิ้นให้คนไปตามโม่ซางเช่อกลับจวนหลังพยายามกล่อมให้โม่อวี๋นอนหลับ ด้านนอกมีเขาอยู่นางที่จิตใจไม่มั่นคงสมควรได้พักสักชั่วยามเมื่อโม่ซางเช่อกลับมาถึงจวนเขาออกจากจวนตรงไปยังคุกของฝ่ายตุลาก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.1

    ถึงอย่างนั้น...ตระกูลซูทั้งตระกูลกลายเป็นกบฏ ถูกคุมขังเพื่อรอลงอาญา งานศพของสองแม่ลูกจึงต้องจัดที่จวนตระกูลโม่แทนเงาพายุพัดผ่านพ้นเมืองหลวงต้าเยวี่ย แสงแดดหลังพายุฝนมักสดใสเสมอ เช่นกันกับการก่อกบฏซ้อนกบฏขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ฮ่องเต้เห็นด้วยกับวิธีการกวาดล้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลหลินที่หยั่งรากมานานทรงมีราชโองการให้ไต่สวนความผิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่ตระกูลหลินใส่ร้ายตระกูลเสิ่นว่าเป็นกบฏ คืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตายไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถออกมาจากเงามืดหลังหลบซ่อนมาหลายปีเหยียนจวิ้นกลับมาใช้แซ่เสิ่นของมารดา ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ยังทรงแต่งตั้งให้องค์ชายรองขึ้นเป็นรัชทายาท เหยียนจวิ้นเองก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งสองจะเป็นผู้แทนพระองค์ในการบริหารจัดการราชสำนัก เนื่องจากทรงเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกกับสิ่งที่องค์ชาย ฮองเฮา และหวงกุ้ยเฟย ทรงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมไปถึงผู้คนต้องมาล้มตายไปเป็นจำนวนมากเลือดนองชโลมบนผืนดิน ชีวิตทหารหาญสูญสิ้นจากการแก่งแย่ง ผู้ทำผิดได้รับโทษจากการกระทำ ทั้งที่ถูกประหาร ทั้งที่ถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน รวมไปถึงที่ถูกปลดล

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 14.9

    “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านใจเย็นๆ ที่นี่จวนตระกูลโม่ ไม่มีใครแย่งเสี่ยวเอ้อเป่าไปจากท่านแน่นอน” โม่อวี๋พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาคล้ายใจเย็นลงเล็กน้อย นางก้มลงมองบุตรชายในอ้อมแขน “พวกเขาไม่มีใครยอมรับเสี่ยวเอ้อเป่าของข้า พวกเขาบอกว่าแผลเป็นไม่มีทางหาย” นางสะอื้น“ไม่ เขาจะหายดี ท่านเชื่อข้า ท่านดูสิ แผลเป็นของข้ายังเริ่มจางเลย เขาเป็นเด็กวันหน้าค่อยๆ โตขึ้นแผลนั่นก็จะค่อยๆ จางลงเอง”“แต่พวกเขาก็ยังไม่ต้องการบุตรชายของข้า เขาไม่ต้องการเสี่ยวเอ้อเป่า ไม่สิ...เขาไม่ต้องการข้า ที่เขาต้องการมีเพียงเจ้า เขา...ถึงกับเปิดโปงเรื่องที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ”ที่แท้ซูเฉินก็เป็นคนทำเรื่องนี้?!“อวี๋เอ๋อร์ เขาทำลายตระกูลโม่ไม่พอยังร่วมมือกับผู้อื่นก่อกบฏ เขาคิดสังหารทุกคนที่ขวางทาง แม้แต่สามีของเจ้า” โม่เหยาหัวเราะออกมาเสียงดังกอดบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก “เพียงเพื่อให้ได้เจ้ามาครอบครอง เขาถึงกับ...ถึงกับวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหนีไม่รอด ฮ่าๆๆ”“พี่ใหญ่ท่านฟังข้า ใจเย็นลงสักนิด เขาไม่มีทางทำสำเร็จ ข้ารักเหยียนจวิ้นไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลงเอยก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.4

    “พวกนางเพิ่งถูกส่งมาเจ้าค่ะ ได้ยินท่านป้าจูบอกว่าพวกนางจะมาช่วยข้าดูแลท่าน เห็นว่าได้รับการอบรมเป็นอย่างดีมาจากจวนตระกูลหวังซึ่งเป็นจวนของเสนาบดีสำนักราชเลขา[1]”ดูเหมือนอนุคนหนึ่งของจวนตระกูลหวังจะเป็นลูกผู้น้องของมารดา อีกฝ่ายถึงกับส่งคนมาช่วยดูแลนาง...นี่หาใช่เรื่องปกติที่สมควรเกิดขึ้นยิ่งมองดู

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.3

    เบื้องล่างมีเงาของบุรุษว่ายเข้ามา ความหวังปะทุเพราะคิดว่าเป็นคนในจวนเข้ามาช่วยนาง...คิดผิด เขามาเพียงเพื่อดึงนางลงไปใต้ผิวน้ำ อาจให้มั่นใจว่านางจะจมลงไปยังใต้สระบัวแห่งนี้นึกถึงบทสนทนากับพี่สาว ท่าทางของอีกฝ่ายที่ไม่มีความลังเล น้ำเสียงราบเรียบขณะผลักนางลงมายังสระบัวหน้าหนาวซึ่งสายน้ำสามารถกลืนกิ

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.2

    ...อา นั่นสินะ หากไม่ใช่แม่นมจ้าวเอาชีวิตตัวเองแลก กล้ากระโดดลงไปในสระบัวเพื่อช่วยโม่อวี๋ ไม่แน่ว่าคงไม่เกิดการสลับวิญญาณหรือเรื่องบ้าบอเช่นนี้กระมัง“เสี่ยวชุน”“เจ้าคะคุณหนู”“ข้าไม่หิวอยากนอนไม่ต้องยกสำรับเช้าเข้ามา”“แต่...”“เจ้าออกไปเถิด”“ไม่ให้ข้าน้อยช่วยเปลี่ยนชุดก่อนหรือเจ้าคะ”“ไม่ต้อง”

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.1

    ขบวนรถม้ากลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งกำลังแล่นผ่านถนนกลางเมืองหวงซาน เมืองหลวงอันมั่งคั่งแคว้นต้าเยวี่ย หญิงสาวผู้ซึ่งนั่งโดยสารเลิกม่านรถม้าขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองความคึกคักของผู้คนซึ่งกำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็เพียงออกมาเดินเล่นชมความงดงามยามเช้าตรู่‘โม่อวี๋’ บุตรสาวคนรองของเจ้ากรมโยธา ขุนนางขั้นสองซึ่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status