ANMELDENในค่ำคืนนี้แสงจันทร์ส่องสว่างสวยงามบนท้องฟ้า หมู่ดาวระยิบระยับเปล่งประกายยามราตรี หญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งรับลมอย่างสุดแสนเย็นสบายพร้อมมองดูแสงจันทร์และหมู่ดาวบนท้องฟ้าอย่างมีความสุข ณ สถานที่แห่งหนึ่งเหมือนดั่งโลกนวนิยาย ซึ่งมีสัตว์ในตำนานมากมายที่อาศัยอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ แต่แล้วความสุขเหล่านั้นต้องมลายหายไป เพราะมีชายรูปงามคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้น มีดวงตาสีแดงเปล่งประกายวาววับ ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้ม ผิวกายสีน้ำผึ้ง มีรูปร่างสง่างามมาก ไม่สวมเสื้อ มีเพียงสร้อยสังวาลย์สีทองสว่างงามตา ส่วนกางเกงนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร กำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอยู่ ไม่นานร่างของชายหนุ่มผู้นั้นก็กลับกลายเป็นงูขนาดใหญ่สีดำประกายวาว ดวงตาสีแดง หญิงสาวสะดุ้งตกใจกลัว จึงรีบวิ่งหนีงูตัวนั้น ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะรีบวิ่งหนีสุดกำลังแค่ไหนก็มิอาจวิ่งหนีงูตัวนั้นไปได้ ในที่สุดงูสีดำประกายวาวตัวนั้นค่อยๆเลื้อยเข้ามาหาหญิงสาว โดยที่หญิงสาวไม่มีทางหนีไปทางไหนได้เลย
“กรี๊ดดดดด” ศศินิภาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจกลัว กลัวที่สุดในชีวิต ความกลัวนี้ยากเกินคำบรรยายใดๆ ทุกคนภายในรถพลอยตกใจเช่นกัน สิรินดารีบเอ่ยถามศศินิภาว่าเป็นอะไร หล่อนตอบกลับมาเบาๆสั้นๆว่า “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร แค่ฝันร้ายนิดหน่อย”
ตลอดระยะเวลาในการเดินทางกลับบ้านนั้น ศศินิภานั่งคิดถึงความฝันนั้นเพียงคนเดียวและรู้สึกกลัวจนขนลุกจวบจนเดินทางมาถึงบ้านของตนเอง
“นิภาขอบคุณมากๆนะคะคุณนินท์” ศศินิภากล่าวขอบคุณชนินทรจากใจจริง
“ครับผม ไม่เป็นอะไรครับ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นิภา” ชนินทรกล่าวตอบศศินิภาจากใจจริง
“สวัสดีค่ะคุณนิภา” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมยกมือไหว้ศศินิภาอย่างนอบน้อม แต่อัณณ์ณิชานั้น ยกมือไหว้ตามมารยาทของผู้มีอายุน้อยกว่าที่ต้องไหว้ผู้มีอายุมากกว่าเพียงเท่านั้น
หลังจากศศินิภากล่าวคำร่ำลากับทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวเดินเข้าบ้านของตัวเองทันที โดยไม่รู้ว่ามีใครบางคนกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนร่างนั้นค่อยๆเลือนลางหายไปอย่างช้าๆ แล้วงูสีดำประกายวาวก็ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีใครมองเห็นสักคน
“ที่รักอยากไปไหนต่อก่อนกลับบ้านไหมครับ” ชนินทรกล่าวกับหญิงคนรัก
“อัณณ์ว่ายังไง อยากไปไหนต่อก่อนกลับบ้านไหม” สิรินดาหันหลังไปถามอัณณ์ณิชาที่กำลังงัวเงียอยู่เบาะหลังรถ
“ตามใจดาเลยจ้ะ” อัณณ์ณิชากล่าวตอบ
“กินเก่ง นอนเก่งจริงๆนะสาวน้อยอัณณ์ณิชา” ชนินทรอดหมั่นไส้เพื่อนรักของแฟนสาวตัวเองไม่ได้ แล้วชนินทรกล่าวต่อว่า
“งั้นไปส่งอัณณ์กลับบ้านแล้วเราไปเที่ยวกันต่อนะที่รัก” ชนินทรกล่าวบอกสิรินดา
“ดีค่ะพี่นินท์ พาอัณณ์กลับบ้านไปนอนดีกว่าค่ะ แล้วพี่นินท์ไปเที่ยวกันต่อกับดา” อัณณ์ณิชาได้กล่าวตอบแทนสิรินดาแล้วนอนต่อ
“เอาตามนั้นเลยค่ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มีความสุขจากใจจริง
“อัณณ์ อัณณ์ตื่นได้แล้ว ถึงบ้านแล้ว” สิรินดาปลุกอัณณ์ณิชาให้ตื่นนอน หล่อนค่อยๆเปิดประตูรถลง แล้วเดินเข้าไปภายในบ้านพักของตน
หลังจากนั้นชนินทรได้พาสิรินดาไปเที่ยวกันตามประสาคู่รักกันอย่างมีความสุข จะไม่ให้ชายหนุ่มมีความสุขได้อย่างไรกันเล่า เพราะว่าเขาได้ดูดดื่มน้ำหวานจากเธออย่างเอร็ดอร่อยสุดๆ แถมยังได้นัวเนียบนอกรูปสวยที่ตั้งเด่นสง่าเต็มสองมือก่อนจะมาส่งสิรินดาที่บ้านของอัณณ์ณิชา เพราะค่ำคืนนี้สิรินดายังคงพักกับอัณณ์ณิชาเหมือนเดิม ก่อนที่สิรินดาจะลงจากรถ ชนินทรใช้นิ้วมือของตัวเองไปนัวเนียสัมผัสกลีบกุหลาบของหญิงสาว ก่อนจะหอมแก้มและริมฝีปากหล่อนอย่างดุเดือดและเร่าร้อน แต่ทำให้ทั้งคู่รู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นมาสุดๆกว่าเดิม
“วันนี้พี่มีความสุขที่สุดเลยที่รัก” ชนินทรกล่าวบอกคนรักอย่างมีความสุข
“ดาก็มีความสุขเหมือนกันคะ มีความสุขมากๆด้วยคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะที่รัก” สิรินดากล่าวบอกชายคนรักของตนอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวสุดๆ
“คืนนี้หลับฝันดีนะครับที่รัก” ชนินทรกล่าวบอกหญิงสาวผู้อันเป็นที่รักยิ่งของตัวเอง
“คืนนี้หลับฝันดีนะคะที่รัก” สิรินดากล่าวออกมาอย่างอายๆ
“ชื่นใจจังเลยครับที่รัก” ชนินทรกล่าวตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด
สิรินดาส่งยิ้มหวานให้ชนินทรก่อนเดินเข้าบ้านจนลับตา ชนินทรก็ออกเดินทางกลับไปยังบ้านของตัวเองอย่างโครตมีความสุข มีความสุขกับฉากรักที่มอบให้แฟนสาวจากหัวใจ
“ยิ้มหวานเชียวน่ะดา” สิรินดาตกใจกับเสียงทักทายจึงหมุนตัวไปยังต้นเสียงนั้น พอสิรินดาเห็นหน้าผู้พูดก็รีบวิ่งเข้าไปกอดทันที
“อัณณ์” ผู้พูดนั้นจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากอัณณ์ณิชาเพื่อนรักของสิรินดา
“ไปอาบน้ำเข้านอนได้แล้ว ดึกแล้ว” อัณณ์ณิชากล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“จ้ะอัณณ์ คืนนี้หลับฝันดีนะจ๊ะ” สิรินดากล่าวตอบอัณณ์ณิชาอย่างมีความสุข เพราะว่าวันนี้สิรินดามีความสุขมากจริงๆ ความสุขที่ยากเกินคำอธิบาย
รุ่งเช้าของวันใหม่ หลังจากทุกคนภายในบ้านของอัณณ์ณิชารับประทานอาหารเช้าเสร็จเป็นที่เรียบร้อยก็ไปทำงาน ส่วนสิรินดากับอัณณ์ณิชาก็ไปทำบุญด้วยกันที่วัดแห่งหนึ่งและบังเอิญเจอกับศศินิภา สองสาวไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอศศินิภาที่นี่
“สวัสดีค่ะคุณนิภา” สิรินดากล่าวทักทายศศินิภาพร้อมยกมือไหว้ ส่วนอัณณ์ณิชานั้นยกมือไหว้ศศินิภาโดยไม่มีคำกล่าวใดๆ ทั้งสิ้น
“สวัสดีคะ” ศศินิภากล่าวทักทายตอบพร้อมยกมือรับไหว้สิรินดากับอัณณ์ณิชา
“คุณนิภามาทำบุญใช่ไหมค่ะ” สิรินดากล่าวถามศศินิภา
“ใช่จ้ะน้องดา แล้วน้องดากับน้องอัณณ์ก็มาทำบุญเหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ” ศศินิภากล่าวตอบพร้อมกล่าวถามขึ้น
“ใช่ค่ะคุณนิภา งั้นเราเข้าไปทำบุญพร้อมกันเลยนะคะ” สิรินดากล่าวตอบพร้อมชวนศศินิภาเข้าไปทำบุญพร้อมกัน
หลังจากทุกคนทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เหลือเพียงพญานาคราชที่ตามทุกคนมาร่วมบุญครั้งนี้ที่ยังคงนั่งกันอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
ค่ำคืนวันหนึ่งมีหญิงสาวนามว่า ฉัตรนลินทร์นาคี ได้นำพาดวงจิตของอัณณ์ณิชาหรืออัญรินทร์มณีนาคีมายังถ้ำน้ำมรกต ซึ่งมีหาดทรายแก้วสวยงาม บรรยากาศโดยรอบมีสายน้ำที่ไหลเป็นทางยาวและโค้งบ้างตามจังหวะ มีดอกไม้สวยงามส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ณ ดินแดนแห่งนี้ โดยทั้งคู่เดินชมสถานที่แห่งนี้ด้วยกันอย่างมีความสุข ฉัตรนลินทร์นาคีใช้ช่วงเวลานี้ เพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับพญาคิรินทรนาคราชให้อัณณ์ณิชาหรืออัญรินทร์มณีนาคีฟังทั้งหมดจากใจจริงของหญิงสาว ฉับพลัน…พญาคิรินทรนาคราชกับพญาวีรัชภุชงค์นาคราช ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหญิงสาวทั้งคู่ด้วยความอิ่มเอมใจที่ได้พบเจอกับอัญรินทร์มณีนาคีอีกครั้ง ที่สำคัญ…การพบกันครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะเป็นการเจอกันเพื่ออธิบายในสิ่งที่ทำให้อัญรินทร์นาคีต้องหนีไปเกิดใหม่ และเข้าใจพญาคิรินทรนาคราชแบบผิดๆ “สิ่งที่นางกล่าวมาคือความจริงทั้งหมด” พญาวีรัชภุชงค์นาคราชกล่าวขึ้น “ฉันเคยเจอคุณในความฝันฉัน” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้นเมื่อได้เห็นพญาคิรินทรนาคราช ชายหนุ่มพยักหน้าให้หญิงสาวก่อนจะตอบว่า “ใช่” “แต่ตอนนี้เราอยู่คนละภพ ฉันเป็นมนุษย์ ส
ในที่สุด…วันมงคลสมรสก็มาถึง งานแต่งงานของธนาคิมกับพิณนาราถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชั้นนำภายในกรุงเทพอย่างอบอุ่นเพราะว่าคนินญายอมรับพิณนาราเป็นลูกสะใภ้ของตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะว่าไป…คนที่ทำให้คนินญายอมรับพิณนาราด้วยหัวใจจริง คือ ศิวัช ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศิวัชกับธนาคิมร่วมมือกัน เพื่อทำให้คนินญามองเห็นสิ่งดีดีมากมายในตัวของพิณนารา สุดท้าย…คนินญาก็ยอมรับพิณนาราเป็นลูกสะไภ้ และเริ่มรักพิณนาราเหมือนลูกสาวของตนคนหนึ่ง เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดีก็ทำให้ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งงานของธนาคิมกับพิณนารามีความสุขกันถ้วนหน้า นอกกระจกของตึกสูงคือทัศนียภาพกว้างไกลสุดสายตา แม้ว่าแม่น้ำเจ้าพระยาจะอยู่ห่างออกไปไกลลิบผสมผสานกับอาคารบ้านเรือนและจุดเขียวๆ ของต้นไม้ประปราย “คุณศิวัช คุณศิวัชค่ะ” ฉัตรพลอยเรียกศิวัชเบาๆ “ครับ มีอะไรหรอครับ…ฉัตรพลอย” “คุณเป็นอะไรรึป่าวคะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกพลอยได้นะคะ พลอยพร้อมรับฟังค่ะ” “ผมฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาคล้ายกับคุณอัณณ์ณิชาเพื่อนของคุณสิรินดาครับ” “คุณชอบเธอรึป่าวค่ะ” “ผมคิดกับเธอเพียงแค่พ
“ได้สิ เดี๋ยวพี่โทรไปหาคุณพ่อก่อนนะและพี่จะบอกท่านด้วยว่าคืนนี้คิมจะพักกับพี่” “ครับผม” ธนาคิมกล่าวตอบศิวัชพร้อมทำหน้าทะเล้นใส่เล็กน้อย ศิวัชคุยกับชาญชวินทางโทรศัพท์มือถือเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ด้านนอกระเบียงของห้องนอน เมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วก็เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนและพบว่าธนาคิมนอนหลับสนิทอยู่บนที่นอนเรียบร้อยแล้ว ศิวัชจึงไปอาบน้ำแล้วเข้านอน ภายในห้องนั่งเล่นของคอนโดมีสีโมโนโทน กลางห้องมีโต๊ะหรูกับโซฟาที่ดูเข้ากันด้วยดี โดยฝั่งตรงข้ามเป็นโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ “มอร์นิ่งครับพี่ศิวัช” ธนาคิมเดินเข้ามาทักทายพี่ชายของตน “รับกาแฟสักแก้วมั้ย?” ศิวัชเอ่ยถามธนาคิมที่กำลังเดินเข้ามาหา “ก็ดีเหมือนกันครับพี่ศิวัช” “เดี๋ยวพี่ไปชงกาแฟมาให้” “ขอบคุณมากครับ” “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้างครับ คุยกับคุณพ่อ” ธนาคิมเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นพี่ชายของตนเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหา “คุณพ่ออยากให้เราสองคนไปช่วยงานที่บริษัทของท่าน” “แล้วพี่ศิวัชคิดว่ายังไงบ้างครับ” ธนาคิมเอ่ยถามขึ้น “พี่ว่าคุณอาญาคงไม่ยอมใ
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา







