เข้าสู่ระบบในช่วงหลายวันหลังจากนั้น จี้หานอีก็พักผ่อนเพื่อบำรุงครรภ์อย่างสงบใจ เรื่องจิปาถะทั้งหลายล้วนจัดการอยู่ภายในห้องแม่นมฟางเป็นคนมีความสามารถยิ่ง เรื่องที่จี้หานอีสั่งการลงไป นางล้วนจัดการได้เรียบร้อยดี บางครั้งนางชุยก็แวะมาที่ห้องของจี้หานอีเพื่อสอบถามเรื่องในครัวนางไป๋เองก็ไม่เข้ามาก้าวก่ายจริง ๆ มอบให้นางชุยจัดการทั้งหมด และทุกครั้งที่นางชุยมาสอบถาม จี้หานอีก็คอยสอนงานให้ด้วยความตั้งใจนางชุยมองจี้หานอีอย่างนับถือยิ่งก่อนกล่าวว่า “ในอดีตท่านอาสะใภ้ห้าไม่เคยดูแลจวนมาก่อน แต่กลับจัดการได้ดีถึงเพียงนี้ เทียบกับท่านแล้ว ข้าย่อมละอายใจนักเจ้าค่ะ”จี้หานอีตอบกลับไป “ความจริงเจ้าก็ทำได้ดีเช่นกัน เพียงแต่ข้าเป็นคนวางกฎระเบียบในครัว หลายอย่างเจ้ายังไม่เข้าใจ จึงรู้สึกว่าไม่คุ้นมือ ทำให้ตัดสินใจไม่ถูกในหลายเรื่อง”“หากเจ้าเป็นผู้ดูแลครัวมาตั้งแต่แรก เจ้าก็ต้องทำได้ดีแน่นอน”นางชุยมองจี้หานอีด้วยความซาบซึ้ง เวลาอยู่ต่อหน้านางไป๋ ขอเพียงมีเรื่องใดทำได้ไม่ดี แม่สามีก็จะดุด่านางอย่างไม่ไว้หน้า เห็นว่าเป็นเพราะนางไม่ได้เรื่องแต่ท่านอาสะใภ้ห้ากลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้เพิ่งเข้ามาดูแลได้ไม่กี่วัน
ความจริงนางปรารถนาให้จวนหย่งชิงโหวถูกตัดสินโทษยิ่งกว่าผู้ใดปรารถนาให้เฉิงฉงตกตายยิ่งกว่าผู้ใดที่นางแสร้งคล้อยตามไทเฮา คอยถ่วงเวลาด้วยการกราบทูลว่ากำลังหาหนทาง ก็เพราะอยากให้ไทเฮาฝากความหวังทั้งหมดไว้กับนาง ด้วยเกรงว่าไทเฮาจะข้ามนางไปหาวิธีอื่นเล่นงานสกุลเสิ่น ทำให้คดีของจวนหย่งชิงโหวยืดเยื้อออกไปบัดนี้นางจึงโล่งใจ เฉิงฉงทำลายชีวิตนาง และในที่สุด นางก็ได้แก้แค้นแล้วต่อให้ไทเฮาข่มขู่นางอีก ไม่ว่าอย่างไรนางก็แก้แค้นสำเร็จแล้วยามนั้นสายลมระลอกหนึ่งพัดผ่านมา กลีบดอกท้อร่วงโรย ซุนเป่าฉยงยื่นมือรับไว้ดอกหนึ่ง ขอบตาพลันแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อยนางไม่ได้หันกลับไป ไม่ได้มองเสิ่นหยวนฮั่นสักครั้ง นางเข้าใจเรื่องราวกระจ่างเสมอมา การเอาอกเอาใจที่ผ่านมา ก็เป็นเพียงสิ่งที่นางแสดงให้คนของไทเฮาซึ่งอยู่ข้างกายเห็นเท่านั้นยามนี้ นางไม่รู้ว่าตนยังจะเป็นตัวของตัวเองอีกหรือไม่สิ่งที่นางปรารถนาก็เพียงชีวิตสมรสอันผาสุก อยากอยู่กับสามีอย่างรักใคร่ให้เกียรติกัน ไม่เคยคิดอยากเป็นหมากของผู้ใดเสิ่นหยวนฮั่นเห็นซุนเป่าฉยงยืนนิ่งอยู่นาน สุดท้ายก็อดเดินเข้าไปหาไม่ได้พอเดินมาถึงข้างกาย เสิ่นหยวนฮั่นก็ขมวด
ฮูหยินเว่ยผู้เป็นฮูหยินใหญ่แห่งสกุลฉินพานางซูกับฉินฝูอวี้มาเยี่ยมพร้อมกันยามนี้อาการบาดเจ็บที่ขาของฉินฝูอวี้หายดีแล้ว นางจึงกระโดดโลดเต้นเข้ามาข้างกายจี้หานอี เอาแต่จ้องมองท้องของท่านอาหญิงขณะถาม “เมื่อใดจะคลอดออกมาให้ข้าเล่นด้วยเสียทีเจ้าคะ?”ฮูหยินเว่ยตีมือฉินฝูอวี้ที่ยื่นไปแตะท้องจี้หานอีด้วยความขุ่นเคือง “พูดเหลวไหลอันใดของเจ้า”ฉินฝูอวี้ถูกตีหลังมือไปหนึ่งที ก็รู้สึกน้อยใจนักจี้หานอียิ้มพลางดึงนางมานั่งข้างกาย ก่อนกล่าว “นับดูแล้วก็คงราวปลายปีนี้กระมัง”ฉินฝูอวี้จึงกล่าวด้วยความเป็นกังวล “ตอนนั้นพี่สะใภ้ใหญ่ใช้เวลาคลอดตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืน ทำเอาข้าตกใจแทบแย่ แล้วท่านอาหญิงจี้จะต้องใช้เวลานานถึงเพียงนั้นด้วยหรือไม่?”ฮูหยินเว่ยแทบอยากจะตีปากฉินฝูอวี้เสียเหลือเกิน “เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใดอีก”ฉินฝูอวี้ตกใจกับท่าทีของมารดา รีบหลบไปอยู่ด้านหลังจี้หานอีทันทีฮูหยินเว่ยรีบหันไปกล่าวกับจี้หานอีว่า “สตรีล้วนต้องผ่านเรื่องเช่นนี้ เจ้าอย่ากลัวไปเลย มีบางคนก็คลอดเร็วเช่นกัน”ความจริงจี้หานอีก็หวาดกลัวอยู่ในใจ แต่นางย่อมไม่อาจหลีกหนีจึงยิ้มพลางพยักหน้ารับคำหลายวันให้หลัง คดีของจวน
ภายในห้องกลับสู่ความสงบ เสิ่นซื่อรับถ้วยจากมือจี้หานอีไปวางไว้ด้านข้าง ก่อนถามนางว่า “กินยาแล้วหรือ?”จี้หานอีพยักหน้า กล่าวว่า “แต่ก็ไม่ได้ผลเจ้าค่ะ”เสิ่นซื่อปวดใจนัก เพิ่งรู้ว่าสตรีตั้งครรภ์ต้องทรมานถึงเพียงนี้เขาโน้มตัวลงโอบจี้หานอีเข้าสู่อ้อมกอด ลูบแผ่นหลังนางเบา ๆ ทำได้เพียงปลอบประโลมว่า “อีกสักพักก็จะดีขึ้น อีกไม่นานก็จะดีขึ้นแล้ว”จี้หานอีพยักหน้าแผ่วเบา ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดเสิ่นซื่อพร้อมกระซิบ “ความจริงท่านแม่ก็พูดไม่ผิดเจ้าค่ะ หากปล่อยให้ท้องว่าง ข้าจะยิ่งทรมาน ฝืนกินสักหน่อยกลับพอรู้สึกดีขึ้นบ้าง”“ท่านแม่กับพวกพี่สะใภ้ล้วนหวังดีต่อข้าทั้งสิ้น”เสิ่นซื่อกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น แม้เพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน แต่เขากลับรู้สึกว่านางผ่ายผอมลงแล้ว จึงกล่าว “คนของข้าผู้หนึ่งนำผักกาดกับแตงกวาดองมาให้หนึ่งไห ได้ยินว่าแต่ก่อนภรรยาของเขากินได้เพียงสิ่งนี้ เจ้าจะลองชิมดูหรือไม่?”แม้จี้หานอีจะกินอะไรไม่ลง แต่ความจริงหิวจนท้องกิ่วแล้ว พอได้ยินเช่นนั้นก็รีบพยักหน้าบอกว่าอยากกินทันทีเสิ่นซื่อยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาเองก็ได้ยินเสียงท้องจี้หานอีร้องโครกคราก จึงสั่งให้แม่นมฟางตักใส่จานเล็
วันนี้เสิ่นซื่อเป็นห่วงจี้หานอีอยู่ตลอดเวลา จึงสั่งให้คนนำงานราชการไปไว้ที่ห้องหนังสือ แล้วรีบกลับมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนนางสักครู่ ครั้นก้าวเข้ามาเห็นผู้คนมากมาย สีหน้าของเขาก็เย็นเยียบลงทันทีต้องเดินเข้าไปอีกสองก้าว จึงพอมองเห็นใบหน้าของจี้หานอีขึ้นมาบ้างคนที่เดิมทีเคยงดงาม ยามนี้หว่างคิ้วและแววตากลับแฝงความอ่อนระโหยอย่างจนใจ ในมือประคองถ้วยโจ๊กไว้ ขณะถูกคนรอบข้างคะยั้นคะยอให้รับประทาน ใบหน้าขาวผ่องซีดเซียวยิ่ง นางเอนกายพิงหมอนนุ่มใบใหญ่สีฟ้าทางด้านหลัง ค่อย ๆ ฝืนกินลงไปคำหนึ่งเสิ่นซื่อมองออกว่าจี้หานอีกินด้วยความยากลำบาก เขารับถ้วยชาจากมือสาวใช้มาอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนคลายมือออก เสียงถ้วยแตกเพล้งดังขึ้น เสียงเกลี้ยกล่อมที่ดังอยู่เมื่อครู่พลันเงียบงัน ทุกคนหันกลับไปมอง จึงเห็นเสิ่นซื่อยืนอยู่ด้านหลังใบหน้าเสิ่นซื่อเรียบเฉยดูไม่ออกว่าอารมณ์ดีหรือร้าย ทั้งเขายังเป็นคนเย็นชามาแต่ไหนแต่ไร พี่สะใภ้ทั้งสองเห็นแล้วก็ใจฝ่อ ความจริงพวกนางล้วนหวังดีต่อจี้หานอี รวมถึงเป็นห่วงซื่อจื่อน้อยในครรภ์นักเสิ่นซื่อไม่พูดคำใด เดินตรงไปข้างเตียง คนที่นั่งอยู่บนขอบเตียงพลันรีบลุกขึ้นหลีกทางให้ทันที
เสิ่นฉางหลิงคิดไม่ถึงว่า หลี่ซู่อวี้ที่แต่ก่อนดูเรียบร้อยอ่อนโยนกลับเป็นสตรีร้ายกาจ เขาชี้นิ้วใส่นาง แต่สุดท้ายก็ข่มใจไว้ไม่ได้กล่าววาจารุนแรงออกมารวมถึงไม่ได้ตะโกนโวยวายให้คนทั้งเรือนแตกตื่น จนหลี่ซู่อวี้ต้องอับอายอีกแต่ที่สำคัญคือในใจเขารู้สึกผิด ต่อให้หลี่ซู่อวี้จะตบตีจะดุด่าเขาสักนิดก็ไม่เป็นไรเมื่อเห็นนิสัยใจคอของเสิ่นฉางหลิงเป็นเช่นนี้ หลี่ซู่อวี้กลับคิดตก จึงพูดกับเขาดี ๆ ว่า “พรุ่งนี้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมเป็นเพื่อนข้าแต่โดยดี เวลาอยู่ต่อหน้าท่านพ่อข้าก็ช่วยเอาใจใส่ข้าสักหน่อย อย่างน้อยทำตัวเป็นลูกเขยที่ดีสักครั้ง ท่านรับปากได้หรือไม่?”เสิ่นฉางหลิงรู้ว่าเรื่องนี้แม้ไม่เต็มใจก็หลีกหนีไม่ได้ ถึงอย่างไรหลี่ซู่อวี้ก็เป็นสตรี หากต้องเสียหน้าเช่นนั้น ย่อมทำให้นางน้อยเนื้อต่ำใจ เขาจึงพยักหน้าหลี่ซู่อวี้ค่อยวางใจ ขณะกล่าวต่อ “แผลบนตัวท่านต้องทายา ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้จะเดินกะเผลกไปหรือ? ตกลงท่านจะให้ข้าทาให้หรือให้สาวใช้ทำ?”เสิ่นฉางหลิงตอบโดยไม่ต้องคิด “ให้สาวใช้ทำก็พอ”แล้วเสริมอีกประโยค “ข้าจะไปอยู่ห้องด้านข้าง”ความจริงหลี่ซู่อวี้โมโหจนน้ำตาแทบร่วง อยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ แต







