แชร์

มาเยอะกว่าที่คิด

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 10:24:23

“ฮวาเอ๋อร์เสร็จจากงานเลี้ยงในวัง ข้าจะไปสู่ขอเจ้ากับท่านอาทั้งสอง แล้วแต่งเข้าจวนแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีสตรีอื่นอีกไปตลอดชีวิต ข้ารักเจ้าฮวาเอ๋อร์ ข้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน”สวีเยี่ยนหลงเอ่ยคำว่ารักออกมา เพื่อยืนยันว่าการกระทำของเขา ผ่านการคิดและไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี

“ข้าก็รู้สึกดีกับท่านเป็นคนแรกเช่นกันเจ้าค่ะ”

“แค่รู้สึกดีหรือ”

ขณะที่ถามนิ้วกร้านก็เริ่มสะกิดส่วนปลาย ซึ่งกำลังชูชันอยู่ภายใต้อาภรณ์ตัวบาง เพราะคนในอ้อมกอดพึ่งอาบน้ำเสร็จ จึงไม่มีเสื้อตัวจิ๋วบังทรวงเอาไว้

“อ๊ะ!..ก็ อืม..ชอบเจ้าค่ะ ข้าชอบท่านอาจารย์ ส่วนรักหรือไม่ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ข้าหวงท่านและอยากอยู่ใกล้ ๆ ไม่ชอบให้สตรีอื่นจ้องมองท่าน และไม่ชอบให้ท่านพูดคุยกับสตรีอื่น”คำกล่าวซื่อตรงทำให้คนฟังยิ้มกว้างด้วยความพอใจ

ปลายนิ้วก็เร่งสะกิดตุ่มไตระรัวเร็ว อุ้งมือใหญ่ก็ทำหน้าที่เคล้นคลึงอย่างหนักมือ เพื่อเป็นรางวัลให้กับคำตอบที่ถูกใจ

แผ่นหลังบอบบางแอ่นขึ้น เพื่อรับสัมผัสบางอย่างที่กำลังแล่นริ้วไปทั่วร่าง หยางเฟยฮวาชื่นชอบความรู้สึกเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งเป็นบุรุษที่พึงใจทำให้ ยิ่งชื่นชอบมากกว่าเดิม

“แล้วรังเกียจสัมผัสของข้าหรือไม่”ถึงแม้จะรู้ว่านางไม่รังเกียจแต่เขาก็อยากได้ยินชัด ๆ กับหูตัวเอง

“หากรังเกียจจะให้สัมผัสเช่นนี้หรือเจ้าคะ มือขยำไม่ปล่อยยังกล้าถามกัน คนเจ้าเล่ห์”

“หึ หึ นอนพักเสียเถิดข้าอยู่ตรงนี้ อยากได้สิ่งใดก็บอก อยากทำมากกว่านี้ก็บอก”

ประโยคหลังเขากระซิบข้างใบหู พร้อมกับพรมจูบซุกไซ้ไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น นางบอกให้เว้นไว้สักสามจุด แสดงว่าจุดอื่นก็ใช้ริมฝีปากได้!

ค่ำคืนนี้สวีเยี่ยนหลงก็นอนหลับไปพร้อม ๆ กับมือที่ไม่ยอมปล่อยส่วนโปรดปรานให้เป็นอิสระ เขากอบกุมเคล้นคลึงทั้ง ๆ ที่ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หลับสนิทแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อย

เช้าตรู่มาเยือน หยางเฟยฮวารีบจัดการตัวเองสวมใส่อาภรณ์ที่รัดกุม แล้วไปตรวจดูอาการของพี่ชายทั้งสอง ว่าพร้อมเดินทางไกลหรือไม่ ทางด้านบุรุษที่นอนร่วมเตียงกันทั้งคืน ก็ออกจากห้องไปตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปจัดการตามแผนลวงที่ตกลงกันไว้ ‘แผนล่อเสือออกจากถ้ำ’

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ พี่รอง พี่สาม พร้อมออกเดินทางกันหรือไม่ หากไม่ไหวข้าจะได้ประเมินอาการอีกที”

“พร้อม! พวกข้ารู้สึกเจ็บแผลอยู่บ้าง แต่ถือว่ายังไหว”พี่สามเป็นคนตอบคำถามน้องสาว

“ไม่ต้องลุกเดินเองนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าให้ทหารมาช่วยเคลื่อนย้ายพวกท่านไปนอนต่อที่รถม้า ประเดี๋ยวแผลจะกระทบกระเทือนจนฉีกขาดได้ หลังมื้ออาหารเช้าข้าจะให้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ และยาผ่อนคลายร่างกาย คนป่วยจะได้นอนหลับพักผ่อนมาก ๆ หน่อย ตื่นขึ้นมาก็ถึงที่พักแรมจุดแรกพอดี”

เฟยฮวาต้องการให้คนป่วยหลับพักผ่อนไปตลอดทาง เพราะหากเกิดเรื่องร้ายขึ้นมาจริง ๆ พี่แฝดจะได้ไม่ลุกพรวดพราดออกไปร่วมต่อสู้ให้แผลฉีกขาด และไม่ต้องมาคอยตอบคำถามในทุก ๆ เรื่อง พี่ชายทั้งสองคนไม่ใช่พวกเข้าใจง่ายแบบท่านแม่ทัพใหญ่ ให้รู้เพียงบางเรื่องย่อมดีกว่า

“อืม ฮวาเอ๋อร์ เอาสำรับอาหารเช้าเข้ามาเถิด พวกข้าจะได้รีบกินยา จะได้หายป่วยไว ๆ ”พี่รองผู้ใจร้อนอยากหายป่วย เรียกหาอาหารและยาทันทีที่ลืมตาตื่น

ครึ่งชั่วยามต่อมา กลุ่มผู้เดินทางกลับเมืองหลวงก็เริ่มเคลื่อนขบวน รถม้าที่ใช้ในการเดินทางมีสองคันเท่านั้น คันแรกให้ผู้ป่วยทั้งสองคนนอนพักผ่อน มีผู้คุ้มกันฝีมือดีนั่งอยู่ข้างคนขับรถม้า และแน่นอนว่าคนป่วยหลับสนิทตั้งแต่กินยาหลังอาหาร

ส่วนคันที่สองมีหยางเฟยฮวา และแม่ทัพสวีเยี่ยนหลงนั่งมาด้วยกัน แม่ทัพใหญ่แอบตามมาขึ้นรถม้าหลังจากรถม้าเคลื่อนที่ผ่านกำแพงค่ายทหารมาแล้ว เพราะการมาของเขาเป็นความลับ มีเพียงผู้คุ้มกันที่รู้และผู้คุ้มกันทั้งห้าสิบคนเขาก็เป็นผู้คัดเลือกด้วยตนเอง

คณะเดินทางทั้งห้าสิบกว่าคน เคลื่อนที่ผ่านเส้นทางในเมืองเฉิงตูไปอย่างเรียบง่ายไร้อุปสรรค ไม่มีแม้แต่เงาของผู้ผ่านทางคนอื่น ๆ ในช่วงขณะกำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ป่ารอยต่อของเมืองเฉิงตูกับเมืองเล่อคง หยางเฟยฮวาก็สะกิดแขนคนข้างกาย เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง

“มาเยอะกว่าที่คิดเจ้าค่ะ”

“เท่าไหร่”

“ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน”

“ห๊ะ! พวกมันตั้งใจฆ่าให้ตายทุกคนเลยหรืออย่างไร จึงมาเยอะถึงเพียงนี้”

แม่ทัพใหญ่ถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ แล้วเริ่มประเมินฝีมือของผู้คุ้มกันทั้งห้าสิบคนที่ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งประเมินได้ว่าตึงมืออยู่ไม่น้อย

“ข้าจะลงไปหาพี่แฝด ท่านหลบไปซุ่มสังเกตการณ์ว่าพวกมันมากันหมดหรือยัง ระวังตัวดี ๆ นะเจ้าคะ ข้าไม่อยากให้พวกเราบาดเจ็บหรือล้มตาย”

“ฮวาเอ๋อร์ระวังตัวด้วย ข้าจะให้ผู้คุ้มกันอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”

“จุ๊บ! ข้ารักท่านดูแลตัวเองดี ๆ ”ริมฝีปากอวบอิ่มทาบทับลงแก้มสาก เพื่อให้กำลังใจคนตัวโต ที่ยามนี้มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย

สวีเยี่ยนหลงหลบไปตามแผนที่วางไว้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่บุรุษชุดดำหลายคน เริ่มเคลื่อนที่ออกมาจากป่ารอยต่อ คนพวกนั้นตรงเข้าล้อมรอบคณะผู้เดินทางไว้อย่างแน่นหนา หนึ่งในนั้นมีสตรีสวมใส่อาภรณ์สีแดง ซึ่งเป็นผู้ที่มีวรยุทธ์ขั้นกลางร่วมด้วย

“หยางเฟยฮวาหลบหดหัวในรถม้าอยู่ทำไม ออกมาเดี๋ยวนี้ พาพี่ชายฝาแฝดของเจ้าออกมาด้วย”

สตรีที่ตั้งใจมาจัดการคนตระกูลหยาง ส่งเสียงตะโกนให้คนในรถม้าได้ยิน นางเกลียดหยางเฟยฮวาไม่ต่างจากน้องสาว เพราะอิจฉาที่สตรีอัปลักษณ์ ได้แต่งงานกับกวงไป่หลงรองแม่ทัพผู้เพียบพร้อม ส่วนตัวเองต้องทำหน้าที่สนมลับแทนน้องสาว เพราะอ๋องห้าไม่อยากได้หลันลี่จินผู้แปดเปื้อนคาวโลกีย์

“หลันเจียวซิน มาตะโกนเรียกข้าเสียงดังทำไม ไร้มารยาทสิ้นดี ส่วนพี่ชายข้าพวกเขาหลับอยู่ ไม่สะดวกต้อนรับแขกหรอก”

น้ำเสียงราบเรียบตอบกลับ พร้อมกับร่างอวบอิ่มที่ค่อย ๆ ก้าวเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย ไม่ทุกข์ร้อนหรือกังวลสิ่งใดเลยสักนิด

“แกเป็นใคร หยางเฟยฮวามันหลบอยู่ที่ใด ออกมาเดี๋ยวนี้”

หลันเจียวซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อมองเห็นสตรีที่พึ่งเดินลงมาจากรถม้า นางไม่ได้สนิทสนมกับหยางเฟยฮวาจึงจดจำน้ำเสียงไม่ได้ จำได้แค่ใบหน้าที่มีแก้มกลม ๆ กับรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์

แต่สตรีตรงหน้าไม่ตรงกับความทรงจำเลยสักอย่าง ใบหน้างดงามเกินกว่าสตรีใด รูปร่างก็อวบอิ่มจนน่าอิจฉา หากสามีลับ ๆ ของนางมาเห็นเข้า คงไม่แคล้วขอให้ไว้ชีวิตอย่างแน่นอน ซึ่งจะยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด

กลับเมืองหลวงครั้งนี้ ถึงเวลาที่พระชายาบนหิ้งผู้นั้นต้องหลีกทางให้นางผู้ที่ทำงานยาก ๆ ทุกอย่างแทนสามีมาโดยตลอด หากมีสนมคนใหม่โผล่มาอีก แล้วเมื่อไหร่จะกำจัดครบทุกคน!

“อ้าวก็หยางเฟยฮวาอย่างไรเล่า ข้าก็แค่ผอมลงเลยงดงาม ปกติข้าก็งามอยู่แล้วแค่ตัวอวบมากไปหน่อย ว่าแต่เจ้าพาคนมาทำการใดตั้งมากมาย แต่งกายเหมือนพวกโจรกระจอก”

ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!

เสียงปลอกดาบถูกถอดออกโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อได้ยินคำกล่าวเหยียดหยาม จากปากสตรีที่พวกเขาต้องสังหาร ถึงแม้จะเสียดายรูปโฉมของคนตรงหน้ามากเพียงไรก็ตาม

“อ้อ ไม่ใช่โจรกระจอก แต่เป็นโจรมืออาชีพ ขออภัยข้าเข้าใจผิดเล็กน้อย”

ถึงจะแก้ต่างในคำกล่าว แต่ก็ก่นด่าไม่ต่างจากครั้งแรก กลุ่มคนทั้งสองร้อยคนเริ่มแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด เฟยฮวายืนพิงรถม้าพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วคิดอยู่ในใจ‘ทิ้งระเบิดลูกเดียวคงตายหมู่ แต่ไม่หรอกเดี๋ยวเสียงดังมากเกินไป ใช้แค่คลื่นความถี่ต่ำกับดาบก็เอาอยู่’

“ปากดี จะตายอยู่แล้วก็ยังไม่สลด”สตรีผู้มาเยือนตะโกนด่าคนที่ตนอิจฉาจนดวงตาร้อนผ่าว

“อ้อ! มาฆ่าข้าหรอกหรือ ข้าไปทำอะไรให้เจ้า เกิดมาก็พึ่งเคยพูดคุยกัน สติไม่ดีหรืออย่างไรจู่ ๆ ก็อยากให้ตายว่างั้น”

“ข้าจะฆ่าให้หมดทั้งตระกูลเลยคอยดู ตระกูลหยางของเจ้าคงต้องไร้ผู้สืบทอดเสียแล้ว”คนกล่าวเริ่มคุมสติตนเองไม่อยู่ ยิ่งคิดยิ่งเกลียดเพราะตระกูลหลัน มักจะถูกเปรียบเทียบกับตระกูลหยางอยู่เรื่อย!

“ตระกูลหลันมากกว่าที่จะไร้ผู้สืบทอด”

สตรีงดงามในอาภรณ์สีดำสนิทโต้กลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องลงมือให้เหนื่อยเปล่า เอาเวลาไปทำอย่างอื่นยังจะดีเสียกว่า ดาบของนางไม่ควรแปดเปื้อนเลือดชั่ว!

“พวกเรา ฆ่ามัน!”

หลันเจียวซินเกลียดรูปร่างหน้าตาของคนตรงหน้า ซึ่งงดงามมากกว่าตนหลายเท่านัก ยิ่งมองยิ่งอิจฉา อีกทั้งท่าทางสบายใจไม่เกรงกลัวกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ยิ่งรู้สึกโมโหเข้าไปใหญ่ จึงสั่งสังหารให้ตาย ๆ ไปจะได้จบสิ้นกันเสียที

หลังจากนี้จะได้รีบไปกำจัดรองแม่ทัพฝาแฝดตามคำสั่งของสามี ซึ่งคนป่วยทั้งสองคงจะนอนเป็นผักเน่าอยู่ในรถม้า หากได้หัวของคนทั้งสองไปมอบให้สามี นางยิ่งจะได้รับตำแหน่งที่ต้องการในเร็ววัน ตำแหน่งพระชายาเอกของอ๋องห้าเฮ่อไท่หมิงอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ      

   

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ตอนพิเศษ สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์

    หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   สะสาง (ตอนจบ)

    ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   เตียงหัก NC

    สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ NC

    สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ไม่มีสิทธิ์อย่างถาวร

    “กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   แต่งเจ้าค่ะ

    “นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status