แชร์

แผนลวง

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 10:23:23

“สุดยอด น้องสาวของข้าเจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก พี่รองของคารวะ”

“พี่สามก็ขอคารวะ ฮวาเอ๋อร์เจ้าทำได้อย่างไร บุรุษผู้นั้นไม่เคยสนใจสตรีใดมาก่อน จนพวกข้าเคยแอบนินทาว่าเขาเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ!”

“ข้าก็งดงามและเก่งกาจไม่เบานะเจ้าคะ บุรุษมาชอบก็ไม่แปลกไม่ใช่หรอกหรือ พี่รอง พี่สาม ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่ใช่บุรุษตัดแขนเสื้ออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”จะเป็นชายรักชายได้อย่างไร ในเมื่อชื่นชอบความนุ่มเด้งมากถึงเพียงนั้น เผลอไม่ได้เลยเดี๋ยวบีบเดี๋ยวเคล้น

แอ๊ด!!!

แม่ทัพใหญ่เปิดประตูห้องรักษาผู้ป่วยด้วยตนเอง เพราะถือว่าส่งเสียงเคาะประตูให้คนในห้องรับรู้แล้ว ภาพที่สวีเยี่ยนหลงเห็นคือสามคนพี่น้องตระกูลหยาง กำลังก้มหัวกระซิบกระซาบเรื่องของเขาอยู่ และกระซิบกันเสียงไม่เบาเลย คงตั้งใจให้เขาได้ยินมากกว่าอยากปิดบัง โดยเฉพาะคนแซ่หยางน้องเล็กสุด ที่กิริยาอาการน่าหมั่นเขี้ยวยิ่งนัก!

นางยังไม่เคยได้เขาเลยสักครั้งแต่หาญกล้ากล่าวเท็จกับพี่ชาย กลับไปเมืองหลวงคราวนี้คงต้องเร่งจัดเตรียมงานแต่งให้พร้อม พอเสร็จจากเรื่องของอ๋องห้าจะได้แต่งงานกันทันที เขาก็อยากได้นางเช่นกัน!

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าแฝด”เสียงราบเรียบเอ่ยทักทายผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง

“คารวะท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ/คารวะท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ”คนป่วยทั้งสอง ยกศีรษะขึ้นจากหมอนเล็กน้อย เพื่อกล่าวทำความเคารพผู้บังคับบัญชาสูงสุด

“ดีขึ้นมากขอรับ ฮวาเอ่อร์เก่งมาก ๆ พวกข้านึกว่าจะไม่มีโอกาสได้กลับไปเจอหน้าครอบครัวเสียแล้ว”หยางจิ้งเหว่ยแฝดพี่ เป็นตัวแทนบอกเล่าอาการบาดเจ็บให้แม่ทัพใหญ่รับรู้

“น้องสาวของพวกเจ้าทั้งเก่งทั้งงดงาม ข้าไม่ปล่อยให้หลุดมืออย่างแน่นอน พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้ากลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวง หายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมาที่ค่ายเฉิงตู แม่ทัพอวี้ก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด ทางนี้มีรองแม่ทัพช่วยปฏิบัติงานแทนกันหลายคน”ขณะพูดก็หันไปประสานสายตา กับสตรีที่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมืออย่างเด็ดขาด

รองแม่ทัพฝาแฝดได้แต่สะกิดขากัน เมื่อเห็นอาการคลั่งรักของเจ้านายกับน้องสาว สองแฝดแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อแม่ทัพใหญ่กล่าวยอมรับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว กับน้องสาวของพวกเขาด้วยตนเอง

“ขอรับ/ขอรับ”

เมื่อเดินออกมาจากเรือนรักษา หยางเฟยฮวาก็ถูกจูงมือให้เดินตามคนตัวสูงไปยังที่พักส่วนตัวของเขา คืนนี้นางต้องพักที่เรือนรับรองของแม่ทัพใหญ่ ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสดชื่น ร่างอวบอิ่มจึงเดินออกมาพูดคุยกับเจ้าของเรือนรับรอง ซึ่งกำลังนั่งจิบชาก่อนนอนอยู่กลางห้อง

แสงสว่างจากตะเกียงเทียน ทำให้มองเห็นใบหน้าคมเข้มมีเสน่ห์ชวนมองอย่างชัดเจน ล่อลวงสายตาคนมองได้ดีไม่น้อย บรรยากาศยามค่ำคืนก็เงียบสงบเป็นใจ หยางเฟยฮวาเริ่มคิดไปไกล

“ตระกูลหลันใช่หรือไม่เจ้าคะ”

คนตัวหอมทรุดกายนั่งลงฝั่งตรงข้าม เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นก็ถูกรวบเอวให้ขึ้นมานั่งบนตักแกร่ง ในท่าหันหน้าเข้าหากัน สายตาสองคู่ประสานกันคล้ายต้องมนต์สะกด สวีเยี่ยนหลงหัวใจเต้นแรงพร้อมกับการตื่นตัวของอวัยวะบางอย่าง

“ใช่ข้าจับพวกมันขังคุกรอไต่สวนทุกคนแล้ว ส่วนหลันเจียวซินนางยังไม่รู้ตัว คนของกองทัพเฉิงตูจะสะกดรอยตามไปทุกที่ และคอยควบคุมตัวอยู่ห่าง ๆ ตระกูลหลันที่เมืองหลวงจะได้ไม่ไหวตัวทัน”

“เหตุใดพวกมันจึงสั่งฆ่าพี่แฝดเจ้าคะ ข้าอยากรู้ยิ่งนัก”

“หลันเจียวซิน เป็นสนมลับ ๆ ของอ๋องห้า บุรุษตระกูลหยางคือขวากหนามของคนผู้นั้น และคงตั้งใจให้ตระกูลหยางมีเรื่องผิดใจกันกับข้า ผู้ที่ให้เจ้าแฝดออกมาประจำการที่ค่ายเฉิงตู ตระกูลหยางจะได้เลือกข้างใหม่ ที่ไม่ใช่เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้”

จากการสอบสวนพลทหารไส้ศึก ทำให้เขารู้สถานะลับ ๆ ของสตรีแซ่หลันผู้นั้น เรียกได้ว่าน่าสะอิดสะเอียนทั้งพี่ทั้งน้อง

“พรุ่งนี้ระหว่างทางกลับเมืองหลวง พวกเราคงได้ต้อนรับผู้มาเยือนไม่หวาดไม่ไหว”หยางเฟยฮวาออกความคิดเห็นในมุมของตน

“เจ้าหมายถึงถูกตามลอบสังหารซ้ำเช่นนั้นหรือ”สวีเยี่ยนหลงก็คิดเช่นกัน และเตรียมการอารักขาเป็นอย่างดี

“ลงมือไม่สำเร็จก็ต้องลงมือซ้ำ เพราะหากไม่จำเป็นคงไม่เสี่ยงลงมือตั้งแต่แรก พี่แฝดคงกำลังตกเป็นหมากตัวสำคัญของอ๋องห้า วันงานเลี้ยงใกล้เข้ามาทุกที คนพวกนั้นจึงอยากเร่งเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ”

“ข้าจะให้ทหารในค่ายเฉิงตู ตามอารักขารถม้าของรองแม่ทัพทั้งสองอย่างแน่นหนา ฮวาเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย ส่วนเจ้าก็อยู่ใกล้ ๆ ข้า”

“เครือข่ายของคนผู้นั้นคงไม่ได้มีแค่ตระกูลหลัน ไหนจะพวกไส้ศึกที่แอบแฝงเข้ามาอีก เผลอ ๆ อาจจะมีโจรป่าร่วมด้วย หากจัดฉากให้ตระกูลหยางถูกปล้น ก็คงไม่มีผู้ใดรู้ความจริง”คนที่มีนิสัยรอบคอบมาแต่ไหนแต่ไร คิดไปในแง่ร้ายมากที่สุดไว้ก่อน หากไม่เกิดขึ้นก็ถือว่าไม่เสียหาย

“พวกเราทุกคนต้องปลอดภัย ข้าจะปกป้องพวกเจ้าเอง”

สวีเยี่ยนหลงโอบกอดคนตัวนุ่มนิ่ม เพื่อไม่ให้นางตื่นตระหนกตกใจ หยางเฟยฮวาเป็นสตรี ถึงแม้จะมีฝีมือเก่งกาจมากเพียงไร แต่หากต้องปะทะฝีมือกับคนหมู่มากอย่างไรก็เสียเปรียบอยู่ดี กองทัพทหารฝีมือดีนับห้าสิบคนที่เขาขอให้ร่วมเดินทางไปด้วย คงพอคุ้มกันคนป่วยให้รอดชีวิต

“ท่านอาจารย์ ท่านช่วยปล่อยข่าวในค่ายทหารสักหน่อยเถิด ว่าแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ร่วมเดินทาง เนื่องจากติดกิจธุระที่เมืองเฉิงตู ในขบวนเดินทางกลับเมืองหลวง มีแค่รองแม่ทัพฝาแฝดที่บาดเจ็บ กับน้องสาวผู้เป็นหมอรักษา”

“หรือฮวาเอ๋อร์คิดว่าในค่ายเฉิงตูยังมีไส้ศึกคนอื่น ๆ เหลืออยู่”คนถามเองก็คิดเช่นกัน ไส้ศึกกวาดล้างอย่างไรก็คงไม่หมดอย่างแน่นอน

“ในค่ายเฉิงตูมีผู้คนมากมายเจ้าค่ะ ทั้งทหารยศใหญ่ยศน้อย คนในโรงครัว และคนทำความสะอาด พวกท่านไม่มีทางรู้เลยว่าผู้ใดบ้างที่เข้ามาเป็นไส้ศึก กวาดล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดหรอกเจ้าค่ะ พวกมันแค่รอเวลาเลือกข้างเท่านั้น ไม่สู้ใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์”

“หรือฮวาเอ๋อร์หมายถึง…”

“ลากพวกมันออกมาเผชิญหน้ากัน แล้วจัดการตามรายทางให้หมดอย่าให้เหลือซาก! อ๋องห้าจะได้ขาดแขนขาในเมืองเฉิงตู ข้ามั่นใจว่าหลันเจียวซิน ต้องพาคนตามมาสังหารพี่แฝดอย่างแน่นอน ปล่อยให้มันมาเถิดเจ้าค่ะ มันจะได้รู้ว่าไม่ควรยุ่งกับคนตระกูลหยาง เนื้อร้ายหากปล่อยไว้นานย่อมเป็นผลเสีย ไม่สู้ตัดให้ขาดอย่าให้รอดแม้แต่คนเดียว”

น้ำเสียงมั่นใจเอ่ยขึ้น หยางเฟยฮวาจ้องตาคนฟังอย่างแน่วแน่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกคนจะปลอดภัย อดีตแม่ทัพหญิงระดับเอสแห่งดวงดาว เคยคุ้มกันคนทั้งกองทัพให้รอดพ้นจากศัตรูมาแล้ว คนเพียงไม่กี่คนทำไมนางจะคุ้มกันไม่ได้ ในเมื่ออยู่กันดี ๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่!

“ข้าก็เคยคิดอยากทำเช่นนั้น แต่เป็นห่วงเจ้ากับคนป่วยที่ร่วมเดินทางมาด้วย จึงเลือกใช้วิธีรั้งรอควบคุมตัวอยู่ห่าง ๆ จนกว่าทางเมืองหลวงจะสะสางแล้วเสร็จ”จมูกโด่งก้มลงสูดดมแก้มเนียนใสของคนตัวหอม อย่างห่วงใยรักใคร่

“พวกคนชั่วมันไม่สนใจหรอกเจ้าค่ะ ว่าต้องใช้วิธีใดเพื่อผลลัพธ์ที่ต้องการ ยิ่งพวกมันอยู่นานยิ่งมั่นใจว่าตนมีอำนาจเหนือผู้อื่น คิดอยากทำการใดก็ทำไม่สนใจกฎของบ้านเมือง”

ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธ เมื่อนึกถึงสภาพบาดเจ็บหนักของพี่ชายฝาแฝด หากมาช่วยไม่ทันคืนนี้พิษร้ายคงลุกลามไปทั้งตัว ประกอบกับทนพิษบาดแผลไม่ไหว พี่ชายที่น่ารักคงจากไปก่อนวัยอันควร

“ตกลงฮวาเอ๋อร์ ข้าจะเร่งจัดการทันที ยามนี้ไปนอนพักที่เตียงเถิดเจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”เตียงที่กล่าวถึงก็เตียงเดียวกับเขานั่นเอง

“อุ้มไปนอนที่เตียงหน่อย ข้าโกรธคนพวกนั้นจนเหนื่อยไปทั้งตัวเลยเจ้าค่ะ”

เมื่อปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ คนขี้อ้อนจึงอยากอ้อนคนตัวโตสักหน่อย เป็นสตรีบอบบางรอคอยให้บุรุษดูแลก็รู้สึกดีไม่น้อย สวีเยี่ยนหลงจึงอุ้มคนขี้อ้อนไปวางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน

“เดี๋ยวข้าช่วยให้หายเหนื่อย”ประกายวิบวับในดวงตาบุรุษ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะช่วยด้วยวิธีใด

“ห้ามใช้ตรงนี้นะเจ้าคะ เดี๋ยวทนไม่ไหว”

คนพูดใช้นิ้วแตะตรงริมฝีปากบางของบุรุษ เพื่อห้ามไม่ให้ลึกซึ้งมากไปกว่าวันนั้น เพราะหากใช้ริมฝีปากคนที่ทนไม่ไหวคงไม่ใช่แค่เขา!

“แล้วใช้ตรงนี้กับตรงนี้ได้หรือไม่”นิ้วสากยกขึ้นมาเกลี่ยริมฝีปากอวบอิ่ม ให้เข้าใจตรงกันว่าจุดไหนที่เขาขออนุญาตเข้าถึง

“เว้นไว้สักสองสามจุดนะเจ้าคะ บนสองล่างอีกหนึ่ง”

“เข้าใจแล้ว”

หลังจากนั้นริมฝีปากของหยางเฟยฮวา ก็ถูกประกบลงจนแนบชิด ลิ้นเล็กถูกไล่ต้อนอยู่นาน ส่วนที่ตูมเต่งก็ถูกขยำจนแนบติดไปกับฝ่ามือใหญ่ไม่ยอมแยกจากกันเสียที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ตอนพิเศษ สายเลือดมนุษย์กลายพันธุ์

    หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   สะสาง (ตอนจบ)

    ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   เตียงหัก NC

    สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ฮูหยินแม่ทัพใหญ่ NC

    สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   ไม่มีสิทธิ์อย่างถาวร

    “กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ

  • สตรีงดงามเช่นข้า จะหย่าสามีชั่วช้าเอง   แต่งเจ้าค่ะ

    “นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status