로그인เศษเสี้ยวหัวใจของท่านเคยมีข้าอยู่ในนั้นบ้างหรือไม่ ภายใต้แคว้นต่งฉีที่ปกครองโดยเสนาบดีแซ่หลินเป็นที่รู้จักกันดีว่าตระกูลแซ่หลินนั้นจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิรุ่นก่อนๆจวบจนมาถึงฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ฮ่องเต้ได้พระราชทานงานแต่งให้แก่ตระกูลแซ่หลินและตระกูลแซ่เสี่ยว เพื่อความแน่นแฟ้นหนุนนำอำนาจของเสนาบดีฝ่ายขวา เมื่อรู้ว่าเสนาบดีฝ่ายซ้ายจะก่อกบฏ หลินเฟิ่งบุตรชายคนเดียวของตระกูลแซ่หลินที่รักและชอบพออยู่กับแม่นางบุตรสาวคนโตของตระกูลแซ่เสี่ยว นามว่าเสี่ยวหลินทำให้งานแต่งนี้ไม่มีฝ่ายใดขัดข้องใจ ส่วนตระกูลแซ่เสี่ยวนั้นมีบุตรสาวอยู่สองคน อีกคนนามว่าเสี่ยวเอ๋อพี่น้องทั้งสองคนเป็นพี่น้องฝาแฝดแต่ทว่าเสี่ยวหลินคนเป็นพี่มีโรคติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดทำให้เจ็บป่วยอยู่เรื่อยมา เมื่อใกล้ถึงกำหนดการทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ตระกูลเสี่ยวคิดไว้เพราะเสี่ยวหลินจู่ๆร่างกายของนางก็อ่อนแอลงและไม่มีหนทางรักษาจึงทำให้นางไปลาจากโลกนี้ไป ตระกูลแซ่เสี่ยวจึงแก้ไขปัญหาโดยการส่งตัวบุตรสาวคนเล็กไปแทนพี่สาวของนางและเก็บเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับ
더 보기ลมหนาวพัดโบกโบยมากระทบผิวกายของเสี่ยวเอ๋อที่ยืืนดูชาวบ้านช่วยกันเก็บเกี่ยวข้าวของเมื่อถึงฤดูหนาวอีกครา ตอนนี้นางได้มาเที่ยวที่บ้านเกิดของแม่ขององค์รัชทายาทเพื่อมาพักเหนื่อยกับงานที่นางได้มอบหมาย นางคิดว่าเมื่อเป็นพระชายาแล้วจะสบายแต่ก็ยังมีงานที่พระชายาต้องทำอีกมากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางได้เรียนรู้และทำเต็มที่มาตลอด จางเหว่ยจึงพานางออกมาเที่ยวเพื่อพักผ่อนบ้าง เมื่อมาอยู่ที่เงียบสงบเช่นนี้ทำให้นางได้นึกย้อนไปยังอดีต ถ้านางยังทนอยู่กับหลินเฟิ่งจะเป็นอย่างไร แต่นางก็เพียงคิดได้เพียงเท่านั้นก็ถูกโอบกอดทางด้านหลังด้วยแขนอันอบอุ่นของจางเหว่ย นางจึงเอนตัวไปพึงอกแกร่งของเขา"เจ้าไม่หนาวหรือไง ""ไม่หนาวหรอกเจ้าค่ะตอนนี้ข้ามีผ้าห่มที่แสนจะอบอุ่นที่สุดในใต้หล้า""ผ้าห่มอันใดกัน""ก็อ้อมกอดท่านไงเจ้าคะ""ข้าต้องรู้สึกดีใจใช่หรือไม่" จางเหว่ยพูดด้วยน้ำแผ่วเบาเต็มไปด้วยความน้อยใจอยู่ลึกๆ"ทำไมถึงพูดเช่นนั้นกันเจ้าคะ""ก็ตลอดเวลาที่เจ้าอยู่กับข้าในฐานะพระชายาข้ายังไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของเจ้าที่มีต่อข้าเลย ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เจ้าทำดีกับข้าอยู่ทุกวันนี้เพราะว่าหน้าที่พระชายาหรือว่าเจ้ามีความ
เสี่ยวเอ๋อเมื่อกลับมาคืนนั้นนางก็ได้ไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมานางจะไม่แก้แค้นอีกต่อไป ต่อจากนี้นางจะหาความสุขให้ตนเองบ้าง หากนางจะแก้แค้นกันไปมาก็ไม่มีวันสิ้นสุด แถมตอนนี้นางเองก็มีเรื่องที่ต้องทำอีกมากมายเช่นวันนี้ที่นางกำลังถูกเหล่านางในสวมเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับมากมายแถมยังรุมกันเติมเครื่องประทินที่หนาเตอะจนนางหนักที่ใบหน้า "พระชายาวันนี้ท่านสวยมากเลยนะเจ้าค่ะ"หยางหยางหยิบกระจกขึ้นมาให้เสี่ยวเอ๋อส่องมองตนเอง"ใช่ข้าจริงหรือหยางหยาง ""ใช่สิเจ้าคะ วันนี้เป็นวันของท่านข้าดีใจมากๆจนแทบจะร้องไห้แล้วเจ้าค่ะ " หยางหยางนางก้มลงปาดน้ำตาด้วยความปิติยินดีต่อคุณหนูของนางที่วันนี้จะเป็นพระชายาเต็มตัว"เจ้านี่ขี้แยยิ่งนักฟู่หลางในวันข้างหน้าเจ้าช่วยพาหยางหยางขี้แยผู้นี้ไปฝึกวรยุทธกับเจ้าด้วยสิ ข้าละไม่ชอบเห็นน้ำตาของนางเลย""ข้าคงสอนนางไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ""ทำไมกัน" "ก็เพราะตอนนี้นางมีผู้ที่ปกป้องนางได้และคอยดูแลนางตลอดทุกฝีก้าว""เอ๊ะ!!ใครกันทำไมข้าถึงไม่รู้ ""ก็องครักษ์เฉินอ้ายไงเจ้าค่ะ" ฟู่หลางพูดไปยิ้มไปที่ได้แหย่หยางหยางเล่น"นี่ฟู่หลางเจ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ " หยางหยางอายจนหน้าแด
ในค่ำคืนที่เหน็บหนาวลมพัดเยือกเย็นจนแล่นเขาสู่หัวใจของหลินเฟิ่งเขาเองแม้จะทำใจเรื่องเสี่ยวเอ๋อได้แล้ว แต่ทว่าเขายังคงคิดถึงนางเสมอมา คืนนี้เขานอนไม่หลับจึงลุกออกมายืนชมจันทร์อยู่ที่ด้านนอก เมื่อเขารู้สึกง่วงนอนจึงจะเดินเข้าไปที่ห้องก็ต้องเห็นว่ามีคนสองคนที่กำลังแอบออกไปนอกจวน เขาเริ่มเอะใจเลยจะเดินไปถามแต่เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆกลับพบว่าเป็นซูหมิงและฟางเยี่ยสาวรับใช้ของนาง"ดึกขนาดนี้แล้วนางจะพากันไปที่ใด ทั้งๆที่ตั้งครรภ์อยู่ช่างไม่รู้ความเสียจริง" หลินเฟิ่งจึงตามออกมาอย่างเงียบๆ เขาไม่รู้เลยว่าที่ตามออกมาวันนี้จะทำให้เขาได้รู้ความจริงว่าที่แท้จริงแล้ว ลูกในท้องของซูหมิงนั้นไม่ใช่ลูกของตนเอง เพราะว่าตอนนี้เขาได้ยินเต็มสองหูจากปากของนางเอง เมื่อนางออกมานั้นเพราะนางนัดพบกับชายชู้ หลิ่นเฟิ่งที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดเขาโกรธแค้นซูหมิงอย่างมากที่หลอกลวงตระกูลของเขา ความแค้นนี้หลินเฟิ่งจึงคิดจะสะสางในค่ำคืนนี้เสียให้สิ้นซากเมื่อเขาถูกชายที่ไร้หัวนอนปลายเท้าย่ำยีศักดิ์ศรีถึงเพียงนี้ เขาจึงได้ตามชายผู้นั้นไปเมื่อทั้งสามคนแยกย้ายกัน "หืมข้าล่ะชอบจริงๆกลิ่นของเงินนี้ เจ้าอย่าคิดว่าจะหนีจากข้าไปได้
หลายวันผ่ามาเสี่ยวเอ๋อได้เข้ามาที่วังหลวงเรียนรู้มารยาทและแข่งกับบุตรของเสนาบดีฝ่ายซ้ายและเก็บคะแนนในรอบต่างๆ แต่เมื่อใจขององค์รัชทายาทอยู่ที่ใครมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเลือกว่าใครคือพระชายาเพียงแต่ต้องทำตามลำดับพิธีเท่านั้น เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นและผลออกมาว่าบุตรสาวของตระกูลเสี่ยว เสี่ยวเอ๋อได้รับเลือกเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทและจะจัดพิธีแต่งตั้งอีกไม่กี่วัน ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่พอใจและเริ่มที่จะทำตามแผนที่วางไว้ แต่ก็ต้องถูกเปิดโปงและถูกจับในที่ว่าราชการลับนั้นโดยมีคนขององค์รัชทายาทจับกุมมาครบทุกคน และหลินเฟิ่งเองก็ได้นำหลักฐานการก่อกบฏมายื่นต่อฮ่องเต้ ทำให้คนชั่วเหล่านั้นถูกประหารและครอบครัวต้องถูกเนรเทศออกจากแคว้นแห่งนี้ไป รวมถึงตระกูลของซูหมิงด้วยเพราะวันนั้นพ่อขอฃนางก็อยู่ที่นั้นด้วย แต่ซูหมิงถูกหลินเฟิ่งขออภัยโทษจากฮ่องเต้ให้และบอกว่านางไม่รู้เรื่องอันใดของครอบครัวเลย จึงทำให้นางรอดออกมาหลินเฟิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อมีความดีความชอบให้เขาได้เป็นรับตำแหน่งเป็นเสนาบดีกรมพระคลัง เพราะความจงรักภักดีของเขาเลยได้ตำแหน่งนี้มาจางเหว่ยได้เข้ามาหาเสี่ยวเอ๋อที่ตำหนักของนางที่ถูกแ
จางเหว่ยกับเสี่ยวเอ๋อได้นั่งกินข้าวด้วยกัน ตอนแรกนางก็มิกล้าที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับองค์รัชทายาทผู้สูงส่งแต่ทว่าเขากลับเอาเรื่องเมื่อครู่ให้นางนั่งลงกินกับเขาเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจ ส่วนหยางหยางก็ได้ไปนั่งกินอีกโต๊ะกังองครักษ์"เจ้าจะไปที่ใดกันเหตุใดถึงเดินทางมากันเพียงสองคนหลินเฟิ่งทำไมถึงกล้าปล่อยเจ้
เสี่ยวเอ๋อเดินลงจากเกี้ยวเข้ามาในโรงเตี้ยมพร้อมหยางหยาง เฒ่าแก่เจ้าของโรงเตี้ยมก็เดินมาต้อนรับเสี่ยวเอ๋อทันที ''แม่นางเดินทางมาเหนื่อยๆเชิญด้านในเลยขอรับ ทางโรงเตี้ยมของเรายังมีโต๊ะว่างเหลืออยู่ไม่ทราบว่าแม่นางมากันกี่ท่านกันขอรับ""เรามากันสามคนแต่อีกคนรออยู่ข้างนอก""งั้นเชิญด้านในเลยขอรับ" เฒ่า
แววตาที่เจ็บปวดมองชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไร้ความรู้สึก หลินเฟิ่งปลดเสื้อของนางออกอย่างไร้ความปราณี เสี่ยวเอ๋อนอนสั่นเพราะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะสู้ชายตรงหน้าได้ นางไม่คิดเลยว่าคนที่นางเคยคิดจะมอบรักให้จะมาทำกับนางเช่นนี้ แต่ไม่ทันที่หลินเฟิ่งจะทำอะไรนางต่อเหมือนเขาจะดื่มมากไปทำให้เขาเกิดอาการอาการมึนหั
เสี่ยวเอ๋อเดินกลับมาที่ห้องของนางโดยมีหยางหยางเดินตามมาด้วย หลินเฟิ่งจึงเดินมาจับข้อแขนเล็กของนางให้หยุดเดินและหันมาคุยกับเขา"ข้าบอกให้เจ้าหยุดเดินแล้วหันมาพูดกับข้าเดี๋ยวนี้" เสี่ยวเอ๋อนางไม่อยากคุยกับเขาในตอนนี้ เพราะนางยังโกรธเรื่องที่เขาต่อว่านาง"ท่านมีเรื่องอันใดจะคุยกับข้าหรือเจ้าคะ ""เจ้า












리뷰