เข้าสู่ระบบหลังจัดการนำน้ำในธารวิเศษไปเติมในบ่อใช้สอย โอ่งน้ำที่ใช้ในการปรุงอาหารและกาน้ำชาในเรือนเสร็จแล้ว เยว่ชิงก็นำลูกเจี๊ยบกับลูกเป็ดที่เลี้ยงข้างนอกไปใส่ในมิติพิเศษตามแผนที่วางเอาไว้
เท่านั้นไม่พอเยว่ชิงยังนำปลาที่จับมาได้อย่างง่ายดายจากธารน้ำในมิติพิเศษออกมาปรุงอาหารมื้อกลางวันให้ทุกคนด้วย
“ชิงเอ๋อ เจ้านำปลามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินเอ่ยถามเมื่อเห็นปลา 2-3 ตัวว่ายเวียนอยู่ในถังน้ำ ส่วนอีกตัวหนึ่งอยู่บนเขียงไม้ที่เยว่ชิงกำลังแล่เนื้อออกมาเตรียมปรุงอาหาร
“ข้านำผักจากสวนของเราไปแลกมาน่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงตอบ ซูฮูหยินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะเพียงพืชผักผลไม้ไม่น่าจะแลกปลาสดๆเป็นๆได้มากถึงเพียงนี้
“ชาวบ้านแถวนี้จับปลามาได้เยอะจึงแบ่งปันมาให้ ข้าไม่อยากรับน้ำใจมาเปล่าๆเลยตอบแทนด้วยพืชผักผลไม้ในสวน พวกเขาจึงเพิ่มปลาให้ข้าอีกจึงเป็นอย่างที่ท่านแม่เห็นนั่นแหละเจ้าค่ะ”
เยว่ชิงเห็นสีหน้าท่าทางมารดาแล้วจึงจำต้องอธิบายเพิ่มเติม ซูฮูหยินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับรู้
จากนั้นซูฮูหยินก็กลับไปปักผ้าที่ค้างเอาไว้ ส่วนเยว่ชิงทำหน้าที่ปรุงอาหารมื้อกลางวัน ด้านอี้เจ๋อกำลังปลูกถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวโพดซึ่งเยว่ชิงนำเมล็ดพันธุ์ออกมาจากมิติพิเศษและสอนให้อาเจ๋อปลูกเมื่อครู่
แม้นอี้เจ๋อจะมีกิริยาท่าทางการพูดจาราวเด็กอายุสิบขวบ แต่ไหวพริบสติปัญญาและทักษะด้านต่างๆของเขานับว่าดีไม่น้อย เยว่ชิงสอนอะไรไปอี้เจ๋อก็ทำตามได้อย่างถูกต้องรวดเร็วทีเดียว
มื้อกลางวันเยว่ชิงทำบะหมี่แห้งคลุกเคล้าซอสน้ำมันพริก มีเครื่องเป็นผักดอง ผักลวกอย่างถั่วงอก ถั่วฝักยาว เห็ดหอม ผักกวางตุ้ง ตามด้วยเนื้อปลาหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปลวกให้สุก
“ชิงเอ๋อ นี่เจ้าไปเอาแป้งจากที่ใดมาทำบะหมี่งั้นรึ” ซูฮูหยินถามบุตรสาว เนื่องจากวัตถุดิบที่เหลือในห้องครัวมีเพียงข้าวฟ่างกับพวกถั่วเท่านั้น
“ข้านำพืชผักผลไม้จากสวนไปแลกมาเจ้าค่ะ เห็นว่าเรากินโจ๊กข้าวฟ่างทุกวันจึงอยากเปลี่ยนบ้าง อ้อ..พอดีลูกพลับที่ตากแห้งเอาไว้หวานได้ที่ เพื่อนบ้านของเราชอบมากจึงแบ่งปันแป้งมาให้มากหน่อย” เยว่ชิงแต่งเรื่องอย่างรวดเร็ว
“ดีจริง เพื่อนบ้านเรานี่มีน้ำใจพึ่งพาอาศัยกันได้ตลอด”
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่” เยว่ชิงกล่าว รู้สึกโล่งใจที่มารดาเชื่อคำนาง
“พี่สาว บะหมี่อร่อย เนื้อปลาอร่อยมาก” อี้เจ๋อเอ่ยอย่างมีความสุขขณะคีบบะหมี่กับเนื้อปลาเข้าปากเคี้ยวคำใหญ่
“อร่อยก็กินเยอะๆนะอาเจ๋อ เจ้าเป็นบุรุษผู้เดียวในเรือนนี้ต้องใช้แรงงานมากกว่าผู้อื่น ลำบากแล้วล่ะ” เยว่ชิงตอบพร้อมเอามือลูบศีรษะอาเจ๋ออย่างแผ่วเบา
‘แม้นอี้เจ๋อจะมีสติปัญญาไม่ดีเท่าอายุจริงของเขา แต่ร่างกายและพละกำลังของอี้เจ๋อกลับไม่แพ้บุรุษหนุ่มทั่วไปเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดพร้อมมองสำรวจร่างกำยำล่ำสันของอี้เจ๋อด้วยความพึงพอใจ
หลังทานมื้อกลางวันเสร็จอี้เจ๋อก็กลับไปปลูกพืชในสวนต่อตามคำสั่งของเยว่ชิง ส่วนซูฮูหยินกลับไปปักผ้าเช็ดหน้าลายดอกโบตั๋นอย่างประณีตงดงามเพื่อนำไปขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง
ด้านเยว่ชิงขอตัวเข้าไปในเมืองเพื่อสำรวจตลาดร้านค้า คิดหนทางหารายได้เพิ่มเติมให้กับครอบครัว
“ชิงเอ๋อเจ้าจะไปในเมืองงั้นเหรอ” ซูฮูหยินถามบุตรสาว
“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะนำผักผลไม้ไปขายเพิ่มเติมจากรอบเช้าที่ท่านนำไปก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะไม่เหนื่อยเกินไปงั้นรึ เมื่อเช้าเพิ่งจะเป็นลมล้มพับไปด้วย” ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงกังวล
“ข้าไม่เป็นไรจริงๆเจ้าค่ะท่านแม่” เยว่ชิงยืนยัน
“ไม่ได้หรอก แม่ไม่วางใจ เช่นนั้นเจ้าพาอาเจ๋อไปช่วยหิ้วของด้วยก็ยังดี” ซูฮูหยินเสนอ
“ได้เจ้าค่ะ”
สุดท้ายเยว่ชิงก็เก็บพืชผักผลไม้พร้อมเอาข้าวของบางอย่างออกมาจากมิติพิเศษเพื่อนำไปขายด้วย โดยมีอาเจ๋อเป็นคนสะพายตะกร้าที่บรรจุทุกอย่างเอาไว้เองทั้งหมด
“ขอบใจนะอาเจ๋อ เอ้านี่จิบชาดับกระหายเสียหน่อยเถอะ” เยว่ชิงกล่าวอย่างใส่ใจ ก่อนจะนำชาผสมน้ำวิเศษในกระบอกไม้ไผ่ให้อี้เจ๋อดื่มไปหลายอึก
“อร่อยจังเลยพี่สาว” อี้เจ๋อเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง จากนั้นทั้งสองคนก็มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองอย่างสดชื่นแจ่มใส ร่างกายเต็มไปด้วยพละกำลังจากการดื่มน้ำชาที่ชงขึ้นมาเป็นพิเศษนั่นเอง
เยว่ชิงเดินเข้ามาภายในตลาดกลางเมืองซึ่งพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมายที่มาจับจ่ายซื้อหาทั้งของกินของใช้ เครื่องประดับ เสื้อผ้าแพรพรรณ และสินค้าอีกหลากหลายอย่าง
‘ตลาดในยุคโบราณนี่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะ มีของกินของใช้มากมายให้ซื้อหาเยอะแยะทีเดียว น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ท่านแม่นางไม่ให้ทำการค้าเพื่อหาเลี้ยงชีพ กลับหลบลี้ไปเป็นชาวสวนห่างไกลไม่ทำตัวโดดเด่นเพราะเกรงว่าคนชั่วจะยังคงไม่เลิกติดตามเข่นฆ่าพวกนาง’
สกุลซูเป็นตระกูลมั่งคั่งร่ำรวยในเมืองหลวง บิดานางนามซูเจี้ยนเหอเป็นพ่อค้าคหบดีที่มั่งคั่ง หลังจากเดินทางไปทำการค้าทางแดนใต้ก็ได้พบกับมารดานางซึ่งเป็นบุตรีชาวสวนที่พ่อแม่ติดโรคระบาดตายไปก่อนหน้านี้
สุดท้ายพ่อแม่ของเยว่ชิงถูกตาต้องใจซึ่งกันและกัน จากนั้นก็แต่งงานพากันมาทำการค้าอยู่ที่เมืองหลวง จนกระทั่งบิดานางโดนสหายชั่วช้านามซ่งตงจิ่นหักหลัง วางแผนร้ายจนถูกฆ่าตายไปในระหว่างเดินทางทำการค้า
เมื่อกลับมาเมืองหลวงตงจิ่นก็แจ้งข่าวร้ายให้สกุลซูสองแม่ลูกรับทราบ ต่อมายังใส่ความซูฮูหยินว่าคบชู้สู่ชายหนีตามคนรักไปทั้งยังหอบหิ้วเยว่ชิงไปด้วย ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาสั่งคนไปตามฆ่าพวกนางสองแม่ลูกต่างหากล่ะ
ซูฮูหยินเดินทางรอนแรมหนีตายพาเยว่ชิงเร่ร่อนมาจนถึงเมืองต้าโจวทางฝั่งตะวันออกห่างไกลจากเมืองหลวงนับพันลี้ จนคิดว่าหลุดพ้นจากคนร้ายมาได้แล้วจึงตั้งรกรากอยู่ที่นี่มานานกว่า 7 ปี
บัดนี้เยว่ชิงเติบโตเข้าใจเรื่องราวมากขึ้น โดยเฉพาะตัวนางซูเยว่ชิงในเวลานี้จดจำเรื่องราวทุกอย่างในความฝันซึ่งเป็นจิตสำนึกส่วนหนึ่งในโลกใบนี้ได้ดี นางจึงตั้งใจว่าจะทำการค้าหาเงินเลี้ยงครอบครัวและกลับไปแก้แค้นสกุลซ่งผู้ชั่วช้าให้ได้
“อาเจ๋อ เอาสินค้าวางแผงขายตรงนี้แหละ ทำเลดีผู้คนเยอะ” เยว่ชิงกล่าวกับอาเจ๋อที่พยักหน้าตอบรับ ก่อนวางตะกร้าบรรจุผักผลไม้ ทั้งยังมีข้าวสาร แป้งมัน แป้งสาลี ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลืองซึ่งเยว่ชิงนำออกมาจากมิติพิเศษด้วย
“พี่สาว ไม่มี..เราไม่มีข้าวสาร อันนี้ด้วย นี่ด้วย ที่เรือนไม่มี” อาเจ๋อเอ่ยพร้อมชี้ไปที่ข้าวของตรงหน้าและขมวดคิ้วสีหน้างุนงง
“ทีแบบนี้ทำมาเป็นฉลาดช่างสงสัยนะอาเจ๋อ” เยว่ชิงเอ่ย อดหมั่นไส้คนตัวโตที่สติปัญญาเหมือนเด็กน้อยไม่ได้
“เอาเป็นว่าข้าเอาผักผลไม้ไปแลกมาขายก็แล้วกัน เราต้องมีสินค้าเยอะๆน่าสนใจ ต่อไปผู้คนจะได้รู้จักและมาซื้อสินค้าจากเราอีกอย่างไรล่ะ” เยว่ชิงงัดมุกเดิมมาใช้ อี้เจ๋อขมวดคิ้วนิดหนึ่งก่อนพยักหน้ารับคำนาง
จากนั้นไม่นานนักก็มีผู้สนใจเข้ามาสอบถามซื้อสินค้าของเยว่ชิงไปจนหมด เนื่องจากข้าวสาร แป้งสาลี แป้งมัน และถั่วที่นำมามีความสดใหม่ดูดีมีคุณภาพ ส่วนผักผลไม้ก็ขายหมดเช่นกันเพราะมีลูกค้ามากมายเข้ามาซื้อหา
“เยี่ยมไปเลย ไม่ทันไรก็ได้เงินมาตั้ง 230 ตำลึงเงินกับอีก 400 อีแปะ พวกข้าวสารกับแป้งมัน แป้งสาลีพวกนี้ขายได้ราคาดีเป็นพิเศษทีเดียว” เยว่ชิงเอ่ยอย่างพอใจ จากนั้นจึงเก็บแผงและพาอี้เจ๋อไปเดินซื้อหาของกินอร่อยๆกัน
“อาเจ๋อเรามีเงินแล้ว ไปซื้อของอร่อยกินกันเถอะ” เยว่ชิงเอ่ยกับอี้เจ๋อซึ่งพยักหน้าพร้อมยิ้มกว้างมาให้นาง
‘ท่านแม่ข้าอยากกินถังหูลู่เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อน้อยที่นอนพักจนพอใจแล้วเอ่ยขึ้น
‘ข้าอยากกินขนมถั่วเขียวกวนขอรับ’ เสี่ยวเหวินน้อยก็ตื่นแล้วเช่นกัน
“ตื่นแล้วเหรอเด็กๆ ได้เลยเดี๋ยวแม่จัดให้นะ” เยว่ชิงกล่าวพร้อมลูบหน้าท้องเบาๆ
“พี่สาวคุยกับใคร?” อาเจ๋อเอ่ยพร้อมทำสีหน้างุนงงอีกครั้ง
“ข้าคุยกับเจ้าตัวน้อยในท้องนะ” เยว่ชิงตอบกลับไป อาเจ๋อมองนางขมวดคิ้วมุ่นยิ่งกว่าเดิม
“ฮึฮึ เจ้าไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าไปซื้อขนมของกินกันเถอะ” เยว่ชิงเอ่ยพร้อมจับจูงมืออี้เจ๋อไปด้วยกัน
“พี่สาว อย่าวิ่ง ท้อง ท้อง” อี้เจ๋อเอ่ยเตือนพร้อมชี้ไปที่ท้องซึ่งนูนป่องขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดของเยว่ชิง
“โทษที ข้าลืมตัวไปน่ะ ขอบใจนะอาเจ๋อ” เยว่ชิงชะงักฝีเท้าและก้าวเดินช้าลงทันที อาเจ๋อยิ้มกว้างเป็นการตอบรับ
พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จก็มานั่งพูดคุยปรึกษาหารือกันต่อเรื่องคนร้ายทั้งสองในวันนี้“ชิงเอ๋อ..สกุลซ่งตามตัวเรามาถึงเมืองต้าโจวแล้ว ลูกคิดเห็นอย่างไร? พวกเราควรย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นดีหรือไม่”ซูฮูหยินเอ่ยถามความเห็นบุตรสาว“หากเราหนี..พวกมันก็ต้องตามมาอีกอยู่ดี สกุลซ่งยังไม่วางใจเรื่องเราสองแม่ลูก แต่ถึงอย่างไรข้าคิดว่าเราไม่ควรหนีพวกมันเจ้าค่ะ ควรหันมาตั้งรับมากกว่า”เยว่ชิงออกความเห็น“เจ้าท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว อีกทั้งคนในหมู่บ้านตงหยวนก็ดีกับเรามากคอยช่วยเหลือพึ่งพากันได้ แม่เองก็ไม่อยากย้ายไปที่อื่น แต่หากพวกมันตามมาเจอเราจะทำอย่างไรเล่า”“ตอนนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากและนำความไปปรึกษาหารือกับท่านลุงซิ่นหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ก่อน จะได้ช่วยเหลือรับมือกับพวกมันได้เจ้าค่ะ”เยว่ชิงตัดสินใจไม่ย้ายไปที่ใดเนื่องด้วยความเป็นจริงที่ว่านางกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ไม่สะดวกนักหากต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น อีกทั้งยังมีอี้เจ๋อที่ต้องดูแลหอบหิ้วไปด้วยกัน ซึ่งเขาพลัดหลงมาอยู่กับพวกนางได้ราวปีหนึ่งแล้วหากญาติหรือครอบครัวของอี้เจ๋อยังไม่ถอดใจคอยติดต
หลังตกลงกันได้แล้วซูฮูหยินกับเยว่ชิงก็ไปยังห้องลับทันที พวกนางมองลอดผ่านกองฟางที่ปกคลุมห้องลับอยู่ เห็นอาเจ๋อเดินเล่นคนเดียว ยิ้มหัวเราะอารมณ์ดีได้พักหนึ่งก็มีแขกแปลกหน้ามาเยือน“ชิงเอ๋อ นั่นมัน..มันคือบุรุษคนเดียวกับที่ตามฆ่าพวกเราเมื่อ 8 ปีก่อนนี่”ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงสั่นเมื่อเห็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาถมึงทึงที่คุ้นหน้าชายผู้นั้นมีรอยบากเหนือหัวคิ้วด้านขวาซึ่งเกิดจากน้ำมือซูฮูหยินที่ใช้มีดสั้นกวัดแกว่งขณะพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตตัวเองกับบุตรสาวให้รอดเมื่อหลายปีก่อน“ใช่มันจริงๆด้วยเจ้าค่ะ ข้าจำหน้ามันได้ไม่มีวันลืม แล้วนั่นมันมากับใครก็ไม่รู้หน้าตาชั่วร้ายพอกันเลย”ยามนั้นเยว่ชิงอายุ 10 ขวบสามารถจดจำเรื่องราวที่ตงจิ่นส่งคนชั่วมาตามกำจัดนางและแม่เพื่อครอบครองสมบัติสกุลซูได้ดีทีเดียว“คนเลวทั้งคู่นั่นแหละ แล้วอาเจ๋อจะไม่เป็นอะไรแน่รึ”ซูฮูหยินนึกห่วงอี้เจ๋อที่ออกไปรับหน้าคนร้าย“พวกมันไม่รู้จักอาเจ๋อและเขาก็ไม่ได้เปิดประตูให้พวกมันเข้ามา ท่านแม่วางใจเถอะเจ้าค่ะ อาเจ๋อแม้นสติปัญญาเหมือนเด็กสิบขวบ แต่ก็เป็นเด็กที่ฉลาดหัวไ
ครอบครัวสกุลซูใช้เวลาครึ่งเช้ากับช่วงบ่ายทำผักดอง ปลา หมูหมักเกลือสมุนไพรรมควันและตากลมจนเสร็จคนท้องอย่างเยว่ชิงก็แข็งแรงดียิ่งนักด้วยดื่มกินน้ำและวัตถุดิบที่ใช้ธารน้ำจากมิติพิเศษดูแลตลอด‘ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ อีกเดี๋ยวจะมีคนแปลกหน้ามาที่เรือน ระวังตัวด้วยนะขอรับ’ เสียงทักท้วงเตือนขึ้นจากเสี่ยวเหวินน้อย‘ผู้ใดกันอาเหวิน’ เยว่ชิงถามบุตรชาย‘เป็นชายจากเมืองหลวงที่ตามเข่นฆ่าท่านยายกับท่านแม่ก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อตอบกลับมาเยว่ชิงมีสีหน้าท่าทางตกใจไม่น้อย‘หรือเถ้าแก่จงโดนจับได้แล้วว่าลอบติดต่อกับพวกเรา’เยว่ชิงคิดไปถึงเถ้าแก่จงเมิ่งจื่อคนสนิทผู้ภักดีต่อสกุลซู‘ใช่ขอรับ คนเลวระแคะระคายถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว’เสี่ยวเหวินตอบ“อาเจ๋อ มานี่” เยว่ชิงเรียกอี้เจ๋อซึ่งเขาเดินตรงเข้ามาหานางทันที“อาเจ๋อ อีกเดี๋ยวหากมีคนแปลกหน้ามาที่เรือนดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ เจ้าจำที่ข้าสอนได้ไหมว่าให้รับมืออย่างไร”เยว่ชิงเอ่ย อาเจ๋อทำทีนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้นาง“ลองทบทวนดูหน่อยสิ หากเขาถามว่าที่นี่เป็นเรือนผ
ซูฮูหยินออกมาดูบุตรสาวและอาเจ๋อเตรียมอาหารสำหรับฤดูหนาวอย่างขยันขันแข็ง“ชิงเอ๋อ เจ้าไปได้หมูป่ามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินประหลาดใจเมื่อเห็นหมูป่าตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ลานหลังบ้าน“ข้าซื้อจากนายพรานที่ตลาดแล้วให้เขาตามนำมาส่งก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงโป้ปดตอบมารดาไป ซูฮูหยินพยักหน้ารับ“เช่นนั้นดีเลย หน้าหนาวปีนี้เราคงมีเนื้อให้กินกันอย่างอุดมสมบูรณ์ทีเดียว” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างพอใจ“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าตั้งใจว่าจะเอาไปแบ่งปันกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย”“ดีแล้วล่ะ พวกเขาช่วยดูแลเรามามาก แบ่งไปให้เถอะ” ซูฮูหยินกล่าวอย่างมีน้ำใจเอื้อเฟื้อไม่แพ้บุตรสาว จากนั้นก็มาช่วยกันหมักดองผักที่อาเจ๋อเก็บล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว โดยอาเจ๋อหันไปจัดการกับเจ้าหมูป่าตัวโตต่อ‘อาเจ๋อนี่ดูท่าจะใช้มีดคล่องแคล่วกว่าที่นางคิดแฮะ ก่อนหน้านี้ตัวตนของเขาเป็นใครกัน แม้นจะสติปัญญาอ่อนด้อยราวเด็กสิบขวบ แต่ทักษะความสามารถหลากหลายอย่างจากที่นางสังเกตดูกลับไม่อ่อนด้อยเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดขณะบรรจ
หลังกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมซินเจียงแล้วอี้เจ๋อก็คอยเดินตามเยว่ชิงไม่ห่าง“พี่ชายคนนั้นชอบพี่สาว ต้องชอบพี่สาวแน่ๆ”อี้เจ๋อเอ่ย มองหน้าเยว่ชิงพร้อมรอยยิ้มดูไร้เดียงสา“อืม คงงั้นแหละ” เยว่ชิงตอบกลับไป‘ขนาดนางท้องป่องยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษอีกนะ เฮ้อ..แต่ก็แน่ล่ะ ดูสิ..รูปโฉมนางงดงาม มีหน้าตาผิวพรรณดีถึงเพียงนี้เลยนี่นา’เยว่ชิงอดชื่นชมตัวเองไม่ได้แม้นโลกนี้จะไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอด ครีมบำรุงผิวชั้นดี แต่การที่เยว่ชิงได้ดื่มกินน้ำจากธารวิเศษ วัตถุดิบชั้นยอด รวมทั้งพืชผักผลไม้ที่รดบำรุงด้วยธารน้ำวิเศษก็ทำให้นางแข็งแรงสุขภาพดี ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกายทีเดียว‘ใช่ขอรับ เจ้าค่ะ ท่านแม่ของพวกเรางดงามมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพวกเราขึ้นมาแน่’ เจ้าสองแฝดในท้องที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นกับมารดาของพวกเขาอีกครั้ง‘แน่ะเจ้าเด็กแก่แดด บิดาของพวกเจ้าต้องพิษไม่รู้เรื่องราวหรอกนะ พวกเจ้าจึงได้มาอยู่ในนี้น่ะ’เยว่ชิงเอ่ยกับลูกๆของนางทางจิตสำนึกพร้อมเอามือลูบหน้าท้องนูนป่องแผ่วเบา‘ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านพ่อยามนั้นแม้นจะต้องพิษแต่ยังคงมี
หลังจากตกลงเรื่องการค้าขายผลผลิตกับโรงเตี๊ยมซินเจียงอันโด่งดังมีชื่อเสียงในตัวเมืองได้แล้ว พวกเหลาสุราร้านอื่นๆในตัวเมืองก็สนใจมาสั่งซื้อผักจากสวนสกุลซูมากขึ้นโดยที่สองแม่ลูกไม่ต้องออกไปค้าขายเองอีก เยว่ชิงเลือกผู้รับซื้อโดยเน้นคนจากหมู่บ้านตงหยวนซึ่งไว้วางใจได้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าครอบครัวสกุลซูมีเบื้องหลังที่อันตรายแอบแฝงอยู่จึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก กิจการค้าของเยว่ชิงเจริญก้าวหน้าสร้างรายได้หลายร้อยตำลึงทองต่อเดือน ทำให้ครอบครัวนางมีกินมีใช้เหลือเก็บฐานะดีขึ้นไม่น้อยตัวเยว่ชิงเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอาหารอะไรเลยเพราะนางสามารถนำมันออกมาจากมิติพิเศษได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว“ท่านแม่วันนี้ข้าจะเข้าไปในตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเสียหน่อยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยกับมารดาขณะทานอาหารเช้าร่วมกัน “ชิงเอ







