เข้าสู่ระบบเยว่ชิงพักผ่อนอยู่ที่ห้องของนาง โดยพูดคุยกับฝาแฝดตัวน้อยในครรภ์ซึ่งเป็นถึงเซียนน้อยจากสรวงสวรรค์ลงมาฝึกฝนตนเองในโลกมนุษย์แล้วยังเลือกมาเกิดในครรภ์นางด้วย
‘ท่านแม่ มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก’
“เรื่องใดงั้นรึเสี่ยวเหวิน?” เยว่ชิงถามบุตรชายที่นางเพิ่งจะตั้งชื่อให้เขาว่าซูป๋อเหวิน
‘จี้หยกของท่านที่ท่านตาเคยมอบเอาไว้ให้เป็นของวิเศษนะขอรับ’
‘ถูกแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่สามารถใช้งานมันได้’ หลินเอ๋อน้อยหรือซูเจียหลินบุตรีของเยว่ชิงกล่าวขึ้นมาอีกคน
“ใช้งาน จี้หยกที่ห้อยคอข้าอยู่นี่นะเหรอ?” เยว่ชิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางหยิบจี้หยกลวดลายดอกโบตั๋นทรงกลมที่ห้อยคอนางอยู่ขึ้นมาดู
‘ใช่ขอรับ แต่ท่านแม่ต้องใช้หยดเลือดของท่านเปิดผนึกเพื่อใช้งานมันในครั้งแรก’ เสี่ยวเหวินน้อยเอ่ยต่อ
“อึ๋ยยย ต้องใช้เลือดด้วยเหรอ ข้ากลัวเจ็บนี่นา” เยว่ชิงทำหน้าสยองเมื่อได้ยินว่าต้องใช้เลือดของตัวเองมาเปิดผนึก
‘ท่านแม่ทนนิดเดียวเองเจ้าค่ะ เปิดผนึกได้แล้วรับรองว่าคุ้มค่าแน่’ หลินเอ๋อให้กำลังใจมารดา
“ก็ได้..ข้ายอมเชื่อ นั่นเพราะพวกเจ้าเป็นลูกข้าหรอกนะ” เยว่ชิงกล่าวก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเข็มเย็บผ้าขึ้นมาและจิ้มลงไปบนปลายนิ้วชี้ของนาง ก่อนจะทำหน้าเบ้นิดหนึ่ง จากนั้นจึงบีบหยดเลือดลงไปบนจี้หยก
เพียงไม่นานก็มีลำแสงส่องสว่างจ้าขึ้นมา พลันร่างของนางก็ถูกดูดกลืนเข้าไปภายใต้ลำแสงนั้น
“ว้าว อะไรเนี่ย ในจี้หยกมีสถานที่งดงามแบบนี้ด้วย” เยว่ชิงเอ่ยอย่างตกตะลึง เพราะภายในจี้หยกเป็นมิติพิเศษ มีสวนป่าขนาดใหญ่ มีธารน้ำใสไหลผ่าน ทั้งยังมีกระท่อมหลังหนึ่งอยู่ที่นั่นด้วย
‘นี่คือป่าวิเศษ น้ำในลำธารก็วิเศษไม่แพ้กันเจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อเอ่ยเจื้อยแจ้ว
‘ใช่แล้วขอรับ จี้หยกห้อยคอท่านเป็นหยกโบราณล้ำค่าทำจากหินหยกก้อนเดียวกับที่ท่านตาหรือบิดาท่านเคยให้คนสลักเป็นพระพุทธองค์ถวายให้แก่วัดหลี่เจียง วัดศักดิ์สิทธิ์ของแคว้นนี้ขอรับ’
“อย่างนี้นี่เอง นับว่าท่านพ่อสร้างกุศลเผื่อแผ่มายังบุตรีเช่นข้าด้วยสินะ” เยว่ชิงเอ่ยอย่างพอใจ
“ว่าแต่น้ำในลำธารนี่วิเศษอย่างไรงั้นรึ?”
‘น้ำในลำธาร หากนำไปดื่มกินก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถรักษาโรคภัยต่างๆได้เจ้าค่ะ’
‘หากนำไปรดต้นไม้ก็จะให้ผลงอกงาม คุณภาพดีรสชาติเยี่ยมขอรับ’
‘เรียกได้ว่านำไปทำสิ่งใดล้วนแล้วแต่ดีมีคุณประโยชน์ทั้งสิ้นเจ้าค่ะ’
“เยี่ยมไปเลย แล้วในกระท่อมนั่นล่ะมีอะไรบ้าง”
‘ท่านแม่ลองเข้าไปดูสิขอรับ’
“อืม..ดีเหมือนกัน” กล่าวจบเยว่ชิงก็เดินเข้าไปในกระท่อมขนาดกลาง ภายในมีโต๊ะเก้าอี้น้ำชา มีชั้นวางของซึ่งเต็มไปด้วยวัตถุดิบมากมายสำหรับปรุงอาหาร
มีทั้งข้าวสาร แป้งสาลี แป้งมัน น้ำมัน น้ำตาล เกลือ ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง และอื่นๆอีกมากมายที่ใช้สำหรับยังชีพ เรียกได้ว่าเป็นคลังเสบียงดีๆนั่นเอง
“แบบนี้ก็สบายแล้วล่ะ ไม่มีทางอดตายแน่นอน” เยว่ชิงกล่าวอย่างยินดี
‘ถูกแล้วเจ้าค่ะ ที่สำคัญทุกอย่างในกระท่อมนี้ไม่มีวันหมด ท่านแม่นำออกไปเท่าไหร่มันก็จะคืนกลับมาให้เท่าเดิมเจ้าค่ะ’
“จริงเหรอ! งั้นก็เยี่ยมไปเลยสิ..แบบนี้แหละที่ข้าต้องการ” เยว่ชิงกล่าวด้วยความพอใจ
‘ในป่าด้านนอกมีสมุนไพรวิเศษมากมาย สัตว์ป่าก็อุดมสมบูรณ์ทั้งในน้ำและบนดิน ท่านจะนำพืชพันธุ์อะไรมาปลูกที่นี่ก็เจริญงอกงาม หากนำสัตว์มาเลี้ยงก็สมบูรณ์ดีแน่นอนขอรับ’
“ช่างเป็นมิติพิเศษที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก งั้นเริ่มจากนำน้ำในลำธารออกไปใช้ปรุงอาหาร ดื่มกินและรดพืชผักภายนอกก่อนก็แล้วกัน ท่านยายกับท่านพ่อของพวกเจ้าสุขภาพร่างกายไม่ดี ไม่แน่ว่าพอได้ดื่มกินน้ำจากลำธารวิเศษแล้วอาจจะหายดีก็เป็นได้”
‘ท่านลองดูก็ได้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อกล่าวสนับสนุน เยว่ชิงจึงนำเหยือกในกระท่อมไปตักน้ำในลำธารจนเต็ม ก่อนจะออกไปจากมิติพิเศษนั้น
‘ท่านแม่พวกข้าเหนื่อยแล้วขอหลับพักผ่อนก่อนนะขอรับ’ เสี่ยวเหวินน้อยกล่าว
‘ฮ้าวว ไปนอนก่อนละเจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อหาวพร้อมกล่าวลาเช่นกัน
“ไปเถอะนอนหลับฝันดีนะลูกรัก” เยว่ชิงกล่าวพร้อมยกมือบางขึ้นมาลูบหน้าท้องนูนป่องอย่างอารมณ์ดี
“ชิงเอ๋อ แค่กๆๆ แม่นำโจ๊กร้อนๆมาให้ ทานเสียหน่อยเถอะนะ” ซูฮูหยินกล่าวพลางยกถาดใส่โจ๊กข้าวฟ่างเหลวๆ มีกับข้าวเป็นผัดผักจากสวนอีกจานหนึ่งมาให้บุตรสาว
‘ท่านแม่ เราไม่มีข้าวสารงั้นหรือเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยถามมารดา
“ข้าวสารราคาแพงกว่าข้าวฟ่างไม่น้อยเลย รอแม่เก็บเงินได้มากกว่านี้เราค่อยซื้อข้าวสารมาหุงกินก็แล้วกันนะ แค่กๆๆ”
“เจ้าค่ะ อ้อ..ท่านแม่ ท่านดื่มชาเสียหน่อยเถอะนะเจ้าคะ เผื่อจะช่วยคลายอาการไอลงได้” เยว่ชิงบอกกับซูฮูหยิน ก่อนจะรินน้ำชาซึ่งนางเติมน้ำจากธารวิเศษลงไปแล้วยื่นให้มารดาดื่ม
“อืม ชุ่มคอดีจริง ขอบใจนะชิงเอ๋อ” ซูฮูหยินกล่าว หลังจากจิบชาลงไปแล้วนางก็รู้สึกดีขึ้น ร่างกายกระปรี้กระเปร่า อาการระคายคอก่อนหน้านี้จางหายไปอย่างรวดเร็ว
‘ดูท่าว่าน้ำจากลำธารจะวิเศษจริงๆแฮะ ท่านแม่หยุดไอแล้ว’ เยว่ชิงคิดอย่างพอใจ
“ท่านแม่ ท่านออกไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าทานโจ๊กเสร็จแล้วก็จะออกไปทำงานต่อ”
“ได้อย่างไรกัน วันนี้เจ้าพักผ่อนเถอะอย่าเพิ่งหักโหมทำงานเลยนะ กำลังท้องอยู่ด้วย”
“ข้าไม่เป็นอันใดแล้วจริงๆเจ้าค่ะ เชื่อเถอะนะเจ้าคะ ข้างนอกยังมีอะไรให้ทำอีกมากมาย แต่ข้ารับรองว่าจะดูแลตนเองไม่ให้เหน็ดเหนื่อยเกินไปเจ้าค่ะ” เยว่ชิงยืนกราน นางต้องเติมน้ำในลำธารวิเศษลงในบ่อที่ใช้รดพืชผักผลไม้ รวมทั้งเอาไว้ต้มดื่มทำอาหารด้วย
ที่สำคัญเยว่ชิงยังตั้งใจว่าจะนำเจ้าลูกเจี๊ยบกับลูกเป็ดตัวน้อยที่เลี้ยงเอาไว้ไปใส่ในมิติพิเศษเพื่อให้มันเติบโตขึ้นมาอย่างดีเยี่ยมแล้วค่อยเปลี่ยนกลับคืนออกมาภายนอกอีกครั้ง
‘นางต้องออกไปสำรวจดูหนทางทำเงินเสียหน่อย ดูสิแม้นแต่เงินซื้อข้าวสารยังไม่มี ยิ่งเนื้อสัตว์ไม่ต้องพูดถึง หากไม่ตัดใจฆ่าแม่ไก่แม่เป็ดที่เลี้ยงเอาไว้ออกลูกออกไข่หรือจัดการกับพ่อพันธุ์คงไม่มีเนื้อดีๆกินแน่ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นางต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงินมาก่อน’ เยว่ชิงคิดอย่างมุ่งมั่น
‘แม้นเยว่ชิงจะมีอาหารเหลือเฟือในมิติพิเศษแต่จะเอาออกมาโดยไม่มีข้ออ้าง ไม่มีเงินแม้นแต่จะซื้อหาไม่ได้ เอาไว้มีเงินแล้วจะนำของออกจากคลังเสบียงเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น ส่วนเรื่องเงินก็เก็บเอาไว้ใช้สอยอย่างอื่นแทน’
เยว่ชิงคิดได้ดังนั้นก็รินน้ำจากธารวิเศษดื่มไปจอกหนึ่ง ร่างกายนางรู้สึกสดชื่นแจ่มใสมีพลังงานล้นเหลือทีเดียว หลังจากนั้นนางก็ออกจากห้องนอนตรงไปยังสวนผักผลไม้ด้านหลังที่อี้เจ๋อกำลังผ่าฟืนอยู่แถวนั้นพอดี
“อาเจ๋อพักดื่มชาหน่อยเถอะ” เยว่ชิงนำน้ำในธารวิเศษเติมลงไปในกาน้ำชาของอี้เจ๋อด้วย
“พี่สาวหายแล้ว ดีใจจัง” อาเจ๋อยกมือขึ้นปาดเหงื่อพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มและเดินเข้ามาหาเยว่ชิง
‘นี่ผัวหรือลูกชายอีกคนล่ะเนี่ย เฮ้อ..เอาวะ ไม่เป็นไรข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดีไม่ว่าเจ้าจะหายหรือไม่นะอาเจ๋อ ช่างน่าสงสารจริงๆ’ เยว่ชิงคิดก่อนจะยื่นจอกน้ำชาไปให้อี้เจ๋อซึ่งรับไปดื่มรวดเดียวหมดจอก
“เอาอีก เอาอีก ชานี่อร่อยมากเลยพี่สาว” อี้เจ๋อร่ำร้อง เยว่ชิงก็จัดให้ด้วยความยินดี
หลังดื่มชาดับกระหายไป 3-4 จอกด้วยกัน อี้เจ๋อก็กลับไปทำงานของเขาต่อด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมาเต็มเปี่ยม
‘ดื่มชาใส่น้ำวิเศษแล้ว ดูสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น แต่ทำไมกิริยาท่าทางไม่ต่างจากเดิมเลยล่ะ หรือว่าน้ำในลำธารใช้ไม่ได้กับโรคทางสมองงั้นรึ’ เยว่ชิงคิด จากนั้นก็ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะนำน้ำจากธารวิเศษเติมลงไปในบ่อน้ำที่ใช้สอยกันเป็นประจำ
พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จก็มานั่งพูดคุยปรึกษาหารือกันต่อเรื่องคนร้ายทั้งสองในวันนี้“ชิงเอ๋อ..สกุลซ่งตามตัวเรามาถึงเมืองต้าโจวแล้ว ลูกคิดเห็นอย่างไร? พวกเราควรย้ายหนีไปอยู่ที่อื่นดีหรือไม่”ซูฮูหยินเอ่ยถามความเห็นบุตรสาว“หากเราหนี..พวกมันก็ต้องตามมาอีกอยู่ดี สกุลซ่งยังไม่วางใจเรื่องเราสองแม่ลูก แต่ถึงอย่างไรข้าคิดว่าเราไม่ควรหนีพวกมันเจ้าค่ะ ควรหันมาตั้งรับมากกว่า”เยว่ชิงออกความเห็น“เจ้าท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว อีกทั้งคนในหมู่บ้านตงหยวนก็ดีกับเรามากคอยช่วยเหลือพึ่งพากันได้ แม่เองก็ไม่อยากย้ายไปที่อื่น แต่หากพวกมันตามมาเจอเราจะทำอย่างไรเล่า”“ตอนนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากและนำความไปปรึกษาหารือกับท่านลุงซิ่นหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ก่อน จะได้ช่วยเหลือรับมือกับพวกมันได้เจ้าค่ะ”เยว่ชิงตัดสินใจไม่ย้ายไปที่ใดเนื่องด้วยความเป็นจริงที่ว่านางกำลังท้องแก่ใกล้คลอด ไม่สะดวกนักหากต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น อีกทั้งยังมีอี้เจ๋อที่ต้องดูแลหอบหิ้วไปด้วยกัน ซึ่งเขาพลัดหลงมาอยู่กับพวกนางได้ราวปีหนึ่งแล้วหากญาติหรือครอบครัวของอี้เจ๋อยังไม่ถอดใจคอยติดต
หลังตกลงกันได้แล้วซูฮูหยินกับเยว่ชิงก็ไปยังห้องลับทันที พวกนางมองลอดผ่านกองฟางที่ปกคลุมห้องลับอยู่ เห็นอาเจ๋อเดินเล่นคนเดียว ยิ้มหัวเราะอารมณ์ดีได้พักหนึ่งก็มีแขกแปลกหน้ามาเยือน“ชิงเอ๋อ นั่นมัน..มันคือบุรุษคนเดียวกับที่ตามฆ่าพวกเราเมื่อ 8 ปีก่อนนี่”ซูฮูหยินเอ่ยน้ำเสียงสั่นเมื่อเห็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาถมึงทึงที่คุ้นหน้าชายผู้นั้นมีรอยบากเหนือหัวคิ้วด้านขวาซึ่งเกิดจากน้ำมือซูฮูหยินที่ใช้มีดสั้นกวัดแกว่งขณะพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตตัวเองกับบุตรสาวให้รอดเมื่อหลายปีก่อน“ใช่มันจริงๆด้วยเจ้าค่ะ ข้าจำหน้ามันได้ไม่มีวันลืม แล้วนั่นมันมากับใครก็ไม่รู้หน้าตาชั่วร้ายพอกันเลย”ยามนั้นเยว่ชิงอายุ 10 ขวบสามารถจดจำเรื่องราวที่ตงจิ่นส่งคนชั่วมาตามกำจัดนางและแม่เพื่อครอบครองสมบัติสกุลซูได้ดีทีเดียว“คนเลวทั้งคู่นั่นแหละ แล้วอาเจ๋อจะไม่เป็นอะไรแน่รึ”ซูฮูหยินนึกห่วงอี้เจ๋อที่ออกไปรับหน้าคนร้าย“พวกมันไม่รู้จักอาเจ๋อและเขาก็ไม่ได้เปิดประตูให้พวกมันเข้ามา ท่านแม่วางใจเถอะเจ้าค่ะ อาเจ๋อแม้นสติปัญญาเหมือนเด็กสิบขวบ แต่ก็เป็นเด็กที่ฉลาดหัวไ
ครอบครัวสกุลซูใช้เวลาครึ่งเช้ากับช่วงบ่ายทำผักดอง ปลา หมูหมักเกลือสมุนไพรรมควันและตากลมจนเสร็จคนท้องอย่างเยว่ชิงก็แข็งแรงดียิ่งนักด้วยดื่มกินน้ำและวัตถุดิบที่ใช้ธารน้ำจากมิติพิเศษดูแลตลอด‘ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ อีกเดี๋ยวจะมีคนแปลกหน้ามาที่เรือน ระวังตัวด้วยนะขอรับ’ เสียงทักท้วงเตือนขึ้นจากเสี่ยวเหวินน้อย‘ผู้ใดกันอาเหวิน’ เยว่ชิงถามบุตรชาย‘เป็นชายจากเมืองหลวงที่ตามเข่นฆ่าท่านยายกับท่านแม่ก่อนหน้านี้เจ้าค่ะ’ หลินเอ๋อตอบกลับมาเยว่ชิงมีสีหน้าท่าทางตกใจไม่น้อย‘หรือเถ้าแก่จงโดนจับได้แล้วว่าลอบติดต่อกับพวกเรา’เยว่ชิงคิดไปถึงเถ้าแก่จงเมิ่งจื่อคนสนิทผู้ภักดีต่อสกุลซู‘ใช่ขอรับ คนเลวระแคะระคายถึงการมีอยู่ของพวกท่านแล้ว’เสี่ยวเหวินตอบ“อาเจ๋อ มานี่” เยว่ชิงเรียกอี้เจ๋อซึ่งเขาเดินตรงเข้ามาหานางทันที“อาเจ๋อ อีกเดี๋ยวหากมีคนแปลกหน้ามาที่เรือนดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ เจ้าจำที่ข้าสอนได้ไหมว่าให้รับมืออย่างไร”เยว่ชิงเอ่ย อาเจ๋อทำทีนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าให้นาง“ลองทบทวนดูหน่อยสิ หากเขาถามว่าที่นี่เป็นเรือนผ
ซูฮูหยินออกมาดูบุตรสาวและอาเจ๋อเตรียมอาหารสำหรับฤดูหนาวอย่างขยันขันแข็ง“ชิงเอ๋อ เจ้าไปได้หมูป่ามาจากที่ใดกัน” ซูฮูหยินประหลาดใจเมื่อเห็นหมูป่าตัวหนึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ที่ลานหลังบ้าน“ข้าซื้อจากนายพรานที่ตลาดแล้วให้เขาตามนำมาส่งก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ” เยว่ชิงโป้ปดตอบมารดาไป ซูฮูหยินพยักหน้ารับ“เช่นนั้นดีเลย หน้าหนาวปีนี้เราคงมีเนื้อให้กินกันอย่างอุดมสมบูรณ์ทีเดียว” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างพอใจ“เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าตั้งใจว่าจะเอาไปแบ่งปันกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงด้วย”“ดีแล้วล่ะ พวกเขาช่วยดูแลเรามามาก แบ่งไปให้เถอะ” ซูฮูหยินกล่าวอย่างมีน้ำใจเอื้อเฟื้อไม่แพ้บุตรสาว จากนั้นก็มาช่วยกันหมักดองผักที่อาเจ๋อเก็บล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว โดยอาเจ๋อหันไปจัดการกับเจ้าหมูป่าตัวโตต่อ‘อาเจ๋อนี่ดูท่าจะใช้มีดคล่องแคล่วกว่าที่นางคิดแฮะ ก่อนหน้านี้ตัวตนของเขาเป็นใครกัน แม้นจะสติปัญญาอ่อนด้อยราวเด็กสิบขวบ แต่ทักษะความสามารถหลากหลายอย่างจากที่นางสังเกตดูกลับไม่อ่อนด้อยเลยสักนิด’ เยว่ชิงคิดขณะบรรจ
หลังกลับออกมาจากโรงเตี๊ยมซินเจียงแล้วอี้เจ๋อก็คอยเดินตามเยว่ชิงไม่ห่าง“พี่ชายคนนั้นชอบพี่สาว ต้องชอบพี่สาวแน่ๆ”อี้เจ๋อเอ่ย มองหน้าเยว่ชิงพร้อมรอยยิ้มดูไร้เดียงสา“อืม คงงั้นแหละ” เยว่ชิงตอบกลับไป‘ขนาดนางท้องป่องยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจบุรุษอีกนะ เฮ้อ..แต่ก็แน่ล่ะ ดูสิ..รูปโฉมนางงดงาม มีหน้าตาผิวพรรณดีถึงเพียงนี้เลยนี่นา’เยว่ชิงอดชื่นชมตัวเองไม่ได้แม้นโลกนี้จะไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอด ครีมบำรุงผิวชั้นดี แต่การที่เยว่ชิงได้ดื่มกินน้ำจากธารวิเศษ วัตถุดิบชั้นยอด รวมทั้งพืชผักผลไม้ที่รดบำรุงด้วยธารน้ำวิเศษก็ทำให้นางแข็งแรงสุขภาพดี ผิวพรรณผุดผ่องเปล่งประกายทีเดียว‘ใช่ขอรับ เจ้าค่ะ ท่านแม่ของพวกเรางดงามมากจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพวกเราขึ้นมาแน่’ เจ้าสองแฝดในท้องที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นกับมารดาของพวกเขาอีกครั้ง‘แน่ะเจ้าเด็กแก่แดด บิดาของพวกเจ้าต้องพิษไม่รู้เรื่องราวหรอกนะ พวกเจ้าจึงได้มาอยู่ในนี้น่ะ’เยว่ชิงเอ่ยกับลูกๆของนางทางจิตสำนึกพร้อมเอามือลูบหน้าท้องนูนป่องแผ่วเบา‘ไม่ใช่เสียหน่อย ท่านพ่อยามนั้นแม้นจะต้องพิษแต่ยังคงมี
หลังจากตกลงเรื่องการค้าขายผลผลิตกับโรงเตี๊ยมซินเจียงอันโด่งดังมีชื่อเสียงในตัวเมืองได้แล้ว พวกเหลาสุราร้านอื่นๆในตัวเมืองก็สนใจมาสั่งซื้อผักจากสวนสกุลซูมากขึ้นโดยที่สองแม่ลูกไม่ต้องออกไปค้าขายเองอีก เยว่ชิงเลือกผู้รับซื้อโดยเน้นคนจากหมู่บ้านตงหยวนซึ่งไว้วางใจได้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย เพราะคนเหล่านั้นรู้ดีว่าครอบครัวสกุลซูมีเบื้องหลังที่อันตรายแอบแฝงอยู่จึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากนัก กิจการค้าของเยว่ชิงเจริญก้าวหน้าสร้างรายได้หลายร้อยตำลึงทองต่อเดือน ทำให้ครอบครัวนางมีกินมีใช้เหลือเก็บฐานะดีขึ้นไม่น้อยตัวเยว่ชิงเองก็แทบไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอาหารอะไรเลยเพราะนางสามารถนำมันออกมาจากมิติพิเศษได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว“ท่านแม่วันนี้ข้าจะเข้าไปในตลาดกลางเมืองเพื่อหาซื้อข้าวของเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวเสียหน่อยนะเจ้าคะ” เยว่ชิงเอ่ยกับมารดาขณะทานอาหารเช้าร่วมกัน “ชิงเอ







