Share

4 ทดลองงาน (2)

last update Tanggal publikasi: 2026-03-05 21:23:54

-- ติ๊งต่อง –

ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง มารุตก็กับมาพร้อมกับข้าวของที่หอบมาอย่างพะรุงพะรัง ขณะที่เขากำลังจะเคาะประตูขอเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านกำลังมีแขก

"ถ้าพี่เลี้ยงลูกไม่ได้ ก็ยกเด็กให้เราเถอะ"

"พี่ไม่ให้ นั่นลูกพี่"

"ลูกพี่งั้นเหรอ แล้วพี่ดูแลเด็กยังไง ถึงได้มีแต่ผดผื่นแดงเป็นปื้นขนาดนี้ ข้าวปลาก็ไม่มีให้ลูกกินดูสิเด็กร้องใหญ่แล้ว"

"…"

"เราสูญเสียพี่มินไป พี่อย่าต้องให้เราเสียหลานไปอีกคนเลย พี่มินคงจะดีใจมากกว่าที่เด็กได้มาอยู่กับเรา"

"พี่ไม่ให้"

"แต่พี่เลี้ยงลูกไม่เป็น พี่จะทำร้ายเด็กไปถึงเมื่อไหร่ อย่าให้เราถึงขั้นต้องฟ้องเอาเด็กจากพี่เลยนะ ขอล่ะ"

ประโยคทั้งหมดทั้งมวลที่ได้ยินทำให้มารุตต้องถอยห่างออกจากหน้าประตูมาตั้งหลัก เขาไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่เสียงมันดังทะลุออกมาถึงข้างนอก เท่านั้นยังไม่พอเขายังได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ยิ่งทำให้อยากจะรีบเข้าไปข้างในเร็ว ๆ ขณะที่กำลังจะเงื้อมือเปิดประตู ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินทำหน้าโมโหออกมา เธอดูจะชะงักไปเล็กน้อยตอนที่เห็นมารุตยืนรอหน้าประตูบ้านก่อนจะเดินผ่านเขาไป

พอประตูเปิดทำให้มารุตได้ยินเสียงร้องไห้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เขากึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้นั่งแผดเสียงอยู่คนเดียวตรงที่เดิมแต่ไร้วี่แววของคนเป็นพ่อ

"ชู่ววว ไม่ร้องนะครับ"

มารุตอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอดปลอบ พอถุงแป้งได้ยินเสียงของมารุตก็เหมือนจะจำได้ เธอซุกตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยความกลัว แม้เด็กจะไม่ได้หยุดร้องทันที แต่ความอ่อนโอนของมารุตก็ทำให้เธอค่อย ๆ ผ่อนคลายและเงียบลง บรรยากาศภายในบ้านจึงกลับมาสงบอีกครั้ง

"นับแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนายไม่ต้องมาที่นี่แล้ว ส่วนวันนี้ฉันจะจ่ายชดเชยให้เป็นกรณีพิเศษ"

เมื่อมารุตเงยหน้าขึ้นจากเจ้าตัวน้อย เขาก็เห็นพ่อของเด็กยืนทำหน้าน่ากลัวอยู่ด้านหลัง จึงลุกขึ้นยืนโดยอุ้มถุงแป้งลุกขึ้นมาด้วย

"ฉันคงไม่เหมาะกับการเป็นพ่อคน ยัยหนูควรจะได้อยู่กับคนที่ดูแลเขาดีกว่าฉัน"

"เดี๋ยวสิครับ คุณกฤษ คุณใจเย็น ๆ ก่อน"

"นายก็ได้ยินไม่ใช่หรือไงเรื่องเมื้อกี้"

"เอ่อ…ก็…"

"ฉันจะได้ไม่ต้องอธิบายให้มากความ"

"แต่คุณจะตัดสินใจง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ นี่ลูกคุณทั้งคนนะ"

"ลูกฉันแล้วยังไง!! นายก็เห็นสภาพลูกของฉันนี่ นายก็เห็นว่าฉันมันเป็นพ่อที่แย่ ฉันดูแลลูกตัวเองไม่ได้"

กฤษณะโมโหจนเผลอตวาดออกมาเสียงดัง สีหน้าเขาเป็นทุกข์เหมือนคนกำลังร้องไห้แต่ร้องไม่ออก พอรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มขึ้นเสียงก็รีบเบือนหน้าหนีเพราะรู้ตัวดีว่าลูกเองก็กลัวเขา

"ได้สิครับ"

"นายไม่เคยเป็นพ่อคน นายจะรู้อะไร! "

"ผมไม่เคยเป็นพ่อคน แต่ผมก็รู้นะว่าคุณก็รักลูก ไม่งั้นคุณจะให้ยอมให้เครดิตการ์ดผมไปซื้อของดี ๆ ให้ลูกคุณทำไม คุณจะหาพี่เลี้ยงมาดูแลลูกคุณทำไม ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องทำก็ได้"

"นั่นคงเป็นเพราะฉันอยากจะชดเชยความรู้สึกผิดในใจก็ได้"

"ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณตั้งใจทำให้ลูก ผมก็ไม่เห็นว่ามันไม่ดีตรงไหน"

"..."

"คุณหันมามองดูลูกสาวตัวน้อยของคุณสิ นี่เป็นของขวัญจากภรรยาของคุณนะเธอน่ารักขนาดนี้ ต่อให้ใครหน้าไหนจะมาบอกว่าคุณเลี้ยงลูกไม่ดีหรือจะมาขอลูกไปจากคุณ แต่คุณคือพ่อ คุณจะยอมแพ้เรื่องนี้ไม่ได้นะครับ"

กฤษณะมีท่าทีอ่อนลงเมื่อได้ยินคำว่า "ของขวัญจากภรรยา" เขามีเรื่องที่อัดอั้นภายในใจและอยากจะระบายออกมาเป็นร้อยเป็นพันคำแต่ก็พูดไม่ออก

"ยัยหนูเป็นของขวัญที่ฉันไม่เคยอยากได้ จนฉันเสียมินตราไปถึงได้รู้ว่าลูกคือสิ่งที่มีค่าที่ฉันหลงเหลืออยู่ แต่ฉันก็ยังดูแลเธอไม่ดี"

จากคนบุคลิกขึงขังเด็ดขาดแปรเปลี่ยนราวกับเป็นคนละคนเมื่อได้พูดถึงเรื่องที่ติดอยู่ในใจ ตอนแรกมารุตรู้สึกสงสารเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจากการกระทำของผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เขารู้สึกเห็นใจกฤษณะไม่แพ้กัน

"พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นสิครับ ว่าคุณก็เป็นพ่อที่ดีได้ ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมจะช่วยคุณเอง"

กฤษณะถอนหายใจ เมื่อรู้ตัวว่าตนได้เผยด้านอ่อนแอให้คนอื่นเห็นอีกแล้ว แม่ลูกสองคนนี้เก่งจริง ๆ ที่สามารถใช้คำพูดเตือนสติเขาได้ในขณะที่เขากำลังเคว้งคว้างและไขว้เขว

เมื่อสงบสติอารมณ์ได้ กฤษณะก็ยกสองมือขึ้นขอรับเจ้าตัวเล็กมากอดแนบอกเพิ่มเติมกำลังใจให้กับตัวเอง

"งั้นผมทำงานต่อได้แล้วใช่ไหม ของกองอยู่ข้างนอก ขอไปยกมาก่อนนะครับ"

ว่าเสร็จมารุตก็รีบวิ่งออกไปด้านนอก ก่อนจะหอบของที่ซื้อเข้ามาในบ้าน ทั้งของสด ผัก ผลไม้และอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด

"คุณยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหมครับ"

"อืม"

"นี่ผมซื้อมาฝาก ข้าวมันไก่เจ้านี้อร่อยมาก ผมสั่งพิเศษมาสองกล่องเลยเผื่อคุณด้วยเพราะธรรมดาผมไม่อิ่มแน่ ๆ ถ้าติดใจวันหลังจะฝากให้ผมซื้อมาให้ก็ได้นะ"

แม้ว่าจะเพิ่งผ่านสถานการณ์ตึงเครียดมาหยก ๆ แต่มารุตก็สามารถเรียกคืนบรรยากาศให้สดใสได้ด้วยการคุยจ้อไม่หยุด แต่เจ้าของบ้านกลับไม่ได้มีท่าทีรำคาญแต่อย่างใด

"ฉันไม่ได้บอกให้ซื้อมาให้ นายเอาเงินไปใช้เกินหน้าที่รู้ตัวไหม"

"เกินหน้าที่อะไรกันครับ ผมรู้หรอกว่าคุณจะพูดแบบนี้ผมก็เลยใช้เงินตัวเองซื้อข้าวมาต่างหาก ส่วนนี่ของจำเป็นที่ซื้อมีใบเสร็จให้ด้วย คุณตรวจดูได้เลยเงินคุณทุกบาททุกสตางค์ผมใช้คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม"

มารุตพูดพลางจัดแจงข้าวของไว้สำหรับแช่ในตู้เย็น และอีกส่วนไว้สำหรับทำให้เจ้าตัวเล็กกิน

"หึหึ แปลกคน"

มารุตถึงกับต้องขมวดปมที่คิ้วเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ราวกับว่าเห็นอะไรน่าขำทั้ง ๆ ที่เขากำลังจริงจังอยู่ขนาดนี้

"ว่าผมอีกแล้ว คุณควรจะชมผมสิครับว่าผมทำหน้าที่ได้ดีมาก เอ้อเกือบลืมไปเลย นี่ครับบัตรของคุณ"

"เก็บไว้"

"หือ"

"บัตรนั่นเอาไว้สำหรับไว้ให้พี่เลี้ยงไว้ใช้จ่ายอยู่แล้ว ทีหลังจะซื้ออะไรก็ตามเข้าบ้านไม่ต้องเอาเงินตัวเองมาออก ฉันจำกัดวงเงินเอาไว้ที่ 15,000ถ้าไม่พอค่อยมาบอกฉัน"

"โห นั่นมันเยอะมากเลยนะคุณ เดือนหนึ่งเด็กจะกินเท่าไหร่เชียว ต่อให้ซื้อนั่นซื้อนี่ก็ยังเหลือเลย"

"งั้นเหรอ ก็บริหารเอาก็แล้วกัน ฉันยกหน้าที่นี้ให้นายจัดการแล้ว"

"คุณหมายความว่าไง ผมยังทดลองงานอยู่เลยนะ"

"นายผ่านทดลองงานแล้ว พรุ่งนี้ก็เตรียมข้าวของย้ายเข้ามาได้เลย"

"คุณพูดจริงเหรอครับ"

"หรือไม่อยากทำ"

"ทำสิคร้าบ ไม่ทำได้ไง เงินดีขนาดนี้ เอ้ย เจ้านายใจกว้างขนาดนี้"

"อย่ามาทำรุ่มร่ามกับลูกสาวฉันแล้วกัน"

"คร้าบคุณพ่อ เบบี๋ขนาดนั้นผมคงสนหรอก"

จากคำพูดของมารุตทำให้กฤษณะไม่ได้รู้สึกเหมือนได้พี่เลี้ยงเด็กคนใหม่ แต่เหมือนได้เด็กอีกคนมาเลี้ยงมากกว่า ดูท่าเขาอาจจะไม่ได้มีเวลาสงบสุขอย่างที่เคยคิดว่าเสียแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   36 ตอนจบ

    "หมอก""ครับ""มานี่หน่อย""คุณกฤษมีอะไรหรือเปล่าครับ""เปล่า แค่อยากเห็นหน้า""เล่นอะไรของคุณเนี่ย...ถ้าไม่มีไร ผมไปทำความสะอาดครัวต่อละ""มานี่ก่อน"มารุตจิ๊ปากแต่ก็เดินเข้าไปหา ในมือยังคงถือผ้าเช็ดโต๊ะไม่ยอมวาง พอไปถึงเขาก็ถูกรวบตัวจับให้นั่งลงบนตัก"ทำไมต้องให้ผมนั่งบนตักคุณด้วย ตัวผมไม่ใช่เบา ๆ นะ""ไว้ตัวใหญ่กว่าฉันก็ค่อยให้ฉันนั่งตักนายแทนก็ได้""ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายถึผมนั่งข้าง ๆ คุณก็ได้ต่างหาก"มารุตกลอกตาไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงฮัดฮัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ระคายหูคนฟังนัก กฤษณะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น เขาเกยคางลงบนบ่าอีกฝ่าย เลื่อนกรอบหน้าเข้าไปใกล้หูที่กำลังเริ่มขึ้นสีระเรื่อจนแนบชิด"ปีนี้นายอายุเท่าไหร่""ปีนี้ผม 26 แล้ว คุณถามทำไมครับ""ปีนี้ฉัน 33""ครับ ผมรู้อยู่แล้ว คุณห่างกับผมตั้ง 7 ปี เป็นพี่ผมได้สบาย ๆ ""ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เรียกฉันพี่ซะล่ะ""ได้ไงล่ะครับ คุณโตกว่าผมมากแถมยังเป็นเจ้านายผมกับแม่ด้วย""แต่ฉันว่ามันฟังดูห่างเหิน เรื่องว่าจ้างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องว่าจ้าง แต่เรื่องความสัมพันธ์นายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็นสิ""เอ่อ ผม""ฉันขอมากไปงั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   35 จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง

    "คุณกฤษครับ แป้งน้อยไม่สบาย ผมพาไปหาหมอมาแล้ว....ครับ....มีไข้แต่ตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"มารุตวางสายก่อนจะหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างน่าสงสาร หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงจะพาไปตากแดดตากลมมากไปหน่อยจึงทำให้ล้มป่วย"หายไว ๆ นะเด็กดี"เมื่อเห็นว่าถุงแป้งหลับสนิทแล้วร่างโปร่งก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ปกติแล้วมารุตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กสักเท่าไหร่ หากเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจก็มักจะโทรถามแม่ตัวเองอยู่ตลอด แต่กับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย แม่เขาจะบอกให้เขาจำใส่ใจไว้เสมอว่าอันดับแรกที่ควรทำก็คือพาเด็กส่งถึงมือหมอให้เร็วที่สุด และนั่นก็เป็นคำแนะนำที่ดีมากสำหรับเขาระหว่างนั้นมารุตก็แวะเข้าไปดูถุงแป้งอยู่ตลอด เธอจะร้องงอแงบ้างเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้มารุตต้องคอยอยู่ปลอบจนสงบเป็นระยะ ๆ"ยัยหนูเป็นยังไงบ้าง""คุณกฤษ ทำไมรีบกลับล่ะครับ แล้วงานล่ะ"จู่ ๆ กฤษณะก็เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังจากที่วางสายจากมารุตไปได้ไม่ถึงชั่วโมง"ฉันเป็นห่วงลูก เลยลางานครึ่งวันน่ะ"กฤษณะเดินเข้ามาในห้องของลูก เขายังไม่ทันจะวางสัมภาระที่พกติดตัวม

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   34 คำตัดสิน

    ถึงวันฟังคำตัดสิน กฤษณะขอลางานเดินทางไปศาลพร้อมกับลูกและมารุต หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างกดดันเพราะต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ เอาไว้กับตัวทั้งหมด แม้แต่แม่บ้านรุ่งรัตน์ มารุตเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ"ตาาาาาาา พ่อจ๋า ตาาา"คำเรียกที่จากปากเจ้าตัวเล็กหลังจากที่ยกมือไหว้ตามคนเป็นพ่อและพี่เลี้ยงทำให้นพพลถึงกับหยุดชะงัก นี่หลานเขาโตจนพูดได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ สุดท้ายแม้ไม่อยากจะรับไหว้แต่ก็ต้องจำยอมพยักหน้าให้ครอบครัวเจ้าตัวน้อย เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของหลาน"ไป ไป หม่ามา ไป ไป"เจ้าตัวเล็ก ส่งเสียงเป็นนกแก้วนกขุนทอง เธอเรียกคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วโบกไม้โบกมือทักทายคนไปทั่ว แถมยังเดินคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เหมือนตอนเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนอภิญญาพอได้เห็นหน้าหลานก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะระหว่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ เธอไม่มีโอกาสจะได้เจอหลานเลย จะแอบติดต่อก็ลำบาก แต่พอได้เห็นถุงแป้งถือของเล่นที่เคยซื้อให้มาด้วยก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆการทักทายดูจะจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกจากกันไป ส่วนกฤษณะไม่ได้รีรออะไร เขาเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   33 คู่คิด

    เวลาล่วงเลยมากว่าสองเดือนหลังจากได้หมายศาล แม้กฤษณะจะไม่ได้มีคนรอบข้างในชีวิตมากนัก แต่เขายังโชคดีที่ได้ทนายฝืมือดีเป็นรุ่นพี่จากที่ทำงานเก่า ตามจริงเขารู้สึกแค่เพียงว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสายเลือดเดียวกันมันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า แต่หากว่ามันจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะได้เลี้ยงดูลูกต่อไปหรือไม่ เขาก็พร้อมที่จะทำวันนี้ทนายเดินทางมาหาเขาที่บ้าน พร้อมกับสอบถามข้อมูลและหาหลักฐานอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติม"วันที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย โจทย์ส่งเพียงทนายมาเจรจา ซึ่งจากที่เราได้พยายามหาข้อตกลงร่วมกัน มันไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นเราต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปสู้กันต่อ ศาลนัดสืบพยานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กฤษ นายยังโชคดีนะที่ได้จดทะเบียนสมรส ถ้าว่าตามข้อนี้นายได้เปรียบแน่นอนเพราะเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย""ผมมีโอกาสที่จะเสียลูกมากน้อยแค่ไหนครับพี่เอก"กฤษณะพูดพลางหันไปมองมารุตที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก สิ่งที่เขากังวลใจอีกเรื่องก็คือเรื่องของคนข้าง ๆ เพราะเรื่องของพวกเขาสองคนก็เป็นข้อเท็จจริงอีกข้อที่อีกฝ่ายจะยกข้อนี้ขึ้นมาอ้างได้"ว่ากันตามหลักกฏหมาย ไม่มีข้อไหนที่ห้ามผู้ปกครองที่คบหาเพศเดียวกั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   32 ตัดขาด

    วันนี้กฤษณะพาลูกมาเยี่ยมคุณตาคุณยายอย่างเคย สายตาหลายคู่ที่เคยมองเขาด้วยความเป็นกันเองได้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเพิกเฉย ซึ่งกฤษณะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก มีก็แต่มารุตที่ยังไม่ชินและรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่กฤษณะยกมือขึ้นตบบ่าคนตรงหน้าเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนรอบข้างที่คอยจ้องจับผิดพวกเขาอยู่แทบจะทุกวินาที"ไม่เป็นไรนะ""ครับ"มารุตส่งยิ้มตอบ ตามจริงคนที่อยากได้กำลังใจมากที่สุดควรจะเป็นกฤษณะมากกว่า แต่คนตัวโตกลับไม่เผยความรู้สึกให้ใครรู้ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนรอบข้างถึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาไร้ความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่หากได้ใกล้ชิดกันจริง ๆ กฤษณะคือคนที่เอาใจใส่คนอื่นดีมากคนหนึ่ง"เห็นอกเห็นใจกันเหลือเกินนะ"นพพลพูดขึ้นอย่างไม่มีอ้อมค้อม เขานึกว่าหากอภิญญาได้เกลี้ยกล่อมให้กฤษณะยอมเลิกจ้างมารุตตามที่ร้องขอ อาจจะทำให้เขาใจอ่อนขึ้นมาบ้าง แต่กฤษณะกลับเพิกเฉย มิหนำซ้ำยังพามารุตมาด้วยราวกับไม่เห็นหัวเขา"ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้าหักหลังลูกสาวฉัน ถึงขั้นเอาลูกจ้างมาแทนที่ แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก"คำพูดขอพ่อตาทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านเงียบไปตาม ๆ กัน"แกเงียบแบบนี้ แสดงว่าแก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   31 แพ้ทางพ่อลูกอ่อน

    หลังจากที่กฤษณะขอมารุตคบอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าพี่เลี้ยงคนที่มั่นใจในตัวเองสูง คนที่กล้าเดินหน้าบอกความรู้สึกก่อน จะกลายเป็นคนละคนไปแล้ว มารุตไม่ยอมสบตาตอนคุย เขาพูดน้อยลงกว่าเดิมมาก แถมยังออกอาการเขินอายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก กฤษณะจึงปล่อยให้เขาได้ปรับตัว ไม่เร่งรีบอะไร พวกเขากลับไปเตรียมตัวที่ห้องอีกครั้งและกลับมานั่งพักผ่อนที่ริมชายหาดกันเงียบ ๆ"อ๊าย! จา จ้าาา"ถุงแป้งส่งเสียงร้องดังลั่น เมื่อถูกปล่อยให้คลานเล่นบนชายหายเม็ดเนียนละเอียด ชุดว่ายน้ำสีแดงสดลายก้อนเมฆเด่นสะดุดตา เรียกได้ว่าคลานไปไหนก็หาเจอส่วนผู้ใหญ่ทั้งสองคนอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทั้งคู่ คนเป็นพี่เลี้ยงพาเจ้าตัวเล็กนั่งก่อปราสาททรายอยู่ใต่ร่มไม้ ส่วนกฤษณะก็นอนดูมารุตกับลูกอยู่บนเก้าอี้ชายหาด ลมยามบ่ายแก่ ๆ กับกลิ่นของทะเลชวนให้รู้สึกดีทีเดียว"ดูนั่นสิ พวกเขาพาลูกน้อยมาเที่ยวล่ะ""ใช่เหรอ ฉันว่าเด็กอาจจะเป็นญาติกันกับสองคนนั้นก็ได้นะ""ไม่รู้สิ ถ้าอย่างนั้นแล้วแม่เด็กไปไหน ปกติแม่จะหวงลูกอย่างกับอะไรดี ตัวแค่นี้ไม่น่าปล่อยให้ออกมาเล่นแบบนี้กับคนอื่นได้นะ""อืม น่าคิด"บทสนทนาที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้ก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   11 เรียกพ่อสิลูก

    "ม่า ๆๆๆๆๆ หม่าม่า ๆ ""หมอก ลูกฉันร้องแบบนี้หมายความว่าไง""เอ่อ…ก็"มารุตกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ที่ผ่านมาเขาพยายามจะสอนให้ถุงแป้งหัดพูดชื่อเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่ตัวอักษรเริ่มต้นมันดันเป็น ม ม้า เหมือนกันและตัวเด็กเองยังหัดออกเสียงไม่เป็นทำให้ถุงแป้งพูดได้แค่นี้ ที่จริงถือว่าเป็นพัฒ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   9 เจ็บตัว

    -- ก๊อก ๆ –"คุณกฤษครับ คุณสะดวกไหมครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย"มารุตมาเคาะประตูเรียกกฤษณะในตอนสายของเช้าวันหนึ่ง ช่วงนี้งานของกฤษณะค่อนข้างยุ่งมาก นอกจากเขาจะต้องออกจากบ้านแต่เช้าแล้ว ยังกลับดึกค่อนข้างบ่อย กว่าจะว่างได้ก็ต้องรอวันอาทิตย์หรือวันหยุดอย่างเดียวตามจริงมารุตเองก็ไม่อยากจะรบกวนกฤษ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   6 ชั่งใจ

    [เช้าวันถัดมา]วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดงานของกฤษณะ แม้จะเป็นวันหยุดแต่เขาก็ตื่นเช้าเป็นปกติ ยิ่งเมื่อคืนเกิดมีปากเสียงกับพี่เลี้ยงเด็กด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขานอนหลับไม่ลง หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะพะวงกับหลาย ๆ เรื่องเมื่อออกจากห้องมาก็พบว่ามีคนตื่นอยู่ก่อนแล้วและมารุตก็กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับลู

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   8 การเปลี่ยนแปลง

    -- แกร๊ก –เสียงประตูเปิดออกท่ามกลางความมืดมิดภายในบ้าน แสงที่สาดจากทางด้านนอกช่วยให้คนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาด้านในปรับโฟกัสสายตาได้ง่ายขึ้น ทำไมมารุตถึงได้ปล่อยให้บ้านมืดได้ขนาดนี้ทุกอย่างภายในบ้านเงียบเชียบผิดปกติ ทำให้กฤษณะรู้สึกใจไม่ดี เขานึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดใน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status