Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-01-10 14:42:21

คิมหันต์ฤดูเวียนมาบรรจบ ทุกปีเมื่อถึงวันเกิดของเฟิงเซียน ในวันนั้นจะฝนตกจนกว่าจะถึงเวลาที่นางเคารพหลุมศพของนางในอดีตชาติ เมื่อนั้นแดดจะออกท้องฟ้าสดใสสมดังเป็นฤดูร้อนเช่นเดิม

แต่ปีนี้แตกต่างจากทุกปี นอกจากฝนไม่ตกแล้วแดดก็ยังจ้า ช่างเรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศดีจริง ๆ แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือดอกปี่อั้น หรือปี่อั้นฮวา เบ่งบานรอบหลุมศพ

หึ...ถึงเวลาแล้วสินะ...!

“เจ้าเคารพหลุมศพท่านน้าเจ้าแล้ว ให้พ่อพาไปเคารพหลุมศพแม่เจ้าหรือไม่” เขาจำต้องถามนางอีกครั้ง เพราะปีนี้พ่อของนางลู่เซียงติดภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายจากฝ่าบาท เพื่อไปควบคุมสถานการณ์ตึงเครียดที่ชายแดน เนื่องจากชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ แถบชายแดนเริ่มรุกรานเข้ามาทำร้ายคนแคว้นสุ่ย เช่นนั้นเมื่อฝ่าบาทขอขันอาสา พ่อนางก็ไม่รีรอ รีบสร้างผลงานทันที เพื่อฟื้นฟูตระกูลให้กลับมามั่นคงดังเดิม

เขาทราบอีกว่าฮูหยินผู้เฒ่าลู่นั้น นอกจากจะรังเกียจนางที่เกิดมาทำให้ลูกสะใภ้ที่ดีของนางสิ้นใจลง นางจึงเหมือนตัวกาลกิณีสำหรับตระกูลลู่ หากไม่ใช่ลู่เซียงที่ยังต้อนรับดี ก็คงไม่ได้เฉียดเข้าตระกูลลู่ได้โดยง่าย

“ท่านพ่อบุญธรรมบอกว่า ท่านพ่อจะไม่อยู่สักพักใช่หรือไม่ เช่นนั้นปีนี้ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าคงไม่ต้อนรับเรา”

“เจ้ารู้ความเช่นนี้ก็ดี ปีนี้เจ้าอายุปักปิ่นแล้ว ถึงวัยเป็นสาว เช่นนั้นพ่อจะพาไปเที่ยวเมืองหลวงสักพักตามที่เจ้าขอท่านปูดีหรือไม่” จิ่นฟ่านได้ฟังเรื่องของนางจากปากท่านพ่อ เขาก็เห็นด้วยที่จะพานางไปเมืองหลวง เพราะตั้งแต่เกิดมา ท่านพ่อเก็บนางไว้แต่ที่เจียงหนาน เพราะไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม

“จริงหรือท่านพ่อ ข้ายินดียิ่ง” นางเข้าไปสวมกอดพี่ชายที่เป็นพ่อบุญธรรมในชาตินี้ ไม่ว่าชาติไหนเขาก็ตามใจนางที่สุด เห็นมีเพียงตระกูลสุ่ยที่นางสามารถพึ่งพิงได้กระมัง

"ท่านปู่เจ้าไม่อยากให้ไปนาน แต่พ่อจะลองยื้อเจ้าไว้สักสามเดือนดีหรือไม่" เขาเองก็คิดถึงบุตรบุญธรรมคนนี้ แต่เล็กที่นางเอาแต่ติดเขา เขาก็อยากเอาไปเลี้ยงที่เมืองหลวงด้วย แต่ท่านพ่อไม่อนุญาต เพียงเพราะเขาไม่ได้แต่งงานและก็จะเป็นภาระเป็นห่วงพะวง แต่แท้ที่จริงท่านพ่อของเขารักและเอ็นดูนางต่างหาก เกือบเกิดศึกชิงหลานนอกไส้มาแล้วเมื่อนางยังวัยเยาว์

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” นางย่อตัวจับกระโปรงเคารพบิดาบุญธรรมที่รักนางยิ่ง รอยยิ้มของนางที่นาน ๆ จะเผยให้เห็นสักครั้งก็ปรากฏแก่สายตาจิ่นฟ่าน

เขาและท่านพ่อไม่เคยเลี้ยงดูนางอย่างเข้มงวด แต่กลับเป็นนางเสียเองที่เข้มงวด ร่ำเรียนวิชาเสียเอง ยิ่งเมื่อนางเติบใหญ่ความเงียบขรึมนั้นยิ่งทำให้เริ่มน่ากลัว

“กลับบ้านกันเถอะ” เขาเดินจูงมือบุตรสาวบุญธรรมกลับไปเลี้ยงฉลองงานปักปิ่นที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่รอแขกคนสำคัญ คนที่ฝ่าบาทประทานให้เป็นตัวแทนมาแสดงความยินดีกับเขา แต่เขาและท่านพ่อล้วนหาได้ยินดีไม่ แต่มิอาจขัดพระราชโองการได้ จึงต้องฝืนใจต้อนรับขับสู้

ยามโยว่(17:00-18:59) งานเลี้ยงเริ่มขึ้น พร้อมกับแขกคนสำคัญที่เขาไม่ต้องการให้เฉียดแม้แต่เงาจวนก็เดินทางมาถึง เมื่อนั้นท่านพ่อให้เขาไปต้อนรับ เพราะเกรงว่าจะข่มอารมณ์ขุ่นมัวไม่ได้

“เชิญท่านอัครเสนาบดี” จิ่นฟ่านปั้นหน้ายิ้มให้กับอดีตน้องเขย ที่ปัจจุบันแทบไม่มีอันใดเกี่ยวข้อง แม้แต่ความสัมพันธ์ฉันมิตร

ครานี้เขามาในฐานะตัวแทนฝ่าบาทที่ต้องการเชื่อมความสัมพันธ์สองตระกูลกระมัง แต่ท่านพ่อของนางเห็นทีจะไม่เผาผีและพร้อมตัดญาติขาดมิตร แต่ฝ่าบาทนั้นไม่ใช่ เขาเป็นผู้นั่งบัลลังก์มังกร เมื่อหัวมังกรจะมั่นคงก็ต้องมีหางที่แข็งแกร่ง

และยามนี้ตระกูลหวังที่ฝ่าบาททรงสร้างขึ้นมาเองกับมือ โดยตระกูลสุ่ยต้องเสียหนึ่งชีวิตเพื่อแลกมา นั่นย่อมต้องขาดทุน ท่านพ่อจึงไม่คิดสร้างสัมพันธ์ หากเขาให้เกียรติน้องสาวเขาสักนิด คงไม่แต่งญาติฝ่ายแม่สกุลลู่ขึ้นมานั่งเป็นฮูหยินเอก

“คารวะท่านเจ้ากรมกลาโหม” เสนาบดีหวังกล่าวอย่างสุภาพส่งไมตรีไปพร้อมทั้งยืนถือพระราชโองการมาให้ยังจวนสกุลสุ่ย

สุ่ยเจียงและคนอื่นจึงต้องคุกเข่ารับราชโองการ รวมทั้งเฟิงเซียนที่เพิ่งออกมา ก็รีบมาคุกเข่าด้านข้างท่านปู่ของตน

ท่านผู้เฒ่าสุ่ยรับราชโองการ เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี วันเกิดบุตรีบุญธรรมในวัยปักปิ่น ขอพระราชทานทองร้อยชั่ง เงินร้อยช่าง ที่ดินร้อยหมู่ ทั้งเครื่องแก้วแหวนเงินทองและปิ่นทองพระราชทานจากฮองเฮา เพื่อแสดงความยินดีต่อตระกูลสุ่ย ที่มีงานมงคล

จบราชโองการ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี

เมื่อจบพระราชโองการของฝ่าบาท สุ่ยเจียงในฐานะผู้นำตระกูลตอนนี้ยกมือท่วมหัวขึ้นรับม้วนผ้าพระราชโองการ

แต่หัวใจของเขานั้นเจ็บแค้นยิ่ง ต้องมาคุกเข่าให้กับอดีตลูกเขยชั่วของตน

“ท่านผู้เฒ่าสุ่ย ลำบากท่านแล้ว” หวังลี่จินส่งพระราชโองการพร้อมกับจะช่วยพยุง แต่ทว่ามีมือเล็กของสตรีที่คาดว่าเป็นบุตรีบุญธรรมของจิ่นฟ่านยื่นมือมาจับไว้ ทำให้เขาจับที่มือนางอย่างไม่ตั้งใจ

“ขออภัยท่านอัครเสนาบดี ข้าน้อยขอช่วยพยุงท่านปู่เอง ไม่รบกวนท่าน”

เสียงใสกังวานนั้น ทำให้ท่านอัครเสนาบดีอย่างเขาชะงักงัน ใบหน้าซีดเผือดขาวราวกับคนเห็นผี

‘นะ...นาง...สุ่ยเซียน...’ เขาเพียงคิดในใจ เพราะว่าทั้งน้ำเสียง ใบหน้าราวกับนางเมื่อตอนยังสาว และในตอนนั้นที่นางตายลงโดยฝีมือเขา ก็ใบหน้าไม่ได้ต่างจากนี้เท่าไหร่

“ท่านอัครเสนาบดี...ท่านเป็นอันใดหรือไม่ใบหน้าท่านซีดเผือด หน้าข้าอัปลักษณ์ขนาดท่านมองข้าราวกับเห็นผีก็เพียงนั้นเชียว” เฟิงเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งใบหน้าก็ยิ้มให้เขาราวกับสตรีโง่งมเมื่อครั้งอดีตไม่มีผิดเพี้ยนนัก

“...ขะ...ขออภัย...” เมื่อเขารู้ตัวว่าแสดงกิริยาไม่ดีต่อนางไปจึงรีบชักมือออก ทั้งยังเห็นอดีตพ่อตามองเขาด้วยความกรุ่นโกรธราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ที่บังอาจมาจับไม้จับมือหลานสาว

“นางช่างเหมือน...”

“ท่านอาเซี่ยนเซี่ยน ใช่หรือไม่ ทั่วเจียงหนานเห็นทีจะไม่มีใครพูดผิดแผกแตกต่างจากท่านอัครเสนาบดีนัก” เฟิงเซียนจงใจกล่าวเช่นนั้น เพื่อให้เขาคิดถึงนางเมื่อครั้งอดีต

“เจ้าคุ้นเคยกับนางดีงั้นรึ” หากเขาไม่ได้เห็นกับตาว่านางตาย คงจะคิดว่านางหนีไปมีลูกอยู่ที่ใดสักแห่ง เพราะเด็กสาวผู้นี้ไม่ผิดเพี้ยนจากนางแม้เพียงนิด

“จะเรียกว่าคุ้นก็ไม่เชิงนัก ข้าเกิดในวันที่ท่านอาเสียชีวิตพอดี ท่านจำได้หรือไม่ว่านางตายอย่างไร” ประโยคสุดท้ายนางต้องการจะย้ำถึงความเลวของเขา ก่อนตายนางได้เห็นเขาทำชั่วในห้องของนาง

ยาที่ให้นางกินก็เป็นยาพิษ เพื่ออำนาจและสิ่งที่ต้องการทั้งคู่ร่วมวางแผนกันเพื่อฆ่านางอย่างเลือดเย็นนัก

หะ..!.แววตานี้มัน เหมือนนางจะกลับมาแก้แค้นเขา ไม่เป็นไปไม่ได้ ไม่จริง ข้าคิดไปเอง

แม้ว่าจะตกใจต่อคำพูดนาง แต่เขาก็พยายามเก็บอารมณ์ตัวเองให้มิดชิด ไม่ให้แสดงออกมาได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของนาง

“นางก็ป่วยตายนะสิ” เขาตอบไปหลบสายตานาง เมื่อ 15 ปีก่อนนางไร้เดียงสา แต่เมื่อมาพบคนที่คล้ายนางทำไมแววตาช่างอำมหิตนัก ราวกับต้องการแก้แค้นเขา

ไม่ใช่ เขาคิดไปเอง

“ได้ข่าวว่า หลังจากไว้ทุกข์ให้ท่านอาของข้าเพียงวันเดียว ท่านก็แต่งฮูหยินคนใหม่ ไม่ทราบว่าฮูหยินเอกท่านสบายดีหรือไม่” นางจงใจพูดให้เขาดูแย่ในสายตาคนร่วมงาน เพราะเน้นว่าหลังจากไว้ทุกข์ นั่นทำให้คนทั้งงานแคลงใจ ว่าอาจจะมีเหตุขัดแย้งบางประการระหว่างสกุลหวังและสกุลสุ่ย รวมถึงการตายของสุ่ยเซียนในอดีต

เสียงซุบซิบถัดมา เรียกความสนใจให้กับสุ่ยเจียง เขายกยิ้มอย่างพอใจ หลานสาวผู้นี้พูดแทนใจเขาทุกคำ ต้องตกรางวัลอย่างงามเสียแล้ว

“เอ่อ...ข้าว่าเชิญนั่งเถิด ท่านผู้เฒ่าสุ่ยเริ่มจะเมื่อยแล้วกระมัง” เขาเปลี่ยนเรื่องเพราะที่นางกล่าวนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมตัวมาตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา

“เช่นนั้นเชิญท่านอัครเสนาบดีด้านบนเถิดเจ้าค่ะ ท่านปู่ได้จัดที่นั่งสำหรับอดีตท่านสามีท่านอาไว้อย่างสมเกียรติแล้ว” ก่อนจะแยกย้าย นางก็สาดโคลนให้อีกหนึ่งคำ

เสียดายนัก นางลู่ชิงญาติสนิททั้งยังเป็นแม่สื่อแม่ชัก ก็เลยชักใยอยู่เบื้องหลังการตายของนางไม่มาด้วย มิเช่นนั้นคงได้ครึกครื้นกว่านี้

นี่นางไม่ได้ทราบล่วงหน้าสักนิดว่า อดีตสามีจะมาร่วมงาน มิเช่นนั้นจะจัดขวัญต้อนรับอย่างงามทีเดียว

“ท่านเสนาบดีเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ข้าให้สาวใช้จัดเรือนพักรับรองให้ท่านไว้แล้ว หลังจากจบงานเลี้ยง อยู่พักผ่อนที่นี่สักหลายวันหน่อยดีหรือไม่” จิ่นฟ่านพูดไปตามมารยาท แต่มิได้ต้องการให้เขาอยู่นานนัก กลัวท่านพ่อของตนจะหัวใจวายเสียก่อน

แต่เมื่อผินหน้าไปทางผู้เป็นบิดา กลับเห็นท่านดูใบหน้าแช่มชื่น ทั้งยังคุยเล่นกับบุตรีของเขาราวกับไม่มีคนผู้นี้อยู่ในงาน

“ไม่รบกวนนานหรอก พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว” เขาจะอยู่นานได้อย่างไร เพราะว่าคนหน้าเหมือนสุ่ยเซียนอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ หากเขาเผยว่าตนมีส่วนทำให้นางตาย ผู้เฒ่าสุ่ยคงไม่เก็บเขาไว้เป็นแน่

คำพูดของท่านพ่อและอัครเสนาบดีชั่ว ดังก้องในโสตประสาทของเฟิงเซียน นางเรียกอาหนิงมากระซิบให้คนจัดห้องเก่าที่เป็นห้องของตน ต้อนรับท่านอัครเสนาบดีเสียเลย

หึ...เขาคงคิดถึงเมียเก่าอยู่ไม่น้อย เพราะเห็นหน้านางก็ตกตะลึงเช่นนั้น

“หลานคิดจะทำอันใด” สุ่ยเจียงที่นั่งอยู่ใกล้ ก็ได้ยินหลานสาวกระซิบบางอย่าง น้อยครั้งนักที่นางจะสอดมือยุ่งเรื่องใด นี่ถือเป็นเรื่องไม่ใคร่จะปกตินัก ที่นางจะมาจัดการคนที่ทำให้ท่านอาของนางตาย

“ท่านปู่โปรดวางใจ ข้าเพียงแต่แก้แค้นให้ท่านอาเล็ก ๆ น้อย ๆ” นางขยิบตาให้ท่านปู่ และคิดว่าท่านปู่ของนางเองก็คิดเช่นเดียวกัน

ศัตรูมาถึงที่จะไม่ให้ตอบโต้บ้างหรือ...

นางหาใช่คนใจดีเช่นนั้น
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 76

    สวบ...! นางยังไม่ทันได้อธิบายจบก็โดนเขาเสียบเข้าทีเดียวมิดลำ “เจ้าตงหยางบ้า...เอาทีเดียวข้าก็ฉีกพอดี” นางทุบหน้าอกแกร่งของเขา แรงๆไปหนึ่งที ใบหน้านางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ซี๊ดดดด... เขาร้องครางเพราะช่องทางรักของนางตอดเขาหนึบ กลีบดอกไม้นางปลิ้นเข้าออกตามแรงก

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 75

    “ดะ...เจ้าอย่าเพิ่งขะ...ข้ายังไม่ได้อาบน้ำ เกรงว่าเจ้าจะเหม็น” เขามาถึงก็จับนางเข้าหอ น่าไม่อายนางต้องหาวิธีหลบเลี่ยงเขาก่อน “ไม่เป็นไรข้าจะอาบให้เจ้าเอง ด้วยลิ้นของข้านี่แหละ รับรองว่าสะอาดเอี่ยมอ่องทั้งตัวเลย” เขาพูดจบ แก้มขาวของนางก็แดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขาชอบยิ่งนักที่หยอกเย้าให้นางได

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 74

    “เจ้าก็เช่นกันนะ สักวันเจ้าจะเจอคนที่รักเจ้าเหมือนที่ข้าเจอ” อี๋เหนียงอวยพรเพื่อนด้วยเสียงสั่นเครือ และกอดกันทั้งน้ำตา แต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เวลาเข้าหอนางจึงออกมาจากห้อง ให้เพื่อนรักได้มีความสุขกับคนที่นางรัก ฟางเหนียงเดินกลับบ้านอย่างเหงาๆ ทุกวันเพื่

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 73

    “จินหลิง เจ้าเป็นอะไร” หานหลิงอี้เห็นคนของตัวเองบาดเจ็บมา พร้อมกับตงหยางและญาติผู้น้องก็ตกใจนัก “ท่านพี่ พวกเราโดนหลอก” จื่อเถิงบอกกับญาติผู้พี่พร้อมกับเอาสมุดบัญชีรายชื่อคนร่วมกันช่อโกงเงินพระคลังไป “เพื่อนข้ากับพ่อเจ้า...ด้วยงั้นรึ” จื่อเถิงไม่ตอบอันใด เอาแต่พยักหน้าใ

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 72

    “ก็ข้าเป็นห่วง” “ข้าอยากใช้ความคิดเจ้าอยู่เงียบๆ เถิด” นางอยากคิดเรื่องทุกอย่างให้รอบครอบ ความน่าสงสัยเรื่องที่สองคือจิ่นช่างหลิวเกี่ยวอันใดกับเรื่องนี้กันแน่ เขาจงใจเข้ามาสนิทสนมกับนางจริงๆ ตั้งแต่วันนั้นแล้วแต่นางก็ไม่ระแคะระคายเลย ในเมื่ออดีตเขาเคยทำนางเจ็บช้ำ ปัจจุบันน่าจะไม่ต่างกันมา

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 71

    จื่อเถิงเดินออกจากเรือนเพื่อไปยังนอกจวนสกุลหลัว แต่ยังไม่ได้ก้าวสักกี่ก้าว เจ้าคนหน้ามึนก็มาขวางไว้อีกแล้ว “เจ้าหลบไป” “เจ้าจะไปไหน ให้ข้าพาไปดีหรือไม่” ตงหยางรู้สึกผิดกับนางอยากไถ่โทษโดยการทำดีกับนางให้มาก นางก็น่างสงสารเช่นกัน เขามันคนเอาใจแต่ไม่รู้เลยว่านางจะเจ็บปวดใจเช่นนี้

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 48

    ตงหยางเดินออกมาด้วยความโกรธ เมื่อเข้าไปในงาน ก็ยกกาเหล้าขึ้นดื่มย้อมใจ ไม่มีสตรีใดที่กล้าท้าทายเขาเช่นนาง “คิดว่าเป็นท่านหญิงสูงศักดิ์งั้นรึ ไม่ต่างจากคณิกานางโลมสักนิด” เขาสบถแล้วก็ยกเหล้าขึ้นดื่มแบบไม่ยั้ง จนทำให้คนรับใช้คนสนิทของตงหยวนต้องมาห้ามปรามไว้ “นายน้อยขอรับเบาหน่อยเถิ

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 28

    “ปีนี้อายุ 18 แล้วใช่หรือ” โอรสสวรรค์มองนางด้วยสายตาชนิดหนึ่งที่บุรุษมองสตรี “เพคะฝ่าบาท” เฟิงเซียนตอบพร้อมมองสบสายตาฝ่าบาทอย่างไม่นึกกลัว เพราะนางรู้ความหมายนี้ดี “ดี...เช่นนั้นเรื่อง...” “ทูลฝ่าบาทหม่อมฉันมีเรื่องอยากขอเพคะ” เฟิงเซียนเอ่ยขัดก่อนที่เขาจะเอ

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 25

    “เหตุใดถึงเงียบเล่า...หรือว่าเจ้าก็คิดเช่นเดียวกับข้า” เมื่อเห็นสีหน้านางตระหนกเขาก็ยิ่งได้ใจ นางจะรู้หรือไม่ เพียงแค่แสงจันทร์ด้านนอกลอดผ่านหน้าต่างที่เขาเพิ่งเปิดมันออก เพื่อลอบมาหานางด้วยความคิดถึง ส่องกระทบใบหน้างดงามของนาง ทำให้สติเขากระเจิดกระเจิงได้ง่ายเสียเหลือเกิน “มะ...ไม่...ไม

  • สามีข้าหรือป้ายวิญญาณนั่นอย่างไร   บทที่ 1

    รัชศกสุ่ยหยางปีที่15 หลังจากราชวงศ์สุ่ยเรืองอำนาจจักรพรรดิสุ่ยหยางขึ้นครองราชย์ เป็นช่วงที่บ้านเมืองเพิ่งเข้าสู่ความสงบสุขหลังจากรบทัพจับศึกรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ไพร่ฟ้าหน้าใส น้ำท่าบริบูรณ์ แต่ว่ามีเรื่องเล่ากันว่าสตรีที่แสนงดงามในตระกูลสุ่ย ป่วยด้วยโรคประหลาด เอาแต่ทำร้ายตัวเอง หลังจากแต่งเข้าตระก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status