LOGIN“เบบี๋ เหลืออีกอย่าง ที่รอให้เบบี๋ถอด...” อย่ายิ้มแบบนี้สิ อย่ายิ้ม! ยิ่งเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของปลายฟ้า มือผมที่จับหนังสืออยู่ มันก็ยิ่งสั่น ตอนนี้หน้าอกหน้าใจของเธอนั้น มันถูกดันขึ้นมาเป็นเนินเขา จนผมเห็นแล้ว อยากจะวางหนังสือลง และ และ... บ้าเอ้ย! อีกสองหน้าก็อ่านจบแล้ว กูจะอ่านสองหน้าที่เหลือ... หรือจะกินนมก่อนดีวะ?
View More“แม่คะ ถ้าให้แม่เปรียบความรัก กับอะไรสักอย่าง แม่จะเปรียบมันเหมือนอะไร?”
คำถามแรกบนโต๊ะอาหาร เมื่อฉันกำลังจะจากจังหวัดภูเก็ตในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ จนแม่ผู้ถูกถามตกใจ เงยหน้าขึ้นมาทันที
ท่านคงจะสงสัย ว่าทำไมอยู่ ๆ ฉันถามอะไรแบบนี้ เฮ้อ... จะบอกว่าไงดี ฉันแก่แล้ว! ฉันอยากมีผัว แต่ฉันไม่กล้าจริง ๆ ฉันกลัวไปหมด กลัวโดนเท กลัวผิดหวัง เพราะอะไรน่ะเหรอ?
เพราะฉันเอง ยังไม่มีพ่อแท้ ๆ กับเขาเลย แม่เป็นซิงเกิ้ลมัม ฉันเป็นเด็กกำพร้าพ่อ แต่โชคดีของฉัน ที่ลุงบอส ลุงแท้ ๆ รับฉันเป็นลูกแทน และยังมีแม่เมย์ลิน พ่อที เจ้าของอนันธารากรุ๊ป รับฉันเป็นลูกบุญธรรมอีก
แต่มันก็เท่านั้น ใจฉัน ฉันยังอยากตามหาพ่อแท้ ๆ อยู่ดี ไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำไมแม่ฉันถึงได้ปิดเงียบ ไม่บอกอะไรฉันเลย และดูท่าจะเกลียดพ่อมากด้วย
“ถ้าให้แม่เปรียบ ก็คง... เหมือนอะไรสักอย่างที่น่าขยะแขยง”
ฉันถึงกลับนั่งนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบจากปากแม่ ฉันบอกแล้ว ว่าแม่ เกลียดพ่อ แม่เกลียดความรัก และพร่ำสอนฉันมาตลอดว่า ความรักน่ะ ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ไม่ต้องมีมันก็ได้ อย่ามีเลยดีกว่า ห้ามฉันทุกครั้งที่เจอหน้ากัน!
ฉันถึงได้กลัว และโสดยาว ๆ มาถึงทุกวันนี้ มดลงมดลูก แห้งขอดราวกับทุ่งนาหน้าแล้ง นึกแล้วสงสารตัวเองชะมัด!
เฮ้อ! ถอนหายใจใส่แม่ซะเลย
“ถอนหายใจทำไม? อยากมีแฟน? หรือมีแล้ว” แม่เอาแขนค้ำโต๊ะ แล้วจ้องฉันไม่ละสายตา
“ใครจะไม่อยากล่ะคะ หนูอายุยี่สิบหกแล้วนะคะแม่ อยากมีลูกเหมือนกัน แก่ไป ใครจะดูแลหนูล่ะ” แม่เบะปากใส่ฉันทันที
“อยากเสียตัวว่างั้น ปลายฟ้าเอ้ย! ผู้ชายดี ๆ ไม่เหลือมาถึงลูกหรอก รีบกินได้แล้ว เดี๋ยวตกเครื่อง แม่ต้องกลับไปดูโฮสเทลต่อ ฝรั่งบุ๊คมาเยอะช่วงนี้”
ฉันก้มหน้ากินข้าวต่อเซ็ง ๆ จนแม่มาส่งฉันที่สนามบิน
และวันนี้ ก็เป็นวันที่ไทม์ ลูกชายอนันธารากรุ๊ปกลับจากเรียนต่อพอดี ฉันกลับไม่ทันงานเลี้ยงหรอก เพราะเขาจัดกันตั้งแต่หัววัน แต่ฉันทันปาร์ตี้เรดเลดี้ของเพื่อน ๆ คืนนี้!
เพื่อน ๆ สายปาร์ตี้ฉัน ก็มีไออุ่น สาวหมวยลูกเสี้ยวเกาหลีเจ้าของผับ และซินน์ ที่น่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ แถมยังเป็นลูกสาวคนเล็กของ ZER ที่รวยติดอันดับประเทศ มีทั้งโรงแรม ห้าง เหล้า และบริษัทผ้าส่งออก คือ โคตรรวย!
แถมแฟนมันยังหล่อมาก... ก.ไก่ล้านตัว! ไปเรียนต่อที่อังกฤษพร้อมไทม์ คงจะกลับมาวันนี้เหมือนกัน
แต่ซินน์มันจำแฟนตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่มันรถคว่ำ... มันก็เปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ฉันเองก็ไม่ได้ถาม เพราะไม่อยากให้กระทบไปถึงสมองมัน
พอมาถึงกรุงเทพ ฉันก็รีบเปลี่ยนชุด ไปรอเพื่อน ๆ ที่ผับ S มาถึงไออุ่นมันก็จองโต๊ะให้เรียบร้อย และตอนนี้ก็กำลังยืนกวักมือเรียกฉันอยู่
“โอ้ย แม่คุณ กว่าจะมาได้” ฉันเดินมาถึงโต๊ะ มันก็แซวทันที ถ้าฉันช้า ไอ้ซินน์คงช้ากว่าล้านเท่า
“ขอโอกาสเลทบ้างดิวะ เพิ่งกลับมาจากภูเก็ต” ฉันยิ้มให้ไออุ่นไปทีนึง จนมันพยักหน้าให้
ตอนนี้เสียงเพลงดังกระหึ่มสุด ๆ ฉันกับไออุ่นเรากินไปเต้นไป รอไอ้ซินน์นานมาก! จนผู้ชายหันพรึบไปมองเท่านั้นล่ะ เราถึงเห็น ว่ามันมาแล้ว
มันเหมือนตุ๊กตาเดินได้! ว่าแต่ ทำไม มันเดินหน้าบึ้งเข้ามาแบบนั้นวะ
“มึง พ่อมันมาด้วย ฮ่า ๆ” ไออุ่นตบโต๊ะหัวเราะลั่น และชี้ไปที่ลุงเซ็น ที่หล่อจนใจสั่นตั้งแต่หนุ่มยันแก่!
พอไอ้ซินน์แยกจากพ่อมันได้ มันก็เดินมาหาพวกเราทันที มิวาย ยังส่งสายตาหวานให้หนุ่ม ๆ ระหว่างทางอีก เออ มันเปลี่ยนไปจริง ๆ แรดมาก
จนฉันกับไออุ่นมองมัน แล้วส่ายหน้าพร้อมกัน เกลียดความแรดจนลืมผัว ไม่รู้สมองไปกระแทกอะไรมา ถึงได้เป็นไปถึงขนาดนี้!
“พ่อครับ ผู้หญิงที่ผมคบด้วยเอาแต่ใจมาก ผมจะเลิกแล้วล่ะ ปวดหัว” ผมหันมองลูกชายที่นั่งเบาะข้างแวบนึง ลูกชายอายุสิบสี่ จะมีแฟนก็ไม่แปลก แต่ที่แปลกคือเปลี่ยนบ่อยเหลือเกิน แล้วแต่ละคนที่เลิกก็จะมาปรึกษาผมแบบนี้ กับแม่เขาไม่ปรึกษาหรอก เพราะปลายฟ้าจะบอกแค่ว่าให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คุย แต่ผมไม่... “อืม ก็เลิกสิ ถ้าปวดหัวก็เลิก อย่าให้กระทบการเรียน” ลูกชายเม้มปากแล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงนักเรียน ลูกไฮโซออกรุ่นไหนก็จัดรุ่นนั้น ฝีมือแม่เขา นั่นแหละ ชอบสอนให้ลูกฟุ่มเฟือย ซึ่งผมเตือนแล้วเตือนอีกเพราะอดห่วงตอนส่งไปเรียนอังกฤษไม่ได้ ถ้าลูกใช้เงินไม่คิดแบบนี้ ผมกับเมียได้กินแกลบกินเกลือแน่ “พี่ณเพชรจะเลิกกับผู้หญิงอีกแล้วอ่ะ ณพิม มาดูเร็ว ๆ” สองแสบรีบเกาะเบาะ ยื่นหน้ามาดูจอโทรศัพท์กับพี่ชาย แต่ณเพชรรีบเก็บใส่กระเป๋าไว้แล้วเบือนหน้าหนี “เอ้า ทำไมเก็บแล้วล่ะคะ ปรึกษาได้นะ ณพิมก็ผู้หญิง” ณพิมยังใจจดใจจ่ออยากดูโทรศัพท์ แต่ณพลอยเธอมีเป้าหมายใหม่ ลุกขึ้นเกาะเบาะผม ก่อนจะยื่นแขนเล็ก ๆ ขอ
สิบปีผ่านไป... “ณภัทร ณเพชร กลับได้แล้ว” ไม่อยากจะเชื่อ ตอนนี้ฉันเป็นยายแก่ที่ยืนโบกไม้โบกมือหน้าโรงเรียนมัธยม ฉันมารอรับลูกกับหลานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เว้นแต่หลานสาว ที่หมอนาวาพ่อพวกเธอเป็นคนไปรับเอง เพราะณพลอย ณพิมเรียนโรงเรียนประถมที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมาก ก็พ่อเจ้าหล่อนเล่นหวงขนาดนั้น ฉันบอกให้ย้ายโรงเรียนมาเรียนกับปลายฝนก็ไม่ยอม! หมอนาวาไม่อยากคาดสายตาไปไหน เขาทำงานที่โรงพยาบาลใกล้ ๆ ว่างเขาก็แว๊บไปดูลูกได้ตลอด ส่วนณเพชรรายนั้นไม่น่าห่วงแล้ว เพราะเขาโตเป็นหนุ่มอายุสิบสี่เรียนโรงเรียนเดียวกับน้า แหงล่ะอะไรก็น้า ๆ เขาน่ะตัวติดน้าอย่างกับอะไร เด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน แถมหน้าตาก็ไม่ไกลกันมาก บางทีฉันก็แก่จนเรียกผิดเรียกถูก ไม่รู้คนไหนลูกคนไหนหลาน ยิ่งทั้งสองกำลังเข้าสู่วัยรุ่น วัยกำลังโตที่นั่งเล่นเกมส์ เหล่หญิง และอ่านหนังสือกัน เรื่องอ่านหนังสือต้องยอมรับลูกชายฉันณภัทร เขาสอนหลานได้ดีมาก เขาติวหนังสือให้กันจนติดท็อปโรงเรียนทั้งคู่ ผิดกับปลายฝนลูกสาวบุญธรรม รายนั้นเธอชอบวาดรูปชอบศิลปะ ทุกครั้งที่หนุ่ม ๆ ทวนวิชา
สรุปแม่ฉันก็ได้เด็กคนนั้นมาเลี้ยง ใช่ค่ะเธอน่ารักจริง ๆ เรียบร้อยมาก ณภัทรก็ดูรักมาก กลับจากโรงเรียนก็หอม ตื่นเช้าจะไปโรงเรียนก็หอม ฉันพาสองสาวไปเลี้ยงที่นั่นบ่อย เห็นแทบทุกช็อตทุกตอน และเห็นอีก ว่าแม่แทบไม่ต้องเลี้ยงเจ้าหนูคนนั้น เธอเหมือนเด็กที่สงบเสงี่ยมเจียมตัว เอาแต่มองหน้าทุกคนแล้วยิ้ม เจ็บปวดอะไรก็ต้องเจ็บปวดจริง ๆ ถึงจะร้องแอ๊ะออกมา แค่ร้องแอ๊ะนะ เรื่องร้องงอแง แม่บอกว่านอกจากวันแรกที่เห็นที่โรงพยาบาล แม่ก็ไม่ได้เห็นอีกเลย “ปลายฝนไม่ร้องแบบนี้ แม่รู้ได้ไงคะว่าน้องหิว?” “กะเวลาเอาสิ ปลายฝนจะหิวและทำอะไรตามเวลาเป๊ะ ๆ แล้วสองสาวล่ะ อยู่กับลูกที่บ้านดื้อไหม?” “ไม่ดื้อค่ะ จะว่าไปตอนนี้หนูเริ่มชินแล้ว หน้าที่แม่ยิ่งใหญ่จริง ๆ แบบว่า เหนื่อยจนชินค่ะ” แม่ขำเบา ๆ พร้อมกับเขย่าขวดนมเตรียมป้อนปลายฝน ก่อนที่ฉันจะอุ้มณพลอยเข้าเต้าอีกคน และนั่งมองน้องไปด้วย ปลายฝนเป็นเด็กที่ไม่เหมือนเด็ก แววตาเธอเหมือนผู้ใหญ่ที่เฝ้าสังเกตและสำรวจตลอดเวลา ฉันไม่อยากเชื่อ ว่าเด็กเดือนกว่า ๆ จะรู้เรื่องและทำอะไรทุกอย่างเป
คุณน้ำหวานยิ้มให้ฉัน เหมือนเป็นรอยยิ้มแห่งความหวัง เราเป็นแม่คนและมีหลานเหมือน ๆ กัน เราดูกันออก แล้วคุณน้ำหวานก็พาฉันไปที่ห้องเด็กอ่อนทันที ที่ตอนนี้ในห้อง มีตำรวจสองสามคนยืนคุยกับกุมารแพทย์ “เรื่องถึงไหนแล้วคะ?” คุณน้ำหวานถามทันทีเมื่อเดินไปถึง ฉันจึงค่อย ๆ เดินอ้อมไปดูเด็กผู้หญิงคนนั้นที่เตียงเด็ก ตายแล้ว เหมือนที่คุณน้ำหวานพูดเลย เธอน่ารักจิ้มลิ้มจริง ๆ ตอนเธอร้องไห้ฉันรู้สึกเศร้าใจตาม อยากจะอุ้มขึ้นมาโอ๋มาก ‘อุแว้~ อุแว้~’ มีรอยมดกัดเต็มแก้ม น่าสงสารจริง ๆ ทำไมถึงทิ้งได้ลง ลูกทั้งคนนะ “ดูจากกล้องวงจรปิด มีคนอุ้มเด็กมาทิ้งราว ๆ เจ็ดโมงเช้าครับ ลักษณะรูปร่างคล้ายผู้หญิง เธอสวมหมวกบัตเก็ตกับมาสก์ปิดปาก และเธอเอียงตัวหลบเหมือนรู้จักมุมกล้องเป็นอย่างดี” คุณน้ำหวานพยักหน้ารับ พลางก้มมองเจ้าตัวเล็กที่ร้องงอแงไปด้วย “เห็นป้ายทะเบียนรถไหมคะ?” “ไม่เห็นครับ เพราะเธอเดินมา และเธอก็เดินเท้าเปล่าด้วย” แล้วฉันกับคุณน้ำหวาน ก็หันไปถามพร้อมกัน “เท้าเปล่า?” จริงอยู
ณเพชรปราบพ่อนาวาอยู่หมัด หลังจากวันนั้น ความบันเทิงก็เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน เมื่อฉันต้องเข้าแอ็ดมิทที่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอด แน่นอนพ่อนาวาต้องเลี้ยงณเพชรมากกว่าเดิม หนำซ้ำบางวันมีณภัทรมาด้วย รายนั้นเขาไม่เถียงพี่เขยหรอก แต่ณเพชรนี่สิ สายกวนประสาทพ่อ “ปะป๊า วัน
“ณพิม เหมือนอ้วนตอนเด็ก ๆ” คุณหมอเขามองหน้าณพิมสลับกับฉัน ดูสายตาเขาสิ มันเป็นประกายมาก ถ้าถอดมาสก์ปิดปากออก ฉันคงได้เห็นรอยยิ้มกว้าง ๆ ของเขา “แต่ณพลอยเหมือนเบบี๋นะ เค้าอยากให้ลูกมีลักยิ้มเหมือนเบบี๋จัง” “ไม่แน่ณพลอยอาจจะมี ใช่ไหมครับ ลูกสาวพ่อ” ละมุนจริง ๆ เลยกับลูกส
ผมพักไม่นาน ผมก็กลับบ้าน เพราะอีกไม่กี่วัน น้ำปั่นก็แต่งงานกับไอ้ไทม์แล้ว แม่เลยค่อนข้างเหงา อีกอย่าง... ผมก็ตั้งใจจะมาคุยเรื่องร้องสภากับพ่อด้วยแหละ เพราะผมไปหาท่านที่ห้องแล้ว ท่านไม่อยู่ให้ผมคุย “ดูเหนื่อย ๆ นะนาวา พักผ่อนบ้าง” พอผมเดินเข้าบ้าน คนที่เข้ามาทักคนแรกก็คือแม่
พอผมรับปาก พ่อก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะส่งรายชื่อผู้เกี่ยวข้องพวกนั้น มาสองคน LINE | DAD DAD: นพ.อารัน ธนกุล, นพ.ธีรพงศ์ จินดารัตน์ DAD: สองคนนี้ไม่รับคำร้องเรียน มีคนอื่นอีกไหม พ่อไม่รู้นะ เพราะตอนที่ตำรวจกับผู้เสียหายเข้ามา มีแค่สองคนนี้ที่มีท่าทางแปลก ๆ
reviews