로그인ฉันจอดรถ เดินเข้าคลินิกแบบก้าวเร็วๆ รองเท้าคัทชูคู่ใหม่เจ็บเท้าชะมัดเลย งัดเกียร์ที่ก็เจ็บที
ยังไม่ทันถึงประตูดี เสียงก็มาแล้ว
“สวัสดีค่ะพี่จุ๊บแจง”
“อรุณสวัสดิ์ค่า”
“วันนี้มาเช้าเลยนะคะ”
ฉันพยักหน้า ยิ้มบาง ๆ ตามสไตล์คนยังไม่ตื่นเต็มร้อย
“สวัสดีค่ะ ทำงานกันไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่เข้าประชุมก่อน”
เดินผ่านเคาน์เตอร์หน้า
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ยกมือไหว้พร้อมกันแบบซ้อมมา
ฉันแซวเบา ๆ
“โอเค ๆ ไม่ต้องพร้อมขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวคนไข้ตกใจ”
มีเสียงหัวเราะตามหลังมา
บรรยากาศเช้า ๆ ของคลินิกมันเป็นแบบนี้แหละ
เร่ง แต่ไม่ตึงเกินไป
ฉันเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว
ปิดประตู วางกระเป๋า เปิดคอม เปิดจอ conference
เก้าอี้ตัวเดิม โต๊ะตัวเดิม
พื้นที่เล็ก ๆ ที่ฉันใช้ตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ทุกวัน
หน้าจอเริ่มติดทีละช่อง ผู้จัดการสาขาในกรุงเทพฯ
ต่างจังหวัด บางคนอยู่คลินิก บางคนอยู่ในรถ บางคนหน้าสดแบบไม่แคร์โลก
“โอเค ได้ยินนะคะ เริ่มเลย”
ฉันพูดพร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
ถ้าไม่มีสิ่งนี้ การประชุมเช้าจะโหดมาก
รายงานไหลมาเป็นชุด
คิวแน่น
หมอลา
งานส่งแล็ปที่ยังไม่เสร็จ
ฉันฟัง ตอบ ตัดสินใจ แบบไม่ต้องคิดนาน
มีใครบางคนสัญญาณค้างภาพหยุดอยู่หน้าตาตลก ๆ
ฉันพูดนิ่ง ๆ
“ข้ามไปก่อนนะคะ ใครกลับมาได้ค่อยเสริม”
เสียงขำเบา ๆ ดังจากหลายช่อง
ประชุมจบตรงเวลา ฉันกดปิดกล้อง ปิดไมค์
ห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง ฉันเอนหลัง ถอนหายใจยาว
ก่อนจะลุกขึ้นเปิดประตูออกไป
ทันทีที่ก้าวออกจากห้อง
“พี่จุ๊บแจงคะ”
“พี่จุ๊บแจงคะ เดี๋ยวมีคนไข้ walk-in เพิ่มนะคะ”
ฉันพยักหน้า
“รับทราบค่ะ แจ้งหมอแล้วเนอะ?”
"หนูแจ้งแล้วค่ะ"
นี่แหละชีวิตฉันในแต่ละเช้า
ประชุมในห้อง
ตัดสินใจหน้าจอ
แล้วออกมาเจอความจริงที่รออยู่ข้างนอกทุกครั้ง
อันที่จริงฉันเพิ่งจะอายุ26 เท่านั้นกับตำแหน่ง Branch Manager ที่ได้มาด้วยความสามารถล้วนๆ
เพื่อนๆ คนรอบตัวต่างบอกได้ตำแหน่งนี้ในวัยเท่านี้เก่งมากเลย
แต่ฉันทำงานที่นี่มาตั้งแต่เรียนจบนี่ก็ปาไป 4-5 ปีแล้ว
ถ้าไม่มีอะไรก้้าวหน้าเลยสิ ถึงจะแปลก ฮ่าๆๆๆ
เช้านี้ฉันตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอบอุ่นของพี่ศศิน ร่างกายยังอ่อนเพลียจากค่ำคืนที่ดุเดือด รู้สึกเหมือนทุกกล้ามเนื้อในตัวถูกใช้งานจนหมดแรง ฉันขยับตัวเบา ๆ แล้วซุกหน้าลงกับอกเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวผู้ชายที่คุ้นเคยทำให้ฉันยิ้มโดยไม่รู้ตัว พี่ศศินยังหลับสนิท ใบหน้าสงบ ริมฝีปากบาง ๆ ยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนฝันดี ฉันยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ แล้วกระซิบ “เมื่อคืน...พี่เหนื่อยมากเลยใช่ไหมคะ”เขาขยับตัวเล็กน้อย แล้วลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เพิ่งตื่นยังพร่ามัว แต่พอเห็นหน้าฉันก็ยิ้มกว้างทันที “หนู... ตื่นแล้วเหรอครับ” เขาดึงฉันเข้ามากอดแน่นขึ้น มือลูบหลังฉันเบา ๆ “เมื่อคืน... หนูทำให้พี่แทบไม่ไหวเลยครับ”ฉันหัวเราะคิกคักในอกเขา “หนูเมา... แต่หนูจำได้หมดเลยค่ะว่าพี่ทำอะไรกับหนู” ฉันเงยหน้ามองตาเขา “เมื่อคืนพี่ข่มขืนหนูอีกแล้วนะคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วจูบหน้าผากฉัน “พี่ขอโทษครับ แต่พี่ทนไม่ไหวจริง ๆ หนูยั่วพี่เก่งนี่นา”ฉันยิ้มร้าย แล้วขยับตัวขึ้นนั่งคร่อมเขาเบา ๆ “ถ้างั้น... เช้านี้หนูจะชดเชย
ระหว่างทางกลับคอนโด ฉันนั่งกอดแขนเขาแน่น กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวเขาลอยมาเตะจมูก ใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากเซอร์ไพรส์ใหญ่ แต่ในหัวกลับมีแผนร้ายเล็ก ๆ ที่แอบวางไว้เมื่อครู่ แผนที่ทำให้ฉันตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ พอรถจอดหน้าคอนโด ฉันหันไปมองเขาแล้วยิ้มมุมปากแบบที่เขารู้ทันทีว่าฉันกำลังจะเล่นอะไร “หนูไม่ได้บอกว่าอยากกลับคอนโดซะหน่อย..” พี่ศศินเลิกคิ้ว “ห๊ะ? แล้วหนูจะไปไหนครับ” ฉันยิ้มร้ายกาจ “ลงมาค่ะ เดี๋ยวหนูขับเอง” พี่ศศินยอมสลับที่นั่งคนขับแต่โดยดี หน้าตายังงง ๆ แต่ฉันเห็นแววตาเริ่มตื่นตัว ไม่ถึงสิบนาที ฉันจอดหน้าล็อบบี้โรงแรมม่านรูดสุดหรูที่ฉันแอบจองห้อง “Fantasy Suite” ไว้เมื่อกี้ตอนเราออกโชว์รูมมา ห้องที่ออกแบบมาเพื่อคนที่อยากปลดปล่อยด้านมืดที่สุดของกันและกัน พี่ศศินลงจากรถ เดินมาหาฉัน “หนู…เซอร์ไพรส์พี่คืนเหรอครับ” ฉันจับมือเขา ลากขึ้นลิฟต์โดยไม่ตอบคำถามใด ๆ ประตูห้องเปิดออก ความมืดสนิทถูกฉีกด้วยแสงไฟสีแดงเลือดหมูสลัว ๆ ผนังหุ้มหนังสีดำ โซ่สแตนเลสเย็
หลังจากวันที่ฉันยอมให้พี่ศศินกลับเข้ามาในชีวิตอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ แต่ยังไม่สมบูรณ์แบบ ทุกเช้าเขายังคงมารอรับฉันที่คอนโด ทุกเย็นเขามารอรับกลับบ้าน บางคืนเรานอนกอดกันที่คอนโด บางคืนเขาพาฉันไปกินข้าวที่ร้านโปรด หรือแค่ขับรถวนไปเรื่อย ๆ ฟังเพลงที่เราชอบด้วยกันวันนี้เป็นวันหยุดที่ฉันกับกลุ่มเพื่อน ๆ นัดกันอีกครั้ง คราวนี้เป็นร้านแถวบ้านไอ้หยองที่ปากเกร็ด เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ไม่ค่อยได้เจอกันเพราะมันอยู่ไกล จะเจอกันก็แค่ตอนไปออกทริปใหญ่ ๆ ด้วยกัน ฉันไปถึงร้านก่อนใครตอน 18.30 เพราะบึ่งรถมาตั้งแต่ก่อน 18.00 บรรยากาศร้านเป็นฟีลร้านยุค 90 มีคราฟท์เบียร์ที่ฉันชอบ เปิดเพลงสากลเก่า ๆ สลับกับเพลงร็อคในตำนาน ลูกค้าในร้านยังไม่มีฉันเลยถือโอกาสเดินสำรวจรอบ ๆ ร้าน ถือว่าตกแต่งดีมากเลย ทั้งไฟ เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างลงตัวไปหมด หาร้านแบบนี้แถวคอนโดฉันยากมาก ๆ ฉันเดินเล่นอยู่เกือบ 20 นาทีจึงหาโต๊ะนั่งแล้วสั่งเบียร์มาชิม"ขอ Hazy IPA 1 Tap ค่ะ" ฉันสั่งเฮซี่ไอพีเอที่ฉันชอบมาก พี่พนักรีบกดแล้วเสิร์ฟฉันอย่างไว แก้วนี้แอลก
ฉันดื่มหนักกว่าปกติมาก เบียร์หมดแก้วแล้วแก้วเล่า เริ่มรู้ตัวว่าเมาจนขี่รถไม่ไหวแล้ว คงเพราะแอลกอฮอล์แต่ละแก้วไม่ใช้น้อย ๆ พี่ศศินก็คงจะเมามากเหมือนกัน เพราะเพื่อนเปรตของฉันชงไม่หยุด ตีสองกว่า เราลุกออกจากร้าน ทุกคนเมากันหัวทิ่ม ไอ้ฮอนตะโกน “กลับบ้านกันเถอะเว้ย เดี๋ยวเมาแล้วตายที่ร้าน ลำบากเขาอีก” รันหัวเราะลั่น “มึงนี่เมาแล้วยังคิดถึงความตายอีกเหรอวะ ฮ่าๆๆ” เดลกับหยองช่วยประคองฮอนที่เดินเซ "พวกมึงนอนบ้านกูได้นะ มีห้องว่าง ไม่ต้องขี่รถหรอกอันตราย" หยองที่ดูเมาน้อยที่สุดในกลุ่มเสนอ "มึงให้ไอ้เหี้ยฮอนนอนเลย ดูสภาพแม่งดิ เดี๋ยวพวกกูกลับแท็กซี่" รันพูดพลางชี้ไปที่เพื่อนฮอน ส่วนไอ้ปรินซ์หนีกลับไปก่อนเพื่อนตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วพี่ศศินหันมาหาฉัน “พี่เรียก You Drink I Drive นะครับ คืนนี้หนูเมามากแล้ว พี่ไม่อยากให้หนูขี่มอเตอร์ไซค์กลับ”ฉันหัวเราะคิกคัก เมาจนตาพร่า “หนู..ยังไหวอยู่นะคะ”เขายิ้มอ่อนโยน “ไม่ไหวหรอกครับ พี่จะดูแลหนูเอง”ฉันพยักหน้าแบบงง ๆ แล้วกอดแขนเขาแน่น พี่ศศินเปิดแอปเรียกคนขับรถ ภายในไ
หลังจากวันหยุดที่พี่ศศินพาฉันไปบ้านครอบครัวที่ชลบุรี ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังกลับมาแข็งแรงขึ้นทีละน้อย ไม่ใช่เพราะคำพูดหวาน ๆ หรือของขวัญราคาแพง แต่เพราะการที่เขายอมเปิดใจให้ฉันเห็นด้านที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน ด้านของลูกชายคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูมาแบบอบอุ่นแต่ก็กดดันจากความคาดหวังของครอบครัวธุรกิจใหญ่ เช้านี้พี่ศศินยังคงมารอรับฉันใต้คอนโดเหมือนเดิม เขายืนพิง Defender สีดำ มือกอดอก ใส่เสื้อเชิ้ตสีเทาแขนพับ กางเกงยีนส์ดำ รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาด ผมเซ็ตเรียบร้อย เขายิ้มกว้างเมื่อเห็นฉันเดินลงมาจากลิฟท์ ถือกระเป๋าใบเล็กและหมวกกันน็อก“สวัสดีตอนเช้าครับ” เขาพูดเสียงนุ่มแล้วเดินเข้ามารับกระเป๋าให้ “วันนี้พี่มารับหนูไปทำงานนะครับ” ฉันยิ้มเล็กๆ “มาทุกวันแบบนี้ไม่เหนื่อยเหรอคะ”เขาหัวเราะเบา ๆ “เหนื่อยครับ แต่พี่ชอบเห็นหนูเดินออกมาจากลิฟท์ทุกเช้า” ฉันหน้าแดงนิด ๆ แล้วเดินไปขึ้นรถเขาเปิดประตูให้ฉันเหมือนเคย แล้วขับรถออกจากลานจอดรถ ระหว่างทางพี่ศศินขับรถไปเงียบ ๆ แล้วพูดขึ้นกับฉัน“หนูครับ..เย็นนี้พี่อยากพา
เช้านี้เป็นวันหยุดของฉันอีกวัน และแน่นอนว่าถูกหมาแก่นั่นจองไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พี่ศศินมารับฉันที่คอนโดตอนเที่ยง วันนี้เขาแต่งตัวภูมิฐานที่ดูดีสุด ๆ จนฉันแปลกใจ (แต่งแบบนี้หล่อม้ากกกก กรี๊ดดด) เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีเทา รองเท้าหนังที่เงาวับ “วันนี้พี่อยากพาหนูไปช็อปปิ้งเครื่องสำอางหน่อยครับ” เขาพูดยิ้ม ๆ ขณะขับรถออกจากคอนโด “หนูชอบแต่งหน้าแบบไหน พี่อยากให้หนูได้ของที่หนูชอบจริง ๆ”ฉันหันมามองเขา “เอ่อ.. คือ.. หนูเลือกเครื่องสำอางไม่เป็นเลยนะคะ หนูใช้แค่แป้งพัฟกับลิปสติกสีเดียวมาตลอด”เขาหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่จะให้ BA แนะนำให้ หนูแค่เลือกสีที่ชอบก็พอ”“ตามนั้นก็ดีค่ะ ลิปหนูใกล้หมดแล้วพอดี”เขายิ้มกว้าง “น่ารักที่สุดเลยครับ”เราขับไปห้างสรรพสินค้าหรูใจกลางเมือง ร้านที่พี่ศศินพาเข้าก็เป็นร้านหรูชั้นนำที่มี BA มืออาชีพคอยแนะนำ ชั้นเครื่องสำอางเต็มไปด้วยเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง แสงไฟสว่างจ้า พนักงานสาวยิ้มหวานต้อนรับทุกคน พี่ศศินพาฉันเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์แบรนด์ดังแบรนด์นึง แล้วเรียก BA สาวสวยมา
หลังจากวันนั้นที่พี่ศศินพาเพื่อน ๆ ไปอธิบายคลิปให้ฟัง ฉันยังคงไม่หายโกรธเต็มที่ ใจมันเหมือนมีก้อนอะไรติดค้างอยู่ตรงกลางอก ไม่ได้ปวดร้าวแบบวันแรก ๆ แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนมีคนเอาไม้จิ้มฟันมาแทงเบา ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงภาพเด็กดริงค์นั่งใกล้พี่เขา ฉันยังไม่ปลดบล็อคเบอร์ ไลน์ เฟซบุ๊ก หรืออิ
หลังจากคืนที่ฉันและพี่ศศิน “ออกลาย” ฉันตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดเขาแบบตัวสั่นเบา ๆ ยังรู้สึกเสียวซ่านค้างคาจากเมื่อคืน ความรู้สึกที่ร่างกายทั้งตัวเริ่มปวดระบมจากฝีมือผู้ชายตรงหน้า“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เจ้าหมาป่าแก่ พี่ทำหนูระบมหมดไปทั้งตัวเลยนะคะเนี่ย หึหึ” เขายิ้ม แล้วก้มลงจูบหน้าผากฉัน
“พอจะเป็นไปได้ไหมครับ ถ้าเราจะลองคบกันจริง ๆ”คำพูดของพี่ศศินดังขึ้นเบา ๆ แต่ชัดเจนในห้องนอนที่ยังมืดครึ้มจากม่านกันแสง ฉันนอนนิ่ง มองเพดาน แล้วรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา ฉันหันไปมองหน้าเขา แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านรอยแยกม่านมาส่องใบหน้าคม ๆ ของเขา หนวดเคราบาง ๆ รอยยิ้มมุมปากที่ยังค้า
“ขอโทษค่ะ หนูยอมแล้ว ลงโทษยังไงดีคะ หนูกลัวจังเลยค่ะ” ฉันพูดแบบยั่ว ๆ แต่ในใจเต้นแรงจนแทบระเบิด เพราะฉันนึกถึงฝันเมื่อหลายคืนก่อน ฝันคืนนั้นที่ยังทำให้ฉันหมกมุ่นมาตลอดหลายวัน แต่มันโคตรจะฟินเลยพี่ศศินยิ้มมุมปาก แล้วลุกขึ้นอุ้มฉันแบบไม่ต้องถาม เขาเดินไปห้องนอน วางฉันลงบนเตียง แล้วเปิดลิ้







