Masukกรรมใดใครก่อกรรมนั้นคืนสนอง ครู่สั้นหนึ่งก็คิดอยู่เช่นกันว่าทหารเหล่านี้ผิดอะไรทำไมถึงต้องมาจบชีวิต แต่ครู่ต่อมาก็คิดต่ออีกว่าเหวินเหยานั้นช่างชาญฉลาดนัก เพราะเมื่อดูจากเจตนาแล้วนางจงใจจะให้ทหารรายนี้รอดชีวิตเพื่อนำความไปบอกใครต่อใครว่าทั้งหมดนี้คือฝีมือของโจรป่าโพกผ้าปิดหน้า หาใช่ฝีมือของสตรีนางหนึ่งที่มาทำภารกิจตามหารักแท้ให้ผู้ว่าจ้างไม่
.
จอมยุทธหญิงจะหลุดจากการเป็นผู้ต้องสงสัยทันทีเพราะมีร่างทรงโจรป่ามารับกรรมไปแทน พยานปากสำคัญก็พร้อมแม้จะยังสลบไสลอยู่ ลำดับถัดไปจึงถึงคราวของหลักฐาน ปราณอัสนีของนางจึงต้องออกโรงอีกคำรบ
.
"เปรี๊ยง!"
ตวัดนิ้วฉับเดียวเชือกตาข่ายเถิงเซิง (藤绳) ที่พันธนาการรถม้าไว้กับกิ่งไผ่ 16 ต้นด้านบนก็ขาดผึง!
.
ทรัพย์สมบัติทั้งยวงจึงหล่นลงมากระแทกพื้น กิ่งไผ่ดีดตัวสะบัดเอนไหวราวกับขดสปริงที่ดิ้นเพราะแรงต้าน ม้าสองตัวที่หล่นลงมาก็ดีดดิ้นพลันชันกายขับตัวหนีเข้าป่าไผ่ไปเพราะความหวาดกลัว แต่นั่นก็มิสำคัญเท่าเหรียญทองเหล่านั้นที่ซ่อนอยู่ภายในรถ บัดนี้พวกมันบางส่วนได้ทะลักออกมาบนลานไผ่เบื้องหน้าแล้ว
.
"หึ! เป็นจริงอย่างที่เราสันนิษฐานอีกครั้งสินะ! นี่คือรถคลังมหาสมบัติจริง ๆ หากเรามิเก็บทรัพย์สินเหล่านี้ไว้บ้างก็คงจะเป็นโจรป่าที่ไม่บริบูรณ์ อุบายที่อุตส่าห์วางไว้ก็คงจะมีช่องโหว่"
ทำเป็นคิดเชิงบวกแต่พฤติกรรมก็โจรดี ๆ นี่เอง
.
เหวินเหยาจึงมิรอช้าจังหวะนี้โกยได้เท่าไหร่ก็ต้องรีบโกย ค่าข่าวลับที่เสียให้ว่านอิ่งโหลว (万影楼) ก็มิใช่น้อย ๆ ไหนจะค่าโรงเตี๊ยมที่ต้องจ่ายเหมาแบบรายเดือน ไหนจะค่ากินค่าเดินทางอีกทั้งหมดทั้งมวลเมื่อผสานรวมเข้ากับความจำเป็นและอุบายโจรป่าจำแลงแล้ว ต่อให้เป็นการกระทำที่ไร้คุณธรรมแต่นั่นก็คือภาพต่อที่ลงล็อคกันพอดี
.
นางใช้เวลาเก็บเหรียญทองและทองคำแท่งอยู่ราว 3 ก้านธูป เอาเท่าที่เอาได้แม้จะเอาได้มิหมดแต่ก็มากพอที่จะทำให้พยานกับหอต้าหลี่ (大理塔 ) ที่จะต้องตามมาสอบสวนภายหลังไขว้เขวได้ในระดับหนึ่ง
.
"กรุ๊งกริ๊ง! , กรุ๊งกริ๊ง!"
(เสียงเหรียญทองกระทบกันอยู่ในกระเป๋าเสื้อ)
.
นางเดินวนรอบลานไผ่ที่ไฟเริ่มมอดดับลงแล้ว ยามจื่อคืนนี้ค่อนข้างมืดสนิทแผนการขั้นต่อไปจึงเริ่มต้นขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว อาภรณ์ชุดเกราะเหล็กกลายเป็นสิ่งที่ร่างบางเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ต่อหน้าศพทหารนายหนึ่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่แทบฝ่าเท้า เหวินเหยามิลังเลที่จะถอดอาภรณ์ของเขาออกแล้วนำมาสวมทับเข้ากับชุดฮั่นฝูของตนเอง
.
การที่ขบวนรถม้าของคุณชายเซียวกับกลุ่มนางสนม พร้อมทั้งทหารองครักษ์บางส่วนทะลวงผ่านค่ายกลใบไผ่ไปได้ล้วนเป็นเรื่องเท็จ! พวกเขาคือตัวหมากที่ถูกฉาบเคลือบกลยุทธ์เอาไว้เพียงแค่ยังมิรู้ตัว เป็นความจริงที่เหวินเหยาอาจจะประมือกับทหารทั้งกองคาราวานมิไหว แต่หากเป็นยามนี้ที่ขุมกำลังแตกกระเซ็นซ่าน การจะเข้าถึงตัวคุณชายใหญ่เซียวจวินเหยียนแล้วใช้วิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) กับเขาย่อมมิไกลเกินเอื้อม
.
"ฮึบ! หนักใช้ได้เลยแฮะชุดเกราะพวกนี้ แต่ก็นะหากมิหนักก็คงป้องกันตนเองจากคมหอกคมดาบหรือศรธนูมิได้ เราโชคดีมากนะที่สวมชุดนี้ได้พอดีตัว.. ฮู้ววว!"
.
จอมยุทธหญิงย่อตัวลงพลางวางฝ่ามือลงบนใบหน้าของศพ ขโมยเงินขโมยทองก็ทำมาแล้วครั้นจะขโมยใบหน้าของศพอีกจะเป็นไรไป และทันใดนั้นเองไอเท็มชิ้นสำคัญอย่าง "หน้ากากหนังมนุษย์" หรือ "เหรินผีเมี่ยนจวี้ (人皮面具)" ก็ถูกควักออกมาจากถุงย่ามที่ซ่อนอยู่ในตัว
.
อุปกรณ์ชนิดนี้มีราคาสูงลิบในตลาดมืด มันทำมาจากเนื้อมนุษย์แท้และมีการลงอาคมแปลงโฉมใส่ไว้ใต้รูขุมขน นั่นจึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถแปลงโฉมเป็นใครก็ได้ขอเพียงมีต้นแบบให้คัดลอกในระยะ 1 เฟิน ซึ่งเป็นระยะที่ทำได้ยากมากหากเป็นวิถีแห่งชาวยุทธ เนื่องจากมิมีจอมยุทธคนใดถูกจับให้อยู่นิ่งได้ในระยะเพียงแค่นั้นหรอก หากแต่นี่คือศพเหวินเหยาจึงฝ่าด่านเคราะห์ข้อจำกัดนั้นไปได้
.
แต่ทว่า!
.
"มันจะคุ้มรึ? เพราะตอนนี้ก็มืดสนิทแล้ว! อันที่จริงแค่ชุดเกราะหนักอึ้งนี่ก็น่าจะพอฟ้ามืดขนาดนี้พวกเขาเองก็น่าจะอ่อนแรงเต็มที เก็บไว้ก่อนดีกว่าหน้ากากหนังมนุษย์แพงเกินไป เมื่อเทียบกับการแค่ต้องเข้าใกล้คุณชายเซียวให้ได้ ทหารปลายแถวเหล่านั้นจำแนกเรามิออกหรอกเรามั่นใจ!"
.
จัดแต่งศพเปลือยล่อนจ้อนให้เหมือนทหารโชคร้ายที่โดนปลดทรัพย์ ต่อด้วยการซัดฝ่ามือใส่รถม้าไปหนึ่งเปรี๊ยง! ให้มีร่องรอยของการต่อสู้และมีเศษเหรียญทองทะลักออกมาพอเป็นพิธี ก่อนที่นางจะเกลี่ยสายตาตรวจดูความเรียบร้อยของการจัดฉากอีกครั้งหนึ่ง กระทั่งพอใจแล้วเหวินเหยาในชุดเกราะเหล็กก็ได้ใช้วิชาตัวเบาพิรุณย่ำฟ้าเพื่อขับร่างกายขึ้นสู่ที่สูง
.
การตามหากลุ่มคนในยามจื่อเป็นเรื่องยาก ทว่าสำหรับนางที่บังคับทุกสิ่งราวกับเป็นเจ้าของกระดานหมากถือได้ว่ามิได้เหนือบ่ากว่าแรงเลย 5 ลี้สวี่ในทิศทักษิณคือไกลมาก แต่ยังสังเกตเห็นจุดสว่างจากกองไฟมิหนำซ้ำยังมองเห็นทิวป่าเว้าแหว่งเป็นแนวร่องน้ำ
.
"กองไฟหลายจุดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หากคนมิอยู่ที่นั่นจะไปอยู่ที่ไหนได้?"
เหวินเหยาคิดกึ่งแสยะยิ้ม
อาการครุ่นคิดกินมิได้นอนมิหลับเริ่มกลืนกินตัวตน มิน่าเชื่อว่าสตรีผู้วางแผนอะไรก็มิเคยผิดพลาดอย่างเหวินเหยาจะมีช่วงเวลาแบบนี้กับเขาด้วย! นางอยู่ที่โรงเตี๊ยมมามากกว่า 3 ราตรีกับอีก 4 อรุณรุ่ง ครานั้นกลวิธีในการนำตัวคุณชายเซียวออกจากหอกักขังก็ยังคงมืดแปดด้าน! ทำให้ชวนให้คิดว่าตกลงเป็นนางหรือเป็นเขากันแน่ที่ถูกจองจำ จนมิเห็นเดือนเห็นตะวัน."หรือเราจะแหกคุกเข้าไปชิงตัวเขาออกมาดี! คุณชายเซียวน่าจะถูกตัดเส้นลมปราณไปหมดแล้ว เขาคงต้านทานแรงปรารถนาของเรามิได้!?"เหวินเหยาถึงกับใช้หมึกพู่กันกากบาททับหน้ากระดาษแผ่นนั้นทิ้งแทบจะทันที เริ่มต้นบทเหมือนคุณชายเซียวถึงย่อหน้านี้นางก็ชักจะเหมือนเยว่เอ๋อเข้าไปอีก กิริยานางมิต่างจากนายน้อยสกุลจ้วงที่ขยำจดหมายทิ้งเป็นร้อย ๆ ฉบับ!.เพราะนางเองก็มีกระดาษขาวที่ใช้วาดแผนการต่าง ๆ ซึ่งใช้มิได้อยู่เกลื่อนโต๊ะเต็มไปหมด สิ่งนี้ตอกย้ำว่าจอมยุทธหญิงพยายามมาหลายวันแล้ว หากแต่ความเป็นไปได้ยังเท่ากับศูนย์ คุณชายเซียวจวิ้นอวี่ไม่มีคุณค่าพอที่จะให้นางเสี่ยงทำเรื่องเช่นนั้น การเลือกเป็นศัตรูกับราชสำนักก็มิต่างจากเอาคอขึ้นไปพาดไว้บนเขียง แค่คิดก็เสียสติสิ้นดี!."หรือต่อ
"世上无难事 ,只怕有心人" สำนวนจีนนี้หากแปลเป็นไทยน่าจะตีความได้ว่า "ทุกปัญหามีทางแก้ อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรค" แล้วใครล่ะที่คู่ควรกับวลีนี้ที่สุดหากมิใช่เหวินเหยา! คดีพลิกเสียแล้วทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่นายน้อยเยว่เอ๋อยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จะบอกมิบอกแหล่ ทว่าพอนางโพล่งสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมา จอมยุทธหญิงที่เรียกตนว่าเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจก็ถึงกับต้องกุมขมับ! กลายเป็นนางเสียเองที่ตะกุกตะกัก คิดมิตกว่าจะหาทางบอกเรื่องคุณชายเซียวกับคุกที่ขังเขาไว้ยังไง."เจ้าเงี่ยนมากเลยรึ? เจ้าทนมิไหวเลยใช่หรือไม่เยว่เอ๋อ?"เหวินเหยาพยายามถามด้วยเสียงอัดเงียบเบากึ่งกระซิบ."หงึก! , หงึก! , หงึก!"ร่างเล็กตอบผ่านการพยักหน้า พูดไปก็อายปากเลยเอาสีหน้ากับท่าทางนี่แหละใช้แทนคำตอบ.ซ้ำร้ายที่เพียงคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หว่างขามันก็ร้อนวาบขึ้นอีกแล้ว! เยว่เอ๋อถึงกับต้องเอาต้นขาบี้บดใส่กันยืนบิดไปบิดมาคล้ายกับคนคลั่งควย! และถ้าหากมีกล้องอีกสักตัวอยู่ด้วยตัดภาพไปที่ห้องนอนบนชั้นสอง ป่านนี้ในลิ้นชักตรงเก๊ะที่ใส่ดิลโด้ยักษ์ไว้ก็คงจะสั่นโครมคราม! ปั๊ก! ๆ ๆ ๆ ประหนึ่งเปลี่ยนปราณแท้ที่เคลือบอยู่บาง ๆ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีบลูทูธระดับสูง
"ใจเย็นก่อนพี่สาว! เหตุไฉนท่านจึงต้องแสดงกิริยาน่ากลัวเช่นนั้น ข้ามิได้ไปสังหารใครมาสักหน่อย ข้าก็แค่สังหารพรหมจรรย์ของตนเอง ผ่านอุปกรณ์ที่ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ส่งมา!"ตรงพอไหมถามใจเหวินเหยาดู เพราะที่พูดมาก็เป็นความจริงล้วน ๆ ทำไมด้ายแดงของเยว่เอ๋อถึงสะบัดแรงจนนิ้วมือผู้ใช้วิชาแทบขาด นั่นก็เพราะดิลโด้ที่ส่งมาให้มิใช่หรือ?."นี่องคชาตปลอมของคุณชายเซียวมีฤทธิ์รุนแรงถึงเพียงนั้นเชียวรึ? เจ้าเย้าข้าเล่นใช่หรือไม่สาวน้อย?"เหวินเหยาถามขณะที่สาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ หมายจะดูเศษซากจดหมายที่เขียนค้างไว้บนโต๊ะ."หาไม่เจ้าค่ะ! ก็ท่านน่ะเป็นคนเขียนวิธีใช้แนบมาเอง แล้วข้าก็ทะลวงผ่านไปถึงด่านที่ 5 ก้าวย่างปรมัตถ์เลยด้วย!"."ห๊า!!! เจ้าทำได้เยี่ยงไรกัน!!! ข้าประเมินเจ้าไว้เพียงแค่ระดับ 3 แดนสวรรค์เซียนเหยาเท่านั้น! ที่ระดับการสั่นนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ถึงจุดสุดยอดได้แล้ว แต่นี่เจ้าเล่นอั้นไปจนถึงระดับ 5 เจ้าวิปลาศไปแล้วรึเยี่ยงไรเยว่เอ๋อ?! กลีบผกาเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?! ข้าจะพาเจ้าไปโรงหมอเพียงแค่เจ้าเอ่ยวาจา!"ฤทธิ์ความตกใจสุดขีดตรงนี้ เหวินเหยาก็ทราบแล้วว่าเหตุอันใดเสี่ยวผ่างถึงลงทุนบินมาฟ้อง เพราะตั้
ดวงตะวันเริ่มรับขอบฟ้าแสงตะเกียงจากชายคาอาคารร้านบะหมี่นวลสลัว เหล่าบรรดาคนงานพนักงานร้านเริ่มทยอยกลับเข้าเรือนพัก แม้แต่เสี่ยวโม่บ่าวรับใช้คนสนิทที่รักษาตัวจนหายดีจากเหตุปะทะที่สกุลเวยแล้ว ก็ยังขอตัวกลับเข้าเรือนคนใช้ไปพลางก่อน เยว่เอ๋อมิได้สนใจเขาเท่าไหร่นักหรอก อันที่จริงนางมิยอมสนใจใครเลย! พลางคร่ำครึอยู่กับจดหมายลายมือของนางที่เขียนแล้วก็ขยำทิ้ง! แล้วก็เขียนใหม่อยู่หลายต่อหลายรอบ! ."เจ้าจะขอตัวไปนอนก็ไปเถอะเสี่ยวโม่ บอกคนอื่น ๆ ด้วยว่าเดี๋ยวข้าเสร็จธุระข้าจะดับตะเกียงเก็บทุกอย่างเอง ขอบคุณที่ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสำหรับวันนี้นะ.."นายน้อยพูดทั้ง ๆ ที่ดวงหน้ายังก้มเขียนจดหมายอยู่ ฝั่งเสี่ยวโม่เองก็เลยต้องผละตัวจากไปแบบงง ๆ เขาแทบจะไม่มีบทบาทในนิยายพาร์ทนี้อีกต่อไปแล้ว และหลังจากที่ด้ายแดงประจำตัวถูกตัดออกจากวิชาด้ายทอวิญญาณ (红魅织魂) เหวินเหยาเองก็แทบจะมิได้ใช้บริการจากเขาอีกเลย."ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยก็ขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนู คุณหนูเองก็รักษาตัวด้วย ใกล้เข้าเหมันต์ฤดูลมกลางคืนมักรุนแรง"."อืม..ม..ม ๆ ไปเหอะ ๆ ข้าดูแลตัวเองได้ เจ้าเองก็เพิ่งหายเจ็บกลับมา แทนที่จะเป็นห่วงข้าควรแบ่งไปห่วงตน
แข็งได้! โด่ได้! ยืดได้! ถอกได้! แล้วประสาอะไรทำไมจะหดไม่ได้! สังขารมนุษย์ก็แบบนี้ ต่อให้ดุ้นควยมหัศจรรย์นี้จะฉาบเคลือบไว้ด้วยปราณแท้แต่หลังจากมันกระทำชำเลาจิ๋มเยว่เอ๋อจนหนำใจแล้ว ก็ถึงกาลเวลาที่มันจะทำการละสังขาร ให้ตายเถอะ! ช่างเป็นภาพที่อิดหนาระอาใจ ใครเห็นก็อดสังเวชใจมิได้ หลังแท่งองคชาตหักคอห้อยต่องแต่งติดอยู่กับผนัง ราวกับมะเขือเผาที่งอมเพราะไฟแรง.ขนาดเยว่เอ๋อที่เพิ่งหลั่งน้ำเสร็จ นางได้เห็นสวรรค์เป็นครั้งแรก (แม้จะแค่แป๊บเดียว) แต่นางก็รู้ตัวดีว่าน่าจะรีบจัดการสิ่งนี้ให้เร็วที่สุด นางทนเห็นความกระเสือกกระสนอันเวทนาของลำควยดิลโด้นี้ต่อไปมิไหว มันผงกหัวดุ๊กดิก ๆ แต่ก็ทรงตัวไม่อยู่แล้ว เงยขึ้นได้นิดนึงก็หล่นป๊กลงไป! เงยแล้วก็หล่น! แล้วก็หล่นแล้วก็เงยอยู่เช่นนี้! ."เอาล่ะพอแล้ว ๆ ข้าจะให้เจ้าหยุดทำงานได้แล้ว เท่าที่ข้าจำได้หากข้าหยุดเงี่ยนเจ้าก็จะหยุดไปเองใช่หรือไม่?"เยว่เอ๋อถามใครก็มิรู้ล่ะ นางแค่ลุกขึ้นยืนด้วยชุดนุ่งลมห่มฟ้าพลางเดินตรงไปที่ผนังแล้วก็เตรียมจะดึงดุ้นยักษ์อันนี้กลับคืนสู่ที่เก็บ.จังหวะเอื้อมมือลงไปกำนั้นความอุ่นยังคงอยู่ และจังหวะที่นางออกแรงดึงแรงยื้อก็ยังพอ
สารพัดแรงถาโถมผนวกรวมกันตั้งแต่ขั้น 1 ถึง ขั้น 4 ดุ้นควยอันนี้จัดประเคนมาให้เยว่เอ๋อครบแบบทบต้นทบดอก นางสัมผัสได้ถึงการกระทุ้งอันรุนแรงทั้ง ๆ ที่ตัวนางแทบมิได้เคลื่อนบั้นท้ายไปชนกับมันเลย นี่คืออานุภาพของขั้นที่ 5 "ก้าวย่างปรมัตถ์" เยี่ยงนั้นหรือ? อาจเป็นได้! เพราะนวลนมทั้งสองเต้านี่ถึงกับกระเพื่อมบึ้มบ้ำ ๆ เลย!.ร่างบางโยกโครมครามราวกับถูกประหารผ่านช่องรัก ศีรษะสั่นคลอนปอยผมกระเซอะกระเซิงช่างเป็นอะไรที่เร้าใจมาก! ๆ นายน้อยหญิงถึงกับต้องกัดปากซีดตามในทุก ๆ ครั้งที่ดุ้นข้างหลังกระซวกเสียบ! ๆ ๆ ๆ แก้มก้นของนางกระเพื่อมตีปัง ๆ ๆ จนกลีบผกาชักจะเผยออ้ากว้าง!.ความซิงได้ถูกพรากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เยื่อพรหมจรรย์นางน่าจะขาดยับ มิหนำซ้ำเพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถึงเครื่องมากขึ้น เยว่เอ๋อถึงกับลงทุนจินตนาการถึงใบหน้าของคุณชายเซียวไปด้วย! พอคิดถึงความหล่อเหลาของเขาไม่ว่าจะเป็นคนพี่หรือคนน้องนางก็จะยิ่งเงี่ยน! จังหวะถูกเย็ดในท่ายืนจึงเป็นอะไรที่เสียวเช่นนี้นี่เอง แล้วยิ่งเป็นการเย็ดกับคนรักของคนอื่น ฟิลลิ่งแห่งการคบชู้ก็ยิ่งทำให้นางฟินมากขึ้นกว่าเก่า."อ่าาาา! ขอบคุณพี่เหวินเหยายิ่งนักเจ้าค่ะ! อ่
คำว่า "เหลย" (雷) ในภาษาจีนแปลว่าสายฟ้า ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล แผ่ปกครองนทีเย้ยชลธารยันพสุธาพื้นมหาสมุทร ประกายแฉกสายฟ้าคำรามได้ถึงถิ่นไหน ผืนฟ้าย่อมสยายตัวไกลได้ถึงถิ่นนั้น และเพราะเหตุนี้วิชา "บุปผาพันลี้" ของสำนักเหลย (雷) จึงเป็นที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า แม้ศิษย์ส่วนใหญ่จะฝึกกระบี่และใช้
คุกเข่าหมกธรณีอยู่เช่นนั้นราว 2 ก้านธูป จู่ ๆ ประตูไม้หน้าสำนักเหลย (雷) ที่เคยเปิดแบบบานสวิงก็หักโค่นลงมาจากด้านบน! มันล้มตรึม! ลงมาเสียงดังสนั่นฝุ่นตลบอบอวล! ตามติดมาด้วยปราณกระบี่อันใสบริสุทธิ์ ที่พุ่งเป็นลำแสงออร่าสีทองเป็นรูปลักษณ์ของกระบี่ กล่าวคือเป็นกระบี่ที่ไม่ใช่กระบี่ เป็นเพียงแค่ไอลมปราณ
โต๊ะไม้เก่าผุพังยังคงตั้งตระหง่าน คนสองคนจากสองฟากตรงข้ามประจันหน้าเงียบเท่าที่เงียบได้ ตลาดกลางเมืองฉางหลิงค่อยลาเสียงลงในฉับพลัน แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยหน่วยบริวารเพศชาย แต่คุณหนูท่านนี้กลับรับรู้ได้ถึงการถูกคุกคามจากวรยุทธวิปลาศ นางเหมือนถูกตัดออกจากโลกภายนอก ปราณอาคมหรือค่ายกลใดมิอาจจำแนก เพราะแม
เข้าสู่ช่วงนี้ของปีทีไรดูเหมือนตลาดจะชุกชุมไปด้วยผู้คนมากเป็นพิเศษ อาคารไม้เก่าแก่แต่ไร้วิ่แววการผุพัง หลังคามุงจากดูง่อนแง่นแต่ครานั้นผู้คนก็ยังเข้าออกทำธุรกรรมการค้ากันอย่างขวักไขว่ เช่นกันกับบริเวณด้านนอก แม้แผ่นดินจีนจะแห้งแล้งหน่วงหนัก แต่ก็ได้ความหนึบแน่นนี่แหละ ที่รองมือรองเท้าผู้คนให้สัญจรก







