หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / ข้าทราบดีว่าจ้าวซือหงคนเก่าจะกลับมา 1

แชร์

ข้าทราบดีว่าจ้าวซือหงคนเก่าจะกลับมา 1

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-30 13:29:30

“เจ้าลืม...แต่ข้าไม่ลืม ฉะนั้นข้ามั่นใจว่าเจ้าตั้งครรภ์ลูกของข้า”

เอ่ยคำถามที่แม้แต่ตัวนางเองยังไม่มั่นใจ ดวงใจหวั่นวิตกด้วยว่าไม่ทราบด้วยซ้ำไปว่าตัวนางเมื่อวันวานมีเบื้องลึกเบื้องหลังสิ่งใดที่ซ้อนเร้นอยู่หรือไม่...กอปรกับอีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพทำศึกเหนือใต้แทบจะตลอดเวลา จะอยู่ติดจวนหรือก็ไม่มี แม้จะก่นด่าหรือค่อนขอดว่าชังเขาปาดใดแต่ก็อดที่จะหวั่นใจกับตัวตนของนางเมื่อวันวานอีกไม่ได้เช่นกัน แต่ทว่าเขากลับตอบอย่างมั่นใจ น้ำเสียงห้าวหาญท่าทีไม่หวั่นวิตกนั่นดูเป็นที่พึ่งพิงให้แก่นางที่สับสนจนตั้งต้นสิ่งใดไม่ถูกขึ้นมาชั่วขณะ...ชั่วขณะหนึ่งที่นางรู้สึกอยากพึ่งพิงเขาเหลือเกินเพราะเรื่องที่กำลังเผชิญดูหนักหนาจนนางไม่อาจทนรับไหว แต่ทว่าในตอนนี้แม้แต่ตนเองยังเชื่อใจมิได้แล้วนางจะเชื่อหยางจื่อถงได้สักกี่มากน้อยก็ไม่อาจทราบได้เช่นกัน

“อิ่มแล้วรึ”

จ้าวซือหงมองบุรุษที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงฉงน หยางจื่อถงมองหน้าของนางสลับกับถ้วยข้าวที่เหลือข้าเกินครึ่งถ้วยไปมาอย่างไม่เข้าใจ ส่วนนางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเขายังไม่อิ่มอีกหรือไร ข้าวสองถ้วยเข้าไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะวางมือลงง่ายๆ

“ข้าไม่ค่อยหิว”

“แล้วจะไปมีแรงทำอะไรกัน” หยางจื่อถงนิ่วหน้า แต่ก็มิทราบว่าจะบังคับสตรีตรงหน้าอย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่จำใจทอดถอนหายใจออกมาเท่านั้น

“แล้ววันนี้ท่านแม่ทัพไม่ประชุมเช้าหรือ”

“ไม่มี ให้จิ้นอ๋องไปจัดการเรื่องยุ่งยากแล้ว ข้าไม่ชอบเข้าวังเสียเท่าไรนัก หลีกได้ก็หลีก อีกอย่างข้าต้องจัดการเรื่องที่จวนอีก”

“จัดการเรื่องที่จวน?”

“ใช่...ข้าสั่งให้คนย้ายของจากที่หอสุรามาไว้ที่จวน คงต้องอยู่จัดแจงพักใหญ่เชียว”

“หา!?” จ้าวซือหงร้องเสียงหลงอย่างไม่เข้าใจว่าที่อีกฝ่ายพูดมานั้นหมายถึงสิ่งใด

“ตกใจอะไรของเจ้า ไม่ใช่ว่าเราคุยกันไปแล้วหรือ เมื่อครู่นี้น่ะ”

ใช่เขาบอกนางแล้ว แต่นางก็ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังถึงเพียงนี้ ก็แค่คิดว่าเขาอาจพูดส่งเดชให้นางพอใจเท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะทำจริง แต่จ้าวซือหงก็มิได้เอ่ยสิ่งที่คิดอยู่ในใจ ก้มหน้าและพูดขึ้นว่า “ข้าไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”

“ช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว...”

จ้าวซือหงเงยหน้าอีกครั้งหนึ่ง มองบุรุษที่พูดพลางก้มหน้าคีบอาหารเข้าปาก ‘ช้ากว่านี้ไม่ได้’ นี่เขาเกรงกลัวว่านางน้อยใจถึงขั้นหนีออกจากจวนหรืออย่างไรจึงกล่าวออกมาเช่นนี้

“อ้อ สวนดอกไม้ด้านหน้าเมื่อวานถูกเจ้าพวกนั้นทำลายเสียจนไม่น่ามอง ข้าสั่งให้พ่อบ้านจัดการลงให้ใหม่แล้ว เจ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็จงไปบอกพ่อบ้าน”

“ท่านแม่ทัพ” เอ่ยเรียกบุรุษที่พูดไม่มองหน้านางด้วยซ้ำไป รอจนกว่าเขาจะละความสนใจจากอาหารและมองสบกับนาง “ทำดีกับข้าเพื่อสิ่งใด เพื่อบุตรของท่านหรือ”

เอ่ยถามในสิ่งที่นางอดสงสัยไม่ได้ แม้นางในยามนี้ที่ไร้ความทรงจำเมื่อวันวานก็ทราบได้ว่าการกระทำเช่นนี้นั้นไม่ปกติ นางไร้ซึ่งความทรงจำนั้นเป็นเรื่องจริง แต่สิ่งที่จริงไม่ต่างกันคือเขาไม่เคยไยดีนางเช่นกัน ทุกผู้ทุกคนต่างทราบในเรื่องนี้ดี หรือไม่ปากเสียงในวันแรกที่เขาก้าวเท้าเข้าจวนก็ชี้ชัดได้ส่วนหนึ่งว่าเขามีอคติกับนางอยู่ในใจไม่มากก็น้อย ถ้อยคำประชดประชันหลุดออกจากปากของเขาอย่างง่ายดาย แต่ทว่าเพียงข้ามคืนทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปราวกับพลิกหน้ามือ

“ใช่” เขาตอบกลับโดยพลันราวกับไม่ต้องคิดใคร่ครวญสิ่งใดให้มากความ ใบหน้าสลดฉายชัดที่ใบหน้างามของจ้าวซือหง แต่ทว่าก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อหยางจื่อถงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ไม่ทั้งหมด...ชีวิตของเจ้าข้าเป็นเจ้าของ สิ่งใดที่เป็นของข้าย่อมต้องดูแลให้ดี”

เขาเป็นเจ้าของชีวิตของนาง?

จ้าวซือหงขมวดคิ้วสงสัย นางเป็นสิ่งของหรืออย่างไรจึงมีคนจับจองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “หากรู้ว่าชีวิตของข้าเป็นของท่าน ไยจึงทิ้งขว้างมานานปี หากท่านตระหนักได้ช้ากว่านี้ข้ามิแตกสลายดับสูญไปแล้วหรือ”

“ใช่...เพราะเช่นนั้นตอนนี้ข้าตระหนักได้แล้ว จึงต้องมาอยู่ที่นี่และดูแลให้ดี” จ้าวซือหงจ้องนัยน์ตาแม่ทัพแห่งต้าเซี่ย นัยน์ตาที่นางมิอาจหาสิ่งใดที่หลบซ่อนในนั้นได้แม้สักครั้งเดียว “อยากถามสิ่งใดก็ถามมาให้หมด เพราะข้าจะตอบเจ้าวันนี้เป็นวันสุดท้าย ต่อไปเจ้าไม่มีสิทธิ์ถามสิ่งใดอีก ต่อไปทุกอย่างจะเป็นอย่างที่ควรจะเป็นเสียที”

“ท่านพูด...แต่ไม่พูดความจริงทั้งหมด ท่านหลบซ่อนความจริงไว้ในคำพูดของท่าน นัยบางประการท่านก็ซ่อนเร้นมันเอาไว้ราวกับจะให้ข้าไปตามหาความหมายเอาเอง ข้าผู้ไร้ความทรงจำจะเข้าใจท่านได้อย่างไรกัน”

“เพราะข้าทราบดี...ทราบดีว่าจ้าวซือหงคนเก่าจะกลับมา ทราบดีว่าเมื่อนางกลับมาแล้วจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดทั้งหมด ฉะนั้นเจ้ามิต้องขวนขวายในสิ่งที่เจ้าไม่เข้าใจ”

“แล้วหากนางไม่กลับมา หากข้าคนเก่าไม่กลับมาเล่า”

“ต้องกลับมา แต่ต้องใช้เวลา อาจจะมาก อาจจะน้อย หรือทั้งชีวิตก็ตามนางต้องกลับมา”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   เคียงกัน (ตอนจบ)

    จ้าวซือหงเปิดม่านในรถม้ามองสองข้างทางของเมืองหลวงที่นางจากมานาน ทุกอย่างยังคงดำเนินไปราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดเรื่องใหญ่ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติทั้ง ๆ ที่ในวังหลวงเต็มไปด้วยความวุ่นวายในการแย่งชิงอำนาจ แต่ช่างน่าขันที่เรื่องพวกนั้นกลับเทียบไม่ได้กับความแห้งแล้งของชาวบ้าน ปัญหาของคนธรรมดา กับคนยิ่งใหญ่มักต่างกันเสมอ แต่น่าแปลกที่ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นอาศัยความธรรมดาของชาวบ้านในการตะเกียกตะกายเข้าสู่อำนาจ เรื่องราวในวังหลวงเป็นเช่นไร ตอนนี้นางไม่อาจทราบได้ นางทราบแต่เพียงว่าหยางจื่อถงให้หวางมู่ไปรับนางและลูกกลับมายังเมืองหลวงเท่านั้น เพราะเมื่อนางถึงเมืองหลวงทุกอย่างก็คงเรียบร้อยแล้ว และนางก็เชื่อว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจริง ๆ รถม้าหยุดลงที่วังเฉิงกง สถานที่คุ้นเคยทั้งนางและหยางจื่อถง เพราะบัดนี้จวนแม่ทัพของหยางจื่อถงมอดไหม้ไปหมดแล้ว ช่วงนี้คงหนี้ไม่พ้นจะต้องมาอาศัยที่วังนี้เป็นการชั่วคราวกระมัง ลงจากรถม้าก็เห็นหน้าสามีที่ยิ้มร่ารออยู่ก่อน หยางจื่อถงไม่รีรอคว้าตัวนางมากอดและถอนหายใจเบา ๆ คล้ายกับคลายกังวล “เหนื่อยมากไหม” “อืม แต่หายเหนื่อยแล้ว” หยางจื่อถงตอบ เกยคางไว้ที่ไหลเล็

  • หวนคำนึง   ปกป้อง 2

    สุดท้ายปลายดาบก็จอมายังตำแหน่งเดิมในตอนแรกเริ่มคือลำคอ ดวงเนตรของจิ้นอ๋องมองไปยังบุรุษที่สวมชุดมังกรที่เขาไม่มีโอกาสได้ใส่สักครั้งในชีวิต ในดวงตาเฉิงรุ่ยแดงก่ำและทุกอย่างกำลังจะจบลงแล้ว ดาบในมือของเฉิงรุ่ยยกขึ้นสูงในขณะที่จิ้นอ๋องหลับตาลงอย่างคนยอมรับในโชคชะตา แต่ทว่าใบหน้ากลับประดับยิ้มไว้ไม่คลาย เวลาผ่านไปแต่ทว่าความเจ็บปวดกลับไม่ได้เพิ่มพูน ดวงเนตรทั้งสองลืมขึ้นอีกครั้งและเห็นว่ามีดาบอีกเล่มมาช่วยชีวิตของเขาไว้ เสียงดาบกระทบกันดังลั่น จิ้นอ๋องไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองแม่ทัพหยาง ที่เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งบุรุษผู้นี้ก็เป็นผู้ที่เลือกเข้ามาช่วยเขาเสมอ “...ดูอยู่นานคิดว่าจะไม่มาช่วยเสียแล้ว” “เจ็บตัวเสียบ้าง จะได้ไม่ทำอะไรบ้า ๆ อีก มีอย่างที่ไหนยื่นดาบให้ศัตรู” “อารมณ์ชั่ววูบกระมัง” บุรุษที่เลือดอาบไปทั้งร่างแสร้งพูด ทิ้งกายลงนั่ง เบื้องหน้าคือแผ่นหลังที่เหยียดตรงของสหาย โดยรอบเต็มไปด้วยความชุลมุนแต่ทว่าทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเพราะทหารที่หยางจื่อถงพามาเริ่มเข้าคลี่คลายด้วยกำลังที่มากกว่า “เช่นนั้นก็หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว” หยางจื่อถงพูด ออกแรงตวัดดาบเพียงเล

  • หวนคำนึง   ปกป้อง 1

    ร่างสูงชะงักเมื่อเข้ามาในตำหนักของหวงตี้ ไท่จื่อทราบว่าเฉิงอี้คงไม่นั่งอยู่ในคุกหลวงให้ตนนั้นไปคาดคั้นเอาความ แต่อีกฝ่ายต้องอยู่ที่ตำหนักของหวงตี้เพราะที่นี่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเฉิงอี้จะยิ้มร่ารอการมาของเขาอย่างจดจ่อเช่นกัน ไร้ความเร่งรีบ ไร้ความกังวล เหมือนวางแผนทุกอย่างมาอย่างดี แผนที่อาจจะไม่มีใครล่วงรู้ด้วยซ้ำ “มาช้ากว่าที่ข้าคิดเสียอีก... เฉิงรุ่ย” เจ้าของชื่อแค่นหัวเราะ คนคนเดียวที่กล้าเรียกชื่อของเขา และเย้ยหยันชีวิตของเขาทั้ง ๆ ที่เขาเป็นถึงไท่จื่อของแคว้น “จะปากดีเรื่องใดก็รีบพูดออกมา” “เจ้าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาข่มขู่ข้า... ไม่เลยเฉิงรุ่ย” “ครั้งก่อนข้าน่าจะฆ่าเจ้าให้มันจบ ๆ ไป” “เจ้าเสียโอกาสนั้นไปแล้ว และโอกาสที่เจ้าเสียไปมีราคาของมันอยู่เช่นกัน เป็นราคาที่เจ้าต้องจ่ายด้วยชีวิต” “อย่ามาพูดมาก... จับตัวมันไว้! ” ไท่จื่อสั่งทหารที่คอยคุ้มกันตนเอง แต่ทว่าทหารอีกจำนวนหนึ่งก็ออกมาจากที่ซ่อน ตั้งแถวปกป้องนายของตนเช่นจิ้นอ๋อง ทหารที่ไท่จื่อจำได้ว่าเป็นเหล่ากองกำลังที่หลบซ่อนในวังเฉิงกง พวกมันถูกจับเข้าคุกทั้งหมด แต่กลับกลายเป็นว่ามาอยู่ที่นี่ทั้งหมด ช่างเป็นเรื่องน่าขั

  • หวนคำนึง   การจลาจลและผู้ชนะ 2

    “เตรียมบุกเข้าเมืองหลวงแล้วขอรับนายท่าน คิดว่ากองทัพของเว่ยต้ากู้ไม่อาจต้านทานได้คืนนี้เป็นแน่ขอรับ”“อืม... เจ้ากลับไปซีหยางบอกให้ทางนั้นตรึงกำลังที่ชายแดนเอาไว้ หากเกิดความเคลื่อนไหวจากแคว้นใดก็ให้รีบส่งม้าเร็วมาบอกข้า และก็ไปรับฮูหยินกับลูกข้ามา”“จะให้มาเลยหรือขอรับ”“ความลำบากไม่เหมาะกับนางเลยสักนิด จ้าวซือหงควรได้ในสิ่งที่ดีที่สุด อีกอย่างกว่าเจ้าจะไปถึง ไหนจะกลับมา ทางนี้ข้าน่าจะจัดการได้”“นายท่านจะไปสู้ด้วยหรือขอรับ”“ใช่... อีกหนึ่งชั่วยามให้แม่ทัพต่วนถอยทัพ ข้าจะนำทัพเสริมเข้าไปช่วยเอง เว่ยต้ากู้น่าจะเอาทหารทั้งหมดมารบภายในคราวเดียว เขาไม่เคยทำศึกในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งไม่เคยออกรบกับข้าสักครั้ง ฉะนั้นเขาไม่มีทางรู้ว่าข้าคิดทำเช่นไรกับศึกครั้งนี้”“แต่จิ้นอ๋องอยู่กับเขา เขาจะไม่ใช่ประโยชน์จากจิ้นอ๋องหรือขอรับ”“หากเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งดี เว่ยต้ากู้จะได้เดินเข้าหาความตายได้เร็วขึ้น... ข้าไม่อยากให้ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายนั้นสูญเสียกำลังพลให้มากนัก หากเข้ายึดครองในค่ายและฆ่าเว่ยต้ากู้ได้เร็วเท่าใด เรื่องจะได้จบเร็วขึ้นเท่านั้น... เจ้ารีบไปจัดการเรื่องที่ข้า

  • หวนคำนึง   การจลาจลและผู้ชนะ 1

    “เกิดเหตุปะทะที่ด้านนอกเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ คาดว่าอีกไม่เกินห้าวัน หากยั้งทัพของหยางจื่อถงไม่ได้ เมืองหลวงจะเป็นอันตราย” “ต้องยั้งให้ได้ ทางเดียวของท่านคือยั้งทัพของหยางจื่อถงให้ได้ใต้เท้าเว่ย” “แต่... นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย” “นั่นเพราะอะไร เพราะท่านไม่เก่งกาจเท่าเทพสงครามอย่างหยางจื่อถงงั้นรึ อย่าพูดจาน่าขันนักเลยใต้เท้า ท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ จะให้แม่ทัพธรรมดา ๆ อย่างหยางจื่อถงมาลบเหลี่ยมได้อย่างไร” “กระหม่อมจะพยายาม” “ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ท่านต้องทำให้ได้” แม่ทัพใหญ่แห่งต้าเซี่ยไม่อาจทัดทานสิ่งใดได้อีก นอกจากนั่งนิ่งพร้อมกับความกดดันที่หนักอึ้ง เพราะนี่ไม่ใช่ศึกธรรมดา แต่เป็นศึกที่หยางจื่อถงนำทัพด้วยตนเอง เขาเอาชนะแม่ทัพที่แข็งขืน และยึดเอาทหารที่คอยคุ้มกันเมืองหลวงทั้งสี่ทิศไว้ได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบวัน และนี่คือสิ่งที่น่ากลัว ไม่มีใครอ่านกลศึกของหยางจื่อถง แต่ถ้าจะมีก็คงหนีไม่พ้น... จิ้นอ๋อง “ทูลไท่จื่อ จะเป็นไปได้หรือไม่ หากกระหม่อมต้องการเจรจากับจิ้นอ๋อง เขาเป็นเพียงคนเดียวที่อ่านกลศึกของหยางจื่อถงออก คงจะดีหากกระหม่อมได้สนทนากับเขาเพื่อหา...” “ได้” คำตอบที่รวดเร็วถูกตอบกลับ

  • หวนคำนึง   ไฟในและไฟนอก 4

    “จะทำอะไรก็รีบทำ กบฏด้านนอกนั่นอาจไม่นั่งรอให้เจ้าจัดการทุกอย่างในวังหลวงนี้ให้เรียบร้อย” สุรเสียงจากหวงโฮ่วดังขึ้น ผู้เป็นไท่จื่อยังทำตัวไม่ยี่หระ ทั้ง ๆ ที่เบื้องหน้าคือพระราชมารดา แต่อาจจะดีกว่านี้หากการเรียกเข้าพบในครั้งนี้เป็นไปตามประสาแม่ลูก ไม่ใช่มีคนนอกอย่างกู้เว่ยถิงมาร่วมสนทนาด้วยเช่นนี้ เขาก้าวออกมาจากเงาของกู้เว่ยถิงมานานแล้ว ไยจะต้องกลับไปในเงานั่นด้วยเล่า “พ่ะย่ะค่ะ” ตอบรับอย่างส่ง ๆ ทั้งที่รำคาญเสียยิ่งกว่าอะไรดี ผู้อาวุโสในวังทั้งหลายยังไม่หลุดพ้นจากอำนาจเก่าจนน่าระอา ทระนงตนว่ากุมอำนาจที่เหนือกว่า เนื่องด้วยหวงตี้ประชวรไม่ได้สติ แต่กลับเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ เพราะอำนาจไม่ได้อยู่ในมือของพวกเขามาเนิ่นนานแล้ว “อย่าทำแบบนี้ อย่าทระนงให้มากนัก อย่าลืมว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร” ไท่จื่อหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อถ้อยประโยคของหวงโฮ่วช่างเต็มไปด้วยความน่าขัน ดวงเนตรที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสทอดมองพระราชมารดา สลับกับคนสนิทอย่างกู้เว่ยถิงที่ยังคงนิ่งงัน “เตือนตัวเองไม่ได้กว่าหรือพ่ะย่ะค่ะ... มาอยู่จุดนี้ได้ด้วยเพราะเหตุอันใด” “เฉิงรุ่ย! ” “หากยังอยากใช้ชีวิตอย่างสุขสบายก็ข

  • หวนคำนึง   ข้ามิได้ย้ายกลับมาเพื่อมานอนคุยกับเงาตัวเอง 2

    “เฉิงอี้ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ขุนนางทั้งสองข้างยังยึดมั่นในหลักการและประเพณี รัชทายาทยังมีประโยชน์แก่เรา คนที่เจ้าควรจะหวั่นวิตกคือหยางจื่อถงมิใช่รัชทายาท”“ให้กระหม่อมระแวงคนที่ถือดาบมาช่วยกระหม่อม และปล่อยปละคนที่ถือดาบหมายจะฆ่ากระหม่อมหรือ ไม่น่าขันเกินไปหรือพ่ะย่ะค่ะ หากวันนั้นหยางจื่อถงไม่เข้ามา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • หวนคำนึง   สหายผู้มั่งคั่ง 3

    “หากเป็นท่าน ท่านก็จะทำอย่างที่ข้าทำ ก็ยุติธรรมดีแล้ว ท่านสับสนว่าจะให้ข้าเดินเคียงข้างท่านหรือจะดันข้าไปอยู่ข้างหลังท่านดี แต่หยางจื่อถง...ข้าสูญสิ้นความทรงจำ แต่ความรู้สึกนึกคิดยังไม่สูญหาย เรื่องในวันวานข้าช่วยท่านได้ แล้วไยตอนนี้ข้าจะช่วยท่านไม่ได้ แม้มีเรื่องไม่เข้าใจก็ใช่ว่าข้าจะไม่เข้าใจมันต

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
  • หวนคำนึง   รสหวานล้ำและขมขื่นอนึ่งอาจเรียกว่ารัก 1

    “มองข้าปานนั้นไยจึงไม่หยิบดาบมาฟันข้าเลยเล่าท่านแม่ทัพ” จ้าวซือหงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำทักทายที่ดูผิดแปลกจากธรรมเนียมของจิ้นอ๋อง แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกไป เพียงพินิจจอกน้ำชาที่อีกฝ่ายรินให้อย่างไม่ถือตัว อีกทั้งยังพูดสนทนากับนางอย่างคนคุ้นเคย“แล้วนี่เป็นอย่างไรบ้าง ข้าเพิ่งทราบหลังจากวันท

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-20
  • หวนคำนึง   ความรู้สึกที่มีแต่เราที่รู้ 1

    อดีตที่ชวนหัวของจ้าวซือหงเริ่มต้นขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำที่พยายามประคับประคองน้ำเสียงให้หนักแน่นอยู่ตลอดเวลาเริ่มเอื้อนเอ่ยถึงเรื่องที่เขานั้นรับรู้มาโดยตลอดสามปีที่ผ่านมา“เจ้าขอสมรสพระราชทานในวันนั้น ส่วนข้าสนองราชโองการเพียงเพื่อแลกกับการตั้งหอสุราลี่ตง เงื่อนไขการแต่งงานของข้ากับเจ้ามีเพียงเท่านี้

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-19
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status