หน้าหลัก / รักโบราณ / หวนคำนึง / ปฐมบทแห่งความไม่สมเหตุสมผล 3

แชร์

ปฐมบทแห่งความไม่สมเหตุสมผล 3

ผู้เขียน: กัวซืออวี่
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-30 13:20:03

เมื่อเค้นความจากสาวใช้ เรื่องราวตลอดสามปีนั้นก็ถูกพรรณนาออกมากมายเหลือคณา ทุกเรื่องต่างเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่จ้าวซือหงไม่คิดว่าตนเองนั้นจะกระทำด้วยซ้ำไป ในตอนนี้นางจึงได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆ มองหน้าหลินหรานด้วยความมึนงง ส่วนสาวใช้ที่อยู่กับนางมานานก็เล่าเรื่องทุกอย่างด้วยใบหน้าที่ทุกข์ตรม สลับกับรอยยิ้มบ้างเป็นครั้งคราว พอให้ได้ทราบว่าชีวิตสามปีที่ผ่านมานั้นมีทั้งเรื่องดีและร้าย แม้ว่าเรื่องร้ายจะมีมากกว่าเรื่องดีก็ตามที

“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าบอกว่าข้าเป็นคนไปขอสมรสพระราชทานกับแม่ทัพหยางด้วยตนเอง? ”

“เจ้าค่ะ ฮูหยินไปทูลต่อหวงโฮ่วก่อน คราแรกหวงโฮ่วทัดทานด้วยว่าอยากให้ท่านได้ตบแต่งออกไปอยู่ในวังของท่านอ๋องผู้ใดผู้หนึ่งเสียมากกว่า อีกอย่างทรงเกรงว่าท่านแม่ทัพที่ทำศึกมาตั้งแต่เยาว์วัยจะมีความหยาบกระด้างกว่าบุรุษทั่วไปจึงไม่อยากให้ท่านอยู่กับผู้ชายประพฤติตนเช่นวัวเคี้ยวโบตั๋น [1] ”

แต่ข้ากลับมาเป็นโบตั๋นให้เขาเคี้ยวอย่างง่ายดาย...

ตอนนั้นเจ้าคิดอะไรของเจ้าจ้าวซือหง!

นั่งนิ่งงันไปพักใหญ่ ปล่อยให้หลินหรานเล่าเรื่องราวทุกอย่าง และนางก็รับฟังมันด้วยความหนักอึ้งของศีรษะ หัวใจที่ปวดร้าว พร้อมกับคำก่นด่าตนเองในใจไม่หยุด

“ต่อมาพวกท่านก็ได้ตบแต่งกัน ได้เข้ามาอยู่ในจวน แต่...”

“แต่อะไร”

“แม่ทัพไม่ค่อยโปรดปรานในตัวของฮูหยิน... นานๆ ครั้งจะแวะเวียนมาหา ปกติแล้วท่านแม่ทัพไม่ใคร่กลับจวนเสียเท่าไหร่ ท่านแม่ทัพมักหลับนอนที่หอสุราลี่ตงเจ้าค่ะ”

“หอสุรา...เขาไปหลับนอนกินอยู่ที่นั่นเลยหรือ”

“เจ้าค่ะ หากไม่มีกิจก็จะไม่ไปไหน อยู่ที่นั่นตลอด”

“แม่ทัพหยาง แม่ทัพแห่งแคว้นต้าเซี่ยอยู่แต่ในหอสุรา คนไม่ลืมเรื่องเสียหายจนมัวหมองแล้วหรือ”

“ความจริง...หอสุราลี่ตงเป็นของท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”

“ห๊ะ! ท่านแม่ทัพเป็นเจ้าของหอสุรา!” จ้าวซือหงร้องตกใจ จนหลินหรางเกรงว่าจะล้มพับไปจึงรีบเข้าไปปรนนิบัติพัดวี “เขาเป็นขุนนางจะเปิดหอสุราได้อย่างไร คนทั้งเมืองไม่ครหาหรือ แล้วเขาจะนั่งเป็นแม่ทัพอยู่ได้อย่างไรกัน”

“คราแรกก็ตกเป็นที่ครหา แต่หวงตี้มิทรงว่ากระไร จนขุนนางส่งฎีการ้องทุกข์ หวงตี้จึงรับสั่งให้ท่านแม่ทัพปิดหอสุรา แต่ท่านแม่ทัพดึงดันไม่ยอม จนสุดท้ายก็ประกาศกร้าวว่ายอมลาออกจากการเป็นขุนนางแลกกับหอสุราแห่งนี้ แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดศึกทางเหนือ แม่ทัพน้อยใหญ่ไม่อาจทัดทานไว้ จนหวงตี้หวั่นพระทัยเรียกตัวท่านแม่ทัพเข้ากองทัพกรำศึกอีกครั้ง ครั้งนั้นพอคว้าชัยมาได้คำครหาต่างๆ ก็ค่อยๆ กลืนหาย ขุนนางที่เคยต่อว่าก็แสร้งว่าไม่ได้ยินเรื่องที่ท่านแม่ทัพเปิดหอสุรา บางคนก็ปิดตาข้างหนึ่งแสร้งว่าไม่เห็นหอสุราลี่ตง ท่านแม่ทัพจึงได้คุมกองทัพของต้าเซี่ยต่อไปโดยไม่มีใครกล้ากล่าวถึงเรื่องไม่งามอีก”

จ้าวซือหงกุมขมับ บุรุษใจทมิฬผู้นี้เห็นทีจะทำนางตรอมใจจนความทรงจำกระเจิดกระเจิงเห็นท่าว่าจะเป็นเรื่องจริงกระมัง

“ประเดี๋ยวก่อน เขากล้าทัดทานกับหวงตี้เรื่องหอสุราถึงขั้นแตกหัก แต่เขากลับยอมลงในเรื่องที่หวงตี้พระราชทานสมรสกับข้าน่ะหรือ เจ้าเองก็บอกว่าเขามิได้หลงใหลได้ปลื้มในตัวข้า ไยเขาไม่แข็งขืนเรื่องนี้กับหวงตี้เล่า”

“นั่นเพราะว่า หวงตี้ยินยอมให้ท่านแม่ทัพเปิดหอสุราต่อ หากตบแต่งกับฮูหยินเจ้าค่ะ”

จ้าวซือหงไล่ทบทวนเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมดตั้งแต่ต้น นางจึงได้เข้าใจประโยคที่ว่า ‘แต่หวงตี้มิทรงว่ากระไร’ ที่หลินหรานกล่าวมาก่อนหน้านั้น หมายความว่า หากท่านแม่ทัพหยางตบแต่งกับนางแล้ว หวงตี้จะมิทรงว่ากระไรหากเขาอยากนอกขนบการเป็นขุนนางด้วยการเปิดหอสุรา...

ตอนนี้นางควรปีติหรือร่ำไห้ดีเล่า บุรุษผู้หนึ่งยอมตบแต่งด้วยเพราะมีปณิธานอยากเปิดหอสุรา ส่วนหวงตี้นั้นนางก็มิทราบว่าพระองค์ทรงดำริเช่นไรกันแน่ หรือว่าอยากสลัดนางให้พ้นออกจากสายพระเนตรกันเล่า จึงยอมแหกกฎบ้านเมือง เพื่อให้ขุนนางผู้หนึ่งได้กระทำทุกอย่างตามใจ ทั้งๆ ที่ในภายภาคหน้าการกระทำการเช่นนี้อาจชักนำเรื่องไม่ดีมาหาพระองค์

แต่เหตุใดหนอยิ่งคิด ยิ่งหาเหตุผล นางยิ่งตระหนักได้ว่าสามปีที่ผ่านมานี้อาจมีเรื่องที่ถูกซ่อนเร้นไว้มากกว่าที่นางคิด มากกว่าสิ่งที่หลินหรานได้เห็นและนำมาเล่าให้แก่นางในวันที่ไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆ อยู่เลย

เพราะการกระทำนั้นอาจซ่อนเหตุผลที่ยากจะมองเห็นได้ด้วยตา เฉกเช่นจิตใจของมนุษย์นั้นยากที่จะหยั่งรู้ได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม...

นางต้องเป็นฮูหยินของแม่ทัพหยางผู้นี้ไปตลอดรึ!

ต้นสายปลายเหตุเป็นเช่นไรก็มิทราบ แต่นางต้องมานั่งโง่งมท่ามกลางความสับสนและความไม่เข้าใจนานัปการ หากนางเป็นเพียงหุ่นเชิด หรือหมากตัวหนึ่งของใครก็ไม่ทราบนางมิต้องตายยอย่างโง่เขลาและสิ้นชื่ออย่างไร้เกียรติเชียวรึ!

แม้ความจำจะไม่สมบูรณ์พร้อมแต่ก็ใช่จะหลงลืมว่าวังหลวงและวัฏจักรของขุนนางแห่งต้าเซี่ยนั้นไม่มีสิ่งใดจริงแท้ ทุกสิ่งอย่างรายล้อมไปด้วยผลประโยชน์และอำนาจที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วนางควรทำอย่างไรกันเล่ามิใช่ว่าตอนนี้นางกำลังเดินหมากอย่างที่ใครต้องการอยู่หรือ โดยเฉพาะสามีของนาง บุรุษผู้นี้ต้องมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นนางคนเก่าที่หอบหิ้วเอาความทรงจำหายไปคงไม่ยอมแต่งงานด้วยเป็นแน่ ความไม่สมเหตุสมผลมากมายทำให้นางไม่อาจมองว่าสิ่งที่นางผจญนั้นเป็นด่านเคราะห์กรรมจากสวรรค์ได้ เพราะสิ่งที่นางผจญอาจมีใครตั้งใจหยิบยื่นมาให้ หรือไม่ก็เป็นนางเองที่วิ่งเข้าไปหาเคราะห์กรรมที่ว่านั่นด้วยตนเอง...

[1] วัวเคี้ยวโบตั๋น หมายถึง คนหยาบกระด้างไม่รู้จักคุณค่าของความงาม

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 2

    “ขายออกไปให้กับคนสองคน คนหนึ่งจ่ายด้วยตั๋วเงินสภาพยับเยินยากจะสืบหาเจ้าคน อีกคนหนึ่งจ่ายด้วยทองคำทั้งหมด ส่วนคนที่มาซื้อนั้นเป็นเพียงนกต่อเท่านั้น”สองสามีภรรยาที่คิดไม่ตกต่อเรื่องทั้งปวงที่ยุ่งเหยิงเกินพรรณนาต้องมานั่งใคร่ครวญในสิ่งที่หวางมู่หามาได้ คราแรกหยางจื่อถงต้องการยาถอนพิษมาไว้ในมือของเขา เผื่อเกินสิ่งใดขึ้นจะได้ทันการณ์ อีกทั้งจะได้สืบสาวถึงคนที่คิดร้าย แต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบกลับสร้างเรื่องน่าวิตกขึ้นมาอีกเรื่องราวกับเป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ“สภาพตั๋วเงินยับเยิน และทองคำทั้งหมด” หยางจื่อถงทวนสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นึกถึงความเป็นไปได้ของเจ้าของทรัพย์สินเหล่านั้น และนั่นคือข้อมูลทั้งหมดในยามนี้ที่เขามี นอกจากนั้นล้วนว่างเปล่า หากอยากจะรู้ให้แน่ชัด ก็คงต้องเอ่ยถามจ้าวซือหงที่หลับใหลอยู่ที่ใดสักที่พร้อมกับความทรงจำสามปีที่ผ่านมากระมัง“คนรอบกายท่านที่คิดร้ายต่อเรา มีทั้งคหบดีและยาจกหรือ” เสียงของจ้าวซือหงเรียกความสนใจของบุรุษที่ใคร่ครวญทุกอย่างด้วยความเคร่งเครียดทันที “ยาจกผู้นั้นเพียรสะสมตั๋วเงินจำนวนมากเพื่อมาซื้อยาพิษและทำร้ายข้า ส่วนอีกผู้ก็มั่งมี

  • หวนคำนึง   ผู้ต้องสงสัย 1

    หยางจื่อถงมองพินิจสตรีที่หลับใหลไปด้วยความเหนื่อยอ่อน มือกร้านลูบศีรษะของนางอย่างปลอบประโลม ทุกอย่างดูหนักหนาสาหัสกับนางเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เป็นเพียงสตรีแต่กลับแบกเรื่องหนักหนาเอาไว้มากมาย แล้วก่อนหน้านี้เล่านางต้องเผชิญสิ่งใดบ้างยามที่เขาไม่อยู่ ยามที่เขาเอาชีวิตของตนเองปกป้องแผ่นดินนี้อย่างสุดกำลัง ภรรยาของเขานั้นต้องทนทุกข์อยู่กับสิ่งใดบ้าง“นายท่านขอรับ” เสียงจากคนสนิทเรียกให้หยางจื่อถงหลุดออกจากภวังค์แห่งความหม่นหมองภายในจิตใจ แต่ทว่าก็ยังไม่ละสายตาไปจากภรรยาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง “ซ่งจื่อรุ่ยเขียนเทียบยาถอนพิษไว้แล้วขอรับ ท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อไป”“ไปที่ร้านขายยา ถามหายาถอนพิษ สอบถามว่าภายในสองสามเดือนมานี้มีผู้ใดซื้อยาถอนพิษ หรือยาลืมเลือนเจ็ดราตรีบ้างหรือไม่ หากเขาไม่ยอมเปิดปากก็ใช้เงินทองทำให้พวกมันพูด หากยังไม่ยอมพูด ก็ทำตามที่เจ้าเห็นว่าสมควร”“ขอรับ”“แล้วเจ้านั่น...มันหายหัวไปไหน”“ไม่ทราบขอรับ หลังจากทำงานให้ท่านเรียบร้อยก็หายตัวไปที่ใดก็มิทราบ”“มันทำงานเสร็จแล้ว...คงต้องกำจัดทิ้งแล้วกระมัง”“นายท่าน...”“มันทำข้าก่อนหวางมู่ มันทำข้าก่อนทั้งสิ้น” นัยน์ตาแดงก่ำเอ่ยด้วยคว

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 3

    “แล้วเหตุใดจึงเป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งเท่านั้นเล่า” หยางจื่อถงตั้งคำถาม“เรื่องนั้นเป็นไปได้สองทางคือ ความทรงจำที่หายไปนั้นสำคัญมากจนฮูหยินระลึกถึงมันอยู่ตลอด ดังนั้นเมื่อรับพิษไปจึงลืมเลือนทุกอย่างทีละนิดโดยที่ท่านไม่รู้ตัว หรือไม่ก็เป็นความทรงจำที่น่าหวาดหวั่นจนหวนนึกถึงอีกครั้งในช่วงที่จิตใจหวั่นวิตก และยาพิษนั่นจึงลบเลือนมันไปอย่างที่ท่านต้องการ”“แล้วทางแก้เล่า”“มียาถอนพิษนี้...เพียงแต่ไม่อาจใช้กับฮูหยินได้”“ทำไม!” หยางจื่อถงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความไม่พอใจ อย่างไม่อาจข่มอารมณ์เอาไว้ได้“เพราะยาถอนพิษจะส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ ฉะนั้นบัดนี้แม้มียาถอนพิษก็ไร้ความหมาย”เมื่อได้ยินมือของจ้าวซือหงก็พลันสัมผัสที่หน้าท้องของตนเอง ส่วนหยางจื่อถงนั้นก็ได้แต่กล้ำกลืนก้อนบางอย่างลงคอและเอ่ยถามในสิ่งที่เขาหวั่นวิตกมากที่สุด “แล้วพิษนี้จะส่งผลเสียอย่างไร”“ความทรงจำหล่นหาย เหนื่อยง่าย หายใจหอบเหนื่อย และค่อยๆ กัดกินหัวใจของฮูหยินจนหยุดเต้นในที่สุด”ทั้งห้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน หยางจื่อถงกำมือทั้งสองข้างแน่นอย่างเผลอไผล จ้าวซือหงจมดิ่งสู่ความดำมืดในจิตใจ มีทางรอดแต่ก็เหมือนไม่มี

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 2

    “ไปกันเถิดขอรับฮูหยิน สายกว่านี้จะยิ่งผิดสังเกต” จ้าวซือหงหันมองเจ้าของเสียงที่หลายวันมานี้เข้านอกออกในห้องนอนของเธอและหยางจื่อถงด้วยความชำนาญ“หวางมู่ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อใด”“ข้ามิได้ไปไหน ข้าเฝ้าดูฮูหยินอยู่ตลอด”จ้าวซือหงพลันทอดถอนหายใจเมื่อได้ยินในสิ่งที่ลูกน้องคนสนิทของสามีเอ่ยออกมา หากให้นางถามนี่ก็คงเป็นคำสั่งของสามีนางอีกเช่นเคย เขาไม่ยอมให้นางไกลหูไกลตาแม้แต่ครึ่งก้าว ประคองนางไว้ในอุ้งมือแต่ตบตาผู้อื่นว่าทิ้งขว้างนางอย่างสามีผู้ไร้คุณธรรม จนชั่วขณะหนึ่งจ้าวซือหงก็อดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ง่อนแง่นก่อนหน้านี้ที่คนเล่าลือกันให้ทั่วของนางและเขานั้นเกิดจากการสร้างเรื่องมดเท็จเช่นในตอนนี้ เพื่อความอยู่รอดของทั้งเขาและเธอ แต่เหตุใดจึงต้องสร้างเรื่องเช่นนี้เพื่อความอยู่รอดนั้นนางก็ไม่อาจทราบได้ในตอนนี้เช่นกันในเมื่อไม่ทราบนางก็ได้แต่วางเรื่องชวนเวียนหัวนี้ลง และทำตามที่หวางมู่ต้องการ คือลอบออกจากจวนมุ่งหน้าไปยังหอสุราลี่ตง เมื่อถึงหอสุราก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกันว่านางมาหลบพำนักที่นี่ด้วยว่าหวางมู่พานางมายังที่นี่ด้วยเส้นทางลับ ที่มีปลายทางเป็นห้องนอนของหยางจื่อถงที่นายมาหลับนอนอยู่ท

  • หวนคำนึง   พิษลืมเลือนเจ็ดราตรี 1

    หลังจากเรื่องในวันนั้นจวนของท่านแม่ทัพหยางก็มิต่างจากป้อมปราการ มีคนมากมายคอยคุ้มกัน คำสั่งมีเพียงอย่างเดียวคืออย่าให้ใครหน้าไหนเข้าจวนได้ทั้งสิ้นจนกว่าจะมีคำอนุญาตจากท่านแม่ทัพ แต่นั่นก็มิได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ผู้เป็นภรรยาอย่างจ้าวซือหงแม้แต่น้อย เพราะนางมีเรื่องที่เคลือบแคลงใจมากกว่านั้นให้ครุ่นคิดจ้าวซือหงตั้งอาหารเข้าปากพลางมองบุรุษที่อยู่เคียงกายไม่ห่างตั้งแต่หลับยันตื่นนอน“วันนี้ไปที่หอสุรากับข้า”และนี่คือเรื่องที่นางฉงนสนเท่ห์เป็นไหนๆ เขาสั่งคนมากมายล้อมจวนไม่ให้ใครได้ย่างกายเข้ามาได้ แต่ทว่าหลังจากวันนั้นเขาก็ลอบพานางออกจากจวนด้วยทางลับที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจวน และพานางไปอยู่ที่หอสุรากับเขาทุกวี่วัน ดั่งเป็นกับดักล่อลวงให้คนอื่นได้เข้าใจว่านางนั้นพำนักอยู่ที่จวนมิได้ออกไปไหนแม้แต่ครึ่งก้าว ท่านแม่ทัพประคองนางให้อยู่ในอุ้งมือราวกับสิ่งมีค่าจนนางไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน“ท่านคิดทำแบบนี้ไปถึงเมื่อใด”คนที่ถูกทำก็ยังมีทีท่าไม่ยี่หระ เพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเขากลับนึกถึงคำพูดของใครบางคนขึ้นมา... “เมื่อข้ากำจัดปักษามีพิษใกล้ตัวไปได้”“ปักษามีพิษ?”“ใช่ ชุบเลี้ยงมันมาอย่างดี มันกล

  • หวนคำนึง   สิ่งสำคัญที่หายไปพร้อมกับความทรงจำ 2

    “เช่นนั้นไม่แย่หรือ ในเมื่อข้าจำสิ่งใดไม่ได้”“ข้ายังไม่เดือดร้อน เจ้าจะเดือดร้อนไปไย เอาเถิดอย่าไปคิดมากเลย หากใคร่ครวญให้ดีเจ้าจำความอะไรไม่ได้ก็เท่ากับว่าของสำคัญนั้นกำลังสูญหาย แต่จะหายไปเพียงชั่วครู่ หรือหายไปตลอดกาลนั้นขึ้นอยู่กับเจ้า”“ของสำคัญเช่นนั้น หากท่านสูญเสียมันไปจะเป็นเช่นไร”“ไม่เป็น มันจะสำคัญเมื่อข้าคิดที่จะใช้เท่านั้น บัดนี้ข้ายังไม่คิดใช้มันเลยไม่สำคัญ และไม่ส่งผลใดต่อข้า ตอนนี้ที่ข้าเป็นห่วงคือความปลอดภัยเท่านั้น หากคนพวกนั้นเข้ามารื้อค้นของถึงในห้องโดยที่คนในจวนไม่รู้นับว่าเป็นเรื่องอันตราย”“ข้าควรแปลกใจในเรื่องใด ระหว่างท่านมีความลับที่ดูยิ่งใหญ่จนข้าไม่วางใจ หรือเรื่องที่ท่านวางใจข้าให้เก็บรักษาของสำคัญนั้นไว้”“...แม้ความสัมพันธ์จะระหองระแหงแต่ก็ยังเรียกว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ เจ้าอย่าตีความ ความสัมพันธ์ง่อนแง่นของเราในแง่ร้ายนักซือหง”“เช่นนั้นไยท่านไม่บอกว่าเรารักกัน เหตุใดจึงพูดอ้อมค้อมเสียทุกครั้ง มันคงง่ายกว่านี้หากข้าไม่ต้องมานั่งตีความคำพูดของท่านทุกครั้ง”เท้าที่ก้าวเดินชะงักอีกครั้งหนึ่ง หยางจื่อถงเพ่งพินิจใบหน้างามที่เต็มไปด้วยความสงสัย นัยน์ตาเจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status