LOGINดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นของฟ้า ขิมตื่นขึ้นมาก่อนใครเพื่อนตอนเจ็ดโมงเช้า อากาศหนาวจัดจนต้องรีบคว้าเสื้อกันหนาวอีกชั้นมาสวม
เธอเดินกุมท้องน้อยเบา ๆ เพราะเมื่อคืนนี้เป็นครั้งแรกทำให้ช่องท้องรู้สึกหน่วง ๆ และมีอาการแสบเล็กน้อยบริเวณช่องคลอด
ขิมเดินไปนั่งลงข้างกองไฟที่มอดดับลงไปแล้ว เธอจ้องมองเถ้าถ่านอย่างเหม่อลอย นึกถึงฉากอันวาบหวามเมื่อคืนนี้
สักพักไทก็ตื่นตามเธอมา เขาสวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำกับกางเกงวอร์ม แล้วเดินออกมาจากเต็นท์ด้วยใบหน้าอิ่มเอมกว่าปกติ ทำให้ดูน่าหมั่นไส้เขาเป็นอย่างมาก
ทั้งสองคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ขิมจะรีบหลบสายตาเพราะความเขินอายกับเรื่องเมื่อคืนนี้
ไทเดินมาหาขิมแล้วทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เธอ
"ยังเจ็บอยู่มั้ย..." ไทถามเพราะความเป็นห่วง
"จะ…เจ็บสิ ถามมาได้ ขิมไม่เคยสักหน่อย!"
ไทรีบจับมือขิมขึ้นมากุมไว้แน่น "ขอโทษนะ...เดี๋ยวก็หาย เฮีย...จะรับผิดชอบขิมเอง"
ขิมรู้สึกอึดอัดกับคำว่ารับผิดชอบ เธอไม่อยากให้ไทมาผูกมัดเพราะความรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเมื่อคืนเราทั้งสองคนเมาจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงรีบพูดตัดบทไป
"ไม่เป็นไรหรอกเฮีย...เมื่อคืนเฮียก็แค่เมา... ไม่ได้ตั้งใจใช่มั้ย ขิมไม่ถือหรอก ไม่ต้องมารับผิดชอบขิมก็ได้ หนูโอเค"
ไทที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมา เธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกัน ปกติต้องให้รับผิดชอบสิ
"อะไรของขิมวะ! ถึงจะเมาแต่สติเฮียครบถ้วนดีนะ ที่พูดออกไปก็ออกมาจากภายในใจทั้งนั้น เฮียบอกแล้วว่าชอบมึง!" ไทเริ่มขึ้นเสียงใส่ขิม
"แล้วเฮียก็จะบอกขิมอีกครั้ง…." เขาอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดออกมา
"อะไรละเฮีย…ติดอ่างหรอ"
"ดูปากเถอะน่าตบจัด…คะ…คบกับเฮียมั้ย"
ขิมนั่งอึ้ง... นิ่งไปเลยเพราะช็อก! ไม่คิดว่าไทจะขอเธอเป็นแฟนเร็วขนาดนี้
ไทเห็นขิมเงียบไป ก็เลยตอบตกลงแทนเธอเอง!
"เงียบแบบนี้... ถือว่า ตกลงแล้วนะ นับจากวันนี้ไปขิมคือแฟนเฮีย เห๊ยย…ต้องเมียดิวะ แล้วอย่าคิดที่จะไปยุ่งกับไอ้เหี้ยภาคนั่นอีก…ตานี้เฮียเอาจริงด้วย ถ้ามันมายุ่งกับขิมอะ"
"เฮ้ย! ยังไม่ได้ตกลงเลย ใครไปตกลงกับเฮียก่อน หนูยังไม่..." ขิมพยายามแย้ง
"ไม่ต้องมาเถียง ตกลงก็คือตกลงจ้ะเมียจ๋า" ไทพูดยียวนกวนขิม
"ไม่ใช่เมีย ขิมไม่ใช่เมียเฮียสะหน่อย"
"ไม่ใช่หรอ…ต้องให้ลื้อฟื้นความทรงจำเมื่อคืนปะ"
"อย่าบ้า ขิมไม่เอาด้วยหลอก ลามก"
ขิมกับไทที่เริ่มทะเลาะกันสลับไปมา แต่เสียงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
"ก็บอกว่าไม่ใช่เมีย! ปล่อยนะ…ไอ้เฮียบ้า"
"เป็นแล้ว ขิมหนีไม่พ้นหรอก…เมียจ๋าาาาา"
เสียงทะเลาะไปมาของทั้งคู่ทำให้เพื่อน ๆ ที่นอนในเต็นท์เริ่มตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ทุกคนนอนหลับต่อไม่ได้ เป็นเพราะเสียงของไทกับขิม
ไหมรูดซิปเต็นท์ออกมาด้วยใบหน้ายับยู่ยี่ "โอ๊ย!!!ทะเลาะอะไรกันแต่เช้าเนี่ยคู่นี้ ยังเช้าอยู่เลย โอ้โห่คนจะหลับจะนอน"
ไทกับขิมหยุดทะเลาะกัน แล้วหันมาตอบพร้อมกันว่า "สมน้ำหน้า!"
ปอที่เดินออกมาจากเต็นท์ด้วยสภาพหัวยุ่ง ๆ ก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าผวาๆ
"เห้ย!!!...เมื่อคืนพวกมึงได้ยินเสียงอะไรกันปะ...เหมือนเสียงคนร้องโหยหวน ใกล้ๆ เต็นท์พวกเรานี้แหละ...กูได้ยินแล้วกูนี่ถึงกับคลุมโปงเลย…แม่งเจ้าป่าเจ้าเขาเล่นกูเข้าแล้ว"
ไหมที่จำได้ว่าได้ยินเสียงเมื่อคืนเหมือนกันก็พยักหน้าทันที "หนูก็ได้ยินเหมือนกันพี่ปอ เสียงกรี๊ดแหลม ๆ เลย น่ากลัวชิบ!"
เพชรที่เดินออกมาพร้อมผ้าห่มพันรอบตัวก็บอก "กูไม่ได้ยินเลยว่ะ เมาชิพหายเมื่อคืนนี้ สงสัยพวกมึงหูฝาดเปล่า รึกูหลับลึกไปวะ"
ปอกับไหมจึงหันมาถาม ไท และ ขิม ที่กำลังหน้าตาเลิ่กลั่ก
"แล้วทั้งสองคนล่ะ ได้ยินเหมือนพวกเราบ้างปะ"
ไทกับขิมหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ... เสียงโหยหวนที่ว่า...คงเป็นเสียงขิมที่กรี๊ดตอนโดนแกล้งผี... และเสียงครางตอนที่มีอะไรกันเมื่อคืนแน่นอน ทั้งสองจึงรีบบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้
"ไม่ได้ยินเลยว่ะ กูหลับลึก คงเป็นเสียงหมาเห่าแหละ"
"ใช่ ขิมก็ไม่ได้ยินนะ หลับเป็นตายเลย" ขิมพูดเสริม
ขิมที่กลัวเรื่องจะโป๊ะก็รีบเปลี่ยนเป็นเรื่องทันที
"ไหม ไปอาบน้ำกันเถอะ แต่งตัวสวย ๆ จะได้ไปเที่ยวกันต่อ เฮีย ไปปลุกพวกเพื่อน ๆ เฮียด้วยนะ กว่าจะเเต่งตัวกันเสร็จอีก เดี๋ยวสาย"
"วันนี้พวกเราจะไป ให้อาหารแกะที่ฟาร์มโชคชัย กันนะ ฝากบอกพวกเขาด้วย" ขิมบอกอย่างตื่นเต้น โดยไม่ลืมที่จะเหลือบมอง แฟนหนุ่มคนใหม่ ที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ข้าง ๆ
ขิมรีบพาไหมเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้านพักเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปเที่ยว ขณะที่ขิมกำลังยืนอาบน้ำอยู่ภายใต้ฝักบัว สายน้ำอุ่น ๆ ที่ชำระล้างร่างก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความระบมบริเวณใจกลางสาว ยังคงมีความรู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อยอยู่
ขิมเผลอยกมือขึ้นมาสัมผัสริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ภาพที่ไทจ้องมองเธอด้วยสายตาหวานตอนขอเป็นแฟน และความเร่าร้อนในเต็นท์เมื่อคืยก็ผุดขึ้นมาในหัว
บ้าจริง! นี่เราเป็นแฟนกับเฮียไทไปแล้วจริง ๆ หรอเนี่ย แถมยัง... เอ่อ... ยอมให้เขาทำอีก...
ขิมส่ายหน้าแรง ๆ พยายามขับไล่ความคิดทะลึ่งของตัวเองออกไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ไม่! ไม่ใช่เพราะเมา! เฮียไทบอกว่าจริงจัง! ขิมรู้สึกได้ถึงความจริงใจที่ไทแสดงออกเมื่อเช้า ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดใจ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ขิมกับไหมก็นั่งแต่งหน้าทำผมอยู่ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
ทั้งสองสาวเริ่มสลับกันเลือกชุดให้กัน เพราะวันนี้ต้องไปเที่ยวฟาร์มแกะ จึงต้องเลือกชุดที่ดูเข้ากับสถานที่ด้วย
"มึงว่าชุดเดรสลายดอกสีเหลืองนี่ดีปะ น่ารัก ๆ ใส ๆ เหมาะกับฟาร์มแกะ" ไหมยื่นชุดเดรสมาให้
ขิมส่ายหน้า "ไม่เอา! วันนี้กูอยากใส่ชุดที่ดู ซน ๆ หน่อย อยากใส่คู่กับเฮียไท"
" เห๊ยยย!! แสดงว่าตกลงคบกับเฮียกูแล้วสิสารภาพมานะ" ไหมรีบคาดคั้นรีบเอาคำตอบจากขิม
ขิมยิ้มเขิน "ก็... ก็เขาบอกว่าเขาจริงจัง...แล้วก็ยังตกลงแทนกูไปแล้วเมื่อเช้า กูยังไม่ได้ตอบตกลงเต็มปากเลยนะ แต่... ก็นั่นแหละ วันนี้กูจะใส่เสื้อแขนยาวสีครีมกับกางเกงยีนเอวสูงตัวนี้ มันดูทะมัดทะแมงดี แล้วมึงล่ะ ใส่ชุดนี้ไปเลย เดรสสั้นสีขาว เปิดไหล่นิดหน่อยรับรองพี่ปอเหลียวหลังแน่นอน ฮ่าๆ"
"บ้า! ใครจะใส่ให้พี่ปอมอง กูแค่...จะแต่งตัวให้สวยตามปกติเท่านั้นแหละ"
สองสาวหัวเราะคิกคัก แล้วรีบแต่งตัวให้เสร็จ เพื่อออกไปเที่ยวกับพวกหนุ่มๆ ที่กำลังรออยู่ข้างนอก
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
ค่ำวันหยุดอันแสนเหงา ไหมชวนขิมและกลุ่มเพื่อนๆไปร้านนั่งชิลบรรยากาศดีหลังมหาวิทยาลัยเพื่อคลายเครียดจากการเรียน ร้านนี้เป็นลานกว้าง มีโต๊ะแคมป์ปิ้งตั้งเรียงราย ผู้คนคึกคักทั้งนักศึกษาและวัยทำงานมากันอย่างล้นหลาม พร้อมกับดนตรีสดที่เล่นเพลงคลอเบา ๆ ลมเย็นเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวพัดโชยมาเป็นระยะ ทำให้บรรยากา
เช้าวันเสาร์ที่อากาศดีเพราะเริ่มเข้าสู่เดือนแห่งความหนาว วันนี้เป็นวันหยุด ไหมมาหาขิมที่คอนโดตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับใบหน้าที่มีความสุขเป็นพิเศษ"ขิม วันนี้ไปอู่กับกูนะ!" ไหมเซ้าซี้เพื่อนทันทีที่เห็นหน้าขิมที่กำลังนอนกลิ้งดูซีรีส์อยู่บนโซฟา มองเพื่อนด้วยสายตาที่จับผิด ไหมมีพิรุธมาก ทำไมช่วงนี้ถึงชวน
หลังเลิกเรียนในวันรุ่งขึ้น ไหมรีบหันมาหาขิมด้วยรอยยิ้มกว้าง"ขิม! เย็นนี้ไปอู่เฮียไทกับกูนะ"ขิมทำหน้าเซ็งทันที "ไม่เอาอะ! ไม่อยากไปเจอพี่มึง กูกลัวว่าถ้าไปเจออีกรอบ กูจะเผลอเอาประแจในอู่ฟาดหัวพี่มึงจริง ๆ""โถ่... อย่าพึ่งใจร้อนดิ ไปเถอะ วันนี้เฮียกูเลี้ยงหมูกระทะที่อู่นะจ้ะ" ไหมกระซิบด้วยน้ำเสียงเ
ไทขับรถกระบะกลับมาถึงอู่ด้วยสีหน้าที่เหมือนพึ่งไปแพ้สงครามมาทั้งที่ยังไม่ทันได้รบจริง เขามีสีหน้าหงุดหงิดจากการถูกขิมวิ่งหนี และถูกเพื่อนสนิทหัวเราะเยาะพอจอดรถเรียบร้อย ไทกับไหมก็เดินเข้ามาในอู่"เฮีย! อย่าทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าใครตายดิ๊ แค่ขิมมันโกหกแล้ววิ่งหนีเอง ไม่ได้ตายห่าซะหน่อย" ไหมพยายามปลอบพี







