Mag-log inค่ำวันหยุดอันแสนเหงา ไหมชวนขิมและกลุ่มเพื่อนๆไปร้านนั่งชิลบรรยากาศดีหลังมหาวิทยาลัยเพื่อคลายเครียดจากการเรียน ร้านนี้เป็นลานกว้าง มีโต๊ะแคมป์ปิ้งตั้งเรียงราย ผู้คนคึกคักทั้งนักศึกษาและวัยทำงานมากันอย่างล้นหลาม พร้อมกับดนตรีสดที่เล่นเพลงคลอเบา ๆ ลมเย็นเริ่มเข้าสู่หน้าหนาวพัดโชยมาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย
กลุ่มเพื่อนเดิมที่ไปกินชาบูมากันครบทุกคน ทั้งไหม เจมส์ และเพื่อนคนอื่น ๆ อีกหลายคนต่างนั่งล้อมวงดื่มเบียร์ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เจมส์ที่ยังคงแอบชอบขิมอยู่ ก็ทำหน้าที่เป็นสุภาพบุรุษ คอยชวนขิมคุยเรื่องเรียนบ้าง คอยรินเบียร์ให้เธออย่างสม่ำเสมอแบบไม่ให้ขาดช่วง
ขิมหันไปมองไหม แล้วเหลือบตาซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง
"ไหม! มึงไม่ได้บอก... ไอ้เฮียไท ใช่มั้ยว่าเรามาที่นี่อะ!" ขิมกระซิบถามเพื่อนอย่างเป็นกังวล กลัวว่าไทจะตามมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอีก
"เออ! ไว้ใจกูได้เลย ไม่มีปริปากบอกแน่นอนจ้า กูบอกว่าไปดูหนังกับเจมส์ที่ห้าง ไม่ต้องกลัว! พี่กูไม่ตามมาให้มึงหงุดหงิดใจแน่นอน!"
"แน่ใจนะ?" ขิมถามย้ำ
"เออ! แน่ใจสิ!"
ขิมจึงโล่งใจ แล้วหันกลับไปคุยกับเพื่อน ๆ ต่อ
ขณะที่เพื่อนทุกคนกำลังสนุกสนานกับการพูดคุยกับดื่มเบียร์ ขิมก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองเธออยู่ สายตาของเธอจึงเหลือบไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง
แล้วหัวใจของขิมก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม...
ภาค แฟนเก่าของเธอ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปไม่กี่โต๊ะ ใกล้ ๆ กัน
ขิมกับภาคสบตากันเป็นเวลานาน ความเจ็บปวด ความโกรธ และความอาลัยอาวรณ์ทุกอย่างพุ่งขึ้นมาภายในใจของขิมอีกครั้ง ภาคมากับแฟนใหม่ที่ควงแขนกันอย่างสนิทสนม เป็นคนเดียวกันกับที่เธอเจอวันที่เอาของไปคืนภาคนั้นเอง
ขิมรู้สึกเจ็บที่หัวใจจนแทบจะหายใจไม่ออก เธอจึงเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อน
ไหมที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรีบหันมาจับแขนเพื่อน "ขิม! อย่าสนใจมันนะ โลกต้องกว้างเสือกมาเจอตัวเหี้ยที่นี่อีก เสียบรรยากาศหมด เห้อ! มึงโอเคไหม?"
"โอเคสิ! ทำไมจะไม่โอเคละ ช่างแม่งมัน! กินๆกัน" ขิมตอบเสียงแข็ง แต่ดวงตาของเธอมันฟ้องว่าไม่ค่อยโอเคกับสถานะการณ์ในตอนนี้
เพื่อน ๆ ในกลุ่มทุกคนก็ปลอบใจ ต่างคนต่างพูดเรื่องตลกให้ขิมเลิกสนใจภาค
ด้วยความเจ็บปวดที่ประดังเข้ามาใส่ ขิมจึงเริ่มดื่มเบียร์หนักกว่าเดิม แก้วแล้วแก้วเล่าที่เธอชนแล้วยกดื่มอย่างรวดเร็วจนนับไม่ทัน เพื่อนๆ ก็พยายามห้ามแต่ขิมก็ไม่ฟังใครเลย
ทางด้านภาคและกลุ่มเพื่อน
"เห้ย! ไอ้ภาคนั่นมัน ขิม เด็กเก่ามึงนี่หว่า! โลกกลมจริงๆ สัส" เพื่อนภาคคนหนึ่งพูดอย่างไม่คิด
แฟนใหม่ของภาคที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ยินดังนั้นก็หันหน้าไปมองขิมทันทีด้วยสายตาที่เย็นชา บ่งบอกว่าเธอไม่ชอบใจนักที่ภาคมาเจอเด็กเก่าที่นี่
"มึงจะพูดขึ้นมาทำไมวะ กูจบกันไปนานแล้ว!" ภาคดูเครียดทันทีที่เพื่อนเขาพูด แต่สายตาของเขาก็ยังคงจ้องอยู่ที่ขิมอย่างอาลัยอาวรณ์
ความจริง... ภาคก็รักขิมมาก แต่เป็นเพราะขิมไม่ยอมมีอะไรกับเขา ภาคจึงรู้สึกขาดหายในสิ่งนี้ มันไม่เติมเต็มและเลือกที่จะนอกใจเธอไปมีคนอื่น
เขามองขิมที่กำลังดื่มเบียร์อย่างหนักก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะเธอเป็นคนไม่ค่อยกิน ภาคมองใบหน้าที่สวยหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขายอมรับว่าคิดถึงเธอมากจริง ๆ เขาไม่เคยลืมเธอเลยตลอดเวลาที่เลิกกันมาตั้งแต่วันนั้น เขาอยากจะขอโทษเธอ แต่เธอคงเกลียดเขาเข้าใส้แล้วแน่นอน
สักพัก ขิมก็ลุกขึ้นอย่างโซเซเพื่อจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เพื่อนๆ ต่างจะพาเดินไปส่ง แต่เธอก็ปฏิเสธว่าเดินไหวจึงเดินไปคนเดียว ภาคที่เห็นดังนั้นจึงรีบหาโอกาส
"พวกมึง กูไปเยี่ยวแป๊บนะ!" ภาคบอกเพื่อน ๆ โดยที่ทุกคนไม่ได้สังเกตว่าขิมพึ่งลุกไปก่อนหน้าเขา
ภาคเดินตามขิมไปรอที่หน้าห้องน้ำ สักพักเธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยอาการเซเล็กน้อย แล้วจู่ ๆ ก็ชนเข้ากับภาคอย่างจัง
"อุ๊ย! ขิม!" ภาคเรียกชื่อเธออย่างแผ่วเบา
เธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นภาคก็ตกใจ "ถอยออกไปนะ! อย่าเข้ามาใกล้ขิม"
แต่ภาคไม่ยอมถอย เขาพยายามยื่นมือไปจับตัวเธอ ขิมจึงผลักเขาออกไปอย่างแรง แต่ก็สู้แรงผู้ชายอย่างเขาไม่ได้เลย ภาคฉวยโอกาสนั้นกอดเอวเธอกระชับเข้าหาตัวไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหูเธอ "อยู่นิ่ง ๆ ก่อนขิม ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย ภาคคิดถึงนะ"
ตอนนี้ขิมรู้สึกขยะแขยงกับสัมผัสของเขา "ปล่อย ไปบอกเมียภาคโน่น คิดถึงอะไร ไอ้คนนอกใจ เราจบกันไปแล้วอย่ามายุ่ง"
ขิมรวบรวมแรงทั้งหมด ผลักภาคออกไปอย่างสุดแรง จนเขาเซถลาไปติดผนัง แล้วเธอก็รีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะทันที
ขิมกลับมาที่โต๊ะด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและหายใจหอบถี่ เพื่อน ๆ ต่างมองเธออย่างเป็นห่วงว่าไปทำอะไรมา
"ขิม! เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าไปเจอไอ้ภาคมันมาหรอ!" ไหมรีบถามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง
ขิมไม่ตอบ แต่รีบคว้าแก้วเบียร์ที่เหลืออยู่บนโต๊ะขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แล้วรินต่อทันที
"ไม่! ไม่! ไม่! อย่ากินเยอะขิม มึงเป็นคนคออ่อนนะเว้ย เดี๋ยวเมาหนักเป็นภาระพวกกูอีก หยุดเลย" เพื่อน ๆ รีบห้าม
แต่ขิมไม่ฟังใครเลย เธอดื่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพื่อจะให้แอลกอฮอล์ช่วยลืมความเจ็บปวดนี้ไปให้หมด
"กูไม่มาว กูโอเค ปล่อยกู กูอยากแดก" ขิมเริ่มโวยวาย
ไหมมองเพื่อนที่เริ่มมีอาการเมาแล้วก็รู้สึกร้อนใจ เธอรู้ว่าขิมจะเมาหนักและควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่ ๆ เธอเหลือบมองนาฬิกาก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ไม่มีใครไว้ใจขับรถพาขิมกลับได้เลย
ไหมจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากกระเป๋า และกดโทรออกหา...พี่ชายของเธอ เฮียไทนั้นเอง
"เฮีย! มารับหนูที่ร้าน... หลังมอเดี๋ยวนี้เลยนะ เร็ว ๆ เลยนะ ไอ้ขิมมันเมาหนักมากแล้ว ไหมเอาไม่อยู่ เฮียรีบมาเลยนะ!"
ปลายสายที่กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อขิมและเสียงผู้หญิงที่เหมือนเมาดังเข้ามาในปลายสาย
อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ เค้าอ่านทุกข้อความ และทุกความคิดเห็นของคุณรี้ดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานในอนาคตของเค้า ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการติดตามและกดหัวใจ หวังว่าการเดินทางของการอ่านและการเขียนของเค้าจะดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ🙏🏻🥰
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







