Share

อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง
อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง
Author: smith

1

Author: smith
last update Last Updated: 2026-01-17 00:30:07

          ดวงจันทร์กลางท้องฟ้าปรากฏแจ่มจ้าเป็นสีเหลืองสว่างใส คณิตมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวของเขาได้ค่อนข้างชัดเจนแม้ตะวันจะลับฟ้าไปนานแล้ว นี่เป็นอีกครั้งที่เขาสัมผัสได้ว่าแสงจันทร์มันมีจริง มันสาดส่องลงมายังที่ที่มืดมิดให้ใครต่อใครพอมองเห็นอะไรได้บ้างแม้ในยามค่ำคืน ทำไมลลิตไม่เปิดไฟโคมข้างประตูหน้าบ้านไว้นะ เขาคิด คณิตหิ้วกระเป๋าเอกสารคู่ใจเดินขึ้นบันไดหินสี่ขั้น สู่ประตูทางเข้าบ้านที่ทางสถาปนิกเสนอแบบแปลนให้กับคณิตตั้งแต่ครั้งที่บ้านหลังนี้ยังเป็นเพียงที่ดินผืนเปล่าๆ กลางสวนที่มีไม้ใหญ่เขียวขจี เขาบอกมันเรียกว่าสไตล์เนเชอรัล เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ตรงกันข้ามเป็นคนละขั้วกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่หลายคนนิยมชมชอบกัน

          คณิตไขประตูเข้าบ้าน ถอดรองเท้าออกเก็บใส่ตู้รองเท้าขนาดกลางๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากประตูบ้านเพียงเล็กน้อย

          “ลลิต” เขาตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงใดๆ ขานรับกลับมา คณิตเปิดไฟ วางกระเป๋าลงที่เก้าอี้นวมตัวเดี่ยวหน้าโทรทัศน์จอกว้างขนาด 54 นิ้วแล้วเดินขึ้นบันไดไปไปที่ชั้นสอง

          “ลลิต หลับแล้วเหรอ” เขาส่งเสียงเรียกหาเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่มีแม้เงาของลลิต คณิตชักจะรู้สึกใจคอไม่ดี เขาปล่อยให้เด็กสาววัยรุ่นอยู่บ้านคนเดียวกลางสวนแบบนี้ ส่วนเขาเองออกไปทำงานจนมืดค่ำ พี่สา พี่เลี้ยงเก่าของเขาตั้งแต่สมัยคณิตยังอยู่บ้านเก่าของพ่อแม่ ก็ขอมาทำงานแบบไปกลับตั้งแต่ช่วงตันสัปดาห์ ลลิตต้องอยู่บ้านคนเดียวหลังห้าโมงเย็นทุกวันในช่วงนี้ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับลลิต เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย คณิตเริ่มก้าวเท้าฉับๆ เดินไปดูตามห้องต่างๆ บนชั้นสองเมื่อเห็นว่าเธอไม่อยู่ในห้องนอน ปากก็เรียกชื่อของลลิตไปด้วย

          “คุณคณิต หนูอยู่นี่ค่ะ” ลลิตเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแผ่วเบา คณิตโล่งอกไปที เขาถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันกลับมาเห็นลลิตในสภาพที่เขาต้องตื่นตกใจ

          ลลิตยืนต้อนรับเขาอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสีขาว ความยาวพอดีเป็นปกติไม่ได้แปลกอะไร เมื่อพี่สาไม่อยู่ หน้าต่างบานกระจกขนาดใหญ่ตรงชั้นสองจึงไม่มีใครชักม่านปิด มันอ้าแขนต้อนรับแสงจันทร์ที่สาดเข้ามาอย่างอบอุ่น ลลิตยืนอยู่กลางเงาจันทร์อย่างน่าหลงใหล เหมือนเธอเป็นตัวละครจากเรื่องเล่าหรือนิยายสักเล่มที่ทรงเสน่ห์เหลือเกิน คณิตยืนตัวแข็งทื่อ เขาตกใจที่เห็นลลิตในผืนอาภรณ์เพียงชิ้นเดียวอย่างนั้น

          “ทำไมไม่แต่งตัวให้มันเรียบร้อย!” คณิตขึ้นเสียงถามคำถามกับเธอ ลลิตเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง

          “ก็หนูเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”

          “ทีหลังแต่งตัวให้มันดีก่อนแล้วค่อยออกจากห้อง!”

          “ก็คุณตะโกนเรียกหนูลั่นบ้าน หนูก็ต้องรีบออกมาเจอหน้าก่อนสิคะ”

          “แล้วปากไม่มีพูดหรือไง ฉันเรียกก็ขานรับสิ เท่านั้นฉันก็รู้เรื่องแล้ว” คณิตยังไม่ลดระดับน้ำเสียง

          “แล้วคุณบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าเป็นผู้หญิงอย่าเอะอะเสียงดัง ถ้าหนูตะโกนออกมาจากห้อง คุณแน่ใจนะว่าจะไม่ดุด่าอะไรหนูอีก” ลลิตเริ่มขึ้นเสียงบ้างขณะที่อธิบายเหตุผลในมุมของเธอ คณิตเงียบไป เขาเคยพูดไว้อย่างนั้นจริงๆ

          “งั้นทีหลังก็แค่โผล่หน้าออกมาก็ได้” ลลิตส่ายหน้า เธอรู้ดีว่าคณิตกำลังรู้สึกแพ้ แต่เขาไม่อยากจะยอมรับ

          “ค่ะ”

          “ไปใส่เสื้อผ้าได้แล้ว น่าเกลียด” ลลิตมองคณิตกลับไปด้วยสายตาไม่พอใจ

          “น่าเกลียดมากไหมคะ” เธอปลดผ้าขนหนูลงกับพื้น สายตายังจับจ้องไปที่เขาไม่วางตา

          “ทำอะไรของเธอน่ะ” คณิตมองเห็นทุกส่วนสัดของลลิต เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าลลิตอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ดูเธอเป็นสาวขึ้นกว่าวันแรกที่มาถึงตั้งแต่เมื่อปีก่อนมาก

          “ก็เห็นคุณบอกหนูน่าเกลียด หนูก็เลยอยากให้ดูชัดๆ ไงคะ ว่าหนูน่าเกลียดขนาดไหน เข้ามาดูใกล้ๆ เลยสิ” ลลิตก้าวขาเข้ามา

          “นี่ หยุดนะ! อย่าทำอย่างนี้ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น!” คณิตหน้าตาแดงก่ำจากเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่างรวมถึงใบหน้า ลลิตยังไม่หยุดก้าวเข้ามาใกล้

          “ฉันบอกให้พอไง!” คณิตตะเบ็งเสียงดังขึ้นอีก ลลิตสะดุ้งแล้วหยุดอยู่กับที่ เบ้าตาของเธอเริ่มมีน้ำตารื้น เธอก้มลงไปรวบผ้าขนหนูขึ้นจากพื้น คณิตก้าวขาเข้าไปเมื่อรู้ตัวว่าทำให้ลลิตตกใจมาก แต่ลลิตกลับถอยหนี

          “หนูน่ารังเกียจมากเหรอคะ” ลลิตถามเขาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

          “เข้าห้องไปสวมเสื้อผ้าเถอะ แล้วก็เข้านอนซะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” ลลิตหันหลังแล้วเดินกลับไปทางห้องนอนของตัวเอง คณิตมองดูเธอด้วยสายตาห่วงหา แต่ลลิตกลับรู้สึกอับอายจนไม่อยากแม้แต่จะอยู่ใกล้ๆ เขา

          “เธอกินข้าวเย็นแล้วใช่ไหม”

          “กินแล้วค่ะ” ลลิตตอบเขาโดยไม่ได้หันกลับมามองหน้า เธอเดินต่อไปเหมือนไม่อยากจะอยู่ตรงนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว คณิตมองดูพื้นไม้ที่ลลิตเหยียบลงไปด้วยเท้าเปล่าในแต่ละก้าวที่เธอย่ำเดิน แล้วเหลือบขึ้นมองปลีน่องขาวเนียนของเธอ ไล่ขึ้นมาเรื่อยจนถึงบั้นท้ายสะโอดสะองนูนเป็นเนินอยู่ใต้ผ้าขนหนูที่เธอใช้พันกายเอาไว้หลวมๆ เธอใช้สองมือประคองปลายผ้าทั้งสองด้านไว้ข้างหน้า แผ่นหลังส่วนที่ปรากฏออกนอกผืนผ้าแลดูนวลเนียนไม่ต่างกับเรียวขาและต้นแขนของเธอ ลลิตเป็นสาวเต็มตัวแล้วจริงๆ คณิตก้มหน้าลงเมื่อลลิตหันกลับมามองเขาอีกครั้งก่อนเธอจะปิดประตูห้องนอนแล้วหายเงียบเข้าไปข้างใน

          คณิตเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของลลิต เขาพยายามเงี่ยหูฟังเผื่อว่าจะได้ยินความเป็นไปในห้องนั้นหลังจากที่ลลิตปิดประตูกั้นตัวเธอเองออกจากเขาและโลกภายนอก ในห้องนั้นเงียบเชียบ สักพักก็มีเสียงดังแกรกๆ สองที ก่อนที่ทำนองเพลง Close to You ของ The Carpenters จะดังขึ้น ลลิตคงไม่เป็นอะไรแล้ว เธอไขลานกล่องเพลงที่คณิตเป็นคนให้เอาไว้เหมือนที่เธอจะทำเช่นทุกคืนก่อนหลับตาลงนอน คณิตเบาใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาเดินลงบันไดมายังชั้นล่าง นั่งลงที่ชุดโซฟาบริเวณเดียวกับเก้าอี้นวมตัวเดี่ยวที่เขาวางกระเป๋าเอกสารเอาไว้

          เขาพยายามทำใจให้นิ่งสงบ หนูน้อยลลิตวัย 14 ปีที่ย้ายเข้ามาร่วมชายคากับเขาเมื่อปีก่อน กำลังกลายเป็นผีเสื้อแสนสวยจากการฟูมฟักรักใคร่ของเขา เพียงแค่ปีเดียว เธอเติบโตขึ้นรวดเร็วเหลือเกิน แววตาที่เคยมองมาที่เขาอย่างไร้เดียงสา เมื่อครู่นี้มันกลับกลายเป็นดุดันเร่าร้อน เหมือนลลิตพยายามจะล้วงความลับในใจของคณิตผ่านการสะกดเขาเอาไว้ด้วยดวงตา คณิตใช้ฝ่ามือทาบลงที่หน้าอกของตน ใจของเขายังเต้นแรงไม่เลิกรา จะเบาลงก็เพียงเล็กน้อยหลังจากลลิตพ้นสายตาของเขาไปแล้วเท่านั้น ภาพเรือนร่างของลลิตยังตรึงตราอยู่ในความคิดของคณิตไม่คลาย เขาส่ายศีรษะสองสามครั้งแล้วลุกขึ้นถอดเสื้อนอกออก ก่อนจะเดินเข้าไปดูสำรับในครัวที่พี่สาเตรียมเอาไว้ให้สำหรับเขาและลลิตให้กินด้วยกัน

          ในอ่างไม่ได้มีจานชามที่ใช้งานแล้ววางอยู่ คณิตอุ่นกับข้าวจนพร้อม แล้วเดินออกมาจากครัว

          “อ้าว ลลิต ยังไม่นอนเหรอ ฉันกำลังจะขึ้นไปหา” คณิตสะอึกในคำพูดนั้น เขามองดูลลิตที่ตอนนี้แต่งเนื้อแต่งตัวเรียบร้อย เธอสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนกระโปรงผ้าฝ้ายสีฟ้าที่คณิตจำได้ดีเพราะเขาเป็นคนสั่งตัดให้เธอเอง

          “ไม่ใช่สิ ฉันจะขึ้นไปถามว่าเธอกินข้าวแล้วแน่เหรอ ทำไมไม่มีจานชามช้อนส้อมในอ่างล้างจานเลย” ลลิตไม่ได้ตอบ เธอเดินเลยตัวเขาเข้ามานั่งที่เก้าอี้รับประทานอาหารในห้องครัว

          “หรือเธอล้างจานเองไปแล้ว ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำ ให้พี่สาเขาทำไป” ลลิตประสานสองแขนคล้ายเป็นท่ากอดอก แต่วางศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ

          “หนูยังไม่ได้กินข้าวหรอกค่ะ” คณิตพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเดินกลับเข้ามาตักข้าวจากโถใส่จานให้เธอและตัวเขาเอง

          “หนูขอโทษนะคะ” คณิตนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ กัน

          “ขอโทษเรื่องอะไร” เขาถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

          “ที่หนูทำก้าวร้าวใส่ หนูลืมนึกไปว่าคุณเป็นผู้มีพระคุณ” คณิตส่ายหน้า

          “อย่าพูดอย่างนั้นเลย แต่รู้ผิดรู้ชอบก็ดีแล้วล่ะ” คณิตลดสายตาลง สิ่งที่เขาพูดออกไป คล้ายเป็นการย้ำเตือนกับตัวเอง

          “ฉันก็ต้องขอโทษเหมือนกัน แต่เมื่อกี้ฉันทั้งตกใจและเป็นห่วง กลัวว่าเธอจะมีอันตราย วันนี้ฉันทำงานจนค่ำมืด ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว”

          “คุณเป็นห่วงหนูงั้นเหรอ” ลลิตหันมามองหน้าเขา สายตาของเธอเว้าวอนออดอ้อนแม้ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ

          “ห่วงสิ ห่วงมากด้วย” คณิตลูบผมของเธอ

          “งั้นต่อไปคราวหลัง ให้เธอตะโกนออกมาจากห้องได้ ดีไหม ฉันจะไม่ดุว่าเธอเลย สัญญา” คณิตยื่นนิ้วก้อยให้ลลิตเกี่ยว ลลิตทำตาม

          “สัญญาแล้วนะคะ ต่อไปหนูตะโกนออกมาได้” คณิตพยักหน้า ลลิตอยากจะขยับตัวเข้าไปให้เขากอดเหลือเกิน แต่จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่ มันทำให้เธอต้องหยุดคิดก่อนจะทำอะไรตามใจให้มากขึ้น

          “หนูไม่ได้น่าเกลียดใช่ไหมคะ” ลลิตยังป้อนคำถาม

          “ไม่เลย เธองามมากต่างหากล่ะ แต่อย่าทำอีกนะ เธอเป็นเด็ก ฉันเป็นผู้ใหญ่ มันไม่ดี” ลลิตพยักหน้า เธอจับช้อนส้อมเริ่มลงมือกินข้าว

          “หนูหิวมากเลย แต่อยากกินข้าวพร้อมคุณ เริ่มจะง่วงแล้วด้วย ก็เลยไปอาบน้ำก่อน”

          “ต่อไปฉันจะรีบกลับนะ” คณิตขยับเก้าอี้ให้เข้าที่แล้วเริ่มตักกับข้าวใส่จานข้าวสวยของเขาและของเธอ

          “ค่ะ อย่าปล่อยให้หนูอยู่คนเดียวบ่อยๆ หนูเหงา”

          “ได้เลย พอดีวันนี้มันมีเรื่องวุ่นวายนิดนึงน่ะ” คณิตบอกกับเธอไป เขาตรองดูในใจถึงคำว่าเหงาของลลิต เธอเหงาเพราะอะไร เพราะพี่สาไม่อยู่ เพราะเขาไม่อยู่ หรือเธอต้องการสิ่งเติมเต็มหัวใจในแบบไหนกันแน่ คณิตกินข้าวในจานอย่างช้าๆ เขาสลับหันมองดูหนูน้อยลลิตที่กำลังเอร็ดอร่อยอย่างไร้เดียงสาคงเพราะความหิว คณิตเริ่มเป็นกังวลในใจ เขาตั้งใจจะมอบชีวิตที่ดีที่สุดให้เด็กน้อยที่ไม่เคยได้รับความรักคนนี้ แต่หัวใจที่สูบเลือดฉีดพล่านจนเขาต้องรู้สึกร้อนฉ่าไปทั้งตัวเมื่อตอนที่เห็นลลิตในชุดผ้าขนหนู มันกลับบอกใบ้อะไรกับเขาอีกอย่างหนึ่ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   5

    วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   4

    ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   3

    ลลิตดีใจจนเนื้อเต้นตั้งแต่วันที่แม่รัลบอกว่าคุณคณิตจะรับเธอไปเป็นลูก จนตอนนี้เธอก็ยังใจเต้นรัว ยิ่งเมื่อคณิตเลี้ยวรถเข้าเขตบ้านหลังหนึ่ง มันสวยงามอย่างที่ลลิตไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังงามขนาดนี้ ลลิตก้าวลงจากรถมายืนมองตัวบ้านให้ชัดๆ เธอหันกลับมามองคณิตด้วยใจอยากจะขอบคุณเขาดังๆ สักล้านครั้งที่ให้โอกาสเธอ “รอฉันเดี๋ยวนึง” คณิตบอกกับเธอ เขาปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วเดินย้อนไปที่ท้ายรถ เปิดฝากระโปรงแล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระของลลิตออกมา ลลิตรอให้เขาเดินมาขนาบข้างแล้วจึงเดินต่อไปพร้อมๆ กัน “บ้านสวยจังเลยค่ะ” ลลิตบอกกับเขา “สวยกว่าบ้านแม่รัลไหม” คณิตถาม ลลิตมองดูไล่ตั้งแต่พื้นหินขัดตรงทางเดินไปจนถึงตัวบ้าน “หนูว่าสวยกว่า เป็นไม้ทั้งหลังเลย ฝาไม้กระดานเป็นแนวตั้งมีหินสลับด้วย หนูเคยเห็นแต่ฝาไม้แนวนอน” คณิตค่อยๆ เดินช้าๆ ให้ลลิตได้พิจารณาดูบ้านใหม่ที่เธอจะได้เข้ามาอยู่ “แต่มันอาจจะอยู่ลึกไปหน่อยนะ ฉันไม่ชอบอยู่หมู่บ้านน่ะ มันวุ่นวาย” “หนูก็ไม่ชอบความวุ่นวายค่ะ แบบที่บ้านแม่รัลไง วุ่นวายตลอด” คณิตหัวเราะ เขาปล

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   2

    “พี่ลลิตไม่แต่งตัวเหรอ เดี๋ยวแขกจะมาแล้วนะ” บัวรสเดินเข้ามาหาลลิตที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงในห้องนอนที่ทั้งสองต้องใช้ร่วมกัน “ไม่ล่ะ อยู่มาจนอายุ 14 แล้ว ไม่เห็นเข้าตาใครบ้างเลย ปีนี้พี่เลิกหวังแล้วดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ” ลลิตตอบบัวรสแล้วลุกขึ้นมานั่ง “หนูก็ 10 ขวบแล้วเหมือนกัน ไม่เห็นหนูจะหมดหวังเลย” บัวรสนั่งลงข้างเธอ “เธอน่ะน่ารัก วันนี้อาจจะมีคนรับเธอไปจากแม่รัลก็ได้ พี่มันคงแก่เกินไปแล้ว” “แน่ะ ดูพูดเข้า บอกว่าตัวเองแก่ได้ยังไง ถ้าพี่แก่แล้วแม่รัลล่ะ” บัวรสและลลิตหัวเราะไปด้วยกัน “พี่จะฟ้องแม่” “ฟ้องไปเลย แม่จะได้ไล่ออกจากบ้าน หนูจะได้ไปอยู่ที่อื่น เบื่อที่นี่จะตาย” ลลิตพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เธอก็เบื่อหน่ายกับบ้านนี้แล้วเช่นกัน บัวรสคลี่ผมออกแล้วใช้มือสาง เธอสวมชุดกระโปรงสีแดงสด อาบน้ำอาบท่าจนสะอาดสะอ้าน “หนูไปให้แม่รัลถักเปียให้ดีกว่า จะได้สวยๆ แล้วมีคนรับไปเป็นลูกเขา” บัวรสลุกขึ้น “แล้วเป็นลูกแม่รัลไม่ดีเหรอ” ลลิตแกล้งถามก่อนบัวรสจะออกจากห้อง “แม่รัลลูกเยอะ แม่อะไรมีลูกตั้งสิบคน

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   1

    ดวงจันทร์กลางท้องฟ้าปรากฏแจ่มจ้าเป็นสีเหลืองสว่างใส คณิตมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวของเขาได้ค่อนข้างชัดเจนแม้ตะวันจะลับฟ้าไปนานแล้ว นี่เป็นอีกครั้งที่เขาสัมผัสได้ว่าแสงจันทร์มันมีจริง มันสาดส่องลงมายังที่ที่มืดมิดให้ใครต่อใครพอมองเห็นอะไรได้บ้างแม้ในยามค่ำคืน ทำไมลลิตไม่เปิดไฟโคมข้างประตูหน้าบ้านไว้นะ เขาคิด คณิตหิ้วกระเป๋าเอกสารคู่ใจเดินขึ้นบันไดหินสี่ขั้น สู่ประตูทางเข้าบ้านที่ทางสถาปนิกเสนอแบบแปลนให้กับคณิตตั้งแต่ครั้งที่บ้านหลังนี้ยังเป็นเพียงที่ดินผืนเปล่าๆ กลางสวนที่มีไม้ใหญ่เขียวขจี เขาบอกมันเรียกว่าสไตล์เนเชอรัล เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ตรงกันข้ามเป็นคนละขั้วกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่หลายคนนิยมชมชอบกัน คณิตไขประตูเข้าบ้าน ถอดรองเท้าออกเก็บใส่ตู้รองเท้าขนาดกลางๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากประตูบ้านเพียงเล็กน้อย “ลลิต” เขาตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงใดๆ ขานรับกลับมา คณิตเปิดไฟ วางกระเป๋าลงที่เก้าอี้นวมตัวเดี่ยวหน้าโทรทัศน์จอกว้างขนาด 54 นิ้วแล้วเดินขึ้นบันไดไปไปที่ชั้นสอง “ลลิต หลับแล้วเหรอ” เขาส่งเสียงเรียกหาเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่มีแม้เงาของลลิต คณิตชักจะรู้สึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status