FAZER LOGINคิรากรนั่งเคาะนิ้วบนพวงมาลัยและฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีได้ทั้งที่รถติดแทบไม่ขยับ ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่เคียงข้างอดแปลกใจไม่ได้
“รถติดขนาดนี้ยังอารมณ์ดีได้อยู่อีกนะคุณ”
“เพราะคุณที่ทำให้ผมอารมณ์ดี” เขาหันมาส่งยิ้มให้ “เดี๋ยวผมพาไปเลือกแหวนแต่งงานที่ร้านเพื่อนคุณแม่นะ คุณเลือกได้ตามใจชอบเลย ไม่จำกัดขนาดเพชร ไม่จำกัดวงเงิน”
“ฉันพูดเล่นค่ะ ไม่ได้อยากได้จริงซะหน่อย แล้วตอนนี้ฉันก็ต้องรีบไปทำงานแล้วด้วย คุณจับฉันยัดใส่รถมา คุณต้องรับผิดชอบไปส่งฉันให้ทันสิบโมงด้วยนะ” หญิงสาวบอกจุดหมายปลายทางที่จะให้เขาไปส่งแล้วสะกิดบอกคนที่เอาแต่นั่งเอียงตัวมองหน้าเธอให้ออกรถ เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวทิ้งห่างไปไกล “หันไปมองถนนแล้วขับรถดีๆ ค่ะ เดี๋ยวคันหลังก็ด่าเอาหรอก”
“วันนี้ใครด่าอะไรผมก็ไม่โกรธ” ชายหนุ่มตอบอย่างกระดี๊กระด๊า อารมณ์ดีเกินเหตุ ก่อนจะละสายตาจากใบหน้าเรียวเล็กที่สวยจัดเพื่อหันไปมองถนนแล้วเคลื่อนรถออกไป
โดยพื้นฐานแล้วอลีนาเป็นคนหน้าหวาน แต่การแต่งหน้าด้วยโทนสีส้มผสมน้ำตาลก็ทำให้เธอดูสดใสและดูเป็นสาวเปรี้ยวอมหวานที่มองไม่รู้เบื่อ แค่คิดว่าจะได้ตื่นมาเจอหน้าเธอเป็นคนแรกทุกเช้า หัวใจของเขาก็เต้นรัวจนผิดจังหวะแล้ว
“เรื่องแต่งงานคุณไม่ต้องจริงจังมากก็ได้นะ เพราะเราจะแต่งกันแค่ในนามเท่านั้น”
“หือ?” เขาส่งเสียงครางในลำคออย่างข้องใจ
“คุณคงไม่ได้คิดว่าเราจะแต่งงานเป็นสามีภรรยากันจริงๆ หรอกใช่มั้ย”
“คิด” เขาหันหน้ามาพยักหน้ารับแบบจริงจังมาก ก่อนจะหันกลับไปมองถนนข้างหน้าตามเดิม
“หยุดคิดเดี๋ยวนี้เลยนะ” อลีนาย้ำเสียงหนัก “ส่วนข้อตกลงที่เราคุยกันไว้เมื่อคืนก็ยังเหมือนเดิมนะคะ เมื่อไหร่ที่คุณมีคนอื่น ฉันจะพาไออุ่นออกไปจากชีวิตคุณทันที”
“ถ้าผมแต่งงานกับคุณแล้ว ผมก็จะซื่อสัตย์กับคุณ ผมไม่ไปยุ่งกับคนอื่นหรอก” เขายังคงทำหน้าจริงจัง ทั้งที่เธอบอกไม่ให้จริงจัง
“ถ้าทำไม่ได้อย่างที่พูดก็อย่าพูดเลยดีกว่า”
“คุณรู้มั้ยว่าผมโสดสนิทมานานเท่ากับอายุของไออุ่นเลยนะ เพื่อนผมยังแซวกันอยู่เลยว่าผมทนอดอยากปากแห้งมาได้ยังไงตั้งหลายปี บางคนถึงกับคิดว่าผมเบี่ยงเบนไปแล้วด้วยซ้ำ”
“จะมาบอกทำไม ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณสักหน่อย” หญิงสาวเสมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เพื่อซ่อนความกระดากอาย ถึงเธอจะไม่ใช่กุลสตรีที่เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ แต่เธอก็ไม่เคยคุยเรื่องเซ็กซ์กับใครอย่างเปิดเผยแบบนี้มาก่อน
“เขินเหรอ” เขาถามยิ้มๆ ไม่บ่อยนักที่เขาจะเจอผู้หญิงที่เขินจนหน้าแดงลามไปถึงใบหูเพียงเพราะเรื่องแค่นี้ “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหยาบคายกับคุณ มันเพลินปากไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณอย่าหลุดปากพูดแบบนี้ต่อหน้าลูกก็แล้วกัน” คราวนี้เธอหันมาตำหนิเขาด้วยสายตา
“คร้าบบบ คุณแม่ ต่อไปถ้าผมเผลอพูดอะไรไม่ดีแบบนี้อีกผมจะยอมให้คุณตบปากผมเลย” ว่าแล้วเขาก็คว้ามือเล็กนุ่มนิ่มของคนข้างกายขึ้นมาตบปากตัวเองแบบรัวๆ อย่างที่เคยเล่นกับไออุ่นเป็นประจำแบบลืมตัว “นี่แน่ะๆๆๆ ปากไม่ดีใช่มั้ย”
“นี่คุณ! อย่าเล่นแบบนี้นะ” อลีนารีบชักมือกลับแล้วเอามาวางซุกไว้บนหน้าตักตัวเองอย่างเขินอาย
“ผมว่าคุณน่าจะทำตัวให้ชินกับผมเอาไว้นะ พอเราแต่งงานกัน มันก็ต้องมีอะไรๆ มากกว่าจับมือกันอยู่แล้ว” คิรากรยังคงคิดอยู่ฝ่ายเดียว่าการแต่งงานครั้งนี้มันคือเรื่องจริงจัง และทุกอย่างก็ควรจะดำเนินไปเหมือนคู่สามีภรรยาทั่วไป
“ถึงจะแต่งงานกันแล้ว แต่เราก็จะแยกห้องนอนกันค่ะ” อลีนาบอกโดยไม่กล้าหันมามองหน้าเขาตรงๆ “ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการแต่งงานแค่ในนาม ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันก็ไม่แต่งนะ”
“โอเคครับ...ตกลงตามนั้น” ในที่สุดเขาก็ต้องยอมรับเงื่อนไขของเธอแต่โดยดี เพราะไม่อยากให้เธออึดอัดใจจนเกินไป เขาเข้าใจว่าเรื่องระหว่างเขาและเธอมันเกิดขึ้นเร็วมากเพียงชั่วข้ามคืน ถึงเขาจะถูกใจเธอ และมั่นใจว่าเธอก็น่าจะพอใจเขาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่มันคงเร็วเกินไปที่จะมีความสัมพันธ์ข้ามขั้นตอนแบบก้าวกระโดดขนาดนั้น “ผมยอมทำตามเงื่อนไขของคุณทุกอย่าง คุณก็อย่าลืมทำตามเงื่อนไขของผมก็แล้วกัน”
“เรื่องห้ามคบกับใครน่ะเหรอ”
“เยส!” เขาตอบรับเสียงใสขณะเลี้ยวรถเข้าไปจอดส่งเธอที่หน้าอาคารสำนักงาน
“แค่ทำงานกับดูแลไออุ่นตามแผนที่คุณวางไว้ฉันก็ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วค่า” หญิงสาวลากเสียงยาวกึ่งประชดอย่างน่ารักแล้วเปิดประตูรถ แต่จังหวะที่กำลังจะก้าวลงไป คิรากรก็จับมือของหญิงสาวเพื่อรั้งเธอเอาไว้
“เดี๋ยวก่อนเอิง”
“มีอะไรคะ” หญิงสาวหันหน้ากลับมาหาเขาและพยายามจะดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่คราวนี้เขาไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
“เรื่องแต่งงาน คุณอาจจะไม่คิดจริงจัง แต่ผมจริงจังนะ” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมใสของเธอเพื่อส่งผ่านความรู้สึกที่ซาบซ่านอยู่ภายในใจ “เรื่องระหว่างเรามันอาจจะเริ่มต้นแบบฉุกละหุกข้ามขั้นตอนไปหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าผมรู้สึกดีกับคุณจริง”
“คุณ...” อลีนาอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง นอกจากเขาจะรุกหนักแล้ว เขายังชัดเจนมากอีกด้วย ก่อนหน้านี้ที่เขาเข้าใจว่าเธอเป็นอันนา เขาก็แสดงออกอย่างเปิดเผยว่า ‘เกลียด’ และไม่อยากเสวนาด้วย แต่พอรู้ความจริงว่าเธอเป็นใคร เขาก็สลับโหมดมาเป็นมิตรกับเธอได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ เรียกว่าเขาเป็นคนชัดเจนและตรงไปตรงมามากที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักเลยทีเดียว
“ผมไม่ได้รู้สึกดีกับคุณเพราะคุณจะมาเป็นแม่ให้ไออุ่นนะ” เขาออกตัวก่อนที่เธอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาผิด “แต่มันเป็นความรู้สึกของผู้ชายคนนึงที่มีต่อผู้หญิงที่ชอบ”
“คุณชอบฉัน” อลีนาครางเสียงแผ่วในลำคออย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ครับ...ผมชอบคุณ” เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “ผมอยากให้การแต่งงานเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ผมไม่อยากให้คุณแต่งเพื่อรอวันที่จะไปจากกัน” เขากระชับมือเธอแน่นขึ้นและวางมืออีกข้างลงบนหลังมือเธอ ราวกับต้องการบอกว่า ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปเด็ดขาด
“คุณคิดดีแล้วเหรอคะที่พูด”
“ผมไม่ได้ใช้สมองคิด แต่ผมเชื่อเสียงหัวใจตัวเอง ความรู้สึกของผมมันบอกว่าผมชอบคุณ ต่อให้คุณไม่ตอบตกลง ผมก็จะทำให้คุณหลงรักผมจนถอนตัวไม่ขึ้น ระวังหัวใจของคุณเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน”
เขายกมือเธอขึ้นมากดจูบหนักๆ ที่กลางฝ่ามือเสมือนเป็นการประกาศเปิดศึก!
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”






![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
