Share

บทที่ 22

last update Last Updated: 2026-02-22 00:05:30

เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน

"นั่นอะไร"

"กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"

องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ 

"ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว"

"......." 

เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล 

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้

"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ"

"กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยชินกับความเอาแต่ใจของคนตรงหน้าแล้ว 

"หย่งเล่อเจ้าทำอย่างไรถึงทำให้แม่ทัพบ้าสงครามหลงใหลเจ้าเพียงนี้"

ภายในจวนเฉินในตอนนี้เกิดความวุ่นวายเมื่อผู้เป็นนายอย่างเฉินเทียนอี้กลับมาที่จวน เขาวิ่งตามหาภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจไปทั่วจวนราวกับคนบ้าที่ไม่ยอมรับความจริง หลังจากได้ล่วงรู้ข่าวการจากไปของเฉินหย่งเล่อจากฉู่ซิงเหยียน

"อยู่ไหน เจ้าอยู่ไหน หย่งเล่อเจ้าอยู่ไหน!!!"

"เทียนอี้พอได้แล้ว!! ข้าบอกว่านางตายแล้ว!!"

"ไม่!! เจ้าโกหก!!"

เพล้ง!!!

เสียงแจกันแตกดังก้องไปทั่วห้อง ฉู่ซิงเหยียนถอนหายใจออกมาพยายามสงบอารมณ์โกรธของนางก่อนจะยืนมือไปจับมือหนาราวกับต้องการปลอบประโลม

"เทียนอี้หย่งเล่อนางจากไปแล้วจริงจริง เหมือนที่ข้าบอกเพื่อช่วยหรงหรงนางจึงเสียสละตัวเอง"

"........."

"เทียนอี้...เจ้ายังมีหรงหรง..เจ้ายังมีข้า."

พรึบ!!!

เฉินเทียนอี้สบัดมือของฉู่ซิงเหยียนออกอย่างแรงก่อนจะมองนางด้วยแววตาไม่ดีนัก ฉู่ซิงเหยียนที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบไม่รู้ว่านางควรจะต้องทำตัวเช่นไร

"ฉู่ซิงเหยียนป้ายประจำตัวข้าฝากเจ้ามอบให้หย่งเล่อไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงยังอยู่กับเจ้ามิใช่นาง"

"นางมอบให้ข้า"

"มอบให้?? แล้วเหตุใดถึงไม่ใช้มันสั่งกองกำลังทหารของข้าไปช่วยนาง!!!"

"ข้าต้องปกป้องหรงระ...."

เสียงของฉู่ซิงเหยียนหายไปในนำคอทันทีที่มือของเฉินเทียนอี้สัมผัสที่ลำคอของนาง มือบางพยายามแกะมือของเขาที่กำลังออกแรงบีบที่ลำคอของนางออก ดวงตาคู่สวยของนางตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตา

"ทะ...เทียน...อี้....ขะ..."

พรึบ!! ตุบ!!

"เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยชีวิตข้าและเป็นพี่สาวของหย่งเล่อครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งพยายามข่มอารมณ์ความโกรธไว้ในใจของเขาปรายตามองฉู่ซิงเหยียนที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นตรงหน้าเขา สาเหตุที่เขาได้รับรู้เรื่องความสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องของทั้งสองเพราะเมื่อหลายเดือนก่อนเฉินหย่งเล่อได้เอ่ยปากบอกเขาโดยบังเอิญ

"เทียนอี้ ขะ..ข้าสัญญากับหย่งเล่อแล้วว่าจะเลี้ยงหรงหรง"

"เจ้าเลี้ยงนางมาหลายเดือนแล้ว แต่จากนี้ข้าจะเลี้ยงลูกของข้าเองเจ้ากลับเมืองโจวไปได้แล้ว"

"ตะ..แต่ว่า.."

"ฉู่ซิงเหยียน หากข้ากลับมายังเห็นเจ้าอยู่ที่นี่ข้าจะสังหารเจ้าโดยไม่ลังเล"

เฉินเทียนอี้พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง เขาปรายตามองลูกศิษย์ของตนที่กำลังคุกเข่ารอรับโทษอยู่ที่ลานกว้าง

"นายท่าน จะทำเช่นไรกับพวกเขาดีขอรับ"

"ในเมื่อคุ้มกันอยู่ที่จวนข้ายังทำไมได้ เช่นนั้นก็ส่งไปตายที่ชายแดน"

 ลูกศิษย์ทั้งสิบที่ได้ฟังคำตัดสินของผู้เป็นอาจารย์ก็ชะงัก เดิมทีคิดว่าพวกเขาจะถูกสังหารในวันนี้เสียอีกแม้การไปอยู่ในกองทัพชายแดนจะเสี่ยงชีวิตแต่นั่นย่อมดีกว่าการถูกสังหารตอนนี้

"ศิษย์ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา"

เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร เพียงเดินเข้าผ่านลูกศิษย์ของตนไปด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะเดินไปนอกจวนควบม้าออกไปยังกำแพงเมือง นึกถึงใบหน้าของสตรีผู้เป็นที่รักกำลังส่งยิ้มให้เขา ในตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว....

ชาวเมืองที่เดินผ่านไปมามองภาพเฉินเทียนอี้อดีตแม่ทัพบ้าสงครามกำลังโอบอุ้มโครงกระดูกของผู้เป็นภรรยาเดินลงมาจากกำแพงเมืองด้วยแววตาสงสาร เฉินเทียนอี้ก้มลงมองโครงกระดูกของเฉินหย่งเล่อในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้น

'เทียนอี้ข้ามีความลับที่อยากบอกเจ้าจริง ๆ แล้วข้ามิใช่องค์หญิงหย่งเล่อ ข้าเป็นเพียงวิญญาณหลงทางนามว่า หลินอันอัน ที่เข้ามาอยู่ที่ร่างของนางเท่านั้นข้าอยากขอโทษเจ้านับร้อยครั้งสำหรับทุกเรื่องที่ข้าโกหกเจ้า แต่ข้าอยากให้เจ้ารู้สิ่งเดียวที่ข้าไม่เคยโกหกนั่นคือข้ารักเจ้าจริง ๆ ข้าอยากสร้างครอบครัวของเราอยากอยู่กับเจ้าและหรงหรงแบบนี้ตลอดไป แต่ข้ารู้ดีว่ามันไม่อาจเป็นเช่นนั้นข้าไม่อาจเฝ้าดูหรงหรงเติบโตได้ เทียนอี้จำสัญญาของเจ้าที่มีต่อข้าได้หรือไม่ ถึงแม้ข้าจะไม่อยู่ข้างกายเจ้าแล้วเจ้าก็ต้องทำตามสัญญานะ ได้โปรดดูแลหรงหรงบุตรสาวของเราด้วยความรักข้าอยากให้เจ้าใจดีกับผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ใจดีกับข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องสังหารคนที่ดีต่อเจ้าหากมีสิ่งใดที่ผิดพลาดเจ้าช่วยอภัยให้พวกเขาได้หรือไม่ สุดท้ายนี้ข้าได้ให้จิตรกรวาดใบหน้าที่แท้จริงของข้าเพื่อให้เจ้ารู้ว่าแท้จริงภรรยาของเจ้าหน้าตาเป็นเช่นไร เฉินเทียนอี้ข้ารักเจ้านะและจะรักเจ้าตลอดไป'

เฉินเทียนอี้นึกถึงถ้อยคำในจดหมายของเฉินหย่งเล่อที่เขาได้รับจากหยวนอิง ทันทีที่เขาได้รับจดหมายก็รีบเร่งการเดินทางเข้ามาเพราะกังวลใจว่าจะเกิดขึ้นอะไรกับนางอย่างเช่นนางเขียนในจดหมาย และสุดท้ายก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หย่งเล่อภรรยาที่ข้ารักไม่มีนางอีกแล้ว...

ผ่านไปสามวันเฉินเทียนอี้ก็เดินทางเข้าไปในวังเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่กำลังประชวรอยู่ องค์ชายสองที่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดในตอนนี้กำลังมองเฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางมีผ้าสีขาวคาดเอวกำลังนั่งมองเสด็จพ่อของเขาที่นอนอยู่บนเตียง

"ฝ่าบาท พระองค์ดีขึ้นหรือยังพ่ะย่ะค่ะ"

น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยขึ้นแต่คนที่ฟังกลับรู้สึกเสียวสันหลัง เฉินเทียนอี้ปรายตาไปมองถ้วยยาที่อยู่ในมือของฮองเฮาก็ยื่นมือออกไป

"ฮองเฮาพระองค์จะขึ้นเป็นไทเฮาหรือต้องการฝังทั้งเป็นไปพร้อมฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ฮองเฮาที่รู้ความหมายปรายตามองไปที่สวามีของนางริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะตัดสินใจส่งถ้วยยาไปให้เฉินเทียนอี้ร่างบางยืนขึ้นก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป การตัดสินใจทำเช่นนี้หมายความว่านางรับข้อเสนอที่จะเป็นไทเฮาและไม่ยินดีโดนฝังทั้งเป็น

ภายในห้องบรรทมของฝ่าบาทตอนนี้ปกคลุมไปด้วยความเงียบ ขันทีและนางกำนัลที่อ่านสถานการณ์ออกก็รู้ทันทีว่าหากอยากมีชีวิตรอดตนควรปิดหูปิดตาไม่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ องค์ชายสองเองก็หลับตาลงเลือกที่จะไม่รับรู้เช่นเดียวกัน

"กระหม่อมจะป้อนให้ฝ่าบาทแทนฮองเฮาเองพ่ะย่ะค่ะ"

ฮองเต้ที่นอนอยู่มองเฉินทียนอี้ที่กำลังเทน้ำบางอย่างลงไปผสมในถ้วยยาก็รับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที เขาพยายามส่งเสียงร้องแต่ดูเหมือนคนที่อยู่ด้านในห้องจะไม่อยากรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้ายเฉินเทียนอี้ก็ป้อนยาที่อยู่ในถ้วยจนหมด

"หากพวกเจ้าอยู่เงียบ ๆ ไม่แตะต้องคนของข้าตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องมีจุดจบเช่นนี้"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเย็นก่อนจะมองผู้เป็นฮ่องเต้ของแคว้นสิ้นใจไปต่อหน้าเขาด้วยสายตาราบเรียบ แม้คนตรงหน้าจะตายไปแล้วแต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ถึงอย่างไรเขาก็พานางกลับมาไม่ได้แล้ว 

"ฝ่าบาทสวรรคตแล้ว"

สิ้นคำพูดของเฉินเทียนอี้ ทุกคนในตำหนักก็หมอบตัวลงทันทีเฉินเทียนอี้ยืนขึ้นก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าองค์ชายสองที่ตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวที่เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์

"กฎข้อเดียวเท่านั้นที่ท่านต้องจำไว้ อย่าแตะต้องคนของข้ามิเช่นนั้นจะมีจุดจบเช่นนี้"

เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงเรียบก่อนจะเดินออกจากห้องบรรทมไป ตำแหน่งฮ่องเต้ที่ข้าเคยต้องการมากที่สุดตอนนี้กลับไม่มีความหมายสักนิดเฉินหย่งเล่อพอไม่มีเจ้าแล้วข้ารู้สึกว่าทุกอย่างไร้ความหมาย ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำให้ข้ายังคิดมีชีวิตอยู่ก็คือ หรงหรง บุตรสาวของเราเท่านั้น

ข้าสัญญาว่าจะปกป้องหรงหรงบุตรสาวด้วยชีวิตของข้า...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 25 [ END ]

    "พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 24

    หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 23

    สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 22

    เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 21

    "หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ

  • เกิดใหม่ชาตินี้ มีสามีเป็นตัวร้าย   บทที่ 20

    กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status