เข้าสู่ระบบ"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"
องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่
"เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง"
"เพคะ"
ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ...
"หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"
องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ
"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"
กึก!!!
เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ
"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"
องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประโลม
"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่เฉินเทียนอี้ทำอะไรเจ้าไม่ได้แล้ว"
"......."
"รอให้ข้าได้ตำแหน่งฮ่องเต้ ข้าจะแก้แค้นที่มันบังอาจขืนใจเจ้าเอง"
"......."
"หย่งเล่อหรือเจ้ากังวลว่าข้าจะรังเกียจเจ้า เด็กโง่ข้ารักเจ้าเพียงใดไม่รู้หรือ"
เฉินหย่งเล่อถูกคนตรงหน้าดึงเข้าไปในอ้อมกอด นางทั้งรู้สึกรังเกียจจนอยากจะอาเจียนแต่เมื่อนึกถึงภาพของบุตรสาวจึงพยายามตั้งสติมือบางเช็ดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะแสร้งยิ้มออกมา
"เสด็จพี่ดื่มสุรากับข้าได้ไหมเพคะ"
เฉินหย่งเล่อผละออกจากองค์รัชทายาท ก่อนจะรินสุราใส่จอกตรงหน้ามือบางหยิบจอกสุราส่งให้คนตรงหน้าก่อนจะยิ้มหวาน
"ข้าอยากกินจอกของเจ้า แลกกันดีหรือไม่"
"เพคะ ไม่ว่าจอกไหนก็สุราเหมือนกัน"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะสลับจอกสุราตามความต้องการของคนตรงหน้าดวงตาคู่สวยจ้องมองสุราที่อยู่ในมือในใจมีทั้งความกลัวและกังวล
พรึบ!!!
"สะ...เสด็จพี่"
"ในสุรามีอะไรหรือเหตุใดเจ้าถึงดูกังวลเพียงนั้น"
องค์รัชทายาทฉวยโอกาสตอนที่เฉินหย่งเล่อไม่ทันระวัง อุ้มนางให้มานั่งบนตักของเขาก่อนจะจ้องมองใบหน้าสวยด้วยสายตาจับผิด
"มีเพียงสุราเพคะ"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะตัดสินใจยกสุราในมือขึ้นดื่ม ด้านองค์รัชทายาทที่เห็นว่าคนตรงหน้าดื่มสุราไปแล้วจริงจริงก็วางใจเขาจึงยกสุราขึ้นดื่มเช่นเดียวกัน
"สุราดี"
"เพคะ"
กลิ่นหอมอ่อนอ่อนจากตัวของเฉินหย่งเล่อทำให้องค์รัชทายาทรู้สึกพอใจมือหนาของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาของนางเบาเบา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ที่ไหล่ขาว
พลั๊ก!!
"อย่าแตะต้องข้า!!!"
เฉินหย่งเล่อผลักองค์รัชทายาทให้ออกห่างจากตัวของนางแววตาของนางที่มองคนตรงหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความรังเกียจ ข้าแสดงละครต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
"ยะ..หย่งเล่อเจ้าทำอะไร ข้าคือบุรุษที่เจ้ารักไง"
"ไม่คนที่ข้ารักมีเพียงเทียนอี้เท่านั้น เจ้ามันก็แค่สวะที่เอาแต่รังแกข้า..จะ...เจ้ามัน..."
เฉินหย่งเล่อที่ยืนอยู่เริ่มทรงตัวไม่ไหวเหตุเพราะยาพิษที่นางดื่มเข้าไปเมื่อครู่ ภาพตรงหน้าของนางเริ่มเลือนราง
"หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร!!"
องค์รัชทายาทรีบเข้าไปประคองร่างของเฉินหย่งเล่ออย่างร้อนรน เขามองใบหน้าสวยที่ตอนนี้มีเลือดไหลออกมาจากตาและปากมือหนาเช็ดเลือดให้นางอย่างร้อนรน
"ปะ...ปล่อย..ขะ...ข้าเกลียด....เจ้า"
องค์รัชทายาทที่ได้ฟังก็รู้สึกเจ็บไปทั้งใจเขากำลังจะอ้าปากตะโกนเรียกหมอหลวงแต่ก็รู้สึกเจ็บไปทั้งร่างก่อนจะกระอักเลือดออกมา เฉินหย่งเล่อที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาราวกับคนบ้าเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าคนตรงหน้าก็กำลังจะตายเช่นเดียวกับนาง
"ยะ..หย่งเล่อนี่...เจ้า"
เฉินหย่งเล่อไม่ได้สนใจเสียงขององค์รัชทายาทอีกต่อไป นางเพียงหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของเฉินเทียนอี้และหรงหรงบุตรสาวของนาง ริมฝีปากสวยยิ้มเศร้าออกมาทั้งที่นางเตรียมใจที่จะตายมาตลอดแต่กลับรู้สึกว่ายังไม่พร้อมที่จะจากลาเลยสักนิด
"หย่งเล่อรอข้ากลับมานะ"
เสียงของเฉินเทียนอี้ยังดังก้องอยู่ในหัวของนาง เฉินหย่งเล่อรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งใจนางได้แต่ขอโทษที่ตอนนี้นางไม่สามารถรอเขาได้อีกแล้ว เฉินหย่งเล่อสตรีที่งดงามแห่งเมืองหลวงในตอนนี้เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณเท่านั้น...
ด้านองค์รัชทายาทที่รู้ว่านี้เป็นวาระครั้งสุดท้ายของตัวเอง เขาไม่ได้ดิ้นรนที่จะมีชีวิตอีกต่อไปมือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากอกเสื้อของตัวเองก่อนจะเช็ดเลือดที่อยู่บนใบหน้าของเฉินหย่งเล่อ
"หย่งเล่อไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้เจ้างดงามเช่นเดิมแล้ว"
เมื่อเช็ดเลือดออกจากใบหน้าของนางแล้วมือหนาก็โอบกอดร่างไร้วิญญาณของเฉินหย่งเล่อด้วยรอยยิ้ม ในหัวนึกถึงยามนางส่งยิ้มให้เขาและเสียงหวานที่เฝ้าเรียกเขาว่าเสด็จพี่มาตลอดหลายปี
"หย่งเล่อไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่ข้าจะกอดเจ้าไว้เช่นนี้ดีหรือไม่"
"........."
"เจ้ารักข้าใช่หรือไม่ หย่งเล่อเจ้าคือสตรีของข้า...ข้า....รัก...จะ..."
พรึบ!!
ร่างไร้วิญญาณขององค์รัชทายาทล้มลงไปนอนราบอยู่บนพื้น ทำให้ได้รู้ว่าองค์รัชทายาทของแคว้นได้จากไปแล้วด้วยฝีมือของน้องสาวบุญธรรมที่นอนตายอยู่ข้างกายเขาเช่นเดียวกัน...
ไม่นานก็มีคนมาพบศพของทั้งสอง ฮ่องเต้และฮองเฮาที่ได้รับข่าวการจากไปของบุตรชายผู้เป็นที่รักก็ถึงกลับล้มป่วยด้วยอาการตรอมใจ ด้วยความแค้นต่อสตรีที่สังหารบุตรของเขาจึงมีรับสั่งให้แขวนศพของเฉินหย่งเล่อไว้ที่หน้าประตูเมือง
ด้านจวนเฉินที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดหลังจากผู้ที่เป็นนายหญิงหายไปจากจวนและได้รู้ข่าวอีกทีตอนที่กลายเป็นศพแขวนอยู่บนกำแพง เดิมทีตอนแรกพวกเขาคิดจะไปบุกชิงศพของฮูหยินกลับมาแต่เพราะฉู่ซิงเหยียนที่กลับมาพร้อมคุณหนูเฉินฟางหรง นางจัดการเรื่องทุกอย่างที่อยู่ในจวนราวกับเป็นนายหญิงของจวนโดยใช้อำนาจแผ่นป้ายประจำตัวของเฉินเทียนอี้ออกคำสั่ง ทำให้ทุกคนในจวนและทหารทั้งแปดหน่วยที่ปกป้องวังหลวงทำเพียงอยู่เงียบ ๆ รอเฉินเทียนอี้กลับมาเท่านั้น...
แต่พวกเขาย่อมรู้แก่ใจดีว่าหากผู้เป็นนายกลับมาโทษเดียวที่พวกเขาจะได้รับหลังจากปกป้องฮูหยินไม่ได้นั่นคือความตาย...
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







