เข้าสู่ระบบ"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"
เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง
"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."
กึก!!!
เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี
สวบ!!!
ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป
"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า"
"ทะ...เทียนอี้"
หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ
เดิมทีตลอดมาหลังจากกลับไปอยู่ในร่างหลินอันอัน นางก็หวาดกลัวมาตลอดกลัวว่า เฉินเทียนอี้จะลืมเลือนนาง...
"คือว่า...นี่ข้ากำลังเห็นในสิ่งที่ควรเห็นหรือไม่..."
เสียงบุรุษผู้หนึ่งทำลายความเงียบ หลินอันอันที่ได้สติก็ผละออกจากเฉินเทียนอี้ดวงตาคู่สวยมองบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้จะผ่านไปหลายปีใบหน้าของเขาก็ยังดุดันและรูปงามไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด มือบางยกขึ้นลูบแก้มของเขาก่อนจะยิ้มออกมา
"คนโง่ วิ่งมากอดข้าเช่นนี้หากข้าไม่ใช่นางเจ้าจะทำเช่นไร"
"ข้ารู้ว่าคือเจ้า กลิ่นกายที่ข้าคุ้นเคยมีเพียงเจ้า"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะพรมจูบไปที่มือบางอย่างหลงใหล กลิ่นกายที่เขาคุ้นเคยและโหยหามาตลอดเขาไม่มีทางลืม แม้ใบหน้าของนางจะไม่เหมือนเสักอย่างหย่งเล่อ แต่ข้าก็แน่ใจว่านางคือสตรีที่อยู่ในภาพวาด หลินอันอันนี่คือใบหน้าที่แท้จริงของนาง...
"ทะ...เทียนอี้...คือว่าพวกเขายังอยู่ที่นี่นะ"
หลินอันอันพูดออกมาด้วยความเขินอาย ก่อนจะมองไปที่บุรุษทั้งห้าคนที่กำลังมองมาที่นางและเฉินเทียนอี้แววตาของพวกเขาบ่งบอกว่าไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า
"จริงสิ เมื่อครู่ผู้ใดกล้าใช้กระบี่ข่มขู่ภรรยาข้า"
บุรุษทั้งห้าที่ได้ยินผู้เป็นพ่อตาพูดเช่นนั้นก็หน้าเสียทันที พลางหันไปมองสตรีวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าคิ้วของพวกเขาขมวดขึ้นด้วยความสงสัยเพราะตามข้อมูลที่รู้มา แม่ยายของพวกเขานางตายไปเมื่อตอนหรงหรงเกิดได้เพียงหนึ่งปี แล้วสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นแม่ยายของพวกเขาได้เช่นไร
"เทียนอี้...พวกเขาบอกว่าคือสามีของหรงหรงเป็นเรื่องจริงหรือ"
"อืม"
"ทั้งห้าคน??"
เฉินเทียนอี้ที่เห็นท่าทางสงสัยของภรรยาก็เกิดความกังวลในใจ เขาไม่รู้ว่าภรรยาเขาจะคิดเช่นไรที่บุตรสาวแต่งบุรุษเข้าจวนถึงห้าคนเช่นนี้หากนางไม่พอใจแล้วต่อว่าหรงหรง ข้าจะทำเช่นไร...
"เห้อ หรงหรงของเราไม่ได้มีชีวิตน่าเศร้าตามนิยายสินะ"
หลินอันอันพูดออกมาอย่างลืมตัว นางรู้สึกเหมือนตอนนี้ยกภูเขาออกจากอกความกังวลที่บุตรสาวของนางจะกลายเป็นนางร้ายในนิยายได้หายไป ดูจากที่บุตรสาวของนางแต่งบุรุษรูปงามถึงห้าคนเช่นนี้ ชีวิตของนางคงไม่ใช่นางร้ายที่ยึดติดต่อพระเอกจนโง่งมอีกแล้ว..
"เทียนอี้ ข้าอยากเจอหรงหรง"
พรึบ!!
"ข้าจะพาเจ้าไปเอง"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม เขาใช้จังหวะที่หลินอันอันไม่ทันตั้งตัวอุ้มนางขึ้นก่อนจะเดินผ่านลูกเขยทั้งหน้าคนของเขาที่ตอนนี้ใบหน้ามีแต่คำถาม แต่เฉินเทียนอี้เดิมทีก็ไม่ได้ชื่นชอบบุรุษที่มาแย่งความรักของบุตรสาวไปจากเขาอยู่แล้วจึงไม่ได้คิดจะอธิบายอะไร
"เทียนอี้ข้าเดินเองได้"
"น้องหญิง ผ่านไปหลายปีก็ยังดื้อรั้นเช่นเดิมเลย หากจะไปเจอหรงหรงเจ้าควรเปลี่ยนชุดก่อนมิเช่นนั้นนางจะตกใจ"
หลินอันอันก้มลงมองชุดของตัวเองพบว่าตอนนี้นางอยู่ในชุดนอนลายเป็ดที่สวมใส่ตอนที่อยู่โลกปัจจุบัน ทำให้นางเข้าใจความหมายของสามีทันทีว่าเหตุใดถึงต้องเปลี่ยนชุดก่อนไปพบบุตรสาวของนาง
เวลาล่วงเลยผ่านไปข่าวการที่เฉินเทียนอี้ผู้เป็นนายของจวนเฉินโอบอุ้มสตรีแปลกหน้าเข้าไปในห้องนอนของเขาก็มาถึงหูของเฉินฟางหรงผู้เป็นบุตรสาว หญิงสาวเมื่อได้รับรู้ข่าวก็รีบวิ่งไปที่ห้องของบิดาทันที
"หรงหรง เจ้าใจเย็นเย็นก่อน"
"ฮ่าวตู ข้าเพียงอยากให้เห็นกับตาเท่านั้นว่าสตรีที่จะมาแทนที่ท่านแม่ข้าหน้าตาเป็นเช่นไร"
"แต่เจ้าก็ไม่ควรเร่งรีบเช่นนี้ หรงหรงเด็กดีเชื่อฟังข้านะ"
ฮ่าวตูผู้เป็นสามีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ตอนนี้ทั้งเขาและเฉินฟางหรงกำลังยืนอยู่หน้าห้องนอนของเฉินเทียนอี้ผู้เป็นทั้งพ่อตาและอาจารย์ของเขา มือหนากุมมือของภรรยาของเขาที่กำลังสั่นราวกับหวาดกลัว
"ฮ่าวตู หากท่านพ่อหลงใหลนางจนลืมเลือนท่านแม่ของข้า..."
"หรงหรง ข้าอยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัวหากนางคิดรังแกเจ้าข้าจะปกป้องเจ้าเอง"
เฉินฟางหรงที่ได้ยินคำพูดปลอบใจของผู้เป็นสามีก็รู้สึกเบาใจ ดวงตาคู่สวยมองไปที่ประตูตรงหน้าด้วยสายตาสั่นไหว เดิมทีนางคิดว่าท่านพ่อจะไม่มีสตรีอื่นนอกจากท่านแม่ เพราะตลอดหลายปีท่านพ่อบอกแกข้ามาตลอดว่าใจของท่านพ่อรักเพียงท่านแม่และข้า
เหตุใดตอนนี้...
"ฮ่าวตู เรากลับห้องกันเถอะ"
"อืม"
ฮ่าวตูรับคำก่อนจะจับมือของเฉินฟางหรงหันหลังเดินออกมา ในตอนนี้ความรู้สึกแปลกกำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในตัวของเขาไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาถึงคิดว่าสตรีแปลกหน้าที่เขาเจอเมื่อไม่นานมานี้แววตาของนางและกลิ่นกายช่างเหมือนกับ นายหญิง...
"หรงหรง"?
เฉินเทียนอี้เปิดประตูออกมา ก่อนจะเอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนที่เขากำลังจะไปหากำลังอยู่หน้าห้องพอดี หลินอันอันในตอนนี้กุมมือของสามีแน่น ดวงตาคู่สวยมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่กำลังหันมาทางนางด้วยใจสั่นรัวด้วยความตื่นเต้น
"หรงหรงคารวะท่านพ่อ"
"คารวะท่านพ่อตาขอรับ"
หลินอันอันมองสตรีที่อยู่ตรงหน้าน้ำตาคลอ ใบหน้าที่งดงามที่มีส่วนคล้ายกับเฉินหย่งเล่อเป็นอย่างมากนางแน่ใจทันทีว่าเด็กคนนี้คือบุตรสาวของนาง
เฉินฟางหรงเองเมื่อเห็นใบหน้าของสตรีที่ยืนอยู่ข้างกายของบิดาก็ชะงัก ใบหน้าที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะเมื่อหลายปีก่อนบิดาได้นำรูปวาดเหมือนมารดาของนางมาให้ดู อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้นางได้ฟัง
แต่จะเป็นไปได้เช่นไร ก็ท่านแม่ของนางจากไปแล้ว...
"หรงหรง"
หลินอันอันเอ่ยเรียกคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา นางก้าวเท้าเข้าไปหาบุตรสาวดวงตาคู่สวยมองเด็กน้อยที่นางเฝ้าให้ความรักมาตลอดหนึ่งปีผ่านม่านน้ำตา
"ปะ..เป็นไปได้ยังไง"
สวบ!!!
ความคิดถึงที่มีต่อบุตรสาวมาตลอดทำให้นางเข้าไปกอดเฉินฟางหรงทันที ดวงตาคู่สวยตอนนี้เต็มไปด้วยน้ำตาริมฝีปากบางเอ่ยเพียงคำขอโทษที่นางเป็นแม่ที่ดีให้เด็กน้อยไม่ได้ ขอโทษที่นางทอดทิ้งเด็กน้อยไว้เพียงลำพัง
ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากมารดาทำให้เฉินฟางหรงร้องไห้ออกมา นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่รู้ว่าสตรีตรงหน้าคือมารดาของนางหรือไม่ แต่นางแค่รู้สึกดีและอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ได้รับตอนนี้
เฉินเทียนอี้มองภาพตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมา แม้ที่ผ่านมาเขาจะมอบความรักให้บุตรสาวมาตลอดแต่ในใจก็รู้ดีว่าแท้จริงเขาไม่อยากทดแทนหลินอันอันที่เป็นมารดาได้ เพราะขนาดตัวเขาเองยังโหยหาอ้อมกอดของนางอยู่ตลอดเวลา..
หลังจากเวลาผ่านไปเมื่อทุกคนสงบอารมณ์ได้ หลินอันอันก็ได้บอกเล่าเรื่องราวให้บุตรสาวและสามีฟัง นางได้เล่าถึงการเข้ามสวมร่างและการกลับมาของนาง น่าแปลกที่ทั้งสองต่างเชื่อคำพูดของนางโดยไม่ลังเลสักนิด อีกทั้งเฉินฟางหรงบุตรสาวของนางไม่มีท่าทีตกใจที่ได้รับรู้ว่าตัวเองเป็นนางร้ายในนิยาย ราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งอยู่แล้ว
"ท่านแม่ ขอบคุณนะเจ้าคะที่ท่านเลือกที่จะกลับมา"
เฉินฟางหรงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะโอบกอดมารดาด้วยความรัก ในใจรู้สึกขอบคุณสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของนางตอนนี้นางไม่ต้องการสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว จะนางร้ายหรือนางเอกนางก็ไม่ต้องการเป็น
นางอยากเป็นเฉินฟางหรงที่มีมารดาและบิดาคอยให้ความรักเช่นนี้
"หรงหรง นี่ก็ดึกแล้วพ่อว่าเจ้ากลับไปนอนที่ห้องดีหรือไม่"
"เจ้าคะ?? แต่คืนนี้ท่านแม่ชวนให้ข้ามานอนด้วยนะเจ้าคะ"
เฉินเทียนอี้ที่ได้ยินคำพูดของบุตรสาวก็มีท่าทีร้อนรนอย่างผิดปกติ ก่อนจะหันไปมองฮ่าวตูที่นั่งอยู่ไม่ไกลด้วยสายตากดดันราวกับให้ลูกเขยตัวดีของเขาทำอะไรสักอย่าง
"หรงหรงไม่ใช่ว่าเจ้าอยากมีน้องสาวมาตลอดหรือ"
สิ้นคำพูดของฮ่าวตูทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบทันที เฉินฟางหรงผู้มีสามีถึงหน้าคนย่อมรู้ความหมายก็ผละออกจากมารดาทันทีก่อนจะหันไปมองหน้าผู้เป็นบิดาด้วยสายตาล้อเลียน
"ท่านพ่ออายุมากแล้ว ไม่ควรหักโหมมากนะเจ้าคะ"
หลินอันอันที่ได้ยินคำพูดของบุตรสาวก็รู้สึกเขินอาย หลังจากที่บุตรสาวและลูกเขยออกไปความเงียบก็ปกคลุมทั้งห้องเฉินเทียนอี้มองหน้าภรรยาผู้เป็นที่รักก่อนจะยิ้มออกมา
ร่างสูงตัดสินใจยืนขึ้นก่อนจะช้อนร่างของผู้เป็นภรรยาขึ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวนางที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีโชยเข้ากระทบกระจมูกยิ่งทำให้เฉินเทียนอี้พอใจ
"น้องหญิงห่างหายจากเจ้าหลายปีเช่นนี้ จะไม่ให้ข้าหักโหมได้เช่นไร"
"ทะ...เทียนอี้.."
เฉินเทียนอี้โอบอุ้มร่างของหลินอันอันตรงไปที่เตียงนอน ร่างบางถูกวางลงบนเตียงอย่าแผ่วเบาดวงตาคู่สวยมองสามีที่นางเฝ้าคิดถึงกำลังปลดสายคาดเอวของตัวเองออก ร่างสูงโยนสายคาดเอวของเขาออกอย่างไม่ไยดีก่อนจะก้าวขึ้นไปคร่อมร่างของหลินอันอัน
"น้องหญิงคืนนี้ข้าอยากพิสูจน์ให้เจ้ารู้ว่าความรักของข้าที่มีต่อเจ้ามากมายเพียงใด เจ้าจะยินยอมหรือไม่"
ใบหน้าสวยเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเขินอาย ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้ารูปงามของสามีก่อนจะเอ่ยออกมาเบาเบา
"ท่านพี่ ข้าอยากรับรู้ความรักของท่านที่มีต่อข้าเจ้าคะ"
หลังจากได้ยินคำอนุญาตของคนใต้ร่าง เฉินเทียนอี้ผู้โหยหาและหลงรักภรรยาของเขาจนสุดหัวใจก็ได้พิสูจน์ความรักของเขาตามคำพูดจริง ๆ ภายในคืนนั้นไม่รู้ว่าศึกรบบนเตรียงของทั้งสองยาวนานแค่ไหน รู้เพียงว่าหลังจากคืนนั้นฮูหยินเฉินก็นอนซมเพราะพิษไข้ที่เกิดจากการร่วมรักอย่างหนักหน่วงของสามีส่วนตัวการอย่างเฉินเทียนอี้ก็เฝ้าดูแลไม่ห่าง
ข่าวที่เฉินอี้เทียนแต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนเลื่องลือไปทั่วเมือง ชาวเมืองต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสตรีตระกูลใดที่ทำให้นายท่านเฉินสนใจจนลืมเลือนเฉินหย่งเล่อผู้เป็นภรรยาเก่าได้แต่พวกเขาก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ราวกับตัวตนของฮูหยินเฉินคนใหม่เป็นความลับ
ความเปลี่ยนแปลงหลังจากหลินอันอันกลับมา คือเฉินเทียนอี้เลือกที่จะอยู่แต่จวนไม่เข้าวังหลวงเป็นเวลาหลายเดือนจนฮ่องเต้ต้องมาเยือนที่จวนเฉินอย่างลับลับเพื่อปรึกษาราชการด้วยตัวเอง ส่วนเฉินฟางหรงผู้เป็นบุตรสาวก็ไม่ต่างจากบิดานางตัวติดกับมารดาตลอดเวลา จนลูกเขยทั้งห้าต้องมาคุกเข่าขอร้องให้ฮูหยินเฉินคืนภรรยาให้พวกเขา
และหากพูดถึงลูกเขยคนโปรดหลังจากได้ทำความรู้จักลูกเขยทั้งห้าคน คนที่หลินอันอันรู้สึกเอ็นดูที่สุดย่อมหนีไม่พ้น ฮ่าวตูเด็กน้อยที่นางพบเจอตั้งแต่เขายังเด็ก ในตอนแรกนางก็รู้สึกตกใจที่เด็กคนนั้นกลายเป็นสามีของบุตรสาวนางแต่ก็รู้สึกวางใจเพราะในสายตานางฮ่าวตูเองก็เป็นบุตรที่ใช้ได้ ส่วนอีกสี่คนที่เหลือย่อมต้องดูพฤติกรรมต่อไป
"น้องหญิง ข้าไม่อยากไปเลยหรือข้าไม่ไปดี"
"เทียนอี้นี่มันสามเดือนแล้วที่เจ้าไม่เข้าวัง"
"แต่ข้าไม่อยากห่างจากเจ้าเลย"
เฉินเทียนอี้พูดออกมาน้ำเสียงอ้อนก่อนจะดึงฮูหยินของเขาให้มาอยู่ในอ้อมกอด หลินอันอันส่ายหัวด้วยรอยยิ้มกับท่าทางเช่นนี้ของสามี แต่นางก็ต้องทำใจแข็งมิเช่นนั้นคืนนี้ฮ่องเต้ก็ต้องเสด็จมาที่นี่อีกเป็นแน่
"เทียนอี้ หากเจ้าเชื่อฟังคืนนี้ข้าจะ..."
"ข้าจะรีบกลับมา"
เฉินเทียนอี้ผละออกจากสตรีตรงหน้าก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มหลินอันอันฟอดใหญ่ราวกับเป็นมัดจำของเขา เพราะแม้จะอยู่กันมาตลอดหลายเดือน แต่เขาและฮูหยินก็ห่างหายเรื่องบนเตียงเป็นเวลาเหตุเป็นเพราะฮ่องเต้เสด็จมาพบเขากลางดึก
เหอะ เพราะเช่นนี้ไงข้าถึงเริ่มเกลียดอำนาจในมือตัวเอง เอาเถอะอย่างไรนางก็รับปากแล้วว่าคืนนี้เช่นนั้นข้าก็ควรเตรียมพร้อม ไม่แน่ว่าบุตรคนที่สองของข้าอาจจะเกิดมาในเร็ววัน
"ท่านพี่รีบกลับมานะเจ้า คืนนี้ข้ารอท่านมาแสดงความรักอยู่"
หลินอันอันพูดออกมาด้วยรอยยิ้มมองแผ่นหลังของสามีที่เดินออกไปนอกจวน เมื่อเห็นสามีขึ้นไปบนรถม้าแล้วนางก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะยกยิ้มออกมา ผู้ใดจะคิดว่าข้าที่เป็นนักเขียนจะเข้ามาใช้ชีวิตในนิยายที่ตัวเองเขียนจริง ๆ อีกทั้งข้ายังหลงรักตัวร้ายจนทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมาหาเขาและบุตรสาว แต่หากให้ข้าเลือกอีกครั้งข้าก็ยังคงจะเลือกเช่นเดิม
ข้าคงต้องขอบคุณเฉินหย่งเล่อ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดและขออวยพรจากใจให้นางได้พบกับความสุขของตัวเองสักครั้งเช่นเดียวกัน...
-END-
แจ้งข่าวนิยายเรื่องของเฉินฟางหรง[บุตรสาว]นะคะ เนื้อเรื่องของน้องจะเป็นแนวฮาเร็มเป็นเรื่องยาวนะคะ หากใครสนใจสามารถตามอ่านเรื่องของน้องได้เลย
ชื่อเรื่อง : นางร้ายอย่างข้าจะแต่งบุรุษเข้าจวน
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







