LOGINเฉินหย่งเล่อมองไปที่อาหารบนโต๊ะ ก่อนจะปรายตามองไปที่เฉินเทียนอี้ที่นั่งตรงข้ามนาง หากไม่ใช่เพราะตั้งใจจะมาพูดเรื่องหย่าข้าไม่มีทางมาร่วมโต๊ะกับเจ้าแน่ ๆ
เฉินเทียนอี้ในตอนนี้มีสีหน้าเรียบเฉยคีบอาหารกินไม่แสดงสีหน้าใดใด เฉินหย่งเล่อที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกหมั่นไส้ พลางคิดในใจว่าเขาคงทำเป็นอยู่หน้าเดียวแล้วถ้าหากโดนแย่งอาหารเล่าเขาจะยังหน้าตายอยู่หรือไม่
เฉินเทียนอี้ในตอนนี้รู้สึกแปลกใจเพราะปกติเฉินหย่งเล่อจะเอาแต่คีบอาหารให้เขาอย่างเอาใจ แต่หลังจากที่กลับมาจากวังหลวงนางดูเปลี่ยนไปทั้งท่าทีและการกระทำวันนี้นางไม่แม้แต่จะแอบตามเขาหรือคีบอาหารให้เขาแม้แต่ชิ้นเดียวแถมนางยังแย่งทุกอย่างที่เขากำลังจะคีบ อย่างไร้มารยาท
แม้ปกติถึงนิสัยเดิมของนางจะไร้มารยาทจนน่ารำคาญแต่ต่อหน้าเขานางมักจะรักษาท่าทีอ่อนหวานไม่ใช่หรือ ได้ยินข่าวจากในวังหลวงว่านางตกน้ำจนสลบไปหลายเดือน เป็นไปได้หรือคนตกน้ำแล้วจะนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้
เหอะหรือแท้จริงนางแสร้งทำต่อหน้าข้าไม่ไหวแล้ว
"ตกน้ำครั้งเดียวลืมมารยาทไปหมดแล้วหรือไง"
"เจ้าค่ะ"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาเสียงเรียบ นางมองปลายตะเกียบของเฉินเทียนอี้ว่าครั้งนี้จะคีบอะไร ทันทีที่เห็นว่าเขาจะคีบผักหย่งเล่อก็รีบคีบชิ้นนั้นตัดหน้าเขาทันที เฉินเทียนอี้กำตะเกียบในมือแน่นความอดทนของเขากำลังจะหมดแล้วจริง ๆ
"ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน"
".........."
"ข้าอยากหย่ากับท่าน"
เพล๊ง!!!!
ตะเกียบในมือของเฉินเทียนอี้ถูกปาลงไปบนโต๊ะจานที่ใส่อาหารแตกเพราะแรงกระแทก หมดแล้วความอดทนทั้งหมดของเขาที่มีหย่าหรือนางพูดแบบนี้มากี่ครั้งกันหลอกให้เขาทำทุกสิ่งที่นางต้องการแล้วก็ทำเป็นจำคำพูดตัวเองไม่ได้
"เจ้าบ้าพอหรือยัง หย่งเล่อ"
"นี่อาหารดี ๆ เสียหมดแล้วถ้าโมโหก็ไม่ควรลงกับอาหารสิ"
เฉินเทียนอี้มองสตรีตรงหน้าที่ต่อว่าเขาด้วยความอวดดีเขายืนขึ้นก่อนจะอุ้มนางขึ้นทันที เฉินหย่งเล่อกรีดร้องออกมาพรางดิ้นขัดขืนไปมา เฉินเทียนอี้อุ้มนางออกมายืนริมสระบัว ก่อนจะ..
"เจ้าบ้าไปแล้วหรอวางข้าลง ไอ้คนฉวยโอกาส ปล่อยข้า!!!"
ตู้ม!!!!!
เฉินเทียนอี้ที่ยืนอยู่ริมน้ำเขามองเฉินหย่งเล่อที่ถูกโยนลงน้ำ รอยยิ้มชวนขนลุกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา หยวนอิงลูกน้องคนสนิทของเฉินเทียนอี้วิ่งมาอย่างร้อนรนเมื่อเห็นการกระทำของผู้เป็นนาย เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยังคงยืนนิ่งเขาจึงตัดสินใจจะลงไปช่วย
"ข้าสั่งให้ช่วยหรือ? นางตกน้ำจนอวดดีเช่นนี้ไม่ใช่หรือไงเช่นนั้นก็โยนลงน้ำอีกทีจะได้กลับมาเชื่อฟังเช่นเดิม"
หยวนอิงมองเฉินหย่งเล่อที่พยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาบนฝั่ง พอขึ้นมาบนฝั่งนางก็หอบหายใจเอาอากาศทั้งหมดเข้าไปในปอดทันที ก่อนจะหันไปมองเฉินเทียนอี้ที่ยกยิ้มน่าขนลุกมองมาที่นางอยู่
"จะฆ่าข้าหรือไง!!!!"
ทั้งที่รู้ว่าเฉินหย่งเล่อตกน้ำแต่เขากลับทำแบบนี้ นางเดินไปหาคนตรงหน้าด้วยความโกรธ
"เลิกบ้าได้หรือยัง"
เพี๊ย!!!
มือบางกระทบลงใบหน้าของเฉินเทียนอี้อย่างแรง เฉินหย่งเล่อในตอนนี้โกรธจนตัวสั่นนางมองเทียนอี้น้ำตาคลอ นางเกือบตายแล้วจริง ๆ เพียงแค่อีกนิดเดียว
เฉินเทียนอี้ที่ถูกสตรีตรงหน้าตบก็หันมามองเฉินหย่งเล่อก่อนเขาจะยกยิ้มออกมา
พรึบ!!!
"นายท่าน!!"
หยวนอิงร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเห็นเฉินเทียนอี้เอื้อมมือไปบีบที่ลำคอของเฉินหย่งเล่อ เขาดันนางไปจนหลังของนางชนเข้ากับต้นไม้อย่างแรง
"หย่งเล่อ คนเช่นข้าเจ้าล้อเล่นได้หรือ"
เฉินหย่งเล่อในตอนนี้พยายามดิ้นไปมา มือและเล็บของนางทั้งข่วนและแกะมือของเฉินเทียนอี้ออกจากลำคอของนาง เฉินหย่งเล่อจ้องมองไปยังดวงตาของเฉินเทียนอี้ที่ไม่ได้เรียบเฉยเช่นเมื่อก่อนแต่มันเหมือนกำลังสนุกกับการทรมานนาง
"นายท่าน ฮูหยินตายไม่ได้นะขอรับ แผนของเรายังต้องการฮูหยินนะขอรับ!!!"
เฉินเทียนอี้ถอนหายใจออกมาเขาปล่อยมือออกจากลำคอของนาง เฉินหย่งเล่อก็ลงไปกองกับพื้นทันทีนางจับลำคอของตัวเองก่อนจะหายใจเอาอากาศเข้าไปทั้งน้ำตา
"หย่งเล่อ อย่าได้อวดดีใส่ข้าอีก"
เฉินเทียนอี้ปรายตาไปมองสตรีที่ก้มหน้าตัวสั่นอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาเรียบเฉย นางพึมพัมบางอยากกับตัวเองเบา ๆ หยวนอิงเองมองฮูหยินด้วยแววตาสงสาร
เฉินหย่งเล่อเงยหน้าขึ้นมองเทียนอี้น้ำตาคลอ นางค่อยค่อยยื่นมืออันสั่นเทาของตัวเองจับชุดของเฉินเทียนอี้ไว้แน่น
"หย่า อย่างไรข้าก็จะหย่า ข้าจะยะ....."
ตุบ
"นายท่านฮูหยินสลบไปแล้วขอรับ"
เฉินเทียนอี้ไม่ได้สนใจคำพูดของหยวนอิงเขามองร่างของเฉินหย่งเล่อที่นอนอยู่ที่พื้น แววตาที่มองข้าเมื่อกี้มัน....
"นายท่านหากฮูหยินป่วยจะเดินทางไม่ได้ เช่นนั้นการเดินทางของเราอาจจะต้องเลื่อนไปนะขอรับ"
"อืม"
เฉินเทียนอี้อุ้มสตรีตรงหน้าขึ้นก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องนอน เขาก้มลงมองใบหน้าของสตรีที่เขารู้สึกรังเกียจมาหลายปีตั้งแต่วันที่นางแต่งเข้ามาจวนเฉินก็เอาแต่ทำตัวหยาบช้า
หย่าหรือครั้งนี้อยากให้ข้าแลกเปลี่ยนอะไรกับเจ้าอีกกัน...
"ท่านพี่ข้าจะยอมหย่าให้ท่านก็ได้ หากท่านเที่ยวเทศกาลโคมไฟกับข้า"
"ท่านพี่ครั้งนี้ข้าจะหย่าให้ หากเอาใจข้าเช่นสามีเป็นเวลาหนึ่งเดือน"
"ท่านพี่ข้าจะยอมหย่าให้ท่านก็ได้ หากท่านร่วมรักกับข้าคืนนี้"
เฉินเทียนอี้มองสตรีที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงหลังจากเขาให้สาวใช้เปลี่ยนชุดให้แล้ว พลางนึกถึงคำพูดและการกระทำของนางที่ผ่านมา เพราะเขาเชื่อคำพูดของนางจึงยอมทำตามอยู่หลายครั้งและสุดท้ายมันจบด้วยการถูกนางหลอกลวง
"หย่งเล่อ ครั้งนี้เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่"
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







