เข้าสู่ระบบเฉินหย่งเล่อในตอนนี้กำลังปีนต้นไม้ สี่วันที่นางเดินสำรวจหาช่องทางหลบหนีนางไม่พบทางหมารอดอย่างที่ตั้งใจ แต่โชคดีที่เทพเซียนยังไม่ทอดทิ้งนางเพราะนางได้พบต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ติดกำแพงจวนแทน เฉินหย่งเล่อจึงตัดสินใจรวบรวมของมีค่าของนางใส่ห่อผ้าใช้จังหวะที่บ่าวในจวนไม่ได้สนใจนางปีนต้นไม้ข้ามกำแพงออกไป
พรึบ!! ตุบ!!
เมื่อร่างบางไม่เห็นผู้คนเดินผ่านไปมาก็เรียกความกล้ากระโดดลงมาจากกำแพงสูง ทันทีที่ร่างของนางล้มกระแทกกับพื้นความรู้สึกเจ็บก็ตามมาทันที เฉินหย่งเล่อเม้มปากแน่นพยายามไม่ส่งเสียงร้องแม้จะเจ็บมาเพียงใดเพราะเกรงว่าจะทำให้คนในจวนสงสัย
เฉินหย่งเล่อหยิบห่อผ้าที่อยู่ข้างกายขึ้นก่อนจะใช้มือบางยันกำแพงประคองร่างของนางให้ลุกขึ้นยืน นางมองทางเบื้องหน้าด้วยหัวใจสั่นรัวนี่หรือไม่ที่เรียกว่าอิสรภาพ เพราะตั้งแต่นางมาอยู่ในร่างนี้ก็โดนกักขังอยู่ในวังอีกทั้งพอกลับจวนเฉินนางก็ทะเลาะกับเฉินเทียนอี้จนล้มป่วย
เอาเถอะชีวิตสามปีนี้ของข้า ด้วยเงินและของมีค่าที่ข้ามีตอนนี้คงอยู่ได้อย่างสบาย
เฉินหย่งเล่อคิดในใจก่อนจะพยุงร่างกายที่บอบช้ำจากการตกจากที่สูงเมื่อครู่เดินออกไป จุดหมายของนางคือที่เช่ารถม้านางจำเป็นต้องออกจากเมืองหลวงก่อนที่เฉินหย่งเล่อและองค์รัชทายาทจะรู้ตัวว่านางหลบหนี
เฉินหย่งเล่อคิดเพียงว่าหากหนีออกไปได้นางจะใช้ชีวิตที่ต่างเมืองเงียบเงียบ เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาและหายไปจากโลกนิยายนี้ในอีกสามปี เฉินหย่งเล่อคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของนาง จนกระทั่ง....
"องค์หญิง จะไปใดหรือเพคะ"
เฉินหย่งเล่อที่เดินออกจากจวนแม่ทัพเฉินได้ไม่ไกลก็ต้องชะงัก เมื่อพบแม่นมและชายชุดดำสี่คนยืนดักรอนางอยู่ พวกเขาก้มลงมองสำรวจเฉินหย่งเล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะมองไปที่ห่อผ้าที่นางถืออยู่ แม่นมขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ
"ท่านจะคงไม่ได้โง่งมจนคิดจะหนีใช่ไหมเพคะ"?
เฉินหย่งเล่อกำห่อผ้าที่อยู่ในมือแน่น พวกเขาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร? แต่เพื่อไม่ให้ตรงน่าสงสัยนางจึงแสร้งฝืนยิ้มออกไป
"หนีหรือท่านพูดเรื่องโง่อะไรกัน ข้าเพียงเบื่อที่ต้องถูกกักขังในจวนเลยคิดอยากออกมาเที่ยวเล่นเท่านั้น"
"ออกมาเที่ยวเล่น? แล้วเหตุใดต้องเอาเสื้อผ้าออกมาจากจวนด้วยเล่าองค์หญิง"
"แม่นมท่านเข้าใจผิดแล้ว ในห่อผ้าของข้ามีเพียงตั๋วเงินและของมีค่าเท่านั้นหากไม่เชื่อก็เอาไปดูเถิด"
เฉินหย่งเล่อพูดจบก็ยื่นห่อผ้าในมือไปให้คนตรงหน้า ที่นางพูดล้วนเป็นเรื่องจริงเพราะความรีบร้อนนางจึงไม่ได้นำสิ่งใดติดตัวมานอกจากของมีค่าและตั๋วเงินเท่านั้น
แม่นมรับห่อผ้าไปเปิดดูเมื่อพบว่าเป็นดั่งคำที่สตรีตรงหน้าพูดนางก็โยนห่อผ้าคืนให้เฉินหย่งเล่ออย่างไม่ไยดี แต่ในใจของนางก็ยังรู้สึกสงสัยกับท่าทางของคนตรงหน้า
"เหตุใดต้องนำของมีค่ามามากมายเพียงนี้"
"ข้าคือองค์หญิง จะให้ใช้เงินเพียงเล็กน้อยเท่าแม่นมได้อย่างไร"
เฉินหย่งเล่อพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม แม้จะรู้ดีคำพูดของนางเป็นการยั่วโมโหคนตรงหน้าแต่นางก็ไม่มีทางเลือกแล้ว ไม่อาจให้แม่นมไปกราบทูลกับองค์รัชทายาทว่านางคิดจะหนีได้ เห็นทีแผนหนีของข้าวันนี้คงพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว
"เพราะพวกเจ้าทำให้ข้าหงุดหงิด ข้าคงไม่มีอารมณ์ไปที่ใดแล้วขอตัว"
เฉินหย่งเล่อหมุนกายหันหลังเตรียมกลับไปตั้งหลักที่จวนแม่ทัพเฉิน แม่นมมองแผ่นหลังของสตรีตรงหน้าในใจเต็มไปด้วยความสงสัยมากกว่าเดิม แต่เพราะองค์รัชทายาทโปรดปรานนางแม่นมเลยไม่อาจแตะต้องเฉินหย่งเล่อได้
"องค์รัชทายาทฝากข้ามาย้ำเตือนท่านอย่าได้หลงลืมหน้าที่"
"......"
"หากแม่ทัพเฉินถูกสังหาร ท่านจะได้รับยาถอนพิษและได้ครอบครองตำแหน่งพระชายารองตามที่ท่านต้องการ"
ตำแหน่งพระชารองที่ข้าต้องการหรือ? ผู้ใดมันต้องการกัน!!
"อย่าได้มัวแต่กักตัวอยู่ในห้อง ท่านควรเริ่มทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายได้แล้ว ยาที่ได้รับท่านควรเริ่มใช้ได้แล้ว"
เฉินหย่งเล่อหยุดชะงักนางไม่ได้หันกลับไปมือบางกำห่อผ้าในมือแน่น
"ในเมื่อท่านปีนกำแพงออกมาเข้าไปทางหน้าจวนคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี พวกเจ้าพาองค์หญิงไปส่งในจวนแม่ทัพ"
เฉินหย่งเล่อในตอนนี้กำลังปีนกำแพงจวนแม่ทัพเฉินหมายจะเข้าไปด้านในด้วยความช่วยเหลือของชายชุดดำที่แม่นมส่งมานางจึงไม่ต้องใช้แรงมากเช่นตอนแรกที่ปีนออกไป
หากเฉินเทียนอี้มาเห็นข้าตอนนี้คงคิดสังหารข้าเป็นแน่....
"เจ้า!!!"
อ่านึกถึงผี ผีก็โผล่มาเฉินหย่งเล่อที่กำลังก้าวไปยืนบนกำแพงมองลงไปด้านล่างเห็นเฉินเทียนอี้ยืนมองนางด้วยความไม่พอใจ ชายชุดดำที่ได้ยินว่าด้านหลังกำแพงมีคนอยู่พวกเขาก็รีบหนีหายไปทันที
"เฉินหย่งเล่อ"
"ไง เฉินเทียนอี้"
แม้จะรู้ว่าไม่ควรพูดตอบโต้กลับไปแต่ปากของนางมันไม่ยอมฟัง เฉินเทียนอี้กำมือของเขาแน่นมองสตรีที่กล้าท้าทายตรงหน้าก่อนจะหลับตาลงพยายามข่มความโกรธไว้
"ลงมา"
"ลงแล้ว ลงแล้ว"
เฉินหย่งเล่อพยายามปีนลงไปอย่างว่าง่าย แม้น้ำเสียงของเฉินเทียนอี้จะดูราบเรียบแต่ก็รู้ว่าเขาพยายามข่มอารมณ์ความโกรธไว้มากมายแค่ไหน นางไม่ควรเสี่ยงที่จะทะเลาะกับตัวร้ายผู้นี้อีก..
"กรี๊ดดด"
พรึบ!!! ตุบ!!!
มีอะไรซวยกว่านี้ไหม ช่วยบอกทีว่ามันไม่จริง!!!!
เฉินหย่งเล่อเบิกตากว้างมองบุรุษที่นางคร่อมอยู่บนตัวริมฝีปากบางสัมผัสเข้ากับแก้มของเฉินเทียนอี้เบา ๆ คนที่โดนกินเต้าหู้ไม่ได้มีท่าทางตกใจหรือเขินอาย เขาหันมองสตรีตรงหน้าก่อนจะตัดสินใจผลักนางออกจากตัวอย่างไม่ไยดี
ตุบ!!!
เฉินหย่งเล่อในตอนนี้ลงไปนอนกองกับพื้นทันที เฉินเทียนอี้ปรายตามองไปที่นางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"วิธีสกปรกเช่นนี้อย่าคิดทำอีก"
"........."
"ข้าไม่ใช่บุรุษที่จะหลงใหลในร่างกายของเจ้า เช่นบุรุษอื่นที่เจ้าผ่านพบมา"
เฉินหย่งเล่อที่กำลังจะเถียงออกไป แต่เฉินเทียนอี้กลับเดินหนีนางไปก่อน
"ไอ้บุรุษหลงตัวเอง ไม่ได้หล่อขนาดให้ข้ามาเปลืองตัวหรอก!!"
ไม่รู้ว่าเฉินเทียนอี้จะได้ยินไหมแต่เฉินหย่งเล่อก็ตะโกนออกไปสุดเสียง นางกำพื้นหญ้าแน่นมองทางที่แผ่นหลังของเขาที่กำเดินออกไป ไม่คิดว่าตัวร้ายที่นางตั้งใจปั้นแต่งจะเป็นบุรุษหลงตัวเองและไร้มารยาทเช่นนี้
"พวกลูกเต่าไร้ประโยชน์ส่งเสียงดังอะไร"เฉินเทียนอี้ในชุดขุนนางที่กำลังเดินทางเข้าวังหลวงได้ยินเสียงดังโว๊ยวายของลูกเขยทั้งห้าของเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก ร่างสูงก้าวเท้าเดินตรงไปทางต้นเสียง"ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ก่อความวุ่นวายให้ข้ารำคาญใจเจ้าพวกบุรุษไร้ประโยชน์หรือต้องให้ข้าสั่งกักบริวะ....."กึก!!!เฉินเทียนอี้ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าตรงหน้าของเขามีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสวยที่เขาเฝ้าคนึงหาและเฝ้ามองภาพวาดของนางมาตลอดหลายปี สวบ!!!ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงที่มีในใจ กลิ่นกายที่หอมโชยออกมาจากร่างของนางที่เขาเคยชินหรือเพราะเขาแน่ใจว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือภรรยาของเขาจริง ๆ ทำให้เฉินเทียนอี้วิ่งเข้าไปโอบกอดสตรีตรงหน้าโดยไม่ลังเล มือหนากระชับอ้อมกอดร่างบางแน่นราวกับกลัวว่านางจะหายไป"อันอัน เจ้ากลับมาแล้ว เป็นเจ้าข้ารู้ว่าคือเจ้า""ทะ...เทียนอี้"หลินอันอันเรียกชื่อคนตรงหน้าน้ำตาคลอ บรรยากาศตอนนี้ไม่ตอนเอ่ยประโยคใดอีกต่อไปเพราะนางได้รับรู้แล้วว่าตลอดมา เฉินเทียนอี้ก็ไม่มีทางลืมนางเช่นเดียวกัน ใบหน้าสวยซบลงที่อกแกร่งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เดิมทีตลอด
หลินอันอันนักเขียวสาวที่มีโปรเจ็กร่วมงานกับการนำนิยายมาทำเป็นหนัง เธอได้ประสบความสำเร็จหลังจากผ่านความเป็นความตายเพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานส่วนนิยายที่เธอเขียนก็โด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างเป็นชีวิตที่ผู้คนต่างอิจฉา"กลับมาคืนดีกันนะ ผมขอโทษ"เสียงข้อความขอคืนดีแจ้งเตือนนับร้อยฉบับในโทรศัพท์ที่ส่งมาจากอดีตคู่หมั้นของหลินอันอันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจหรือสนใจเลยสักนิด ผู้ใดจะรู้ว่าชีวิตที่ทุกคนต่างอิจฉาอยู่ตอนนี้เธอไม่ได้ต้องการเลยสักนิดสองปีแล้วที่เธอกลับมาอยู่ในร่างเดิมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างเฉินหย่งเล่อก็ไม่มาปรากฏตัวให้เธอเห็นอีกเลย ราวกับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันของเธอเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงคิดว่าที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริง..."เทียนอี้...หรงหรง....ทุกคนมีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"หลินอันอันพูดออกมาเบาเบา เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างสดใสด้วยแววตาเศร้าก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เธอที่เป็นนักเขียนจึงต้องแวะเวียนมาดู
สี่ปีต่อมาเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วผู้คนในเมืองต่างลืมเลือนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น คงมีเพียงคนในจวนเฉินเท่านั้นที่ยังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีแต่พวกเขาเพียงเก็บความเศร้าไว้ในใจและเดินหน้าต่อไปเท่านั้น"ท่านพ่อ"เสียงเรียกของเด็กสาววัยห้าขวบทำให้เฉินเทียนอี้หันไปทางต้นเสียง เขายกยิ้มออกมามองเฉินฟางหรงบุตรสาวที่น่ารักของเขากำลังวิ่งมาทางเขา เฉินเทียนอี้อ้าแขนรับบุตรสาวก่อนจะอุ้มนางขึ้น"หรงหรง แน่ใจหรือว่าจะเข้าวังไปกับพ่อ""ท่านพ่อสัญญาแล้วนะเจ้าคะว่าจะพาข้าไปด้วย"เฉินฟางหรงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ทำเอาบิดาที่รักและหลงบุตรสาวยิ่งกว่าดวงใจต้องก้มลงไปฟัดแก้มของนางด้วยความเอ็นดู บ่าวรับใช้และหยวนอิงที่เห็นภาพตรงหน้าจนชินตาก็ทำเพียงยกยิ้มขึ้นมา "หรงหรงน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ พ่อจะกล้าผิดคำพูดได้เช่นไร""หรงหรงรักท่านพ่อที่สุด"เฉินเทียนอี้ยกยิ้มพอใจ ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินออกจากจวนขึ้นรถม้าไป หยวนอิงส่ายหัวเบา ๆ ให้กับอาการหลงบุตรสาวของผู้เป็นนายแต่อีกใจก็รู้สึกขอบคุณเพราะหากไม่มีคุณหนูไม่รู้ว่าตอนนี้นายท่านจะมีสภาพเป็นเช่นไรการเดินทางมาที่วังหลว
เวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งเดือนกว่ากองกำลังทหารขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับใช้ชนะจากการทำศึกก็มาถึงหน้าประตูเมือง องค์ชายสองที่อยู่บนหลังม้าเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกของคนผู้หนึ่งที่ถูกแขวนอยู่บนกำแพงหน้าประตูเมือง คิ้วทั้งสองของเขาก็ขมวดเข้าหากัน"นั่นอะไร""กระหม่อมคิดว่าน่าจะเป็นนักฆ่าพ่ะย่ะค่ะ"องค์ชายสองพยักหน้ารับก่อนจะหันสายตากลับไปมองเฉินเทียนอี้ที่ขี่ม้าอยู่ข้างกายเขา ในสนามรบหากไม่ได้ชายผู้นี้คอยวางแผนการรบและกองกำลังที่แข็งแกร่งของเขาข้าคงได้สิ้นชื่อไปแล้วฉายาแม่ทัพบ้าสงครามคงเป็นเรื่องจริงสินะ "ท่านกุนซือ เหตุใดยังทำสีหน้ากังวลอยู่อีกรออีกหน่อยก็ได้พบภรรยาแล้ว""......." เฉินเทียนอี้ไม่ได้ตอบอะไร สีหน้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลทุกอย่างก้าวที่ม้าของเขาเข้าไปในเมืองชาวเมืองที่เขาสบตาล้วนแต่หลับหน้าหรือไม่ก็มีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดในใจของข้าถึงได้รู้สึกเศร้าและกังวลถึงเพียงนี้"อะ...ท่านไม่เข้าวังก่อนหรือ""กระหม่อมจะกลับจวนเฉิน"เฉินเทียนอี้พูดออกมาเสียงแข็งก่อนจะควบม้าแยกออกไปหยวนอิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบควบม้าตามไป องค์ชายสองได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเคยช
"หย่งเล่อ เจ้าตื่นแล้วหรือ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม มองสตรีที่เขารักปักใจกำลังนั่นกินอาหารอยู่ที่โต๊ะกลางห้องข้างกายของนางมีฉู่ซิงเหยียนยืนอยู่ "เจ้าออกไป ข้าต้องการอยู่กับหย่งเล่อเพียงลำพัง""เพคะ"ฉู่ซิงเหยียนรับคำก่อนจะเดินออกจากห้องไป เฉินหย่งเล่อมองอาหารอาบยาพิษตรงหน้าริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นความกลัวและเสียใจเกิดขึ้นในใจของนาง ทั้งที่พิษที่อยู่ในร่างกายของนางหายไปหมดแล้วแท้ ๆ แต่นางต้องมาตายด้วยพิษที่ร้ายแรงกว่างั้นหรือ..."หย่งเล่อเจ้าดูซูบผอมลงนะ"องค์รัชทายาทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้าง ๆ นางมือหนาลูบศีรษะของเฉินหย่งเล่ออย่างทะนุถนอมในใจเอาแต่ขอโทษนางคิดเพียงว่าที่นางผอมเช่นนี้คงตรอมใจที่ถูกกักขังอยู่ในจวนเฉินสินะ"มารหัวขนนั่นทำเจ้าตรอมใจเช่นนี้เลยหรือ หากข้าสังหารมันเจ้าจะดีใจหรือไม่"กึก!!!เฉินหย่งเล่อที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดชะงัก นางถึงใบหน้าของบุตรสาวก็น้ำตาคลอ"ยะ...หย่งเล่อเจ้าเป็นอะไร"องค์รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือหนาทั้งสองประคองใบหน้าของนางให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบลงหน้าผากของนางเป็นการปลอบประ
กาลเวลาผ่านไปหลายเดือนข่าวการชนะศึกขององค์ชายสองและเฉินเทียนอี้ที่ได้รับตำแหน่งกุนซือรายงานมาถึงเมืองหลวง ชาวเมืองต่างโห่ร้องด้วยความดีใจพร้อมเตรียมการต้อนรับขบวนกองทหารที่กำลังเดินทางกลับมาในอีกหนึ่งเดือน เฉินหย่งเล่อเหม่อมองไปที่สระบัวที่อยู่เบื้องหน้าใบหน้าสวยตอนนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษขาว ในมือของนางมีผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดที่นางพึ่งไอออกมา"ฮูหยิน ภาพวาดเสร็จแล้วขอรับ"เสียงของหยวนอิงทำให้นางได้สติ เฉินหย่งเล่อแอบซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดของนางไว้ในแขนเสื้อก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มออกมาหันไปหาหยวนอิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล"นักจิตรกรได้แก้ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ""ไหนส่งมาให้ข้าดูหน่อย"น้ำเสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นก่อนจะยื่นมืออันสั่นเทาของนางออกไปรับภาพวาด หยวนอิงเงยหน้ามองผู้เป็นนายหญิงด้วยใจกังวลเพราะตอนนี้คนตรงหน้าไม่เหลือเค้าโครงของสตรีงดงามอีกต่อไปแล้ว"เหมือนยิ่งนัก"ริมฝีปากบางเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองภาพวาดสตรีที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าที่นางคุ้นเคยมาตลอดหลายปีใบหน้าของจริงจริงของนางในโลกแห่งความจริงหลายเดือนมานี้เฉินหย่งเล่อได้ตัดสินใจว่าจะบอกความจริงทุกอย่าง







