แชร์

พังทลาย

ผู้เขียน: zuey
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-24 23:58:00

ข้ารับใช้หญิงรีบชำระกายให้เซี่ยหรงเหยาและเปลี่ยนชุดของนางใหม่ นำชุดที่ขาดวิ่นทิ้งไป และไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีก ด้วยเพราะกลัวว่าจะถูกจ้าวเค่อลงโทษ ทุกคนต่างปิดปากเงียบจึงไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เกิดในเรือนของนาง

วันต่อมาหลังจากได้สติ เซี่ยหรงเหยาขังตนเองอยู่แต่ภายในห้อง นางไม่ยอมพบหน้าใครทั้งนั้น แม้แต่สาวใช้ที่คอยดูแลอยู่ทุกวัน ความรู้สึกหวาดกลัวคอยตามหลอกหลอน สิ่งที่จ้าวเค่อพยายามทำมันทำให้หญิงสาวมิอาจรับได้

มือบางกุมหน้าท้องตนเอาไว้แน่น น้ำตาที่เหือดแห้งไหลรินครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ขาดสาย นางเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้เหนือศีรษะ พร้อมพึมพำเสียงสั่น

“สวรรค์เจ้าขา...โปรดคุ้มครองลูกของข้าด้วย...” ภายนอกเรือน สายฝนเริ่มโปรยปราย ราวกับสวรรค์เองก็ร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของสตรีนางหนึ่ง ที่ต้องต่อสู้กับความโหดร้ายของโลกใบนี้เพียงลำพัง

หลังจากวันนั้น...จ้าวเค่อก็หายหน้าไปอีกครั้ง คนในจวนไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ใด แต่ในใจของชายหนุ่มยามนี้กลับยากจะสงบ ภาพของเซี่ยหรงเหยาในคืนนั้นยังคงติดตา น้ำตาของนาง เสียงร้องไห้อ้อนวอนของนาง และสัมผัสอุ่นจากหน้าท้องที่มีชีวิตเล็กๆ อยู่ภายใน

ความรู้สึกนั้นช่างแปลกประหลาด ราวกับบางสิ่งในใจที่แข็งกระด้าง เริ่มแตกสลายลงทีละน้อย

“ข้าทำถูกแล้วหรือ...ที่ห้ามพวกนางตั้งครรภ์” ชายหนุ่มพึมพำกับตนเองในความเงียบ ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาบางเบา

เมื่อมิอาจกลับจวนของตน จ้าวเค่อจึงเดินทางไปยังจวนชินอ๋อง เพื่อเข้าเฝ้าพระบิดา บรรยากาศภายในห้องหนังสือยามนี้ดูตึงเครียดยิ่งกว่ายามไหนๆ

กลิ่นกำยานหอมลอยอบอวล บนโต๊ะไม้จันทน์มีแผนที่แคว้นจ้าวและเป่ยหมิงกางอยู่ พร้อมด้วยรายชื่อบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก ชินอ๋องนั่งอยู่บนเก้าอี้เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่กำลังยืนรายล้อม

จ้าวเหลย...อดีตสายลับและขันทีปลอม ยามนี้ได้ปรากฏตัวที่จวนชินอ๋อง เดิมทีเมื่อหลายปีก่อน เขาคือคนที่ชินอ๋องส่งไปยังเป่ยหมิง เพื่อร่วมมือกับหวังกุ้ยเฟยเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ ยามนี้ได้คืนฐานะเดิมและกลับมาพร้อมบุตรชายเพียงคนเดียวอย่าง มู่หรงจ้าน

บุรุษผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นองค์ชายผู้สง่างามของราชวงศ์เป่ยหมิง แต่เพื่ออำนาจ...เขาได้ร่วมมือกับต่างแคว้นเพื่อก่อกบฏหวังชิงบัลลังก์ ยามนี้ต้องหนีตายเอาชีวิตรอด

“เรื่องของว่านหนิงอวิ่น...ถึงเวลาแล้วที่เราต้องจัดการให้เด็ดขาด” เสียงของชินอ๋องดังขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบเหลือบมองแผนที่เบื้องหน้าอย่างตรึกตรอง จ้าวเหลยที่ยืนอยู่ด้านข้างค้อมกายลงเล็กน้อย

“นางกำลังจะกลับมา และได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาท หากปล่อยไว้เช่นนี้ อำนาจขององค์ฮ่องเต้จะยิ่งมั่นคง และตำแหน่งของท่านอ๋องเองก็...”

“เปิ่นหวางรู้” ชินอ๋องจ้าวอี้หลุนเอ่ยขัดขึ้น พร้อมดวงตาที่เป็นประกายเย็นเยียบ

“นางเป็นตัวหมากที่องค์ฮ่องเต้ใช้ผูกสัมพันธ์กับแคว้นเป่ยหมิง หากนางยังมีชีวิตอยู่ แผนของเราคงมิอาจสำเร็จ”

จ้าวเหลยเอ่ยขึ้นเสียงต่ำ

“แต่การแตะต้องว่าที่รัชทายาท...ก็เท่ากับท้าทายราชโองการโดยตรง หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป เกรงว่าทุกคนที่นี่คงมิอามีชีวิตรอด” จ้าวเค่อที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก

“เจ้ายังมีสิทธิ์เอ่ยปากที่นี่หรือ ก่อนหน้านี้เปิ่นหวางส่งเจ้าไปเป่ยหมิงเพื่อช่วยจ้าวเหลยสังหารนาง เหตุใดไปพัวพันกับมู่หรงฉางชิงได้” จ้าวอี้หลุนมองบุตรชายด้วยสายตาตำหนิ

จ้าวเค่อพ่นลมหายใจหนักๆ อย่างไม่พอใจต่อการตำหนิงของบิดา...ทว่าก็มิได้เอ่ยโต้แย้ง

“ช่างเถอะ...เค่อเอ๋อ แผนการณ์ครั้งนี้เจ้าจะเป็นผู้จัดการด้วยตนเอง เปิ่นหวางจะให้จ้าวเหลยและมู่หรงจ้านคอยช่วยเหลือ...และอย่าได้ทำงานพลาดอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น...จงรู้ว่าจะถูงลงโทษเช่นไร” คำพูดนั้นคล้ายเอ่ยเตือนสองพ่อลูกจ้าวเหลยและมู่หรงจ้าน มากกว่าจะเป็นจ้าวเค่อ

“พ่ะย่ะค่ะ ลูกรู้แล้ว” จ้าวเค่อก้มศีรษะรับคำ

แม้จะรับงานสำคัญจากบิดาของตน แต่ในใจของจ้าวเค่อกลับมิได้จดจ่ออยู่ที่มัน เพราะภาพของเซี่ยหรงเหยาและชีวิตเล็กๆ ในครรภ์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ชายหนุ่มเริ่มไม่แน่ใจอีกต่อไปว่แล้วา ตนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่

เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง จ้าวเค่อเดินออกจากห้องโถงใหญ่ สายลมยามราตรีพัดแรงจนชายเสื้อคลุมสะบัด เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่อันมืดมิด พลันเอ่ยพึมพำกับตนเอง

“เมื่อกลับไป ข้าจะยังมีหน้าพบนางอีกหรือไม่” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างทุกข์ใจ

วันต่อมา มู่หรงจ้านได้ติดตามจ้าวเค่อกลับมายังจวนซื่อจื่อในยามบ่าย แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมากระทบพื้นหิน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนลอยอบอวลในอากาศ

ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับทำให้มู่หรงจ้านชะงักงัน หญิงสาวในอาภรณ์สีอ่อน ยามนี้กำลังเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ รอบกายของนางรายล้อมด้วยสาวใช้หลายคน ที่ทำหน้าที่คอยประคองและถือร่ม

หญิงสาวยกมือขึ้นแตะกลีบดอกไม้ตรงหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางแต่งแต้มบนริมฝีปาก ใบหน้านั้นแม้จะซีดเซียวเล็กน้อย แต่ยังคงงดงามจนยากจะละสายตา มู่หรงจ้านรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

“นาง...” ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่ว จ้าวเค่อที่เดินอยู่เบื้องหน้าหยุดฝีเท้าลง สายตาเหลือบมองเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงด้วยแรงกดดัน

“เจ้าคงจะคุ้นหน้านางดีใช่หรือไม่” มู่หรงจ้านหันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาสับสน

“ซื่อจื่อ...นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ดวงตาคมกริบหันไปยังร่างบางที่อยู่ไกลออกไป

“ไม่ว่านางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องนาง” น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น ทำบรรยากาศรอบข้างเกิดแรงกดดัน

“เพราะเซี่ยหรงเหยา...เป็นของข้า” คำพูดนั้นทำให้มู่หรงจ้านนิ่งงัน เขาก้มหน้าหลบสายตา มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ

“ข้าทราบแล้วขอรับ” มู่หรงจ้านไม่เคยรู้สึกอัปยศเช่นนี้มาก่อน ทั้งที่อดีตเขาเป็นองค์ชายของเป่ยหมิงผู้สูงศักดิ์ ยามนี้กลับต้องมาก้มหน้ารับใช้ซื่อจื่อของต่างแคว้น

จ้าวเค่อปรายตามองชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะก้าวเดินต่อไปเบื้องหน้า มู่หรงจ้านเห็นเช่นนั้นจึงจำต้องเดินตามหลังไปอย่างเงียบงัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 7

    “ยอมรับซะ! ท่านหึงหวงข้า” เฟยหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ“ใช่ ข้ายอมรับว่าหึงหวง ข้ากลัวว่าเจ้าจะเลือกคนอื่นที่ดีกว่าข้า คนที่ไม่ได้ทอดทิ้งเจ้า คนที่สามารถดูแลเจ้าได้ดีกว่า” หลินหลันเยียนกอดชายหนุ่มเอาไว้“โง่จริง...ในใจข้ามีเพียงท่านคนเดียว ไม่มีใครอื่น”“และท่านไม่ได้ทอดทิ้งข้า ท่านเพียงแค่หลงทาง แต่ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว นั่นก็เพียงพอมิใช่หรือ” เฟยหยางกอดนางแน่นขึ้น และครั้งนี้...เขาได้พบกับความสุขของตนเองโดยไม่ต้องแย่งชิงแล้วหลังทั้งสองพูดคุยเปิดใจ ชายหนุ่มก็ไปพบบุตรชายทั้งสองที่เรือนของเอ้อโก่ว พร้อมแนะนำตนเองว่าเป็นบิดาแท้ๆ ของพวกเขาเด็กสองคนที่รู้ความ ต่างคาดเดาเอาไว้แล้วว่า พวกเขาอาจมีความสัมพันธ์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เช่นนั้นเฟยหยางคงไม่ดูแลพวกเขาดีขนาดนี้“ท่านพ่อ” เด็กทั้งสองยอมรับบิดาแท้ๆ ผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย“พ่อขอโทษที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเจ้า แต่จากนี้ไป พ่อจะดูแลลูกทั้งสองและมารดาของเจ้าอย่างดีที่สุด” เด็กสองคนพยักหน้า ดวงตาเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตางานแต่งของพวกเขาถูกจัดขึ้นที่หมู่บ้านหลีฮวา หลินหลันเยียนขายเรือนที่หมู่บ้านเหมยฮวาที่ชอบดูถูกนาง มาซื้อเ

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งเดือนที่เขาไม่มาที่เรือนของนาง แต่ข้าวของกลับยังคงถูกส่งมาโดยเอ้อโก่ว นางทนไม่ไหวแล้ว จึงได้พาลูกทั้งสอง นั่งเกวียนลาตามเอ้อโก่วไปที่หมู่บ้านหลีฮวาเมื่อเห็นที่อยู่อันซอมซ่อของเขา เมื่อเทียบกับเรือนของนางแล้ว เขาใช้ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นกลับมอบทุกอย่างให้นางและลูกทั้งสอง หลายเดือนที่พวกเขาพบกัน นับแต่ครั้งแรกที่เขาช่วยนางเอาไว้ นางไม่เข้าใจเจตนาของเฟยหยาง ทำไมต้องดีกับพวกนางแม่ลูก แต่กลับไม่เอ่ยขอสถานะใดๆเมื่อพบว่าในเรือนของเขามีบิดาที่นอนติดเตียง นางก็เข้าใจได้ทันที เขาคงไม่ต้องการให้นางต้องลำบากไปกับเขา จึงได้แยกตัวมาใช้ชีวิตเงียบๆ กันสองคนวันนี้เฟยหยางเข้าเมือง ที่เรือนจึงมีเอ้อโก่วคอยดูแล หญิงสาวขอร้องให้เอ้อโก่วพาลูกๆ ของนางไปที่เรือนของเขา ส่วนตนเองรอชายหนุ่มเงียบๆ ภายในเรือน กระทั่งแสงสุดท้ายของวันลับหายไป ร่างสูงใหญ่เป็นเงาตะคุ่มเดินโซเซขึ้นเขามาเมื่อก้าวเข้ามาในเรือน กลิ่นสุราลอยคลุ้งในอากาศ ทำให้นางรู้ว่าชายหนุ่มกำลังมึนเมา“เจ้าเป็นใคร!”ด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มพลันใช้มือกำรอบคอของอีกฝ่าย ดันเข้าผนังดินทันที ทว่าเมื่อเห็นใบหน้างามชัดๆ ความมึนเมาพลันหายเป็น

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 5

    ได้ยินเช่นนั้น...กลิ่นอายความตายพลันแผ่ออกจากร่างของชายหนุ่ม อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกลงทันตา ดวงตาสองข้างเย็นชาจนน่ากลัวชายหนุ่มใช้วิชาตัวเบาทะยานจากไปอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าอำเภอถงอันทันที ร่างของเขาพุ่งทะยานรวดเร็วจนเกือบมองไม่เห็น ในหัวมีเพียงความคิดเดียว ต้องสังหารคนเหล่านั้นให้สิ้นเพียงไม่ถึงชั่วยาม...ร่างสูงใหญ่พลันหยุดยืนที่หน้าศาลาว่าการอำเภอถงอัน เจ้าหน้าที่นับสิบยืนรออยู่ก่อนแล้ว ราวกับรู้ว่า...ชายหนุ่มจะต้องตามมาแน่ พวกเขาตะโกนด่าทอออกไป“เฟยหยาง! เจ้าคือคนร้ายในประกาศจับ! ยอมจำนนซะ!ไม่อย่างนั้นเราจะสังหารบิดาของเจ้าเสีย!” เฟยหยางยังคงนิ่งเงียบ เขาเหลือบมองคนเหล่านั้นทีละคน สายตาเยือกเย็นจนอ่านไม่ออกว่าคิดสิ่งใดคำขู่ใช้ไม่ได้ผลกับเขา อันที่จริงตัวเขาและบิดาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันดีเพียงนั้น ที่ยังดูแลก็เพราะต้องการบางสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หากบิดาต้องตายด้วยน้ำมือของคนเหล่านี้ ตนเองก็จักทำหลุมศพให้อย่างดี และแก้แค้นเพื่อให้บิดาจากไปอย่างสงบเสมียนซูก้าวออกมาเบื้องหน้า พร้อมกับชี้ไปยังชายหนุ่ม“นี่คือผลลัพธ์ที่เจ้าบังอาจล่วงเกินข้า! วันนี้เจ้าต้องคุกเข่าขออภัยโทษ ยอมตัดขาสองข

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 4

    ตลอดหลายปีทำแต่เรื่องเหลวไหล พลอยทำให้สามแม่ลูกต้องลำบาก แบกรับชื่อเสียงที่ไม่ดี เมื่อนอนไม่หลับ...จึงคว้าธนูขึ้นเขา หวังหาเงินให้มากเพื่อให้พวกเขาแม่ลูกไม่ต้องทนลำบากวันต่อมา...เฟยหยางเข้าเมืองอีกครั้ง ครั้งนี้ชายหนุ่มได้ยืมเกวียนเทียมลาของหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อบรรทุกกวางหนุ่มสองตัว และไก่ป่ากระต่ายป่าอีกมากมาย หัวหน้าหมู่บ้านที่ได้ทานเนื้อเพราะชายหนุ่ม จึงยินยอมให้หยิบยืมอย่างยินดีหลังขายสัตว์ป่าได้เงินมากกว่าร้อยตำลึง ชายหนุ่มจึงเลือกซื้อเสบียงสำหรับสามแม่ลูก เพื่อส่งไปยังหมู่บ้านเหมยฮวา แต่ในระหว่างทาง กลับถูกชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนขวางเอาไว้“หยุดเดี๋ยวนี้! วันนี้เจ้าจะไปไหนไม่ได้!” ตัวหัวหน้าตะโกนเสียงดัง คล้ายกำลังข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว“เจ้าควรรู้ตัวว่าได้ไปล่วงเกินใครเอาไว้ หลังจากวันนี้ไปก็จงจำใส่หัว อย่าได้คิดกร่างทั้งที่ตนไร้อำนาจ” คนเหล่านั้นหัวเราะออกมาราวกับตนเองจัดการเฟยหยางไปแล้ว“หลีกไป!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ไม่นำพาต่อเสียงหัวเราะของคนเหล่านั้น“นี่! ลูกพี่...เจ้านี่มันกำลังดูถูกพวกเราอยู่” ลูกน้องร่างผอมแห้งเดินเข้ามากระซิบกับหัวหน้าของตน แต่กลับถูกตบหน้าไปหนึ่งฉาด

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 3

    ชายขายหมูเงื้อมือหวังจะทุบไปที่หลินหลันเยียน ทว่า...เฟยหยางกลับยื่นมือออกไปหยุดชายขายหมูเอาไว้ รอบๆ บริเวณเงียบลงทันที“เจ้า! เจ้ากล้าขัดขวางเรื่องดีๆ ของข้าหรือ!” ชายขายหมูตะโกนลั่น เฟยหยางเหลือบมองแขนที่มีไขมันของเขา ก่อนจะบีบมันแรงๆ เสียงกร๊อบพลันดังขึ้น เพียงครั้งเดียวแขนก็หักงอไม่เป็นรูปชาวบ้านที่กำลังมุงดูเรื่องสนุกของผู้อื่น ต่างถอยห่างออกจากพวกเขา คนเราไม่พูดพร่ำทำเพลง บทจะตีก็ตีเลย ช่างน่าหวาดกลัวนัก ชาวบ้านเหล่านั้นคิดในใจเสียงชายขายหมูร้องโหยหวน ไม่ต่างจากหมูที่เขาเชือด ร่างอ้วนกลมล้มลงกับพื้นพร้อมกอดแขนที่บิดงอ แม้จะเป็นเช่นนั้น...สีหน้าของเฟยหยางก็มิได้แปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นจนจบ เย็นชาและไร้อารมณ์เหมือนเดิม“ไสหัวไปซะ!!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็น ชายขายหมูที่กลิ้งไปมาบนพื้นมองเขาด้วยสายตาอาฆาต“ได้! เรื่องในครั้งนี้ข้าไม่จบง่ายๆ แน่” เขาเอ่ยอาฆาต รีบลุกขึ้นด้วยแขนข้างหนึ่ง จากไปพร้อมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธหลินหลันเยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วใบหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นเศร้าโศกอีกครั้ง วันนี้รอดไปได้ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ วันต่อๆ ไปล่ะ ตนเองจะหลบเลี่ยงภัยร้ายครั้งนี้ได้อย่า

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 2

    ทุกเส้นประสาทในร่างกายตึงเครียด แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่พวกเขาก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องเพื่อทำลายบรรยากาศ น้ำตาของคนเหล่านั้นไหลพราก ในใจคิดว่า...วันนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตทว่า...เฟยหยางกลับไม่สนใจพวกเขา ชายหนุ่มหยิบของขึ้นแบกบนหลังอีกครั้ง มองคนเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจากไปยังทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้“ถ้าพบกันครั้งหน้า จะไม่จบที่แค่ถูกหักขา” นั่นมิใช่เพียงคำขู่ หากแต่กลุ่มโจรรู้ว่า...ชายผู้นี้เอาจริง เฟยหยางเดินจากไป ทิ้งเสียงร้องโหยหวนไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้ากลับบ้านท่ามกลางความมืดชายหนุ่มลับถึงกระท่อมเชิงเขาในยามดึก แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเล็ก ทำให้มองเห็นเอ้อโก่วห่มผ้าห่มเก่าขาด นั่งหลับที่ข้างเตียงเขามิได้จุดตะเกียงหรือปลุกเด็กหนุ่มให้ตื่น แต่กลับทำทุกอย่างท่ามกลางความมืด เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบด้วยความชำนาญ เก็บของที่ซื้อมาให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบธนูแบกขึ้นบ่าเดินกลับขึ้นเขาไปอีกครั้งเฟยหยางเป็นนายพรานที่เก่งกาจ แต่ชายหนุ่มไม่เคยจากบ้านไปเกินหนึ่งวันอย่างเช่นนายพรานคนอื่น นั่นเพราะยังมีบิดาที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้จะจ่ายเงินให้เอ้อโก่วคอยดูแล แต่ก็ยังรู้สึกไม่วาง

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ตอนพิเศษ 1

    ร่างสูงโปร่งแบกกวางตัวเขื่องเดินลงจากเขาราวกับไม่มีน้ำหนัก เลือดจากเหยื่อยังคงหยดลงเป็นจุดสีแดงเข้มตามทาง ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวเป็นทางจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างใบหู ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัว แสงแดดยามบ่ายสาดส่องทำให้รอยแผลนั้นยิ่งชัดเจนชาวบ้านที่พบเห็นชายหนุ่มต่างรีบถอยห่าง เพราะรอยแผลเป็นทำให้พวกเขาต่างคา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   บทส่งท้าย ครอบครัวอันสมบูรณ์

    เสียงล้อรถม้าบดกับพื้นหินดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงภาพของจักรพรรดินีและพระราชสวามีที่ยังคงยืนส่งอยู่หน้าประตูเมือง ภาพแห่งมิตรภาพ ความผูกพัน และคำอวยพรที่อบอุ่นเหนือสิ่งใดในโลกเมื่อขบวนรถม้าของตระกูลมู่หรงแล่นเข้าสู่ประตูเมืองหลวงแห่งแคว้นเจา ผู้คนต่างออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เสียงกลองและขล

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ลูกน้อยของข้าเจ้ากลับมาแล้ว

    “จ้าวเหลยขอรับ” ทันทีที่ชื่อของจ้าวเหลยหลุดออกจากปากเด็กน้อย เซี่ยหรงเหยาพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างราวกับพึ่งเข้าใจบางสิ่ง“เด็กน้อย เข้ามาใกล้ๆ ให้ข้าดูหูของเจ้าได้หรือไม่” มู่หรงจ้านหันไปมองมู่หรงจื่ออิง อีกฝ่ายพยักหน้าให้เบาๆ เขาจึงเดินเข้าไปใกล้หญิงงามตรงหน้าเซี่ยหรงเหยา

  • เกิดใหม่ทั้งที ไม่เอาแล้วสามีคนเดิม   ม้าพยศ

    แม้แต่มู่หรงฉางชิง ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการฝึกสัตว์ ยังต้องยอมรับว่ามันดื้อรั้นเกินไป แต่เพราะเซี่ยชิงสือเอ่ยปากขอร้องให้น้องเขยช่วยปราบพยศ ชายหนุ่มจึงจำใจต้องทำตามคำขอ และท้ายที่สุด แม้แต่มู่หรงฉางชิงก็ยังไม่อาจทำให้มันยอมจำนนได้วันนี้...ที่มู่หรงจื่ออิงพาเด็กชายตัวเล็กมาที่ลานฝึกม้าด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status