Masuk“คิดว่าใครจะมาช่วยคุณอย่างนั้นหรือ...พวกที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์นั่นน่ะคนของผมเอง!”
น้ำเสียงดุดันแฝงไว้ด้วยรอยเย้ยหยันและรู้เท่าทันความคิดทำให้บุษราคัมหันมาทำตาเขียวใส่ ร่างอรชรกระชับผ้าห่มที่ปกปิดร่างเปลือยไว้ก่อนขยับตัวถอยห่างไปจนชิดหัวเตียง
“นี่คุณกะจะขนคนมาเฝ้าฉันไม่ให้ไปไหนหรือยังไง ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ ถึงยังไงฉันก็หนีไปจากที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว”
“ถ้าคุณคิดได้อย่างที่พูดจริง ๆ ก็ดีนะสิ! แต่จะบอกให้ว่าจริง ๆ แล้วผมจะไม่ให้ใครมาที่นี่ถ้าไม่มีความจำเป็น”
ฮอฟมันน์กล่าวพลางลุกขึ้นหยิบเสื้อยืดที่พาดไว้บนเก้าอี้มาสวมใส่ก่อนหันกลับมาทางหญิงสาว
“ผมจะออกไปข้างนอก...ส่วนคุณถ้าไม่มีความจำเป็นก็อย่าเที่ยวออกไปเดินเพ่นพ่านตอนกลางคืน ดีไม่ดีเดินไปเหยียบกับระเบิดที่ผมทำไว้ตายเปล่าไม่รู้ด้วย!”
ร่างสูงทิ้งคำขู่ไว้ก่อนเดินลงส้นหนัก ๆ ออกไปมีเพียงบุษราคัมที่นั่งถลึงตาใส่ด้วยความหมั่นไส้เต็มประดา ถ้าถูกคนบ้าจับมาขังไว้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ดันเป็นทหารแถมยังเคยผ่านการทดสอบจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพเสียอีกด้วย
หญิงสาวเริ่มจนใจเพราะไม่รู้นจะทำอย่างไรจึงหนีได้พ้น เธออาจต้องตามน้ำไปก่อนแล้วค่อยตะล่อมให้คนเลือดร้อนเห็นใจภายหลัง ชั่วแวบก็นึกถึงจูบของเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้น คิดได้ร่างอรชรก็เอามือขยี้ปากตัวเองทั้งที่ความทรงจำกำลังบันทึกสิ่งเหล่านั้นเอาไว้ ทั้งความรุ่มร้อน พลังเปี่ยมล้นเสน่ห์ของคนบ้าโรคจิตที่ถือสิทธิ์จูบเธอจนแทบไม่ได้หายใจหายคอ
บุษราคัมนั่งฟังเสียงเฮลิคอปเอร์ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะเงียบลงเพียงครู่ก่อนตัดสินใจลุกจากที่นอนเพื่อหาชุดมาสวมใส่ สุดท้ายก็คว้าได้ก็แต่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเอามาใส่แก้ขัดและค่อย ๆ เดินออกไปห้องรับแขกเพื่อแง้มประตูบ้านดูเหตุการณ์ภายนอก
เสียงเฮลิคอปเตอร์ยังคงดังสนั่นและแสงไฟก็ทำให้เห็นว่าฮอฟมันน์ยืนคุยอยู่กับชายอีกสองสามเป็นเวลานานทีเดียว คนพวกนั้นเป็นใครกัน? เป็นทหารด้วยหรือเปล่า? บุษราคัมนิ่งนึกสงสัยกระทั่งเห็นว่าเขาขึ้นเฮลิคอปเตอร์และปล่อยให้คนสองคนยืนรอห่างออกมาก่อนเครื่องจะค่อย ๆ บินขึ้นและทะยานลับหายไปท่ามกลางท้องฟ้ามืดมิด ฮอฟมันน์ไปไหน? หญิงสาวตั้งคำถามพร้อมกับความกลัวแล่นปราดเข้าจับหัวใจ ร่างแน่งน้อยกำลังจะวิ่งตามออกไปก็ต้องหยุดชะงักเมื่อชายสองคนในชุดหนังเดินกลับเข้ามา
“คุณบีน่า”
ชายทั้งสองซึ่งก้าวมาหยุดตรงหน้าเรียกเธออย่างที่นายของพวกเขาเรียกหากก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวระคนสับสนของบุษราคัมลดน้อยลงเลย
“แม็กซ์ล่ะ...เขาไปไหน?”
“คุณฮอฟมันน์ต้องเดินทางกลับเยอรมันด่วนครับเลยให้พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อคอยดูแลคุณบีน่า”
“ดูแลฉันอย่างนั้นหรือ?...บอกได้ไหมว่าเขามีธุระด่วนอะไรถึงได้รีบไปกะทันหันแบบนี้”
คนทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ชายร่างใหญ่คนเดิมจะกล่าวขึ้น
“คุณคลอเดีย...แม่ของคุณฮอฟมันน์ต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วนครับ เธอกินยาเข้าไปมากเกินขนาด ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลในดามตัชท์”
ทันทีที่อีกฝ่ายกล่าวจบบุษราคัมก็มีอาการหนาวเยือกขึ้นมาทันใด หญิงสาวมองหน้าชายร่างสูงใหญ่ทั้งสองขณะพยายามคุมสติให้คงที่ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องเดิมและแทรกกายเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะหลั่งน้ำตาออกมาเพียงลำพัง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เสียแล้ว เธอกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งใหญ่และไม่ใช่ใครอื่นเป็นต้นเหตุ ทุกอย่างล้วนมาจากอัญมณีพี่สาวแท้ ๆ ที่ไม่เคยเหลียวแลครอบครัวยามทุกข์
“พ่อ...พ่อจ๋า บุษจะทำยังไงดี ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้”
ร่างแน่งน้อยครวญอยู่กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวลูบแหวนทองเหลืองบนนิ้วเรียวราวสัมผัสไออุ่นของใครคนนั้น คนที่เสียงพร่ำรำพันไม่มีวันข้ามทะเลอันกว้างใหญ่ไปได้ถึง
“สวัสดีครับคุณฮอฟมันน์...จะมาพบท่านหรือครับ...เอ้อ...”
บอดี้การ์ดร่างยักษ์ซึ่งยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าไปห้องโถงของคฤหาสน์แถบเบเวอลี่ฮิลล์กล่าวทักยังไม่ทันจบประโยค ชายหนุ่มภายใต้เสื้อยืดสวมทับด้วยแจ็คเก๊ตหนังสีน้ำตาลเข้มสวมกางเกงเดนิมและรองเท้าบูทก็เดินลิ่วเข้าไปในห้องรับแขกอันโอ่อ่าซึ่งทำให้ร่างอรชรในชุดนอนผ้าซาตินประดับลูกไม้ที่กำลังนั่งยืดขาอยู่บนโซฟาออกคำสั่งให้หญิงสาวที่นั่งนวดปลายเท้าหยุดงานในมือลง
“โทษทีที่มาดึก...แต่ผมอยากพบพ่อของผมตอนนี้!”
เสียงเข้มดุดันของฮอฟมันน์ทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกเอียงหน้ามองด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวในชุดกระโปรงเนื้อผ้าบางเบาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะกล่าวเสียงหวาน
“สวัสดีค่ะ...ฉัน จูเวล คุณ...เอ้อ...”
“ฮอฟมันน์ แม็คเคลน...ไม่ทราบว่าพ่อของผมอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
“ปกติ...ทุกคืนตอนตีหนึ่งผมต้องตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกวิ่งและกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำลึก แต่วันนี้ผมช้าไปสองชั่วโมง”ชายหนุ่มกล่าวเสียงเบาลงขณะหญิงสาวเบือนหน้าออกไปยังเวิ้งน้ำสีเงินระยับ หากแต่ท่าทีไม่ใส่ใจก็เป็นสิ่งรบกวนเขาไม่น้อย ใช่...เขาตื่นขึ้นมาตอนตีสามแม้ยังปวดมึนในหัวเพราะฤทธิ์เบียร์หากแต่ก็จำเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ดี มันยังติดอยู่ในความรู้สึกและทำลายสมาธิการฝึกหนักที่ทำอยู่เป็นประจำแม้มิได้เป็นหนึ่งในซีลทีมซิกซ์ เขาคิดถึงเรือนร่างงดงามและความบริสุทธิ์ที่ได้ครอบครองเมื่อราตรีที่กำลังจะล่วงผ่านแม้รู้ว่าบุษราคัมอาจไม่อยากจดจำมันอีก“ไม่เห็นเกี่ยวกับฉันนี่คะ ฉันจะกลับไปที่บ้าน”“แต่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้!”ฮอฟมันน์คว้าข้อมมือบางไว้ก่อนที่บุษราคัมจะหันหลังให้ทว่าหญิงสาวหันขวับมามองด้วยประกายตากล้าแข็ง“ยังมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเกาะที่เหมือนคุกนี่อย่างนั้นหรือคะ! มีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกบ้างนอกจากผู้ชายโหดร้ายคนหนึ่งล่อลวงผู้หญิงมาข่มขืน หรือว่ามีกับดักสัตว์ป่าอยู่ที่นี่ หรือว่ามี...”&ld
“ออกไปนะ! ออกไป!”ร่างอรชรขับไล่พร้อมทั้งใช้ความพยายามดันร่างสูงใหญ่ให้พ้นตัว แต่แล้วเธอเองกลับต้องเหนื่อยเปล่า“บีน่า...”ฮอฟมันน์ครางแผ่วก่อนผงกศีรษะขึ้นมองและนั่นทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะก่อนร้องไห้ออกมา“คนเลว!...คน...”บุษราคัมพูดไม่ทันขาดคำก็สะอื้นไห้กับความโชคร้ายที่ต้องเจอแบบนี้ ในขณะเดียวกันนั้นร่างสูงใหญ่ก็ค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาเคลียเคล้าบนแก้มเปียกน้ำตา เขาทำราวจะปลอบใจหากก็ยังไม่ยอมถอดถอนตัวเองออกจากแก่นกายของร่างเล็กเสมือนปรารถนาให้เธอกักเก็บเขาไว้เช่นนั้น“บีน่า...”“ฉันชื่อบุษราคัม! อย่ามาเรียกฉันแบบนี้อีก!”หญิงสาวแหวกลับเสียงพร่าก่อนออกแรงดันชายหนุ่มให้พ้นจากตัวซึ่งคราวนี้อีกฝ่ายยินยอมพลิกกายใหญ่โตลงนอนด้านข้างและคอยดูร่างแน่งน้อยที่รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ก่อนนอนคุดคู้หันหลังให้ด้วยความอับอายเป็นที่สุด เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังลอดออกมาทำให้ฮอฟมันน์เกินจะหลับตาได้ลง เขายังคงนอนตะแคงว้บนฟูกและมองดูคนที่อยู่ในผ้าห่มร้องกระซิกโดยไม่มี
หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาแต่กลับรู้สึกว่าสะโพกหนากำลังขยับ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแต่เขายิ่งเขยื้อนตัวมากเท่าใดร่างกายที่รองรับเบื้องล่างก็ยิ่งปวดร้าวมากเท่านั้น“แม็กซ์...ได้ยินไหมคะ...ว่าฉัน...จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”ร่างอ้อนแอ้นห้ามเสียงแผ่ว หากเธอจะได้ยินเช่นกันว่าหัวใจของเขาก็เต้นเร็วเป็นกลองรัว ฮอฟมันน์ยังคงขยับตัวตนลึกเข้าไปอีกขณะกระชับอ้อมแขนหนาตระกองกอดบุษราคัมไว้ ร่างสูงใหญ่กดกลั้นถึงที่สุดทั้งที่ตัวเองก็กำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงชายหนุ่มนึกโกรธตัวเองว่าใยความอดทนจึงมีน้อยนักทั้งที่ตอนเป็นนาวิกโยธินต้องผ่านการฝึกมาไม่รู้สักกี่ด่าน แต่ตอนนี้เขากลับจะพ่ายแพ้ให้แก่ความบอบบางทว่าทรงพลังที่ห่อหุ้มความเป็นเขาจนยากจะถ่ายถอน บุษราคัม...ทันทีที่ค้นพบว่าเธอยังบริสุทธิ์ก็ดูเหมือนเขาไม่อาจหยุดตัวเองลงได้“แม็กซ์...ปล่อยฉัน...ปล่อยฉัน”“โอ...พระเจ้า!...ให้ตายเถอะบีน่า ผมจะปล่อยคุณไปตอนนี้ได้ยังไง”เรียวปากหยักประกบลงบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งราวต้องการดูดกลืนเสียงสะอื้นนั้นไว้ทั้งหมด บุษราคัมรวดร้าวไปทุกหนแห่งโดยเฉพาะที่แก่
หญิงสาวอ้าปากจะค้านแต่กลับไม่ทันลิ้นจาบจ้วงที่ฉกเข้าไปในโพรงปากเล็ก แขนของเธอถูกตรึงไว้ด้วยมือทรงพลัง ขาเรียวยาวทั้งคู่ถูกท่อนขาแข็งแกร่งกดทับไว้แน่นหนา เพียงแค่อยากปฏิเสธด้วยการส่ายหน้าเธอก็ทำไม่ได้ดังใจคิด เสียงแหบพร่าแค่อื้ออึงในลำคอและนึกโกรธกำลังอันน้อยนิดของตัวเองที่ต่อต้านเขาไม่ไหว“แม็กซ์!...คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะคะ...ฉันบอกให้คุณหยุด!”ร่างเล็กแค่นเค้นเสียงเมื่อเขาถอนเรียวปากหนาออกไปและรู้สึกถึงความร้อนที่กลุ้มรุมแกนกายแผ่ซ่านลงไปจรดปลายเท้า“แม็กซ์!...แม็กซ์!”ยิ่งส่งเสียงเธอก็ยิ่งหอบเหนื่อยทั้งเรี่ยวแรงของเรือนร่างเปลือยเปล่าก็อ่อนลงในทุกวินาที ฮอฟมันน์ไม่สนใจเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวด้วยมึนเมาในกำหนัดและอำนาจครอบงำของน้ำเปลี่ยนนิสัย จมูกโด่งซุกไซ้ไปตามซอกคอและไหปลาร้าของร่างบอบบางก่อนบรรจบลงที่ปลายถันและครอบครองเม็ดสีชมพูแสนหวานด้วยเรียวปากร้อนอย่างกระหายหิวหยาดน้ำหยดน้อยซึมอยู่ที่หางตาของบุษราคัมกับความดิบเถื่อนที่เธอจะจดจำไม่มีลืมเลือน ท้ายที่สุดคนตัวเล็กกว่าก็อ่อนระทดระทวยและจำต้องปล่อยตัวเองไปตามพายุปรารถนา
เจ้าของร่างบางกระดากเกินกว่าจะเอ่ย ถึงกระนั้นเธอก็ยังเห็นรอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นบนใบหน้าคร้ามเข้ม ฮอฟมันน์กระหวัดแขนทรงพลังกอดเกี่ยวร่างนุ่มลื่นที่บั่นทอนความอดทนของเขาให้ลดน้อยลงทุกขณะ แต่...ทำไมจะต้องรอในเมื่อเรื่องอื่นเขาตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเสมอ ชายหนุ่มก้มลงประกบจูบกลีบปากบวมเจ่อแรง ๆ อีกหนก่อนพูดเสียงเข้ม“ทำไมเรื่องแค่นี้คุณต้องคิดมาก ทีกับผู้ชายคนอื่นคุณก็ยังเคยเต็มใจให้มานับครั้งไม่ถ้วนคุณก็เหมือนพี่สาวคุณที่ชอบแต่เรื่องสนุกและไม่เคยรู้จักจะรักใครจริง”“ก็คงเหมือนพ่อของคุณนั่นล่ะ...คุณพูดเองไม่ใช่หรือคะแม็กซ์ ว่าพ่อของคุณเจ้าชู้ชอบเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า และคุณก็คงไม่ต่างจากเขาเหมือนกัน!”“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะเป็นอย่างเขา!”ฮอฟมันน์เสียงกร้าว นัยน์ตาคู่นั้นลุกวาวราวกับไฟท่วมในทันใดที่พูดถึงไมค์ บุษราคัมรู้สึกถึงแรงกอดรัดทวีความรุนแรงขึ้น มันทำให้เธออึดอัดและเริ่มหายใจขัดจนหอบ เขากำลังโกรธจัดเพราะคำพูดจี้เข้าจุดเจ็บซึ่งเธอตั้งใจแค่ประชด“แม็กซ์...ฉันหายใจไม่ออก...ได้โปรด” ร่างเล็กร้องข
“อย่านะคะ แม็กซ์!...ไหนคุณสัญญาแล้วว่าจะจูบ...แค่จูบเท่านั้น”“ผมฉีกสัญญานั่นทิ้งไปแล้ว! คุณต้องอยู่ที่นี่โดยไม่มีผู้ชายคนอื่น ไม่มีคู่หมั้นของคุณ มีแต่ผมและร่างกายของคุณเอาไว้เพื่อการชดใช้ และถ้าเกิดคุณท้องขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะเก็บเด็กเอาไว้แล้วปล่อยคุณกลับเมืองไทยทันที!”คำคาดโทษของฮอฟมันน์ทำให้บุษราคัมถึงกับตาค้าง นี่เขาเป็นซาตานผุดจากอเวจีขุมไหนถึงได้ป่าเถื่อนหยาบร้ายถึงเพียงนี้“นี่คุณกำลังข่มขู่ฉันนะ...คุณมีสิทธิ์อะไรมาบังคับใช้ร่างกายฉันได้ตามใจชอบ!”“คุณไม่ได้ชอบแบบนี้หรอกหรือ การใช้ร่างกายให้คุ้มค่าแลกกับความสนุกที่คุณเคยชิน”“แม็กซ์...คุณมันป่าเถื่อนไม่พอยังเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว!”“ไม่มีใครได้ใครเสีย ผมได้ คุณได้ เก็ท ยู เก็ท มี...แบบนี้ไง!”“แม็กซ์!”เสียงหวานหลุดหายไปในลำคอเมื่อถูกริมฝีปากร้อนนาบลงมาและบดเบียดชนิดไม่ปราณี บุษราคัมยังดิ้นขลุกขลักและนึกถึงหนทางหนีในความคิดอันสับสน ร่างสาวบิดเร่าจนปวดร้าวไปหมดหากก็ไม่พ้นจากความแข็งแรก







