로그인อยากบอกรัก..แต่
@ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางมหานคร
ในห้องนอนที่พอมีแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง แม้จะเช้าแล้ว แต่เขาไม่ได้เปิดผ้าม่านที่หนาทึบชนิดกันรังสียูวีออกทำให้ห้องยังมืดราวกับเป็นเวลากลางคืน
ชายหนุ่มยังคงนั่งจดจ้องใบหน้าที่มีรอยช้ำจากการโดนตบเป็นเวลาหลายนาทีแล้วตั้งแต่เขาตื่นมา รู้สึกผิดที่ตัวเองเข้าไปช่วยเธอช้า ถ้าอ่านข้อความเธอเร็วกว่านี้อัญญาคงไม่เจ็บถึงขนาดนี้
“ไอ้เสี่ยเลวนั่น ป่านนี้คงนอนหยอดข้าวต้มหรือไม่ก็ไปทัวร์นรก” เขาพึมพำ
เรื่องเสี่ยมนต์ชัยธันวาเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพ่อของธันวาเช่นกัน ชยางกูรไม่รู้ว่าเพื่อนมีวิธีจัดการคนไม่มีสัจจะยังไง เขาเชื่อว่ารอบนี้เพื่อนเอาอยู่
อัญญาขยับเปลือกตาขึ้นช้า ๆ กวาดสายตาไปรอบห้อง ชยางกูรเห็นว่าเธอตื่นแล้วจึงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
“คุณเป็นยังไงบ้าง”
“อย่าเข้ามา!” ทว่าอัญญากลับตอบสนองเข้าด้วยการรีบถอยออกห่าง มีอาการตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด คงเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนจึงทำให้เธอตกใจกลัว ระแวงแม้กระทั่งเขา
“ผมเอง คุณปลอดภัยแล้วนะ”
“คุณฌอน” เมื่อตั้งสติได้ รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครเธอรีบโผเข้าสวมกอดเขาอย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มเองก็รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เธอทำ แต่ไม่ได้ว่าอะไรกอดเธอไว้แน่นเช่นกัน เชื่อว่าเธอคงกลัวมาก
อัญญากอดชยางกูรแน่น คนพึ่งตื่นจากฝันร้ายรู้สึกอุ่นใจที่มีเขาอยู่ข้างกาย เป็นเขาที่มาช่วยเธอไว้อีกครั้ง
“ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ” หญิงสาวคลายกอดออกอย่างเคอะเขิน ๆ ลืมตัว นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ
“ผมยินดี ขอโทษที่ไปช้า คุณเจ็บมากมั้ย” ชยางกูรยกมือสัมผัสแก้มของเธอที่มีรอยแดงช้ำ เขาอ่อนโยนจนเธอรู้สึกหมดกังวล อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“ดีขึ้นแล้วค่ะ แล้วแม่ฉันละคะ แม่เป็นยังไงบ้าง” นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไปช่วยแม่
“แม่คุณปลอดภัยดี ตอนนี้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย คุณไม่ต้องห่วง”
“อยู่ที่ไหนคะ”
“แม่คุณไม่บอกใครเลย เอาไว้ถ้าคุณน้าพร้อม แม่คุณคงกลับมาหาคุณเอง”
เรื่องที่อยู่ของกัญญาชยางกูรเป็นคนจัดการให้ แต่ที่เขาไม่บอกเพราะแม่ของอัญญาขอร้องเอาไว้ ที่จริงเขาหาที่ปลอดภัยให้กัญญาอาศัยแล้ว แต่โดนคนของเสี่ยจับไปเพราะถูกคำลวงของเสี่ยเชื้อเชิญให้ไปหา จึงทำให้พลาดท่าเสียทีจนได้
“เธอคงไม่อยากมาดูแลฉัน” อัญญาแอบน้อยใจที่แม่ไม่มาดูดำดูดีเธอเลย กลับเป็นผู้ชายที่เธอเคยบอกว่าไม่ชอบขี้หน้ามาคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
“คุณน้าคงละอายใจต่อคุณ ทำผิดกับลูกสาวไว้มาก แต่แม่คุณรักคุณมากนะ”
“ดูคุณจะรู้ใจแม่ฉันจังนะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำปลอบใจนะคะ”
“ผมพูดจริงนะ”
“ฉันยังไม่ได้บอกยายกับรัญญ์เลย ป่านนี้ยายคงเป็นห่วงมากแล้ว” อัญญามองหาโทรศัพท์จะติดต่อหาน้องสาว
“ไม่ต้องห่วง ผมโทรบอกน้องสาวคุณแล้ว บอกว่าเรากลับโรงแรมแล้ว”
“คุณรู้จักเบอร์ยัยรัญญ์ด้วยเหรอคะ”
“ขอจากคุณน้ากัญญ์”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่เป็นธุระให้”
ชยางกูรไม่พูดอะไร มือหนาเลื่อนไปจับข้อมือเล็กของเธอลูบไล้แผ่วเบา
“ทีหลัง มีเรื่องอะไรคุณต้องบอกผมก่อนนะ อย่าวู่วามหรือใจร้อนแบบครั้งนี้” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเจือความห่วงใยที่มีต่อหญิงสาว ทำเอาคนฟังใจสั่นทำตัวไม่ถูก
“เป็นห่วงฉันเหรอคะ”
“ห่วงสิ เราเป็นแฟนกันนะ ถึงจะแค่หลอก ๆ แต่ก็ต้องแสดงให้คนอื่นเห็น”
“อ๋อ ที่มาช่วยฉันไว้แค่ทำไปตามบทบาทที่ควรจะทำใช่มั้ย” อัญญาสะบัดมือเขาทิ้ง แสดงสีหน้าเรียบเฉย
“งอนผมเหรอ”
“เปล่า เป็นแค่ลูกจ้างจะกล้างอนนายจ้างได้ยังไงคะ”
“ปากบอกไม่งอนแต่สีหน้ามันฟ้องนะ”
“อย่าสนใจฉันเลยค่ะจีเอ็ม” พูดแล้วทำท่าจะลุกออกจากที่นอน ทว่า...
“จะไปไหน” ชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กอีกครั้ง
“จะกลับโรงแรมค่ะ วันนี้ฉันเข้ากะบ่าย”
“คุณดูหน้าตัวเองตอนนี้ก่อนมั้ย จะไปทำงานในสภาพนี้จริงดิ”
“ฉันไหวค่ะ และไม่สนใจว่าใครจะถามอะไรด้วย”
“แต่ถ้าเพื่อนสนิทคุณรู้เรื่องนี้เข้าล่ะ เธอคงกังวลมากแน่ คนกำลังท้องด้วย คิดมากขึ้นมาแย่เลย” เขายกเรื่องพนิตาท้องขึ้นมาอ้างเพื่อรั้งไม่ให้อัญญากลับ
“แต่ว่า...”
“ผมโทรไปบอกหัวหน้าคุณแล้ว วันนี้ขอยืมตัวคุณมาทำงานกับผมที่กรุงเทพฯ”
“คุณใช้เส้นสายช่วยฉัน?”
“ทำไงได้ก็คุณเจ็บไม่น้อยเลย ลาสักสองสามวันก็แล้วกัน ผมอนุมัติเอง”
“คุณเกลียดเรื่องแบบนี้ที่สุดไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ยืดหยุ่นได้”
อัญญาชักเริ่มตงิดใจกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่ เขาเปลี่ยนไปมาก ช่วงหลังมานี้ยิ่งดูใจดีกับเธอเป็นพิเศษ หรือว่าตั้งแต่คืนนั้นที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง มันทำให้เขาติดอกติดใจเธอขึ้นมา เลยอยากทำดีเอาใจเพื่อจะได้ร่วมหลับนอนกับเธออีกครั้ง
“ถามตรง ๆ เลยนะคะ ที่ทำดีกับฉันเพราะหวังเรื่องอย่างว่าใช่มั้ย”
ถามตรงจนคนถูกถามนิ่งไปเลย เขาขมวดคิ้วย่น เธอก็ไม่น่าจะโง่ขนาดนั้น ทำไมแค่นี้ดูไม่ออก
“ใช่ รู้ทันผมแล้วคุณจะยอมรึเปล่าล่ะ” เขาตอบเชิงประชด ถ้าอยากเข้าใจแบบนี้ก็ปล่อยให้คิดต่อไปเถอะ
“....” อัญญาไม่ตอบ ในใจแอบผิดหวังกับคำตอบของชายหนุ่ม ถึงจะคิดว่ารู้ทันเขา แต่ก็ยังอยากให้เขาปฏิเสธมันสักนิด
“คุณไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ผมจะออกไปข้างนอก” ชยางกูรเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นสับเท้าออกไปจากห้องด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก
จะทำดีมันคงยากสำหรับเขา เหนื่อยใจที่จะอธิบาย
@ ห้องของสิงหา
“เป็นอะไรวะมาปลุกกูแต่เช้าเลยเนี่ย” สิงหาบ่นก่อนจะฟุบหน้าลงไปนอนที่โซฟาหนังภายในห้องของเขา หลังจากเดินงัวเงียไปเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา
“กูมีเรื่องจะปรึกษา” ชยางกูรนั่งลงไหล่โซฟาตัวเดียวกัน
“เรื่อง?”
“มึงจริงจังหน่อยสิวะ” เขาตวาดเพื่อน
“ไอ้นี่ เอาแต่ใจจริงโว้ย กูพึ่งนอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ” แม้จะบ่นแต่ก็ยังยอมลุกขึ้นมานั่งฟังปัญหาของเพื่อนอยู่ดี
“ว่ามา”
“มึงว่ากูต้องทำยังไงวะ” คำถามสั้น ๆ ที่จับใจความอะไรไม่ได้เลย จนสิงหาหันไปมองค้อนเพื่อนสนิท
“นี่มึงกวนกูเหรอ ต้องทำยังไงอะไรของมึงวะ เปิดมาก็ถามแบบนี้เลย คิดว่ากูจะนั่งหลับตาแล้วตรัสรู้ประโยคสั้น ๆ ที่มึงถามมาเหรอ จะสื่ออะไรค้าบผม”
“คือกูชอบผู้หญิงคนหนึ่ง พยายามทำดีกับเธอแทบตาย สุดท้ายเธอเข้าใจว่ากูหวังฟันเธอเล่น ๆ มึงคิดว่ากูควรทำไงต่อดีวะ”
“นี่กูหูฝาดไปมั้ยวะ ชายที่ประกาศว่าตัวเองเป็นเสือผู้หญิงนัมเบอร์วันของกลุ่ม มาขอคำปรึกษาเรื่องผู้หญิงกับกู”
“ก็ปกติผู้หญิงจะวิ่งเข้ามาหากูซะส่วนใหญ่ อีกอย่างกูไม่เคยคิดจริงจังกับใคร เสร็จแล้วก็จบแยกย้ายกันไปคนละทาง”
“เข้าใจแล้ว อยากสละโสดตามรอยไอ้ธามม์ว่างั้นเถอะ”
“ก็ไม่เชิง แค่อยากลองเปิดใจคบใครสักคนดู”
“ใช่เพื่อนเมียคุณธามม์รึเปล่า ชื่ออันชัญใช่มั้ย”
“อัญญา”
“เออนั่นแหละ ใช่จริงด้วย ไม่คิดว่าวันนี้คุณฌอนจะกลายร่างเป็นแมว”
“อย่าถามมาก ตอบสิ่งที่อยากรู้มาดีกว่า เร็ว ๆ”
“เร่งจังวะ เออ ๆ ก็ถ้ามึงบอกว่าทำดีแล้วเธอยังไม่รู้ มึงก็บอกเธอไปตรง ๆ สิวะจะยากอะไร เคยบอกรักเธอรึยัง”
“ยัง”
“นั่นไง แล้วสาวที่ไหนจะเชื่อ ง่าย ๆ แค่นี้ก็มาปรึกษากู”
“แต่กูไม่กล้าพูดคำว่ารักนี่หว่า มันไม่เคยว่ะ”
“โอ๊ย ไอ้นี่ ปกติมึงจะตะปบเหยื่อมึงไม่บอกรักเขาก่อนเหรอวะ”
“ไม่เหมือนกันโว้ย อันนั้นมันพูดเพื่อให้ได้อารมณ์เฉย ๆ แต่พูดออกจากความรู้สึกจริง ๆ บอกตามตรงกูเขินว่ะ”
“งั้นก็อด ปล่อยเธอไปเถอะ”
“อ้าวไอ้นี่”
“ก็มึงปอดแหกเองนี่หว่า แค่จะบอกรักมึงยังทำไม่ได้ อย่าไปดึงใครเข้ามาในชีวิตเลย”
“....” โดนเพื่อนตำหนิจนหงอไปเลย
“เออ ๆ เดี๋ยวกูบอกวิธีคร่าว ๆ ให้ ฟังและนำไปทำตาม”
“ยังไงวะ”
ชยางกูรตั้งใจฟังวิธีที่สิงหาแนะนำ เขาเปลี่ยนไปหรือแค่พึ่งแสดงด้านนี้ออกมา ปกติมั่นใจในตัวเองทุกอย่าง อยากนอนกับสาวแค่กระดิกนิ้วเรียกพวกเธอก็พร้อมอ้าขาให้ แทบไม่ต้องทำอะไรมาก แต่พออยากจะจริงจังกลับทำตัวไม่ถูกไม่รู้วิธีแสดงความรักที่จริงใจซะอย่างนั้น
สิงหาถึงกับต้องเกาหัว นึกว่ากำลังสอนบทรักบทแรกให้กับวัยรุ่นพึ่งเรียนรู้ที่จะมีความรัก
บทส่งท้าย หนึ่งเดือนผ่านไป “สวัสดีค่ะจีเอ็ม” “สวัสดีครับจีเอ็ม” “ดีครับ” พนักงานในรีสอร์ตของอัญญาต่างพากันยกมือไหว้และให้ความเคารพชยางกูรเมื่อเขาเดินผ่าน “ดูคุณจะทำตัวเว่อร์กว่าเจ้าของรีสอร์ตอีกนะคะ ที่นี่มีจีเอ็มที่ไหนกัน” แฟนสาวเดินเข้ามาแซวเมื่อได้ยินพนักงานเรียกเขาว่าจีเอ็ม “ก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกที่รัก ผมเป็นที่ปรึกษาด้านบริหารโดยตรงถ้าไม่เรียกจีเอ็มจะให้เรียกอะไรละครับ” ว่าที่สามีอ้อนภรรยาอย่างน่ารัก ที่บอกว่าเขาเป็นว่าที่สามี เพราะอีกสองเดือนทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว หลังจากไปง้อกันสำเร็จ กลับมาชยางกูรก็ถือพานดอกไม้เข้ามาขอขมาพ่อแม่และยายของแฟนสาวที่เขาได้ล่วงเกินแก้วตาดวงใจของพวกท่านไป และถือโอกาสนี้สู่ขออัญญาด้วยเสียเลย พ่อแม่และยายหอมไม่ติดใจอะไรเขา แถมยังชื่นชมว่าใจกล้าและมีความรับผิดชอบดีมาก ชายหนุ่มจึงเป็นที่โปรดปรานของผู้ใหญ่ไปแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินเข้าออกห้องนอนของอัญญาได้อย่างสบายใจ เป็นการอยู่ก่อนแต่งทดลองความเป็นสามีไปในตัว แต่ชยางกูรไม่ได้มาเกาะอัญญากินนะ เขาท
รักต้องง้อ(18+) “ตกลงจะให้ผมทำอะไร” อัญญาไม่ยอมเอ่ยออกมาสักที เอาแต่จ้องหน้าสบตาเขาอยู่หลายวินาทีแล้ว “ฉัน...ขอให้คุณยกขันหมากไปสู่ขอฉันภายในเดือนหน้า” ในที่สุดเธอก็กล้าเอ่ยปาก เป็นคำขอที่ทำให้ใจของเขาแทบจะละลายลงตรงนั้น ก่อนหน้านี้กลัวแทบแย่ ว่าเธอจะขอเลิก พอได้ยินประโยคนี้หัวใจพองโตคล้ายกับกำลังเต้นเฉลิมฉลองกันยกใหญ่ แต่เขายังเก็บอาการดีใจเอาไว้ก่อน “นี่คุณกำลังขอผมแต่งงานเหรอ?” “ใช่ที่ไหนกัน ฉันสั่งให้คุณไปขอฉันแต่งงานต่างหาก” “มัดมือชกผมเหรอ?” “ใช่ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “ไม่โกรธผมแล้วเหรอที่ผมพาสาวอื่นมานอนค้างด้วย”คำพูดนี้ของเขาทำให้อัญญาโกรธขึ้นมาจริง ๆ เดิมที คิดว่าเขาแค่แกล้งพูดให้เธอโมโหเท่านั้น “นี่คุณมีคนอื่นจริงเหรอ?” “....” เขาแกล้งไม่ตอบ เอาแต่ทำหน้านิ่ง จนแฟนสาวคิดว่าเป็นเรื่องจริง “คนสารเลว!” อัญญาจะง้างมือตบเขา ทว่าชายหนุ่มคว้าเอาไว้ทันแล้วรวบร่างบางไว้ในอ้อมแขนแกร่ง จากนั้นพาเธอไปในห้องนอน “ปล่อยฉันนะไอ้คนใจหมา ฉันไม่แต่งงานกับผู้ชายหลายใจสำส่อนอย่างคุณแล้ว”
คุณแพ้พนันฉันแล้ว อัญญานั่งเหม่อใจลอยที่ระเบียงห้องนั่งเล่นในที่พัก เสียงน้ำไหลเป็นธาร เสียงนกร้องเพลงเจื้อยแจ้ว เสียงลมพัดใบไม้ร่วงหล่น บรรยากาศดูสงบร่มรื่น ช่วงเวลาแบบนี้เธอต้องใจสงบ แต่ในใจกลับว้าวุ่นคิดถึงแต่เขา สามวันแล้วที่ติดต่อเขาไม่ได้ “คนใจร้าย จะเลิกกับฉันจริง ๆ ใช่มั้ย ชยางกูรนายมันงี่เง่า” เธอพึมพำคนเดียว สายตาก็ยังไร้ความสุข ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเดิม “มานั่งเหม่ออะไรตรงนี้ลูกสาวแม่” กัญญาเดินถือแก้วกาแฟเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ “ดื่มกาแฟให้สดชื่นก่อนสิลูก” แม่ของเธอชงกาแฟมาให้ “ขอบคุณค่ะแม่” “คิดถึงก็ไปตามเขาสิลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างคนรู้ใจลูก เพราะสามวันมานี้เธอสังเกตเห็นว่าลูกสาวทำหน้าเศร้าตลอดเวลาอัญญามองหน้าแม่อย่างเขิน ๆ “หนูจะง้อเขาทำไมคะ เขาไม่มีเหตุผลเองนี่คะ” “อันไม่รักเขาแล้วเหรอ?” “ไม่ค่ะ” คนปากแข็งเอ่ยไม่เต็มเสียง “ไม่อยากแต่งงานกับคุณฌอนเหรอ?” เจอคำถามนี้เธอนิ่งไปหลายวิ “ไม่...ค่ะ” ปฏิเสธอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก จนแม่ก็แอบยิ้ม “แต่แม่อยากได้คุณฌอนเป็นลูกเขยน
ครอบครัวอบอุ่น ชายหนุ่มบอกลา สามเดือนผ่านไป @ สายธารารินทร์ รีสอร์ต “พี่อัน ได้ยินพนักงานบอกว่าวันนี้ห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอจ๊ะ?” รัญญาเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่สาว อัญญากำลังนั่งดูแฟ้มอยู่บนโต๊ะทำงานเล็ก ๆ ในบ้านไม้สองชั้น ที่เป็นทั้งบ้านและห้องน้ำงานของเธอ เดิมทีพ่อปรีชาเตรียมห้องทำงานไว้ให้เธออย่างดี เป็นห้องทำงานเดิมของภรรยาใหม่ แต่เธอเกรงใจจึงขอใช้ชั้นหนึ่งของบ้านเป็นห้องทำงานตัวเอง “ใช่ วันนี้ห้องเต็มหมดเลย และพื้นที่ลานกลางเต็นท์ก็เต็มด้วยนะ” หญิงสาวในบทบาทของผู้บริหารรีสอร์ตเอ่ยอย่างภูมิอกภูมิใจ ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ เธอได้ศึกษาและเรียนรู้ปัญหาของที่นี่อย่างละเอียดถี่ถ้วน และได้นำปัญหาต่าง ๆ ไปปรึกษาชยางกูร ซึ่งเขาก็เก่งมาก มองขาดในทุกเรื่อง ชายหนุ่มได้แนะนำวิธีการจัดการให้เธอทีละขั้น เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ ยอดการจองก็เพิ่มขึ้น ทำให้พนักงานทุกคนยอมรับในตัวของอัญญา ต่างกับตอนแรกที่เดินเข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ แต่ละคนแทบไม่เห็นหัวเธอเลย “พี่สาวรัญญ์เก่งจริง ๆ” “เรื่องนี้ต้องขอบคุณ คุ
หน้าที่ใหม่(18+) หลังจากชยางกูรนั่งคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าว่าที่พ่อตาประมาณห้านาทีเห็นจะได้ ปรีชาจึงให้เขาลุกขึ้น อัญญาจึงเชิญพ่อกับแฟนหนุ่มเข้ามาในบ้าน พ่อปรีชาได้เจอกับรัญญาก็หลั่งน้ำตาอีกรอบ ส่วนรัญญาก็ดีใจที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง อัญญาจำต้องปลุกยายให้ตื่นกลางดึก เพราะอดีตลูกเขยมาเยี่ยม ยายหอมดีใจมาก โผเข้ากอดปรีชา เพราะยายหอมเองก็รู้สึกผิดต่อเขา เป็นเพราะลูกสาวตัวเองที่อยากเลิกกับปรีชา ยายหอมไม่ได้อยากให้ครอบครัวของลูกสาวแตกแยก ชยางกูรแปลกใจที่ทุกคนต้อนรับปรีชาเป็นอย่างดี ผิดกับตอนที่แม่ของอัญญามา ทุกคนไม่ดีใจขนาดนี้ นึกแล้วก็เห็นใจน้ากัญญา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “คุณฌอน พ่อหนุ่ม ฌอน!” ยายหอมเรียกชยางกูรที่เอาแต่เหม่อลอยจนไม่ได้ยินเสียงใครเลย “ครับ! ครับคุณยาย” จนสะดุ้งตื่น “ไง...ฉันอุตส่าห์เอ็นดูคุณ ไม่คิดว่าจะกล้าพาหลานฉันชิงสุกก่อนห่าม” ยายหอมคงรู้เรื่องนี้จากปากปรีชา “ผมขอโทษครับที่ทำให้น้องเสียหาย ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างนะครับคุณยายคุณพ่อ” “ผมยังไม่กล้ายกยัยอันให้ผู้ชายคนนี้หรอกครับคุณ
นั่นพ่อค่ะ...ที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไป เวลาไม่เคยหยุดเดิน ความรักที่ชยางกูรมีให้อัญญาก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่คบกันไม่มีวันไหนที่ชายหนุ่มจะไม่เสิร์ฟขนมจีบให้เธอเลย ช่วงแรกอาจจะยังไม่เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ทำอะไรต้องคอยแอบ แต่สองอาทิตย์ก่อนนี้เอง เขาได้เข้าไปเห็นช็อตที่เชฟแดเนียลกำลังใส่ผ้ากันเปื้อนให้แฟนสาวในห้องครัว วันต่อมาชายหนุ่มขี้หึงรีบมาประกาศถึงในครัวเรื่องที่เขาคบกับอัญญา จากตอนแรกที่รู้กันเป็นบางกลุ่มตอนนี้น่าจะรู้กันทุกคนแล้ว แรงหึงทำให้เขากล้าได้กล้าเสียจริง ๆ แม้จะถูกเบื้องบนตำหนิเขาก็ไม่สนใจ เดินหน้าโชว์ความหวานอย่างไม่อายใคร ล่าสุดแฟนสาวกลับบ้านมาหายายกับน้องสาวที่กรุงเทพฯ เขาก็อยากตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองมีประชุมใหญ่ ทว่าอัญญาไม่ยอมให้เขาเสียการเสียงานจึงสั่งให้เขาอยู่ทำงานของตัวเองให้เต็มที่ ถ้าไม่ทำตามที่เธอบอกเธอยื่นคำขาดจะไม่คบกับเขาต่อ ชายหนุ่มจึงยอมฟังคนไม่เคยคบใครอะเนอะ “ยาย...ดึกแล้วไปนอนเถอะจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อันกับยัยรัญญ์จะจัดการให้เอง” อัญญาเหลือบดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนังบ้านจึงบอกให้ยายขึ้นไปพักผ่อน แต่ยายหอมยังคงขะมักเ







