تسجيل الدخولชายหนุ่มหันกลับไปมองสภาพห้องที่โคตรเละเทะก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาขยี้ศรีษะแรง ๆ แล้วระบายความโมโหผ่านเสียงตะคอกออกไป
จะไปทำไมไม่ไปดี ๆ วะ มาทำลายข้าวของกูเพื่ออะไร ชอบใช้แต่กำลังแบบนี้ใครมันจะอยากอยู่ด้วย กูคนนึงล่ะขอบาย นี่ก็ผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วมั้งที่เขาเลิกรากับพลอยปภัสอย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที มันเป็นชีวิตที่เขาแฮปปี้สุด ๆ และเป็นชีวิตที่เขาใฝ่หาอิสรภาพมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ต้องจำใจตกกระไดพลอยโจนเป็นแฟนกับผู้หญิงน่าเบื่อน่ารำคาญคนนั้น! "วู้ววว!! โช้นนน" ไตรฉัตรออกแฮงค์เอ้าท์ทุกวัน ทำตัวสำมะเลเทเมาดื่มหนักกลับถึงคอนโดก็ฟ้าสางอย่างก่อนที่จะต้องตกนรกอยู่ในความสัมพันธ์อุบาทว์นั่น "มาจ้ะ มานั่งข้างพี่" เขารั้งตัวเรือนร่างบางลงมานั่งบนหน้าตักแกร่งแล้วโอบรัดฟัดเหวี่ยง หอมซอกคอด้วยความมันเขี้ยว "คุณไตร.." ดาว หล่อนเป็นสาวเอนเตอร์เทนที่หมายอยากจะหลับนอนกับไตรฉัตรสักครั้งในชีวิต "ชงเหล้าให้พี่หน่อยสิครับ" "นี่ไอ้ไตร มึงจะแดกเหล้าทุกวันแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย ตับไตตายห่ากันหมด" คีรินเอ่ยทักท้วง เพราะมันพาลมาลำบากถึงพวกเขาสามคนด้วยที่ต้องนั่งดื่มเป็นเพื่อนมันเนี่ย "ก็กูมีความสุขนี่ โว้ยย!! มีความสุขฉิบหายเลยครับพี่น้องครับ!!" เขาตะโกนโหวกเหวกโวยวาย "เหมือนได้หลุดออกมาจากขุมนรกขุมที่ลึกที่สุด" จากนั้นก็ลุกขึ้นเต้นโยกย้ายส่ายตัวสุดเหวี่ยง "เอ้า! เอวเธอเด้ง เด้ง เด้ง เด้ง วู้ววว" เขาชักชวนดาวลุกขึ้นมาเต้นเพลงที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโลกโซเชียล เมื่ออีกฝ่ายร่นสะโพกทเวิร์ค ฝ่ามือหนาก็ทำทีเป็นฟาดแรง ๆ ด้วยความมันเขี้ยว "สุด ๆ ไปเลย" "ชอบไหมคะคุณไตร" หล่อนเลื้อยขึ้นไปลูบไล้ไตรฉัตรแล้วไล่ต่ำลงมาจนถึงบริเวณจุดใจกลางกายพร้อมกับร่างกายที่ย่อตัวนั่งลง จากนั้นจึงเลื่อนกลับไปเปลี่ยนเป็นหันแผ่นหลังเข้าแนบประชิดอกแกร่งเต้นยั่วยวนใช้บั้นสะโพกถูไถกับบริเวณส่วนนั้นแทน "ชอบ วู้ววว เฮ้อ นั่นแหละ บดอีก ลดอีก วู้วว ชีวิตอิสระนี่มันโคตรมีความสุขจริง ๆ เลยเว้ย" คีรินและธามไธมองเพื่อนสนิทที่กำลังยืนเป็นเสาให้เด็กเอ็นนมตู้มเต้นรูดอยู่ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ากันราวกับกำลังคิดเช่นเดียวกัน "มึงว่ามันมีความสุขจริง ๆ ไหมวะ" คีรินเลิกคิ้วถาม เพราะไอ้อาการที่กำลังแสดงออกมาเนี่ยมันใกล้เคียงกับคำว่าบ้าเข้าทุกที "กูก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ะ" ธามไธเองก็เช่นเดียวกัน นับวันไอ้ไตรฉัตรก็บ้าขึ้นเรื่อย ๆ จนเขากลัวว่ามันจะตายก่อนวัยเพราะแดกเหล้าไม่พักเนี่ยแหละ "แต่แปลก มึงสังเกตไหม มันออกแฮงค์เอาท์กับพวกเราทุกวัน มีสาว ๆ ขนาบข้างกายไม่เคยห่าง แต่มันไม่เคยได้กับใครเลย พอเสร็จตรงนี้ต่างก็แยกย้าย แม่ง มันผิดวิสัยไอ้ไตรฉัตรนะเว้ย" คีรินสังเกตพฤติกรรมแปลก ๆ ของเพื่อนอยู่สักระยะหนึ่งแล้ว จนพักหลังมานี้มันเริ่มชัดเจนขึ้น "เออจริง" พูดพร้อมเหลือบมองไตรฉัตรและยกแก้วเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากไปด้วย ผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่า ไตรฉัตรออกไปเต้นสนุกกับสาว ๆ เสร็จก็หอบหิ้วตัวเองกลับมาทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มโซนวีไอพีด้วยความเหนื่อยล้าเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว "เฮ้อ! โคตรดี" "ไอ้ไตร มึงเป็นเหี้ยอะไร มีเรื่องเครียดหรือเรื่องกังวลอะไรหรือเปล่าวะ ทำไมช่วงนี้มึงดื่มหนักออกเที่ยวทุกคืนขนาดนี้" คีรินถามด้วยความเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นเพื่อนตกอยู่ในสภาพที่หนักขนาดนี้มาก่อน ครั้งล่าสุดที่เคยเจอก็หลังจากที่เลิกรากับมินตรานู่นแหละ "เปล่านี่" ชายหนุ่มยกไหล่ขึ้นไหวเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากหมดจอก "กูมีความสุขจะตายห่าไปพวกมึงไม่เห็นเหรอ" "มึงมั่นใจเหรอไอ้ไตรว่ามึงกำลังมีความสุขจริง ๆ ไม่ใช่ว่ามึงกำลังทำตัวให้มีความสุขเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้าในใจมึงหรอกนะ" ถามพลางก็สังเกตจับพิรุธเพื่อนไปด้วย "กูจะเศร้าเรื่องอะไร" เขาไม่เข้าใจ ชีวิตเขาในตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าเศร้าขนาดนั้น เขาได้กลับมาใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ จะเที่ยวเด็ก กินเหล้า ควงผู้หญิงหรือกลับบ้านกลับคอนโดกี่โมงกี่ยามก็ไม่จำเป็นต้องรายงานหรือมีปัญหากับใคร เขายังยืนยันคำเดิมว่าชีวิตเขาตอนนี้โคตรจะดี ดีจะตาย ไม่ต้องมีคนคอยโทรจิกโทรตามจนสายแทบไหม้ รัวข้อความแชทหากูจนโทรศัพท์ค้างกันไปข้างนึง แถมยังตามเช็คตามติดราวกับกูเป็นลูก!! เสียงเหวี่ยงวีน เอาแต่ใจ น่ารำคาญนั่นเวลากลับคอนโดแล้วเงียบสงัดบรรยากาศโคตรสงบจิตใจ เขาก็ได้พักได้ผ่อนคลายไม่ใช่ร้อนเป็นไฟตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่มันควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยหรือเซฟโซนสำหรับเขา! ไปเที่ยวกับใครก็ไม่มีคนมาตามจิกตามตบกัดกันราวกับหมาแย่งกระดูก! กูจะใส่เสื้อผ้าชุดไหนแมทซ์กับอะไรก็เลือกได้ตามใจเพียงแค่บางครั้งมันอาจจะหาข้าวหาของวุ่นวายไปหน่อยก็เถอะ แต่ก็มีความสุขดี... กินข้าวคนเดียวไม่ต้องมีเสียงจอแจน่ารำคาญ ก็แค่กลับมากินอาหารตามสั่งที่รสชาติถูกปากบ้างไม่ถูกปากบ้าง... ก็แค่ไม่ต้องทนกินไข่เจียวไหม้ที่บางครั้งก็สุกไม่ทั่วถึงกันอีกแล้ว... ก็แค่ไม่มีคนมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวเวลาที่เขาเมาหัวราน้ำกลับมาให้น่ารำคาญใจ เขาจะได้นอนหลับสบายจนถึงเช้า ถามจริง มันไม่มีความสุขตรงไหน! เสียงน่ารำคาญนั่นหายไปสบายหู สุขภาพจิตดีขึ้นมาเยอะ!! "ก็เรื่องน้องพลอย" ไตรฉัตรชะงัก เบือนหน้าหนีไปทางอื่นหลบหลีกสายตาด้วยการยกเหล้าขึ้นมาซด "มึงกำลังทำให้ตัวเองมีความสุข มึงกำลังทำตัวให้ไม่ว่างจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน มึงกำลังประชดชีวิตตัวเองด้วยการกลับมาทำตัวสำมะเลเทเมาหนักกว่าเดิม ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วมึงก็คิดถึงเขา" "เหี้ยไร กูจะไปคิดถึงผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นเพื่ออะไร" เขาค้านหัวชนฝา กูไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็ดขาด "กูกับมึงเป็นเพื่อนกันมาตั้งกี่ปี แค่นี้ทำไมกูจะมองไม่ออก มึงรักน้องพลอยเข้าแล้วจริง ๆ" คีรินกล้าฟันธงเอาหัวเป็นประกัน เขาไม่เคยมั่นใจในตัวไอ้ไตรฉัตรเรื่องไหนเท่าเรื่องนี้มาก่อน รัก...รัก...เขาเนี่ยนะจะรักผู้หญิงคนนั้น... ไม่มีทาง!! ความรักมันได้ตายไปจากใจเขาตั้งแต่วันที่มินตราโพสต์รูปในไอจีคู่กับไอ้หนุ่มฝรั่งหัวทองนั่นแล้ว "กูไม่ได้รัก ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีอะไรให้กูรักสักหน่อย เราก็แค่พึงพอใจในเซ็กซ์ของกันและกัน ส่วนอย่างอื่นกูมองไม่เห็นข้อดีของพลอยเลยสักข้อเดียว แล้วกูจะรักพลอยได้ยังไง มึงเอาสมองส่วนไหนหรือใช้ส้นตีนคิดวะไอ้คีริน!" เขาแทบจะมองเห็นความเป็นไปได้คือศูนย์ด้วยซ้ำ ตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ที่พลอยปภัสย้ายเข้ามาอยู่คอนโดเดียวกันกับเขา เขาเรียกมันว่าขุมนรกบนดินโดยที่คนเผชิญยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก "งั้นก็ดีแล้วที่มึงไม่ได้รัก เพราะถ้ามึงรักจริง ๆ มันก็คงจะสายเกินไปแล้ว" "มึงหมายความว่ายังไง" เขาไม่เข้าใจ "โน่นนนน" คีรินทำปากมุ่ยไปทางโต๊ะที่ถัดจากโต๊ะของเขาประมาณสามโต๊ะ "เชี้ย ไอ้โก๋มากับเมียเก่าไอ้ไตรว่ะ" ธามไทตบขาดังผาง "กูว่าแล้วทำไมไอ้โก๋มันดูเป็นห่วงเป็นใยใส่ใจน้องพลอยเขาแปลก ๆ ตั้งแต่ที่มันอุตส่าห์ลงทุนวิ่งจากหน้าปากซอยเข้าไปในวัด ทั้ง ๆ ที่ระยะทางมันเกือบสิบกิโลเมตรนั่นแล้ว" ไตรฉัตรหันกลับไปจ้องมองธามไธและตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดเกริ่นออกมาแม้มันจะเป็นเพียงประโยคเลื่อนลอยไม่ได้หมายจะบอกใครเป็นเฉพาะเจาะจงพิเศษก็ตาม "วันที่น้องพลอยไปอาละวาดที่คอนโดยัยมินตรานั่นแล้วก็โดนไอ้ผู้ชายเหี้ยมันสาดคำพูดชั่ว ๆ ใส่ใช่ป่ะ" คีรินตอกย้ำเป็นพิเศษ "เออ นี่ถ้าเกิดวันนั้นไอ้โก๋มันไปไม่ทันน้องพลอยคงได้ตามขึ้นไปอยู่กับแม่กับน้องบนสวรรค์แล้วมั้ง โชคดีนะเว้ยที่ยังไม่ทันลั่นไก" "มึงว่าอะไรนะไอ้ธามไธ" เขารีบพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนซักไซร้ถามด้วยสีหน้าเอาจริงเอาจัง "มึงจะมาสนใจอะไรวะ มึงไม่ได้รักไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาไม่ใช่เหรอ" ธามไธเล่นลิ้นกลับไปอยากจะเห็นไอ้คนปากแข็งมันดิ้นพล่านเหมือนกัน "ไอ้ธาม เล่ามา!!!" "เออ ๆ ก็วันนั้นน่ะพอน้องพลอยขับรถออกไป ไอ้โก๋มันก็ตามไปด้วย โชคร้ายที่รถมันดันน้ำมันหมดกลางทางแต่มันก็คงเป็นห่วงเมียเก่ามึงจริง ๆ นั่นแหละก็เลยลงทุนวิ่งผ่าฝนเกือบสิบกิโลเมตรจนไปเจอเมียเก่าที่มึงไม่เคยรักนั่งเอาปืนจ่อหัวอยู่หน้าโกฎแม่ นี่ถ้าไอ้โก๋ไปช้าแค่เสี้ยววินาทีเดียวกูไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้น" หัวใจของไตรฉัตรกระตุกวูบอย่างประหลาด มันโหวงเหวง ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายบีบตัวแน่นเช่นที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "น้องเขาดูรักแล้วก็เสียใจกับมึงมากนะเว้ยจนถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย..." ความรู้สึกแปลก ๆ แล่นเข้ามาจนเจ็บจี๊ด แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด "แต่ตอนนี้คงจะตาสว่างแล้วมั้ง ไม่งั้นคงไม่มากับไอ้โก๋หรอก ไอ้โก๋นี่ก็กระไรตอนเพื่อนชวนปฏิเสธแต่มากับหญิงได้สงสัยคงจะไม่ใช่แค่พี่น้องแล้วมั้ง..."ในงานวันแต่งงานระหว่างพลอยปภัสและไตรฉัตรถูกจัดขึ้น ณ บ้านเจ้าสัวณรงค์ หรูหราหมาเห่าอย่างสมเกียรติสมฐานะไม่ให้น้อยหน้าใครในประเทศ มีแขกเหรื่อมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม ทั้งแขกผู้ใหญ่และดารานักแสดงในวงการบันเทิงที่พลอยปภัสเคยร่วมทำงานด้วย ทำให้บรรยากาศภายในงานค่อนข้างครึกครื้น ช่วงเช้าจะเป็นพิธีเล็ก ๆ ภายในครอบครัวที่มีการทำบุญตักบาตรเสริมสิริมงคลและรดน้ำอวยพรให้คู่บ่าวสาว ก่อนจะเป็นงานเลี้ยงปาร์ตี้ในช่วงภาคค่ำและดูเหมือนคนที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษนั่นก็คือเจ้าหนูน้อยแพทตี้ที่ช่างพูด ช่างจา ช่างฉอเลาะ น่ารักน่าเอ็นดูจนแขกที่มาร่วมงานผลัดกันอุ้มผลัดกันชมไม่เคยขาดมือ "เจ๊ดีใจกับพวกแกสองคนด้วยนะ ในที่สุดก็มีวันนี้สักทีได้แต่งงานเป็นตัวเป็นตนแล้วเนอะหลังจากที่แอบกินกันมาหลายปี" เจ๊นัตตี้แสดงความยินดีพร้อมกับเอ่ยแซวติดตลกตามสไตล์ของหล่อน"เจ๊ก็!" "แต่ฉันดีใจจริง ๆ นะยัยพลอย ฉันเห็นแกมาตั้งแต่เป็นยัยพลอยขี้เหวี่ยงขี้วีนสมัยปีหนึ่งที่ไม่มีเพื่อนคบสักคนโน่น จนกระทั่งวันนี้แกเป็นแม่คน เป็นเมีย เป็นแกในเวอร์ชั่นที่ใจเย็นขึ้ต เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น และก็กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายแฟ
แววตาของคนเป็นพ่อเมื่อได้เห็นชีวิตคู่ของลูกสุขสมบูรณ์ ได้กลับมาอยู่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งที่ปรารถนาก็ตื้นตันใจจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้าวันนี้ลูกสาวเขากำลังจะมีคนดี ๆ มาคอยดูแลและเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าสัวณรงค์ยิ้มรับปลื้มปริ่มไปกับความสุขของลูกสาวด้วยเพราะที่ผ่านมาเขาในฐานะคนเป็นพ่อไม่สามารถทำให้แกได้ดีเท่าที่ควร...หลังจากกลับมาใช้สถานะ 'ผัวเมีย' ไตรฉัตรก็เห่อเว่อร์วังเกินเบอร์ยกใหญ่โพสต์ทั้งรูปลูก ทั้งรูปเมียอวดลงบนไอจี เฟซบุ๊กส่วนตัววันละสิบโพสต์ พาไปเปิดตัวที่บริษัทในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะได้ตกลงปลงใจกันว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนและรอให้พลอยปภัสคลอดจนกระทั่งเจ้าตัวน้อยในท้องเดินได้จะมีงานวิวาห์เกิดขึ้นโดยให้ลูกเป็นสักขีพยานรักระหว่างเราซึ่งญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างก็รับรู้และเห็นด้วยในข้อตกลงของระหว่างเรา อาจมีบ้างญาติบางคนที่แอบนินทาลับหลังว่าเธอทำผิดผี ผิดประเพณี ท้องก่อนแต่งให้คนเขามาวิพากษ์วิจารณ์วงศ์ตระกูลสร้างความเสื่อมเสีย ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ได้ด่าตอกหน้ากลับไปแล้ว!ผ่านไปประมาณสามปีเศษ...เวลามันเดินรวดเร็วปุบปับมาก แป๊บเดียวเจ้าหนูน้อยที่อยู่ในท้องพลอยปภัสวันนั้
พลอยปภัสนิ่งเงียบ ไม่รู้ทำไมคำพูดของเจ้าสัวณรงค์เมื่อครู่จึงมีผลกระทบต่อหัวใจของเธอได้ถึงขนาดนี้ พยายามจะไม่คิดอะไรมากมายแล้วเชียวแต่ท้ายสุดแล้วมันก็ไม่สามารถหักห้ามใจได้ ผ่านไปประมาณเกือบสามชั่วโมงเต็ม ๆ ไตรฉัตรยังไม่โผล่หน้ากลับมา แม้แต่จะโทรศัพท์รายงานอย่างที่เคยเป็นบนหน้าจอก็พบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวรีบประคองท้องแก่ใกล้คลอดเดินลงมาชั้นล่างของบ้านชะเง้อขอมองหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำตอนนี้ฝนก็โหมกระหน่ำเทลงมาราวกับพายุเข้าก็ไม่ปาน ยิ่งทำให้ความกังวลถูกก่อตัวขึ้นในใจยกใหญ่ "ทำไมยังไม่กลับมานะ" รู้สึกอดเป็นห่วงเขาไม่ได้จนต้องรีบหันกลับไปเลยยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูเพื่อต่อสายโทรหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ไม่รับ!" คราวนี้เริ่มเดินวกไปวนมากระวนกระวายสลับกับชะเง้อคอมองไปด้านนอกที่มีสายฝนเทกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเป็นสิ่งใด ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมถึงไม่รับสาย" ก็ไม่ลดละความพยายามยกขึ้นมาแนบหูไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินตอบกลับมาก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนั่นคือบริการฝากข้อความ ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด "ทำอะไรอยู่ลูก เป็นห่วงไอ้ว่าที่ลูกเขยป๊า
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คำพูดการกระทำของเขามันกำลังทำให้หัวใจเธอสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยปรารถนาอยากให้มันเกิดขึ้นมาก่อน เธอเองก็ยอมรับว่าตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมากำแพงในใจของเธอที่มันเคยถูกก่อตัวขึ้นจนสูงหนาและใหญ่จนไม่สามารถทลายพังเข้าไปด้านในได้ถูกแซะลงทีละนิดทีละนิดจนมันกัดกร่อนลงมา บ่งบอกถึงความอ่อนแอที่เธอไม่สามารถต้านทานต่อความรู้สึกของตัวเองที่มันยากจะห้ามให้เป็นไปดังที่ใจเราคิดได้ เธออ่อนลงมากกว่าเมื่อก่อนเป็นไหนๆ เปิดใจให้เขาเข้ามามีผลต่อความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่พยายามห้ามมันอย่างสุดกำลังแต่ก็ทำได้เพียงเท่านี้ แต่เธอก็ยังกลัว หวาดกลัวเหลือเกิน ความรู้สึกความรู้สึกเจ็บความรู้สึกทรมานคล้ายกับคนที่หมดอาลัยตายอยากในการใช้ชีวิต ตรอมใจจนกระทั่งถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเพื่อปลิดชีพตัวเองให้ตายตกตามมารดาและแม่นมไปมันยังติดอยู่ในความรู้สึกของเธอไม่เคยลืมเลือน มันยังกลายเป็นฝันอันโหดร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาโดยตลอด เธอดึงมือออก "ฉันยอมรับนะคะว่าฉันเองก็แอบใจอ่อนให้คุณไม่น้อยแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ " เธอตอบเพียงเท่านี้ก็เดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านไม่พ
"โชคดีนะเนี่ยที่แกไม่มีอาการแพ้ท้องก็เลยทำงานได้ตามปกติ" เจ๊นัตตี้เอ่ยพูดขึ้นมาทำให้คนที่กำลังนั่งรับประทานเค้กช็อกโกแลตของโปรดอย่างสบายใจเฉิบอยู่หยุดชะงักเล็กน้อย หญิงสาวดูดช้อนอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะแบ่งตักคำเล็ก ๆ แล้วหันไปมองหน้าพี่สาวสุดที่รักที่ควบตำแหน่งผู้จัดการไปในตัว "ก็ดีแล้วแหละเจ๊ ฉันยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องที่ฉันกำลังท้องนี่ คงจะรอจนกว่าเคลียร์งานที่เจ๊รับเอาไว้หมดก่อนละมั้งแล้วฉันค่อยตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมกับประกาศออกจากวงการทีเดียวเลย" พลอยปภัสปรึกษาเรื่องนี้กับเจ๊นัตตี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว เธอตั้งใจว่าจะออกจากวงการอย่างถาวรเพราะมันค่อนข้างเสียสุขภาพจิตที่ต้องทนฟังกระแส ทนฟังคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม ซ้ำไอ้ตำแหน่งแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คุณแม่หรือแม่นมที่เลี้ยงดูเธอมาก็จากเธอไปหมดแล้วเนี่ย มันค่อนข้างหนักและแปลกใหม่สำหรับเธอ เธอต้องเลี้ยงดูเจ้าหนูน้อยตัวคนเดียว กลัวว่าจะไม่มีเวลามากเพียงพอให้กับลูกจนลูกขาดความอบอุ่น...และที่สำคัญคือ ถ้าเธอยังอยู่ในวงการลูกของเธอก็จะกลายเป็นลูกดาราที่มีแต่คนจับจ้องทุกฝีก้าว ทำอะไรมีคอมเมนต์แห่ถล่มทลายแสดงความคิดเห็นว่าไม่ควรอย่างโน้นอย่างนี้
"แฮะ...แฮ่ม" เขาทดสอบระบบเสียงด้วยการกระแอมกระไอในลำคอก่อนจะกระโดดขึ้นยืนบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลแล้วชูมือทั้งสองข้างผายออก "สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทั้งหลาย กระผมไตรฉัตรหนุ่มหล่อพ่อรวยที่สุดในย่านนี้มีความจะแจ้งให้พวกท่านได้ทราบและร่วมแสดงความยินดีกับกระผมครับ"เขายืดอกออกอย่างภาคภูมิใจ ทว่านั่นไม่ใช่กับเพื่อนสนิททั้งสามที่นั่งหน้าสลอนกรอกตามองบนเพราะดันโดนลากหัวตามโทรจิกตั้งแต่เช้าตรู่ "มึงโทรตามพวกกูสามคนมาทำเชี้ยไรไม่ทราบ?" คีรินเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย เมื่อคืนกว่าเขาจะเคลียร์ออเดอร์ที่ไร่เสร็จก็ปาไปตีสามตีสี่ แล้วต้องแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ไก่ไม่โห่เพื่อขับรถมาหามันที่คอนโดเนี่ย"นั่นดิ! กูยังนอนคั่วสาวไม่อิ่มใจเลย" ธามไทถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างอดเสียดายไม่ได้เพราะเมื่อคืนเขาได้สอยดาราชื่อดังที่ปรารถนาอยากจะร่วมเตียงมานานแล้วแท้ ๆ กะว่าจะตื่นเช้าขึ้นสูบเลือดสูบเนื้อให้สาสมความอยากอีกสักหน่อย ไอ้นี่แม่งโทรยิก ๆ ท่าเดียว "เออ กูว่ามันน่าจะต้องเป็นเรื่องพิเศษหรือว่าเรื่องคอขาดบาดตายมั้ง มึงถึงให้พวกกูมาเหยียบคอนโดได้ ร้อยวันพันปีไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา" เฮียโก๋ขอทำนาย เขานี่มันเดาแม่นยิ่งกว่าแม่







