登入หลายวันผ่านไป
"ยัยพลอยแกจะมาเทงานลูกค้าแบบนี้ไม่ได้นะ!" เจ๊นัตตี้ผู้จัดการสาวประเภทสองเหวใส่เด็กในสังกัดอย่างหัวเสีย เมื่อจู่ ๆ พลอยปภัสก็ดันเทอีเวนท์ ไม่โผล่หน้าไปให้เจ้าของงานเห็นแม้แต่เสี้ยววินาที คราวนี้ก็บานเลย! เจ้าของงานมาแหกอกด่าฉอด ๆ หล่อนนี้ก็ต้องเสแสร้งโกหกให้อีกว่าน้องพลอยไม่สบาย ลุกขึ้นไม่ไหว ไว้งานหน้าจะชดเชยทำให้ฟรี ๆ ไม่รับเงิน "ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รับ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว เจ๊ก็รับ ๆ อยู่นั่นไม่ถามความสมัครใจฉันสักคำ" หญิงสาวดูไม่สะทกสะท้านกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้เต็มใจเสียหน่อย เจ๊นัตตี้แกคอยเจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างแล้วพอไม่ได้ดั่งใจก็มาเหวี่ยงวีนใส่ อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะเป็นหรอกไอ้อาชีพนักสะดงนักแสดงอะไรนี่ คร้านจะปั้นหน้าแสร้งเป็นคนดีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อหน้าสื่อเพราะเธอมันภัยพิบัติธรรมชาติชัด ๆ แต่ป๊าบอกจะให้เธอเข้าไปช่วยงานที่บริษัท เธอไม่อยากถูกจับตามอง ถูกจับจ้อง ไหวตัวทำอะไรก็ไม่สะดวก แถมยังชอบเอาไปเปรียบเทียบกับลูกรักลูกโปรดที่เกิดจากเมียน้อยอีก! อีผู้คนในบริษัทก็จ้องจะซุบซิบนินทา เลียแข้งเลียขายัยคุณนายพิมพ์ดาวนั่นเสียยิ่งกว่าอะไรดี หากเธอยอมเธอก็คงไม่ต่างอะไรจากติดคุกเพราะมีสายตาคอยจดจ่อแล้วคาบข่าวไปรายงานทุกกระเบียดนิ้ว! ประจวบเหมาะกับเจ๊นัตตี้ รุ่นพี่ในคณะเห็นแวว รูปร่าง หน้าตาผิวพรรณ ว่าเธอพอโด่งดังในวงการบันเทิงได้ จึงเข้ามาทาบทามไปเป็นเด็กในสังกัด ตอนนั้นทำอะไรก็ได้ขอแค่ให้ไม่ต้องเข้าไปทำงานในบริษัทป๊าก็พอ! เป็นนักแสดงสมทบ ตัวเสริม เธอชอบจะตายเพราะไม่มีใครมาสนใจหรือคอยตามติดอย่างพวกแฟนคลับแฟนอะไรนั่น บ้าชะมัด ใครจะไปคิด ได้รับบทบาทให้เล่นฉากน้องพระเอก คนดูก็มาจับจิ้นบอกว่าเคมีเธอดันไปเข้ากับพี่ป้อง พระเอกประจำช่อง จนเธอได้เล่นละครคู่ ดังระเบิดระเบ้อ เรตติ้งนี่พุ่งกระฉูด! นับจากนั้นชีวิตของเธอก็ไม่สงบสุขอีกเลย "ยัยพลอย! นี่แกทะเลาะกับป๊ามาอีกแล้วใช่ไหม" รู้จักกับมันมาตั้งแต่มันเรียนอยู่ปีหนึ่ง อายุสิบเก้า ทาบทามมันมาเป็นเด็กในสังกัดก็ตอนยี่สิบเอ็ดมั้ง จนตอนนี้มันยี่สิบหกแล้ว ทำไมจะไม่รู้ นังนี่มันเป็นคนขี้เหวี่ยง ขี้วีน (เฉพาะคนที่เหลืออด เกินเบอร์จริง ๆ) ปากจัดยิ่งกว่าเลี้ยงหมาไว้สักร้อยตัว ด่าเจ็บ จี๊ดเข้าทรวงอก เอาแต่ใจใช้ได้ ควบคุมยากหน่อยเพราะยึดเอาตัวเองสู้งงง แต่ถ้ารู้จักมัน จริง ๆ แล้วยัยเด็กนี่มันน่าสงสาร แม่ตรอมใจตายเพราะป๊าพาเมียน้อยซึ่งเป็นน้องสาวที่คลานตามกันออกมาจากรูเดียวกันเข้าบ้านในฐานะเมียอีกคน พอเขามีลูก มันก็ตกกระป๋อง ไม่เคยได้รับความรัก อยู่กับแม่นมตั้งแต่เด็กจนโต โชคชะตาเล่นตลกกับมันสุด ๆ ลึก ๆ แล้วมันก็นิสัยดีนั่นแหละ รักเพื่อนรักพ้อง ใจถึงพึ่งได้ แต่ติดที่ปากหมาก็เลยไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยสักเท่าไหร่ "เห้อ! อย่าพูดถึงมันเลยเจ๊ เรื่องแค่นี้สบาย ๆ อยู่เหรอ ฉันไม่ได้สนใจสักหน่อย" ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ลึก ๆ แล้วก็แอบน้อยใจ หนูไม่ใช่ลูกป๊าเหรอ!! "แล้วนี่เดือนนี้ฉันมีงานอะไรอีกบ้าง" ตวัดตาไปถาม ก่อนจะเอนตัวพิงหลังลงบนโซฟานุ่ม ยกแขนขึ้นกายหน้าผากสลัดคราบนางเอกเบอร์ต้นของช่อง เจ๊นัตตี้หยิบไอแพดที่ใช้จดบันทึกตารางงานของเด็กในสังกัดขึ้นมาเปิดดู "แยะจ้าหนู! มีคิวถ่ายละครที่เล่นคู่กับป้อง ซีรีย์รีเมคจากเกาหลีก็กับป้อง และพวกถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา เอาเป็นว่าเดือนนี้ทั้งเดือนคิวเต็มจ้ะ" "ตาย! ฉันเป็นคนนะเจ้ไม่ใช่เครื่องจักรที่จะให้ทำงานครบทั้งสามสิบวัน" เธอแทบจะบ้า! คนยิ่งหาอะไหล่ซ่อมยากอยู่ด้วย หักโหมทำงานมากไปมีหวังเธอคงได้ตายก่อนที่สองแม่ลูกเห็บหมัดนั่นได้ชดใช้กรรมน่ะสิ "แหมม ช่วงนี้เป็นช่วงขาขึ้นของแกนะจ๊ะยัยพลอย ต้องรีบกอบโกยสิ มีงานไหนเขาว่าจ้างก็รับให้หมด เดี๋ยวพอนานเข้ามีเด็กสด ๆ ใหม่ ๆ เข้ามาคนเก่า ๆ ก็ไม่ได้เกิดแล้วจ้า" เจ๊นัตตี้ อยู่ในวงการบันเทิงทำงานเป็นผู้จัดการมานานหลายปีเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่างดี "แล้วแต่เจ๊จะจัดสรรเลย แต่เดือนหน้าขอวันหยุดให้ฉันบ้างก็แล้วกัน สักสองสามวันเงินเจ๊ไม่หลุดไปเท่าไหร่หรอก" ใครว่าเป็นดารานักแสดงทำงานสบาย ๆ ก็รวยสุดโต่ง บ้าจะตาย ลองมาทำดูเองไหมล่ะจะรู้ซึ้งถึงเครื่องพริกแกงว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะได้มาแต่ละบาทเนี่ย ทั้งท่องจำบทให้เป๊ะเวอร์ แอ็คติ้งต้องผ่าน อ่านเนื้อเรื่องนับร้อยเพื่อนเข้าถึงบทบาทให้ผู้ชมดูแล้วต้องอินไปกับตัวละคร บางฉากถ่ายกันตั้งหลายทีกว่าจะผ่าน เจ็บเนื้อเจ็บตัวก็มี "จ้ะ! เออนี่ยัยพราว เจ๊ลืมบอกไปว่ามีงานด่วนน่ะเพิ่งติดต่อมา เงินดี ถ่ายแบบแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเอง" หล่อนพึ่งนึกออก "งานอะไร รับทำไม?" ก็ควรจะติดต่อล่วงหน้าป่ะ ถ้าเกิดเธอไม่ว่างหรือมีธุระอะไรที่วางแพลนเอาไว้ จะทำไง "ทีแรกฉันก็เล่นตัวนั่นแหละบอกว่าไม่รู้แกจะว่างหรือเปล่า ทางโน้นเขาดูอยากให้แกไปเป็นพรีเซ็นเตอร์นางแบบถ่ายคู่กับรถเขามากเลยนะ ก็เลยเสนอมาเจ็ดหลัก งานง่าย สบาย แป็บเดียว เงินดี ทำเถอะหน่า" "ฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอเจ๊" พลอยปภัสกรอกตามองบน ก็รู้อยู่แล้วแหละว่าแค่แจ้งให้ทราบเฉย ๆ ไม่ได้ต้องการความคิดเห็นหรือคำตอบรับยินยอมใด ๆ ทั้งสิ้น "ดีมากจ๊ะลูกรัก พรุ่งนี้บ่ายสอง เดี๋ยวเจ๊แชร์โลไปให้ เจอกันที่นู่นเลยแกจะได้ไม่ต้องขี่รถอ้อมอยู่หลายรอบ" "โอเคเจ๊ งั้นฉันขอตัวก่อน" พลอยปภัสเดินกลับลงมาจากคอนโดเจ๊นัตตี้ผู้จัดการส่วนตัว แต่บังเอิญเดินชนกระแทกไหล่เข้ากับใครสักคน จนตัวเธอเซแทบล้ม โชคดีที่เขาคว้าเอาไว้ได้ทันไม่งั้นสะโพกเธอคงหักแหง ๆ "เดินยังไง ไม่เห็นคนหรือไง?" หญิงสาวรีบสะบัดตัวออก ยังไม่ทันได้แหงนขึ้นมองหน้าเครื่องจักรตัวด่าก็เริ่มทำงานทันที "นี่ถ้าเกิดฉันล้มขาพลิก กระดูกกระเดี้ยวหักขึ้นมาจะรับผิดชอบไหวเหรอ" "ขอโทษครับ" เขาก้มหน้ารัว ๆ แต่พอหันหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ "คุณพลอย" "คุณไตรฉัตร" "โลกกลมจังเลยนะครับ เอ๊ะ หรือว่าพรหมลิขิต" พลอยปภัสกระแอมเสียงในลำคอเล็กน้อย เจอะหน้ากันครู่เดียวก็เริ่มหยอดทันที บ้านเขาทำอาชีพขายขนมครกรึเปล่าเนี่ย? ดูผิวพรรณแล้วก็เข้าท่า ขาวเหมือนน้ำทรายดี "กรรมลิขิตมากกว่ามั้งคะ เจอคุณทีไรฉันมักจะโชคไม่ค่อยดีทุกที" เพล๊ง! แตกอีกรอบ ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก มั่นหน้าไว้ก่อน "ว่าแต่คุณพลอยพักอยู่คอนโดนี้เหรอครับ" ไตรฉัตรกำลังเปลี่ยนเรื่องคุย "ปล่าวค่ะ ฉันมาหาผู้จัดการ" ถ้าตอบไปเพราะไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปิดบัง "คุณเป็นดาราเหรอครับ" "ลองดูจากโหวเฮ้งสิคะ ว่าหน้าตาแบบนี้พอจะเป็นดารากับเขาได้บ้างหรือเปล่า" เมื่อเขาเล่นลิ้นมาพลอยปภัสก็อยากจะลองเล่นลิ้นกลับบ้าง เขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ใช่หยิม ๆ "ระดับนางเอกนะเนี่ย" นางเอกหนังโป๊ หุ่นแบบนี้ นมแบบนี้ ตูดแบบนี้ กูรับรองเรทติ้งแตกแน่! ไตรฉัตรคิดในใจ "เหรอคะ?" พลอยปภัสเลิกคิ้วถาม "ครับ นางเอกในดวงใจผมน่ะครับ" "ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นสงสัย ฉันคงจะต้องเปลี่ยนกับผู้หญิงอีกหลายคนแน่เลย เพราะดูจากคารมคมคายหน้าตา บุคลิกท่าทีของคุณแล้ว มีแววเจ้าชู้นะคะเนี่ย" และเธอเกลียดนักกับผู้ชายเจ้าชู้! "คุณพลอยไม่ลองเข้ามาก่อนเหรอครับ จะได้รู้ว่าจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า" เขาเชื้อชวนเต็มที่ "หึ" เธอกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบโต้ ไม่พูดไม่จาอะไร เดินออกไปเสียดื้อ ๆ จนไตรฉัตรเองก็เกาหัวแกรก ยังสงสัยอยู่เลยกูพูดอะไรไม่เข้าหูอีกรึเปล่าพลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค







