เข้าสู่ระบบ“ยัยพลอย!!!” พิมพ์ดาวง้างมือทำท่าจะฟาดลงบนใบหน้าสวยเพื่อสั่งสอน
“มา!” แต่มีหรือที่คนอย่างพลอยปภัสจะยอมให้โดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว เธอง้างมือตั้งท่ารับด้วยเช่นเดียวกัน “มาวัดกันไหมล่ะว่าใครจะตบแรงกว่า ตบมา ตบกลับ แต่ถ้าเกิดให้ฉันตบเนี่ยเลือดไม่กลบปากก็คงไม่หยุดหรอกนะ” “!!!” พิมพ์ดาวสะบัดมือออกด้วยความโมโห ก่อนจะถอยตัวกลับด้านหลังเล็กน้อยเพราะรู้จักนิสัยใจคอลูกสาวของผัวคนนี้ดีว่าสันดานมันเป็นยังไง “อย่ามาสอดเรื่องของฉันให้มาก เอาเวลาไปอบรมสั่งสอนลูกสาวตัวเองดีกว่าเพราะฉันกลัวว่าลูกไม้มันอาจจะหล่นใกล้ต้น ส่งทอดสันดานแย่งผัวชาวบ้านผ่านดีเอ็นเอเดี๋ยวจะแยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้เหมือนแม่มัน” ทิ้งท้ายเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะเดินสับแบบนางงามเวทีมิสแกรนด์ขึ้นไปชั้นบนของบ้านซึ่งเป็นโซนห้องนอนส่วนตัว “อีพลอย!!” หล่อนกำหมัดแน่นแต่จะให้กรีดร้องหรือแสดงกิริยาอาการมากก็ไม่ได้ “คอยดูเถอะ! ฉันจะทำให้แกก้มลงกราบแทบเท้าฉันเอง” ปึ้ง!!!!! กระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูถูกเขวี้ยงทิ้งลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างแรงด้วยความโมโห ก่อนร่างบางจะกระแทกสะโพกลงนั่งฝ่ามือบีบขยำผ้านวมผืนหนาสีขาวจนยับยู่ยี่แล้วออกแรงเหวี่ยงมันลงพื้น “ฮื้ออ!!!!!!” เรือนร่างบอบบางหายใจหอบถี่สั่นโยกสั่นคลอน ฟันบนฟันล่างขบกันดังกรอดจนเส้นเอ็นผุดขึ้นตามใบหน้า ความโมโห ความโกรธกำลังแล่นเข้าครอบงำเธออีกรอบ ฝ่ามือเล็กเอื้อมไปหยิบกรอบรูปที่บันทึกภาพถ่ายคู่กับมารดาสมัยที่อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมามองด้วยแววตาแดงก่ำ “แม่ทิ้งพลอยไปทำไม?” “ทำไมแม่ไม่สู้! แม่ปล่อยให้มันมีความสุขกันได้ยังไง!” นี่คือคำถามที่มันยังค้างคาอยู่ในใจของพลอยปภัสไม่เคยหาย เธอไม่เข้าใจแม่เลยสักนิด ไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงยอมให้ป๊าเอาผู้หญิงอีกคนเข้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน “…” “แม่ใจร้าย แม่ตายไปก็มีความสุขไม่ต้องมาทนทุกข์อยู่เหมือนพลอย” ทั้งเจ็บ ทั้งแค้น ทั้งจุกอยู่ในอก ย้อนกลับไปเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน… ตอนนั้นเธออายุได้เจ็ดขวบ เพิ่งเรียนชั้นประถมศึกษาได้ปีแรก ชีวิตครอบครัวโคตรมีความสุข ป๊าเป็นถึงเจ้าสัวณรงค์ที่มีกิจการและทรัพย์สินเงินทองมากมายใช้ไม่หมดสิ้น ทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาสามคนพ่อแม่ลูก ช่วงวันหยุดศุกร์เสาร์อาทิตย์ก็ไปเที่ยว ไปเอ็นจอย ไปแฮปปี้กัน ชีวิตคุณหนูพลอยปภัสลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสัวณรงค์และคุณนายเพ็ญจันทร์โคตรน่าอิจฉา แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวอันแสนสุขของเธอ เหตุการณ์ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่สามารถกลับมารู้สึกเหมือนเดิมได้อีกต่อไป นั่นก็คือวันที่ป๊าพาเมียใหม่เข้ามาในบ้าน… “อ้าว พิมพ์มาเยี่ยมหลานเหรอจ๊ะ” คุณนายเพ็ญจันทร์กำลังนั่งถักโครเชต์อยู่ในสวนหลังบ้าน ซึ่งมีบรรยากาศค่อนข้างร่มรื่น หล่อนกับลูกสาวมักจะมาใช้เวลาปูเสื่อนั่งปิกนิกกันตรงนี้เป็นประจำ “เปล่าค่ะพี่เพ็ญ” วันนั้นสีหน้าของคุณน้าพิมพ์ดาวไม่สู้ดีสักเท่าไหร่คล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างติดค้างในใจ “คุณณรงค์ วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ” แปลก เพราะโดยปกติแล้วช่วงวันจันทร์และพุธป๊าจะเข้าไปตรวจโกดังสินค้า “ผมมีอะไรจะบอกน่ะคุณเพ็ญ” “มีอะไรเหรอคะ” คุณนายเพ็ญจันทร์วางโครเชต์ที่ยังถักไม่เสร็จใส่ตะกร้าดังเดิม แล้วหันไปตั้งใจฟังสิ่งที่สามีต้องการจะทราบ “นวลจ้ะ มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ” “ค่ะคุณนาย” หล่อนก้มหน้าแล้วรีบออกมา “เอ่อ…อะ…เอ่อ คือ” เจ้าสัวณรงค์ไม่เคยรู้สึกกระอักกระอ่วนและลำบากใจเท่าวันนี้มาก่อน เขาเอื้อมมือไปจับฝ่ามือของพิมพ์ดาวเอาไว้รวบรวมความกล้าแล้วตัดสินใจเอ่ยออกมา “ผมจะพาพิมพ์ดาวเข้ามาอยู่ในบ้าน” เซนต์ของคนเป็นเมีย เซนต์ของผู้หญิงไม่เคยพลาด หล่อนเริ่มใจคอไม่ดีตั้งแต่ที่เขาเดินกลับมาพร้อมกับพิมพ์ดาวแล้วยื่นมือจับประสานกันซึ่งมันไม่สามารถคิดแค่ว่าพวกเขาสองคนอยู่ในสถานะน้องเมียพี่เขยได้ “คะ?” แต่ยังสร้างแกล้งทำ หลับหูหลับตาไม่รู้เรื่องอะไร การได้รู้จักปากเขา จากปากสามีที่อยู่กินกันมาร่วมสิบกว่าปีคงจะดีกว่า “ผมทำพิมพ์ดาวท้อง พิมพ์ดาวกำลังท้องลูกอีกคนของผม” วินาทีนั้นเด็กสาวตัวน้อยที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ได้ยินทุกคำพูดชัดถ้อยชัดคำ เธอโต โตพอที่จะเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว "คะ...คุณณรงค์ อย่าล้อเล่นสินะ" แววตาเพ็ญจันทร์สั่นระริก ลอบกลืนน้ำลายก้อนเหนียวหนืดลงคอเฮือกใหญ่ พยายามคิดแง่บวก แต่ภาพตรงหน้ามันก็ให้คำตอบชัดเจนแล้วว่าคือความจริง "ผมพูดความจริง ผมขอโทษ" เจ้าสัวณรงค์พยายามที่จะเข้ามาจับเนื้อต้องตัวภรรยาแรก ทว่าหล่อนกลับหลบหลีกตัวนี้แสดงท่าทีรังเกียจรังงอนรสสัมผัสจากเขา เพี๊ยะ!! ฝ่ามือบอบบางฟาดลงบนใบหน้าสามีอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่พลอยปภัสเห็นแม่กระทำเช่นนี้กับป๊า เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่ค่อยจะมีปากมีเสียง สงบเสงี่ยม ยกให้ป๊าเป็นใหญ่เสมอ "คุณทำแบบนี้กับเพ็ญได้ยังไง!!" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดยากจะอธิบาย ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำปลดปล่อยสายธารไหลโกรกอาบสองพวงแก้ม "นี่มันน้องสาวเพ็ญนะ! คุณทำแบบนั้นได้ยังไงคุณณรงค์!!" หัวอกคนเป็นเมียแทบสลาย ภายในใจเธอแตกร้าวด้วยฝีมือเขาจนไม่เหลือชิ้นดี มองหน้าสามีสลับกับหน้าน้องสาวในไส้ที่คลานตามกันออกมาแต่ตอนนี้กลับใช้ผัวร่วมกันกับหล่อน "ผมขอโทษ" ไม่มีคำใดจะแก้ตัว แก้ต่าง หรืออธิบาย "ผู้หญิงมีตั้งมากมายแล้วทำไมต้องเป็นน้องสาวเพ็ญ! ฮึก..." มารดาเธอทรุดฮวบลงบนเก้าอี้ ยกฝ่ามือเสยผมแบบลวก ๆ แล้วกุมหน้างอตัวพร้อมร้องไห้ออกมาจนร่างกายสั่นโยกสั่นคลอน "ทำไม ทำไมถึงทำแบบนี้กับฉัน ทำไม" "พี่เพ็ญ ฉันขอโทษ..." พิมพ์ดาวเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พี่สาว แล้วเลื่อนขึ้นไปจับท่อนแขนเรียวบาง "แต่ฉันอยากให้พี่เข้าใจฉันบ้าง ความรักมันห้ามกันไม่ได้ ฉันกับคุณณรงค์เราสองคนรักกัน พี่จะให้ฉันทำยังไง แถมตอนนี้ฉันก็กำลังตั้งท้องหลานของพี่ พี่เมตตาฉันหน่อยได้ไหม" ตอนนั้นความเป็นเด็กพลอยปภัสไม่เคยเข้าใจ แต่พอโตขึ้นจึงได้รู้ว่าคำพูดพวกนั้นมันน่าสมเพชมากแค่ไหน ตรรกะป่วย ๆ ของเมียน้อยที่เรียบเรียงมันขึ้นมาให้สวยหรูดูดี ท้ายสุดแล้วก็แค่ใช้อ้างหาเหตุผลเพื่อแย่งผัวชาวบ้านเท่านั้น "แกก็เหมือนกัน! แกรู้ทั้งรู้ว่าคุณณรงค์เป็นสามีพี่ แต่ทำไมแกถึงกล้านอนกับเขาแล้วปล่อยให่ตัวเองท้อง แกไม่ละอายแก่ใจบ้างเลยเหรอพิมพ์ดาว แกกำลังเอาผัวพี่สาวตัวเอง!" เพ็ญจันทร์สติแตก "พอเถอะคุณเพ็ญ อย่าโทษพิมพ์เลย ผมผิดเองที่ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้" เจ้าสัวณรงค์รีบไปพยุงตัวเมียสาวกลับมาสู่อ้อมอก "ผมจะให้พิมพ์อยู่ชั้นเดียวกับเรา" พูดจบก็ทิ้งเพ็ญจันทร์ให้นั่งสมเพชตัวเองอยู่บนเก้าอี้ ปราศจากคำอธิบายใด ๆ ที่อยากจะได้ยินจากปากสามี เพราะเขาแคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายมากกว่าคนที่อยู่กินกันมาเกือบสิบปี ตั้งแต่วันนั้นเธอก็เห็นแม่ร้องไห้ บนใบหน้าแปดเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา แต่ก็ต้องแสร้งยิ้มเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ ป๊าไม่เคยมาสนใจใยดีแม่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในท้องแม่ยังมีลูกของป๊าอีกคน ลูกที่เกิดจากเมียหลวง เมียตามทะเบียนสมรส เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เมียน้อยหน้าด้านที่กล้าใช้ผัวร่วมกันกับพี่สาวพลอยปภัสส่งข้อความไปบอกเจ๊นัตตี้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า 'เจ๊ ฉันเลิกกับเขาแล้วนะ' แน่นอนว่าพออีกฝ่ายได้รับข้อความปุ๊บก็กดอ่านอย่างรวดเร็วแล้วก็รัวแชทมาโทรศัพท์ค้าง ซ้ำเธอไม่ตอบกดโทรสายแทบไหม้ (ยัยพลอย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มันทำอะไรแก แล้วนี่แกอยู่ที่ไหน เป็นยังไงบ้าง โอเคไหม) น้ำเสียงร้อนรนประโยคคำถามพ่นออกมาซัดพรวดเดียวเร่งรัวราวกับกระสุนปืน "เจ๊ ใจเย็น ๆ ก่อน" (จะให้ใจเย็นได้ยังไง ฟังจากน้ำเสียงแกก็รู้แล้วคงจะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชิมิ) "..." พลอยปภัสนิ่งเงียบ (ยังอยู่ที่คอนโดไอ้สารเลวนั่นใช่ไหม!) ยังไม่ทันที่จะได้ฟังความจากพลอยปภัสก็เริ่มใช้คำพูดด่าทอ ใช้สรรพนามเรียกแทน ยกขึ้นแท่นเป็นผู้ชายที่เกลียดขี้หน้าเข้าไส้เสียแล้ว นี่ถ้าเกิดเจ๊นัตตี้รู้เรื่องรู้ราวทั้งหมดไม่ยกแก๊งเพื่อนเผาคอนโดไตรฉัตรเลยเหรอ "ใช่เจ๊ ฉันกำลังเก็บของน่ะ สงสัยต้องเหนื่อยหน่อยแหละตอนเข้ามาก็ขนมาซะเยอะแยะเลยนี่ ไม่คิดว่าจะได้ออกไปเร็วขนาดนี้เน๊าะ ของสดในตู้เย็นก็ยังกินไม่หมดด้วยซ้ำ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แต่สำหรับคนฟังแล้วกลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่มันสอดแทรกออกมาจนอดรู้สึกสงสารไม่ได้ ผู้ชา
จิตใจของเธอล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ในยามที่หัวใจมันอ่อนล้าคล้ายกับภาวะใจสลายแบบนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร...คนที่เคยเป็นเซฟโซน เป็นครอบครัวก็ดันล้มหายตายจากหนีเธอไปมีความสุขอยู่บนสวรรค์กันหมดแล้ว พลอยปภัสขับรถมาเรื่อย ๆ ร่างกายยังคงสะอึกสะอื้นสันโยกสั่นคลอน...จนมาหยุดอยู่บริเวณวัด เธอประคองพาจิตใจที่มันอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มทีค่อย ๆ เดินเข้าไปด้านในซึ่งเป็นบริเวณเก็บเถ้ากระดูกของคนตาย...ร่างเล็กทรุดลงนั่งตรงหน้าโกฏมารดาที่มีเถ้ากระดูกน้องของเธอที่ไม่มีโอกาสได้คลอดออกมาลืมตาดูโลกไปพร้อม ๆ กับคนเป็นแม่ตั้งแต่อายุครรภ์ได้ประมาณเจ็ดเดือนเศษ "แม่..." ฝ่ามือเล็กเลื่อนขึ้นไปลูบรูปถ่ายสมัยมารดายังมีชีวิตอยู่ด้วยแววตาสั่นระริก "ถ้าแม่ยังอยู่แม่คงจะกอดปลอบพลอยแล้วใช่ไหมคะ ฮื่อ" "..." อากาศเย็นยะเยือก ความรู้สึกวังเวงเปล่าเปลี่ยวที่แผ่กระจายรังสีปกคลุมอยู่โดยรอบบริเวณสถานที่เก็บอัฐิเถ้าถ่านของคนตาย เวลานี้ไม่ได้ทำให้พลอยปภัสรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยสักนิด "ฮึก...แม่ ทำไมแม่ถึงทิ้งพลอยไป ทำไมแม่ไม่อยู่กับพลอย ทำไม ฮึก...พลอยคิดถึงแม่" น้ำตายังคงไหลพรากชโลมอาบสองพวงแก้มสะอึกสะอื้นร่
เพล๊ง!!!!!! โคร้ม!!!!!"ไอ้คนเฮงซวย!! พี่ทำแบบนี้กับพลอยได้ยังไง! พี่ทำได้ยังไง!!!" เธออาละวาด กระชากผ้าปูโต๊ะ ขว้างปาแจกันทำลายข้าวของราวกับคนบ้าคลั่งที่เสียสติไปแล้ว "พี่ทำได้ยังไง!! กรี๊ด" ไตรฉัตรรีบเข้ามาห้ามปราม ฉวยรั้งข้อแขนบอบบางเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวเพื่อให้คนบ้าหยุดบ้าสักที "ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว! ไอ้พี่ไตร!!" สองฝ่ามือเล็กกำปั้นทุบลงบนแผงอกแกร่งกำยำแรง ๆ "บ้าพอรึยัง? บ้าพอยัง!!!" ไตรฉัตรตะคอกกลับไปเสียงดัง เขาเขย่าตัวเรือนร่างบางอีกครั้งจนศีรษะสั่นโยกสั่นคลอนเพื่อเรียกสติ "หยุดทำตัวน่ารำคาญได้ไหมวะพลอย นับวันพี่ยิ่งจะทนพฤติกรรมแย่ ๆ ของเธอไม่ไหวแล้วนะ" "บ้าเหรอ?" พลอยปภัสหันหน้ากลับไปจ้องมองด้วยสายตาแดงก่ำ บนใบหน้าแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำหูน้ำตาเลอะเปรอะไปหมดจนแทบไม่เหลือสภาพพลอยปภัสดาราสาวชื่อดัง "น่ารำคาญเหรอ นับวันจะทนกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของพลอยไม่ไหวงั้นเหรอ ตอแหลทั้งเพ นี่มันก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายเห็นแก่ตัวแบบพี่" "..." ไตรฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดกรอกหูเธอถึงจะเข้าใจภาษาคนเสียที! นับวันยิ่งคุยกันไม่รู้เรื่อง "ทีเมื่อก่อนตอนที่พี่ยังไม่ได้พลอย พี่บอกพลอ
ตุ้บ!!! แผ่นหลังของมินตรากระแทกกับพื้นอย่างแรง ก่อนที่พลอยปภัสจะก้าวขาขึ้นคร่อมกระชากเส้นผมยาวสลวยแล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าที่มีรอยบอบช้ำเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอย่างไม่ยั้งจนทำให้สามตัวร้อยอย่างคีริน โก๋และธามไธอ้าปากค้างหน้าเหวอตาม ๆ กันไป "อีหน้าด้าน!!! อีสารเลว!! อีชิงหมาเกิด" ถ้อยคำหยาบคายถูกสบถออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มราวกับเป็นเครื่องจักรก่นด่า ฝ่ามือยังคงฟาดลงบนใบหน้านั่นจนเลือดกลบปากจริง ๆ อย่างตั้งใจไว้ เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "พลอย!" ไตรฉัตรเองได้ยินเสียงเอะอะโวยวายด้านนอกก็รีบวิ่งออกมาดูปรากฏว่าเห็นพลอยปภัสกำลังคร่อมอยู่บนร่างของมินตราแล้วด้านนอกห้องมีเพื่อนสนิทของเขาทั้งสามคนยืนมองดูตาค้างอยู่ "นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน" ไตรฉัตรกำลังจะเข้าไปห้ามพลอยปภัส แล้วจับตัวเธอแยกออกมา ทว่าโก๋หันไปพยักหน้ากับธามไทแล้วพุ่งเข้ามาจับรวบตัวเขาเอาไว้เสียก่อน "เห้ย! มึงปล่อยกูดิวะ พวกมึงคิดทำอะไรกันเนี่ย" เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! "ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไงถึงได้ชอบยุ่งกับผัวชาวบ้าน อีส้นตีน อีชิงหมาเกิด" ใบหน้าเกรี้ยวกราดพูดพลางก็กัดฟันกรอดด้วยความโมโห สองฝ่ามือขยุ้มผมยาวสลวยแล้วดึงแรง ๆ จนมินตราส่งเส
ก๊อก ๆ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าห้องของมินตรา ยกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง พร้อมกับเอ่ยชื่อตนเองเป็นการบอกโดยนัยว่าคือเขา "มิน ผมเองนะ" แกร๊ก! ประตูถูกเปิดออกปรากฏเรือนร่างของมินตราที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวเดียวคลุมขาอ่อน ตามใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและหยาดน้ำตาที่ไหลแปดเปื้อนสองพวงแก้ม "ไตร!" ทันทีที่มินตราเจอหน้าอีกฝ่ายหล่อนก็รีบพ้นตัวเข้าโอบกอดแล้วปล่อยโฮออกมาอีกรอบ "ไตร ฮึก มินกลัว มินกลัว" "ไม่เป็นไรนะมิน ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" ชายหนุ่มเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนแผ่นหลังของมินตราแล้วลูบเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมขวัญให้หล่อนรู้สึกดีขึ้น "ฮึก..." "นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้ตามมินกลับมาด้วยล่ะ" ไตรฉัตรค่อย ๆ ประคองร่างเล็กลงนั่งบนโซฟานุ่มแล้วเอื้อนเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย"ฮึก...ฮะ...ฮึก จอห์นคงจะสะกดรอยตามมินมาตั้งแต่ที่โน่นค่ะ พอมินเผลอเขาก็ลอบเข้ามาทำร้ายตบตี แถมยังข่มขู่อีกด้วยว่าถ้ามินไม่ยอมกลับไปคบกับเขาเขาจะทำมากกว่านี้แน่ ฮึก ไตร มินกลัว" มินตราโผตัวเข้าโอบกอดไตรฉัตรอีกครั้งหนึ่ง "ฮื่อ ฮึก..." เขาเองก็เลื่อนฝ่ามือขึ้นไปวางบนบ่า ไม่ได้ปฏิเสธ
ไตรฉัตรพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาปิดตู้เสื้อผ้าดังตึงแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่พร้อมกับติดกระดุมไปด้วย ริมฝีปากอวบอิ่มของพลอยปภัสขบเม้มเข้าหากันเบา ๆ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปสวมกอดร่างหนาจากทางแผ่นหลังแล้วเอนใบหน้าเขาแอบอิงซบพร้อมเอ่ยคำหวานออดอ้อน "พลอยขอโทษนะคะพี่ไตร" "อื้ม" เขาพยักหน้า เพียงเท่านั้น เพียงเท่านั้นจริง ๆ เขาไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับพลอยปภัสในตอนนี้ เบื่อขี้หน้า คร้านจะพูดด้วย หากยังอยู่คอนโดต่อมีหวังได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ "พลอยขอโทษจริง ๆ ค่ะ" "ไม่ต้องรอนะ พี่คงกลับดึก ๆ" ไตรฉัตรดึงมือเล็กที่เกาะแกะอยู่บริเวณหน้าท้องออก เขาเลี่ยงตัวเดินออกไปไม่ได้หันมามองร่างบางสักนิด เลื่อนหยิบนาฬิการาคาแพงขึ้นมาสวมใส่ก่อนจะพูดเปรย ๆ อีกครั้ง "แล้วไม่ต้องโทรจิกโทรตาม ขอให้พี่ได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง ได้ใช้ชีวิตบ้างไม่ใช่เหมือนเด็กมอต้นที่ต้องมีคนคอยโทรเช็ค" "พะ...พี่ไตร" พูดจบไตรฉัตรก็เดินออกไปมุ่งหน้าสู่ผับดังย่านทองหล่อที่มักจะเป็นที่สุมหัวประจำของกลุ่มเพื่อน ..."พวกมึง มินตรากลับมาจากฝรั่งเศสแล้วว่ะ" คำพูดของไตรฉัตรทำให้ทุกคนหยุดชะงัก บรรยากาศครื้นเครงด้วยเสียงเพลงขับกล่อมเมื่อค







![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)