LOGINชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวไร้ญาติสุดแสนลำบาก เงินทองที่เก็บกำร่อยหรอไปหลังคลอด เพราะไม่มีสวัสดิการใดๆ มาอุดหนุน สามเดือนแรกไม่ได้ทำงาน ป๋องแป้งไม่มีเงินพอที่จะอัลตราซาวด์ดูเพศลูกด้วยซ้ำ นั่นยิ่งทำให้ตื่นเต้นที่เธอได้ลูกชาย และหนูน้อยหน้าตาถอดแบบพ่อชัดเจนแม้ยังเป็นทารก
ป๋องแป้งตั้งชื่อลูกชายว่าน้องริว ลูกที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ กลายเป็นแก้วตาดวงใจ ได้รู้ซึ้งถึงหัวอกของคนเป็นแม่ว่ารักลูกสุดหัวใจเป็นเช่นไร วาดฝันถึงวันที่เขาโตเป็นผู้ใหญ่มีอนาคตที่ดี และเธอต้องรีบสร้างด้วยการหาเงินไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก
แต่ช่วงเวลานี้ราวกับทุกอย่างซ้ำเติมเธอ ทำงานประจำก็ดูแลลูกไม่ได้ ลงทุนขายของก็ขายไม่ดีและขาดทุน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง เจ้าของห้องเห็นใจให้อยู่ฟรี แต่พอนานวันเข้าก็ต้องใจดำไล่เธอออก บางทีต้องย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ เพื่อหาแหล่งทำมาหากินใหม่
หมู่บ้านโป่งแป๋ หมู่บ้านที่อยู่ห่างจากถนนทางหลวงไม่มาก มีผู้อาศัยเพียงกว่าสองร้อยกว่าหลังคาเรือน ส่วนใหญ่บ้านแต่ละหลังจะอยู่ห่างกันหลายร้อยเมตร และมีที่เป็นชุมชนริมแม่น้ำ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและมีน้ำตก อากาศหนาวสุดๆ ในฤดูหนาว ถึงคราฤดูฝนก็จะมีฝนตกชุก ส่วนหน้าร้อนอุณ-ภูมิไม่ถึงกับร้อนจัด เพราะรายล้อมไปด้วยแมกไม้อุดมสมบูรณ์
อาชีพหลักของชาวบ้านคือเกษตรกรรม หาของป่าและค้าขาย แต่มีบ้างเหมือนกันที่นักท่องเที่ยวหลงเข้ามาหาที่พักในช่วงฤดูหนาว
บ้านพักตากอากาศที่นี่มีเจ้าเดี๋ยว คือโฮมสเตย์ป๋าวรรธน์ และยังมีร้านป๋าวรรธน์คาราโอเกะ อาณาจักรป๋าวรรธน์อยู่ห่างจากชุมชนพอสมควร บ
ถ้าไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่น กิจการของป๋าก็ขับเคลื่อนโดยชุมชน เด็กหนุ่มและเหล่าผู้ชายที่พอจะมีเงินกินเที่ยว มักจะให้ความเกรงใจป๋ามาใช้บริการ จิ๊จ๊ะกับสาวเสิร์ฟแต่พอดีไม่มีลวนลาม
เหตุผลที่คนรักและนับถือป๋าวรรธน์ ก็เพราะเขาสร้างความเจริญให้กับชุมชน หมู่บ้านแห่งนี้พัฒนาขึ้นได้ก็ด้วยป๋าวรรธน์ชายวัยสี่สิบสองปี ใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงกำยำ เขาเป็นผู้บุกเบิกเจ้าแรกทุกอย่าง เป็นขวัญใจของคนทั้งหมู่บ้าน
เขาสร้างบารมีชอบช่วยเหลือคน แล้วยังปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยมิตรภาพ ทวงหนี้โหดบ้างกับพวกไม่จ่ายหนี้แล้วยังกินหรูอยู่สบาย แต่ถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปที่ลำบาก ขอผัดผ่อนบ้างก็ไม่ได้ว่าอะไร
พื้นเพของวรรธน์เป็นชาวกรุงเทพฯ เป็นลูกชายคนเล็กมีพี่ชายสองคนทั้งสองปัจจุบันเป็นนักธุรกิจมีบริษัทของตัวเอง ส่วนสาเหตุที่เขาอยากมาใช้ชีวิตที่นี่ เกี่ยวเนื่องจากตอนอายุสิบห้าปี เขามาเที่ยวกับครอบครัวที่ไร่แห่งหนึ่ง เป็นลักษณะสถานที่ตากอากาศ มีม้าบริการนำเที่ยว
เพราะความอยากขี่ม้า จึงขอให้คนเลี้ยงม้าสอน ไม่นึกเลยว่าเจ้าม้าจะพยศ พาวิ่งเตลิดไปไกลก่อนที่จะตกหลังม้าบาดเจ็บอย่างหนัก
ช่วงรักษาตัวที่โรงพยาบาลวรรธน์ได้เจอเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันชื่อฝ้าย ฝ้ายเองมาเฝ้าคุณยายที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกัน และคอยเอาขนมมาฝากเขาเป็นประจำ ทำให้เกิดความผูกพันธ์กันและเขาคิดถึงเธอโดยตลอด
หลังเรียนจบวรรธน์ได้กลับมาจังหวัดนี้ ในวัยที่เป็นผู้ใหญ่แค่ต้องการพบฝ้ายอีกครั้ง เธอเป็นสาวสะพรั่งกำลังเนื้อหอมชายหนุ่มมากมายเทียวไล้เทียวขื่อ แต่ไม่มีหนุ่มไหนได้หัวใจเธอนอกจากวรรธน์
การพบเจออีกคราต่างฝ่ายต่างตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น ทั้งที่จำกันไม่ได้ด้วยซ้ำ วรรธน์แต่งงานในเวลาอันรวดเร็วแม้ทางบ้านไม่เห็นด้วยนักเพราะหลังแต่งเขาต้องการมาใช้ชีวิตในชนบท
หลังครองรักกันเพียงแค่สองปี เมียรักก็มาจากไปตลอดกาล ตอนที่เขาอายุเพียงยี่สิบห้าปี จนถึงตอนนี้อายุสี่สิบสองแล้ว ยังไม่ยอมมีภรรยาใหม่ ทั้งที่หน้าตาหล่อเหลาไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็อยากจะได้เขาทั้งนั้น บางคนยอมให้ป๋าจับกินฟรีหวังมัดใจ แต่ทุกคนก็ได้เงินตอบแทนแลกกับการไม่ผูกมัด
"อะไรนะ! พวกมึงบอกว่ามีซุ้มยาดองเปิดเป็นอาทิตย์แล้วงั้นเหรอ พวกมึงปล่อยมันเปิดมาได้ยังไงตั้งหลายวัน มิน่าลูกค้าที่เคยมากินเหล้าร้านเราหายไปตั้งหลายคน"
ถึงวรรธน์จะมีน้ำใจ แต่จะไม่ยอมให้ใครมาเปิดร้านเหล้าแข่งกับร้านป๋าวรรธน์คาราโอเกะเด็ดขาด
น้ำเสียงตะคอกถามอย่างมีน้ำโหของป๋าวรรธน์ ทำเอาไอ้จ้อยกับไอ้เขินถึงกับกลัวตัวสั่น เพราะเวลาป๋าโกรธมากๆ บางครั้งก็ประเคนแข้งให้พวกเขา
"จะ จ้อยบอกมันแล้วจ้ะ ว่าป๋าไม่ให้ใครเปิดร้านขายเหล้า แต่มันบอกว่าไม่กลัว"
ลูกน้องรูปร่างผอมตัวเล็ก รายงานกล้าๆ กลัวๆ ทีแรกคิดว่าจะจัดการได้ แต่เจ้าของร้านเหล้าปั่นไม่เกรงกลัวอิทธิพลป๋าของพวกเขาเลย
"แล้วมึงทำไมไม่พังร้านมันวะ? "
ทั้งสองได้แต่ทำหน้าแหย เพราะบอกไม่ได้ว่าทำไม่ลง เป็นยังไงต้องลองให้ป๋าได้ไปเห็นเอง คนมาเปิดร้านมันน่ากลัวขนาดนั้นหรือไงลูกน้องของเขาถึงยอมล่าถอยแบบนี้ การจะเป็นผู้มีอิทธิพลได้ นอกจากใจดีต้องมีไม้แข็งด้วย เห็นทีงานนี้ต้องลุยเองแล้วสิ
"ไอ้เขินเอารถออก กูจะไปจัดการมันเอง"
ลูกน้องทั้งสองกุลีกุจอไปที่รถหลังได้รับคำสั่ง ใบหน้าคมเคร่งเครียด เพราะปกติไม่ชอบมีปัญหากับชาวบ้านเท่าไหร่ จ้อยกับเขินพาป๋าวรรธน์มาที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในเนื้อที่ของคุณศรีจันทร์ภรรยาหม้ายของอดีตนักการเมืองท้องถิ่น ทำเลร้านใกล้ชุมชน
บรรยากาศอยู่บนเนินไม่สูงมากลมพัดเย็นสบาย แล้วยังมองเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนรอบทิศ ด้านหน้าเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง มีโต๊ะเครื่องปั่นเหล้า และซุ้มยาดองไม้ไผ่อยู่ข้างๆ
โต๊ะบริการมีสี่โต๊ะเท่านั้นเอง แต่ลูกค้าผู้ชายเต็มทุกโต๊ะ แต่ละโต๊ะมาสองคนบ้างสี่คนบ้าง แค่นี้ก็ทำธุรกิจของเขาเสียหายได้แล้ว เพราะเป็นธุรกิจกินเที่ยวในหมู่บ้านเท่านั้น
นี่แหละเหตุผลที่เขาไม่ชอบให้เกิดการแข่งขัน ร้านเปิดเพลงเสียงดังเอาใจพวกขี้เมาได้แหกปากร้องตาม ตะวันโพล้เพล้ เด็กสาวสองพี่น้องชื่อกระแตกับกระต่าย จุดยากันยุงไปวางตามใต้โต๊ะต่างๆ
ป๋าวรรธน์รู้จักเด็กทั้งสองดี เป็นลูกเพื่อนของเขาอายุแค่สิบห้าปี กับสิบเจ็ดปีเท่านั้นเองต้องสั่งสอนเด็กพวกนี้ซะแล้ว
“สวัสดีครับป๋า สวัสดีครับแม่ริวคิดถึงแม่แป้งจังเลย”เสียงแตกเนื้อหนุ่มแหบพร่าของหนุ่มน้อยวัยสิบสามปีบนเตียงนอน ร้องทักทายแม่และป๋าวรรธน์ผ่านวิดิโอคอลในช่วงหัวค่ำวันพุธหลังเจ้าริวไปเรียนวันที่สาม“แม่ก็คิดถึงลูกมาก เป็นยังไงบ้างลูก”“เป็นไงบ้างพ่อหนุ่มกรุงเทพฯ ” ป๋าวรรน์ ถามพร้อมกับภรรยา“อากาศที่นี่ร้อนมากเลยครับป๋า แล้วตอนไปโรงเรียนรถก็ติดมากด้วย ริวต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเลย แต่ห้องเรียนที่นี่กว้างและสะอาดมาก มีห้องแอร์ด้วยครับ”“ก็ยังดีนะ แล้วมีเพื่อนใหม่เยอะเลยละสิ”“ครับป๋า เพื่อนชอบเข้ามาคุยกับริวหลายคนครับ”“สาวๆ ด้วยใช่ไหม” ป๋องแป้งแซวลูกชาย เพียงแค่นั้นหนุ่มน้อยริวก็ทำหน้าเขิน เพราะเป็นปกติอยู่แล้วเรียนที่แม่ฮ่องสอนก็มีเพื่อนสาวๆ คอยไลน์มาหา ทำทีถามการบ้าน ตอนนี้เจ้าริวยิ่งโตก็ยิ่งหล่อคิ้วหนาตาคม เหมือนธนามากขึ้นทุกที“ผู้ชายก็มีครับแม่”“เอาละแม่ไม่แซวแล้ว แม่ฝากคิดถึงคุณปู่แซมกับย่าดาด้วยนะ”“ครับ วันอาทิตย์ที่แล้วปู่แซมพาริวไปหาพ่อกับน้องๆ ด้วย” “ดีจัง น้องๆ เป็นยังไงบ้างจ้ะ”ป๋องแป้งถามถึงลูกสาวทั้งสองคนของธนา“น้องน่ารักดี น้องเบนซ์ก็ไม่ซนเท่าไหร่ครับ ส่วนเจ้ามิ้นท์ไม
“เมียเหรอ”เธอทวนคำนั้น วรรธน์มองเข้าไปในดวงตาของป๋องแป้งด้วยความจริงใจ "แป้ง" เขาเริ่มด้วยเสียงอ่อนโยน"ป๋าเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบนะ เพราะป๋ามีลูกไม่ได้ และที่ผ่านมาป๋าผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ไม่เคยมีใครที่ป๋าอยากอยู่ด้วยตลอดเวลาเหมือนแป้งเลย วันนี้ถึงรู้แล้วว่า...ป๋ารักแป้งจริง ๆ อยากให้แป้งและเจ้าริวอยู่กับป๋า ลูกของแป้งจะเป็นลูกชายคนเดียวที่เดิมทีป๋าไม่สามารถมีได้ด้วยซ้ำ เรามาเติมเต็มให้กันและกัน มาสร้างครอบครัวกันดีไหม? "ป๋องแป้งฟังคำสารภาพด้วยหัวใจที่พองโต น้ำตาคลอเบ้า เธอรู้สึกถึงความจริงใจจากวรรธน์ และรู้ว่าเขาพร้อมจะดูแลเธอและลูก "ป๋านี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม ผู้หญิงรอบตัวป๋ามีแต่สาวสวยไม่เคยมีลูกทั้งนั้น แต่ป๋าขอให้แป้งมาสร้างครอบครัวด้วยกัน"“ใช่ ป๋าเลือกแป้ง ดีซะอีกได้ทั้งเมียทั้งลูกเลย ป๋าน่ะเอ็นดูเจ้าริวนะ อาจเพราะว่ารักแม่ก็เคยพลอยเอ็นดูลูกแป้งไป”“ขอบคุณนะคะป๋า”เธอพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่ได้สารภาพรักแบบหวานชื่นๆ แต่ในประโยคที่พูดมีคำว่ารักเธออยู่ในนั้น ทั้งสองยิ้มให้กันดวงตาของป๋าวรรธน์ที่มองมานั้นช่างแสนอบอุน จู่ๆ ความรู้สึกตื้นตันก็เอ่อท้น จนป๋องแป้งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ร่างอุ่นๆ ของป๋าวรรธน์นอนลงเคียงข้างตรงฟูกหนากลางห้อง ป๋องแป้งที่กำลังหลับเคียงกายลูกชายตัวน้อยถึงกับสะดุ้งและหันขวับไปที่คนตัวโต “ป๋าเข้ามาทำไม เดี๋ยวน้องริวก็เห็นหรอก”“เห็นก็บอกไปสิ ว่าเราเป็นอะไรกัน”“เราเหรอ แป้งกับป๋าเป็นอะไรกันเหรอ” เธอขยับตัวลุกนั่งมองหน้าเขาในความมืด ที่มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างผ่านมุ้งลวดหน้าต่างห้องนอน“ป๋ามาคิดๆ แล้ว ป๋าว่า ป๋าควรจะมีใครสักคน”เขาพูดแบบนี้เหมือนจะบอกว่าอยากมีเธอในชีวิต แต่มันฟังแล้วกำกวมไม่ชัดเจนเอาเสียเลย“ป๋ามีลูกน้อง มีลูกจ้างตั้งหลายคน นอกจากนี้...เกสร อิงอร ละมัย ถ้าหมายถึงคนที่จะพามาหลับนอน ผู้หญิงของป๋ามีตั้งสามคนเลยนะ มันเกินกว่าใครสักคนมาถึงสองคนด้วยซ้ำ”“สามคนที่ไหนกัน...สี่คนต่างหาก แป้งไม่นับตัวเองด้วยละ”ทำไมไม่รู้ ได้ฟังแล้วรู้สึกโกรธเขาชะมัด และผิดหวังตรงที่เขารวมเธอเป็นผู้หญิงในฮาเร็มด้วย“อย่ามานับแป้งเลย แป้งจะหนีไปมีผัวแล้วละ ไม่อยากแย่งกับผู้หญิงคนอื่น” น้ำเสียงกระเง้ากระงอด บ่งบอกเธอกำลังงอนเขา นั่นทำให้วรรธน์ยิ่งอารมณ์ดี“ผู้ชายคนไหนกล้าเอาเมียป๋าไปละก็ ศพไม่สวยแน่” เขาพูดเหมือนจริงจัง และจริงที่สะดุดหูคือเขาใช้คำ
“พี่ธนาบอกว่าเมื่อเช้าแอบไปคุยกับพี่แป้งมาเหรอคะ”เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่น “มายด์…พี่…ตอนนั้นพี่กระวนกระวายใจมากเรื่องลูก พี่อยากรู้ความจริง จะได้รู้ว่าจะทำยังไงต่อ” “พี่ไม่น่าทำอะไรที่ดูเหมือลับๆ ล่อๆ ถ้าพี่ไม่มีใจกับพี่แป้งจริง” มายด์พูดตรงๆ ทั้งน้ำตาคลอ“ไม่เลยมายด์ พี่ยืนยันว่าพี่กับพี่แป้งเราไม่ได้รักกัน คืนก่อนมายด์บอกพี่เองว่าเห็นพี่แป้งจูบกับป๋า”มายด์พยักหน้าช้าๆ น้ำตาไหลอาบแก้ม ผู้หญิงที่เคยนอนกับธนา ตอนนี้รักกับป๋าวรรธน์ และจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ถ้าแค่เคยนอนด้วยกันเฉยๆ ยังพอมองข้ามได้ แต่นี่คือเขาทั้งสองมีลูกด้วยกัน“มายด์ว่า...เราเลื่อนงานแต่งไปก่อนดีไหม มายด์อยากขอทบทวน”“ไม่นะมายด์ พี่ไม่เลื่อนเด็ดขาด พี่ไม่ได้ลังเลใจเลยที่จะแต่งกับมายด์ พี่รักมายด์มากนะครับ”“แต่พี่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องของลูก พี่จะทำยังไงกับเรื่องนี้ พี่คิดหรือเปล่าว่าจะรับผิดชอบเขา”เวลานี้มายด์ไม่รู้ควรรู้สึกอย่างไรดี แต่ที่แน่ๆ เธอขาดความมั่นใจว่าธนายังรู้สึกหวั่นไหวกับป๋องแป้งหรือไม่ จู่ๆ ก็รู้สึกอยากมีเวลานานกว่านี้ค่อยแต่งกับเขา ทั้งที่ผ่านๆ มาอยากให้ถึงวันแต่งเร็วๆ หลังจากพูดคุยกันมายด์ก็
หลังจากที่กินมื้อเที่ยงกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนกับเดินถ่ายรูปมุมต่างๆ ในสวนส้ม ป๋องแป้งกับพรช่วยกันล้างจาน ระหว่างนั้นมายด์เดินถือจานชามของเธอกับธนามาที่จุดชะล้างที่เป็นแผ่นไม้วางไว้ที่ก๊อกน้ำ มีกะละมังสี่ใบวางใช้งานแตกต่าง ป๋องแป้งยื่นมือรับ“เอามานี่เลยค่ะคุณมายด์”“อุ้ย อย่าเรียกหนูว่าคุณเลยคะพี่แป้ง”เธอท้วงพร้อมกับยื่นจานที่ปัดเศษอาหารทิ้งแล้วให้ป๋องแป้ง เหมือนว่ามายด์อยากพูดอะไร แต่รอให้อีกฝ่ายล้างจานเสร็จ พอเห็นป๋องแป้งว่างและนั่งพักจึงเดินเข้าไปหา“พี่แป้งคะ มายด์อยากปรึกษาหน่อยได้ไหม”“อ่อ ได้ค่ะ ปรึกษาพี่เรื่องอะไรคะ”เพราะมีความลับที่ปกปิดอยู่ทำให้ ป๋องแป้งนึกระแวงมายด์ยิ้มทางทางเขิน“มายด์อยากถามว่าตอนตั้งท้องน้องริว พี่แป้งรู้ตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะมีอาการเตือนยังไงก่อนคะ”คำถามแบบนี้ฟังแล้วรู้สึกได้ว่าคนถามกำลังจะเช็กอาการตัวเองว่าอาจจะตั้งครรภ์ ทำให้ผู้ต้องตอบคำถามนี้คิดถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่เธอเกิดตั้งท้องแล้วบอกพ่อของลูกไม่ได้ แตกต่างจากหญิงสาวตรงหน้าที่คงรอคอยจะบอกข่าวดีนี้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ“พี่คัดเต้านมมากจนเจ็บ คิดว่าเป็นช่วงมีรอบเดือน แต่เมนไม
“ถามตัวเองก่อนเถอะ ว่าถ้าวันนั้นธนารู้ว่าพี่ท้อง จะมองพี่เป็นคนยังไง จะไม่คิดหรือว่าพี่ท้องกับคนอื่นแล้วตั้งใจจับเธอ เพราะหลังจากมีอะไรกันเธอก็ทำเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนว่าเธอรับไม่ได้ และอยากหนีไปให้พ้น”เขาเถียงไม่ออก ต้องยอมรับว่าตอนนั้นคิดแบบนี้จริงๆ“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมพี่ถึงไม่บอกผมเราจะได้แก้ปัญหากัน…เอ่อ...”“อย่าแม้แต่คิดและอย่าพูดออกมานะธนา น้องริวคือเลือดเนื้อเชื้อไขของพี่ เป็นแก้วตาดวงใจของพี่ ในความผิดพลาดที่พี่ทำให้เขาเกิด แต่น้องริวก็เหมือนเป็นรางวัลจากสวรรค์ เป็นของขวัญที่พี่รักที่สุดในชีวิต”“ยอมรับว่าผมรู้สึกแย่ที่พี่อาจจะมีใครต่อใครตอนอยู่ที่เกาะ แต่เมื่อท้องก็ควรบอกผมสิ จะได้ตรวจ DNA เกือบห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมมีลูก…”เมื่อพูดคำว่าลูก ใบหน้าเด็กชายก็แวบเข้ามาทำให้เขารู้สึกใจสั่นไหวอย่างรุนแรง ถ้าเขารู้วันนั้นและหากผลตรวจเป็นลูกของเขา เขาไม่มีวันที่จะคิดทำลายเด็กแน่นอน ป๋องแป้งหันไปเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะตอบ“ก่อนอื่นเลยนะ พี่ไม่อยากถูกเข้าใจผิดในเรื่องยาคุมกำเนิด พี่ไม่ได้กินเอง พี่ซื้อให้ผู้หญิงของนายหัวมาร์ก ในช่วงเวลานั้นพี่ไม่เคย







